สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้แรกในชีวิตค่ะ ไม่เคยตั้งกระทู้เลยปกติจะตามอ่านเรื่อยๆ แต่ครั้งนี้ไม่ไหวจริงๆ ค่ะ อยากขอความคิดเห็นจากคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หรือคุณพ่อที่น่าจะมีทัศนคติในการเลี้ยงลูกที่สามารถแนะนำเราได้บ้างค่ะ (ขออนุญาตแท็กห้อง บางรัก, ศาลาประชาคม ค่ะ)
เราเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวค่ะ มีลูกชาย 2 คน คนโตเริ่มเรียน ม.2 คนเล็ก ม.1 คนเล็กไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเพราะฉลาดในเรื่องพลิกแพลงเอาตัวรอดเก่ง และจะชอบคุยให้เราฟังเสมอหมายถึงคุยแบบเปิดอกก็จะมีอายบ้าง แต่เขาก็บอกทุกเรื่อง แต่จะติดเพื่อนผู้ชายชอบไปเที่ยวบ้านเพื่อนหรือพาเพื่อนมาค้างที่บ้าน บ่อยๆ จึงไม่ค่อยห่วงค่ะ
ต้องบอกก่อนว่า เด็กๆ ทั้งคู่ ไม่ติดเกมส์ แต่ติดเพื่อนบ้างนิดหน่อย เพราะเราปล่อยให้เล่นตลอด แต่ก็จำกัดเวลาเล่นวันละไม่เกิน 3 ชม. พี่ น้อง คู่นี้จึงไม่ติดเกมส์ เพราะไม่เคยห้าม เรื่องติดเกมส์ติดเพื่อนเราไม่เคยห่วงค่ะ เพราะเห็นลูกๆ พาเพื่อนมาที่บ้านตลอดมาทำกับข้าวกินกัน มาทำรายงานบ้าง เสร็จแล้วก็กลับ หญิง ชาย ปนกันไป เลยไม่ค่อยห่วงค่ะ
แต่หลังๆ ลูกคนโตชอบไปคลุกตัวอยุ่กับ ผญ ทั้งที่ รร. และ เสาร์-อาทิตย์ ก็ไปทำรายงาน (ซึ่งเราไม่รู้ว่าหลังจากเสร็จงานแล้วไปไหน) เราไม่ใช่คนบังคับลูก หรือ ดุด่าลูกรุนแรง ดุบ้างบางทีที่เล่นกับน้องแล้วทะเลาะกัน เรามั่นใจว่าไม่เคยบังคับจิตใจลูกเลย ทั้งที่ตอนที่รุ้ว่าลูกมีแฟน เราก็ปล่อยแบบเตือนๆ เราเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวบางครั้งก็ไม่เข้าใจลูกชาย เราพยายามบอกเสมอว่า มีอะไรให้บอกแม่ เราทำงานคนเดียว หาเงินเลี้ยงลูก 2 คน และดูแลพ่อแม่ด้วย บางครั้งเราก็เหนื่อย แต่เรื่องเงินสำหรับลูก เราจะชอบให้เผื่อ เพราะบางทีเราต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ลูกชายคนเล็กจะชอบเก็บเงิน บางครั้งก็เอาเงินมาให้เราฝากธนาคาร แต่ลูกชายคนโตจะไม่เหลือเงิน ทั้งที่เราให้เยอะ ให้เผื่อกลัวลูกไม่อิ่ม หรือไม่พอสำหรับทำรายงาน
หลังๆ คนโตนี่เริ่มที่จะปิดกั้น จากที่เคยคุยกันทุกเรื่อง บางทีเราเป็นแม่ก็เหนื่อยและเมื่อลูกเริ่มเยอะ เริ่มออกจากบ้าน เริ่มไปหาผู้หญิงที่บ้านเขา เราก็คุยกับลูกหลายครั้ง ลูกก็ครับ ครับ ครับ ตลอด แต่ไม่เคยทำตามเลย ...ล่าสุด ทิ้งน้องไว้ในเมืองที่บ้านเพื่อน น้องไปทำรายงาน พอเสร็จแล้วน้องโทรหาให้ไปรับ ปรากฎว่าพี่อยู่ที่บ้าน ผญ ซึ่งห่างจากตัวเมือง เกือบ 20 กิโล เราเป็นห่วงมาก ช่วงแรกๆ ไม่เท่าไหร่คิดว่า พ่อ แม่ เขาคงดูแล แต่ล่าสุด ขณะที่ลูกอยู่บ้าน นั่งเล่นเกมส์อยู่ ประมาณ 15.00 น. แม่ ผญ โทรมา แล้วบอกว่าวันนี้วันเกิดลูกสาวเขา ให้ลุกเราไปงานเลี้ยงวันเกิด (บ้าน ผญ ห่างจากบ้านเราประมาณ 13 กิโล ถือว่าไกล และน่ากลัวมากสำหรับบ้านนอกซึ่งมีแต่ป่าข้างทาง) ปรากฎว่าลูกเราก็โทรไปขอยาย (แม่เรา เพราะเราไม่อยู่ไปทำงานต่างจังหวัด..ซึ่งลูกไม่ได้โทรมาขอเราโดยตรง) ลูกเราบอกยายว่าจะกลับไม่เกิน 1 ทุ่ม ยายก็ไม่อยากบังคับแต่ก็บ่นบ้าง ซึ่งวันนั้นอากาศหนาวมาก มีฝนตกปรอยๆ ลูกเราไปซื้อหมูกระทะเพื่อเอาไปทานที่บ้าน ผญ
ซึ่งตอนนั้นโชคดีมากที่น้องสาวเรา (น้าของลูก) กลับบ้านพอดี แม่เราเลยเล่าให้น้องสาวฟังว่าอะไรยังไง แม่เราก็ไปเค้นถามกับลูกชายคนเล็กของเราว่าใครโทรมา ลูกชายคนเล็กก็ไม่อยากบอกกลัวพี่หาว่าฟ้อง ก็เค้นกันอยุ่นานลูกคนเล็กเลยบอกว่า "น่าจะแม่เขาโทรมาเพราะเสียงที่ลอดออกมาเหมือนผู้หญิงแก่แล้ว..พี่ก็บอกฝั่งโน้นว่า ได้ครับผม" ประมาณนี้ค่ะ
ประมาณ 2 ทุ่ม น้องสาวเราโทรไปหาลูกคนโต ถามว่าจะกลับกี่โมง กลับได้ไหม น้าจะไปรับ ตอนแรกลูกเราบอกไม่ได้ มันมืดแล้วฝนก็ตกครับ ยังไม่ทันจะคุยรุ้เรื่องน้องสาวเราก็ได้ยินเสียงผู้หญิงที่คิดว่าน่าจะเป็นแม่ของ ผญ แทรกเข้ามาดังมาก (ประหนึ่งว่าตะคอกใส่น้ำเสียงประมาณโกรธที่จะให้ลูกเรากลับบ้านให้ได้) เธอพูดเข้ามาว่า "กลับไม่ได้หรอก หนาวก็หนาวฝนก็ตก จะกลับได้ไง" น้องสาวเราขึ้นเลยค่ะ (ต้องบอกว่าน้องเราเป็นคนไม่ยอมคน แล้วยิ่งฝ่ายโน้นเป็นคนโทรมาบอกให้เด็กออกไป มันไม่สมควรเลย แน่นอนว่าฝั่งเราต้องป้องกันไว้ก่อน) น้องสาวเราเลยบอกถามลูกชายคนโตว่า "กินข้าวเสร็จกี่โมงลูก น้าจะไปรับ ถ้าฝนตกก็กลับมากับน้าทิ้งรถไว้ที่นั่นวันหลังค่อยไปเอาน้าจะไปส่ง" ลูกเราบอกว่า "ได้ครับ ขอทานต่อแป็บหนึ่งนะครับ 3 ทุ่นน้ามารับได้ไหม" (ลูกเราก็เข้าใจนะว่ามันไม่เหมาะเขาก็พูดดี ไม่ใช่พูดไม่ดี) น้องเราก็บอกโอเคครับ แล้วก็บอกเหตุผลว่าทำไมถึงค้างไม่ได้ ไม่เหมาะสมยังไง ซึ่งลูกเราก็เข้าใจแล้วไม่มีอาการดื้อดึงใดๆ
เกือบ 3 ทุ่ม ลูกเราโทรหาน้องสาวเรา แล้วบอกว่าเสร็จแล้ว น้าออกมารับได้เลยครับ ซึ่งตอนที่น้องเราไปถึง (ไม่ได้เข้าไปที่บ้าน ผญ น้องรอที่หน้า รร. น้องเราบอกว่าได้ยินเสียงแทรกแล้วไม่อยากเข้าไปเจอกลัวมีเรื่อง...ซึ่งจริงๆ แล้วควรเข้าไป) ตอนนั้นฝนปรอยแบบบางมาก จะเรียกว่าละอองหลังฝนก็ได้ น้องเราเลยโทรไปหาลูกเรา แล้วบอกว่า "ฝนหยุดแล้วลูกขี่มอเตอร์ไซกลับเลยนะ น้าเอาเสื้อกันหนาวมาให้ ลูกค้างที่นี่ไม่ได้ นอกจากมันไม่เหมาะสมอย่างที่สุดแล้วไม่รู้ว่าพรุ่งนี้พ่อแม่เขาจะมาเรียกเงินกับเรารึเปล่า เอาเป็นว่า น้าเชื่อมั่นในตัวลูกนะครับและลูกเองก็ต้องเชื่อมั่นในตัวแม่และน้าด้วย น้าไม่เคยห้าม แต่ถ้าเกินไปก็ต้องปรามกันบ้างกลับถึงบ้านแล้วน้าจะเล่าให้ฟังว่าทำไมลุกถึงค้างบ้านเขาไม่ได้"
ลูกเราขี่มอเตอร์ไซออกหน้า น้องสาวเราขับรถตามหลัง น้องส่งรูปลูกเรามาให้ดู (อยากใส่รูปให้แต่ใส่ไม่ได้ค่ะ) ตอนที่ขี่อยุ่หน้ารถน้อง เห็นแล้วสงสารลูกมาก มีเม็ดฝนปรอยๆ สองฝั่งถนนเป็นป่า ลูกคงโกรธแหละ แต่เราจะไม่สร้างนิสัยการนอนบ้าน ผญ แบบนี้ให้ลูกเด็ดขาด เลยพาลไปโกรธแม่ของ ผญ เราว่าเราทั้งพยายาม ทั้งสอน ทั้งดูแล แต่ฝั่งนั้นไม่ได้คิดถึงหัวอกเราเลย เขาคิดถึงแต่เขาว่าให้ ผช ไปบ้านดีแล้ว ลูกเขาจะได้อยู่ในสายตา แต่การที่เขาต้องการให้ลูกเราไปควรโทรมาขออนุญาตกับเรามากกว่าไหม ไม่ใช่โทรหาลุกเราเอง ซึ่งเด็กมันไปอยู่แล้ว ที่เราโกรธคือ คุณก็เป็นแม่คนคุณยังกล้าทำกับเราแบบนี้ ทำไมคุณไม่คิดบ้างว่าถ้าเราทำแบบคุณบ้าง คุณจะรู้สึกอย่างไร
ตอนนี้เรามืดมาก คิดไม่ออกจะทำไงดี ถ้าพ่อแม่เขาไม่พยายามเหมือนเรา เราต้องทำแบบไหน เราต้องสอนอย่างไร เพื่อให้มั่นใจว่าลูกเราจะไม่หลงเขาหัวปักหัวปำ (ลูกคนโตคิดไม่ค่อยทันใครค่ะ แต่เขาก็จะเชื่อในความคิดของเขาเอง) ตอนนี้ลูกเริ่มจะออกนอกลู่นอกทาง ถึงขั้นทิ้งน้องไว้แล้วไปหา ผญ ยิ่งฝั่งโน้นอ้าแขนรับ เรายิ่งเหนื่อย เราจะทำแบบเขาดีไหม คือ เกลือจิ้มเกลือ หรือควรทำยังไงดี อบรมสั่งสอนลูกอย่างไรดีคะ ขอคำแนะนำทีค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ลูกชายอายุ 14 ปี เริ่มมีแฟน และพ่อแม่ฝ่ายหญิงชอบโทรมาให้ลูกชายไปที่บ้านเขาบ่อยมาก หลังๆ จะให้ค้างที่บ้านเขาด้วย
เราเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวค่ะ มีลูกชาย 2 คน คนโตเริ่มเรียน ม.2 คนเล็ก ม.1 คนเล็กไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเพราะฉลาดในเรื่องพลิกแพลงเอาตัวรอดเก่ง และจะชอบคุยให้เราฟังเสมอหมายถึงคุยแบบเปิดอกก็จะมีอายบ้าง แต่เขาก็บอกทุกเรื่อง แต่จะติดเพื่อนผู้ชายชอบไปเที่ยวบ้านเพื่อนหรือพาเพื่อนมาค้างที่บ้าน บ่อยๆ จึงไม่ค่อยห่วงค่ะ
ต้องบอกก่อนว่า เด็กๆ ทั้งคู่ ไม่ติดเกมส์ แต่ติดเพื่อนบ้างนิดหน่อย เพราะเราปล่อยให้เล่นตลอด แต่ก็จำกัดเวลาเล่นวันละไม่เกิน 3 ชม. พี่ น้อง คู่นี้จึงไม่ติดเกมส์ เพราะไม่เคยห้าม เรื่องติดเกมส์ติดเพื่อนเราไม่เคยห่วงค่ะ เพราะเห็นลูกๆ พาเพื่อนมาที่บ้านตลอดมาทำกับข้าวกินกัน มาทำรายงานบ้าง เสร็จแล้วก็กลับ หญิง ชาย ปนกันไป เลยไม่ค่อยห่วงค่ะ
แต่หลังๆ ลูกคนโตชอบไปคลุกตัวอยุ่กับ ผญ ทั้งที่ รร. และ เสาร์-อาทิตย์ ก็ไปทำรายงาน (ซึ่งเราไม่รู้ว่าหลังจากเสร็จงานแล้วไปไหน) เราไม่ใช่คนบังคับลูก หรือ ดุด่าลูกรุนแรง ดุบ้างบางทีที่เล่นกับน้องแล้วทะเลาะกัน เรามั่นใจว่าไม่เคยบังคับจิตใจลูกเลย ทั้งที่ตอนที่รุ้ว่าลูกมีแฟน เราก็ปล่อยแบบเตือนๆ เราเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวบางครั้งก็ไม่เข้าใจลูกชาย เราพยายามบอกเสมอว่า มีอะไรให้บอกแม่ เราทำงานคนเดียว หาเงินเลี้ยงลูก 2 คน และดูแลพ่อแม่ด้วย บางครั้งเราก็เหนื่อย แต่เรื่องเงินสำหรับลูก เราจะชอบให้เผื่อ เพราะบางทีเราต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ลูกชายคนเล็กจะชอบเก็บเงิน บางครั้งก็เอาเงินมาให้เราฝากธนาคาร แต่ลูกชายคนโตจะไม่เหลือเงิน ทั้งที่เราให้เยอะ ให้เผื่อกลัวลูกไม่อิ่ม หรือไม่พอสำหรับทำรายงาน
หลังๆ คนโตนี่เริ่มที่จะปิดกั้น จากที่เคยคุยกันทุกเรื่อง บางทีเราเป็นแม่ก็เหนื่อยและเมื่อลูกเริ่มเยอะ เริ่มออกจากบ้าน เริ่มไปหาผู้หญิงที่บ้านเขา เราก็คุยกับลูกหลายครั้ง ลูกก็ครับ ครับ ครับ ตลอด แต่ไม่เคยทำตามเลย ...ล่าสุด ทิ้งน้องไว้ในเมืองที่บ้านเพื่อน น้องไปทำรายงาน พอเสร็จแล้วน้องโทรหาให้ไปรับ ปรากฎว่าพี่อยู่ที่บ้าน ผญ ซึ่งห่างจากตัวเมือง เกือบ 20 กิโล เราเป็นห่วงมาก ช่วงแรกๆ ไม่เท่าไหร่คิดว่า พ่อ แม่ เขาคงดูแล แต่ล่าสุด ขณะที่ลูกอยู่บ้าน นั่งเล่นเกมส์อยู่ ประมาณ 15.00 น. แม่ ผญ โทรมา แล้วบอกว่าวันนี้วันเกิดลูกสาวเขา ให้ลุกเราไปงานเลี้ยงวันเกิด (บ้าน ผญ ห่างจากบ้านเราประมาณ 13 กิโล ถือว่าไกล และน่ากลัวมากสำหรับบ้านนอกซึ่งมีแต่ป่าข้างทาง) ปรากฎว่าลูกเราก็โทรไปขอยาย (แม่เรา เพราะเราไม่อยู่ไปทำงานต่างจังหวัด..ซึ่งลูกไม่ได้โทรมาขอเราโดยตรง) ลูกเราบอกยายว่าจะกลับไม่เกิน 1 ทุ่ม ยายก็ไม่อยากบังคับแต่ก็บ่นบ้าง ซึ่งวันนั้นอากาศหนาวมาก มีฝนตกปรอยๆ ลูกเราไปซื้อหมูกระทะเพื่อเอาไปทานที่บ้าน ผญ
ซึ่งตอนนั้นโชคดีมากที่น้องสาวเรา (น้าของลูก) กลับบ้านพอดี แม่เราเลยเล่าให้น้องสาวฟังว่าอะไรยังไง แม่เราก็ไปเค้นถามกับลูกชายคนเล็กของเราว่าใครโทรมา ลูกชายคนเล็กก็ไม่อยากบอกกลัวพี่หาว่าฟ้อง ก็เค้นกันอยุ่นานลูกคนเล็กเลยบอกว่า "น่าจะแม่เขาโทรมาเพราะเสียงที่ลอดออกมาเหมือนผู้หญิงแก่แล้ว..พี่ก็บอกฝั่งโน้นว่า ได้ครับผม" ประมาณนี้ค่ะ
ประมาณ 2 ทุ่ม น้องสาวเราโทรไปหาลูกคนโต ถามว่าจะกลับกี่โมง กลับได้ไหม น้าจะไปรับ ตอนแรกลูกเราบอกไม่ได้ มันมืดแล้วฝนก็ตกครับ ยังไม่ทันจะคุยรุ้เรื่องน้องสาวเราก็ได้ยินเสียงผู้หญิงที่คิดว่าน่าจะเป็นแม่ของ ผญ แทรกเข้ามาดังมาก (ประหนึ่งว่าตะคอกใส่น้ำเสียงประมาณโกรธที่จะให้ลูกเรากลับบ้านให้ได้) เธอพูดเข้ามาว่า "กลับไม่ได้หรอก หนาวก็หนาวฝนก็ตก จะกลับได้ไง" น้องสาวเราขึ้นเลยค่ะ (ต้องบอกว่าน้องเราเป็นคนไม่ยอมคน แล้วยิ่งฝ่ายโน้นเป็นคนโทรมาบอกให้เด็กออกไป มันไม่สมควรเลย แน่นอนว่าฝั่งเราต้องป้องกันไว้ก่อน) น้องสาวเราเลยบอกถามลูกชายคนโตว่า "กินข้าวเสร็จกี่โมงลูก น้าจะไปรับ ถ้าฝนตกก็กลับมากับน้าทิ้งรถไว้ที่นั่นวันหลังค่อยไปเอาน้าจะไปส่ง" ลูกเราบอกว่า "ได้ครับ ขอทานต่อแป็บหนึ่งนะครับ 3 ทุ่นน้ามารับได้ไหม" (ลูกเราก็เข้าใจนะว่ามันไม่เหมาะเขาก็พูดดี ไม่ใช่พูดไม่ดี) น้องเราก็บอกโอเคครับ แล้วก็บอกเหตุผลว่าทำไมถึงค้างไม่ได้ ไม่เหมาะสมยังไง ซึ่งลูกเราก็เข้าใจแล้วไม่มีอาการดื้อดึงใดๆ
เกือบ 3 ทุ่ม ลูกเราโทรหาน้องสาวเรา แล้วบอกว่าเสร็จแล้ว น้าออกมารับได้เลยครับ ซึ่งตอนที่น้องเราไปถึง (ไม่ได้เข้าไปที่บ้าน ผญ น้องรอที่หน้า รร. น้องเราบอกว่าได้ยินเสียงแทรกแล้วไม่อยากเข้าไปเจอกลัวมีเรื่อง...ซึ่งจริงๆ แล้วควรเข้าไป) ตอนนั้นฝนปรอยแบบบางมาก จะเรียกว่าละอองหลังฝนก็ได้ น้องเราเลยโทรไปหาลูกเรา แล้วบอกว่า "ฝนหยุดแล้วลูกขี่มอเตอร์ไซกลับเลยนะ น้าเอาเสื้อกันหนาวมาให้ ลูกค้างที่นี่ไม่ได้ นอกจากมันไม่เหมาะสมอย่างที่สุดแล้วไม่รู้ว่าพรุ่งนี้พ่อแม่เขาจะมาเรียกเงินกับเรารึเปล่า เอาเป็นว่า น้าเชื่อมั่นในตัวลูกนะครับและลูกเองก็ต้องเชื่อมั่นในตัวแม่และน้าด้วย น้าไม่เคยห้าม แต่ถ้าเกินไปก็ต้องปรามกันบ้างกลับถึงบ้านแล้วน้าจะเล่าให้ฟังว่าทำไมลุกถึงค้างบ้านเขาไม่ได้"
ลูกเราขี่มอเตอร์ไซออกหน้า น้องสาวเราขับรถตามหลัง น้องส่งรูปลูกเรามาให้ดู (อยากใส่รูปให้แต่ใส่ไม่ได้ค่ะ) ตอนที่ขี่อยุ่หน้ารถน้อง เห็นแล้วสงสารลูกมาก มีเม็ดฝนปรอยๆ สองฝั่งถนนเป็นป่า ลูกคงโกรธแหละ แต่เราจะไม่สร้างนิสัยการนอนบ้าน ผญ แบบนี้ให้ลูกเด็ดขาด เลยพาลไปโกรธแม่ของ ผญ เราว่าเราทั้งพยายาม ทั้งสอน ทั้งดูแล แต่ฝั่งนั้นไม่ได้คิดถึงหัวอกเราเลย เขาคิดถึงแต่เขาว่าให้ ผช ไปบ้านดีแล้ว ลูกเขาจะได้อยู่ในสายตา แต่การที่เขาต้องการให้ลูกเราไปควรโทรมาขออนุญาตกับเรามากกว่าไหม ไม่ใช่โทรหาลุกเราเอง ซึ่งเด็กมันไปอยู่แล้ว ที่เราโกรธคือ คุณก็เป็นแม่คนคุณยังกล้าทำกับเราแบบนี้ ทำไมคุณไม่คิดบ้างว่าถ้าเราทำแบบคุณบ้าง คุณจะรู้สึกอย่างไร
ตอนนี้เรามืดมาก คิดไม่ออกจะทำไงดี ถ้าพ่อแม่เขาไม่พยายามเหมือนเรา เราต้องทำแบบไหน เราต้องสอนอย่างไร เพื่อให้มั่นใจว่าลูกเราจะไม่หลงเขาหัวปักหัวปำ (ลูกคนโตคิดไม่ค่อยทันใครค่ะ แต่เขาก็จะเชื่อในความคิดของเขาเอง) ตอนนี้ลูกเริ่มจะออกนอกลู่นอกทาง ถึงขั้นทิ้งน้องไว้แล้วไปหา ผญ ยิ่งฝั่งโน้นอ้าแขนรับ เรายิ่งเหนื่อย เราจะทำแบบเขาดีไหม คือ เกลือจิ้มเกลือ หรือควรทำยังไงดี อบรมสั่งสอนลูกอย่างไรดีคะ ขอคำแนะนำทีค่ะ
ขอบคุณค่ะ