สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้แรกของดิฉันเลย หากผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะคะ
เริ่มเรื่องเลยคือดิฉัน เป็นลูกคนโตอาศัยอยู่กับคุณตาคุณยายตั้งเเต่เด็กๆ ถามว่าคุณเเม่กับคุณพ่อไปไหน? คุณแม่มีสามีใหม่ ส่วนคุณพ่อดิฉันไม่เคยเจอหน้าเค้าเลย รู้เพียงเเต่ชื่อ ทำให้ดิฉันไม่ได้อยู่ทั้งกับคุณพ่อและคุณแม่ ฉะนั้นดิฉันจึงตั้งใจเรียน พยายามเป็นเด็กที่ดีและคนดีที่สุดเท่าที่ทำได้ ขอบอกก่อนว่าที่บ้านของดิฉันไม่ได้มีฐานะรำ่รวยอะไร พอมีพอกิน ทุกๆครั้งงที่ที่บ้านมีปัญหาเรื่องการเงิน หรือ ครอบครัวมีปัญหาทะเลาะกัน มันทำให้ดิฉันรู้สึกอยากหยุดเรียนหนังสือ แล้วเริ่มต้นทำงานเพื่อเลี้ยงทุกคนในครอบครัว ซึ่งดิฉันรู้ดีว่ามันคงเป็นไปไม่ได้(เพราะที่บ้านมีสมาชิกทั้งหมด8คน)แต่ใจดิฉันก็ยังอยากทำแบบนั่น สุดท้ายดิฉันก็เรียนต่อไป เพื่อวันหนึ่งดิฉันจะได้มีงานที่ดี ที่มั่นคง พอที่ดูแลทุกคน ทำให้ตั้งแต่เล็กจนโตดิฉันไม่กล้าที่จะทำความผิดอะไรเลย แม้มันจะเป็นความผิดเพียงเล็กน้อยก็ตาม ถ้ายิ่งพวกเขาทะเลาะกัน ดิฉันจะกลัวมากและอยากหยุดเวลาตรงนั้นเอาไว้เลย มันเจ็บปวดมาก เวลาเห็นคนที่เรารักต้องมาทะเลาะ มันยิ่งตอกย้ำให้ดิฉันรู้ว่า ดิฉันต้องรีบเรียนให้จบ จะได้มีงานทำ (เรื่องที่ทางบ้านทะเลาะกันก็จะเป็นเรื่องงานพอเหนื่อยจากงานอารมณ์ก็ไม่ดี พออารมณ์ไม่ดี แค่ผิดหนูผิดตานิดเดียวก็เป็นฉนวนให้เกิดความขัดแย้งแล้ว) เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ใช้จ่ายดิฉันก็พยายามใช้จ่ายให้น้อยที่สุด พยายามเก็บเอาไว้บ้าง จะได้ไม่ต้องขอเขา บางทีเคยคิดว่าถ้าไม่มีดิฉัน ทางบ้านอาจเหลือเงินเก็บมากกว่านี้ ที่เล่ามามันเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งในความรู้สึกของดิฉัน อาจจะเล่าไม่ละเอียดหรือทำให้ผู้อ่านงงบ้างก็ขออภัยด้วยนะคะ
จนตอนนี้ก็กลายเป็นนิสัยของดิฉันไปแล้ว เห็นคนอื่นทุกข์เห็นคนอื่นลำบากจะทนไม่ได้ อยากเข้าไปช่วยอยากให้คนทุกข์เป็นตัวเราเอง ทำอะไรก็จะกลัวไปหมด กลัวผิดพลาด กลัวทำไม่ถูกต้อง เพื่อนเคยบอกกับดิฉันว่าดิฉันจริงจังกับชีวิตเกินไปหรือเปล่า
สุดดท้ายนี้ มีใครเป็นเหมือนดิฉันไหมค่ะ ถ้าเป็นคุณจัดการกับความรู้สึกนี้ยังไงค่ะ
จากความกังวลที่กลายเป็นความกลัว(จากครอบครัว)
เริ่มเรื่องเลยคือดิฉัน เป็นลูกคนโตอาศัยอยู่กับคุณตาคุณยายตั้งเเต่เด็กๆ ถามว่าคุณเเม่กับคุณพ่อไปไหน? คุณแม่มีสามีใหม่ ส่วนคุณพ่อดิฉันไม่เคยเจอหน้าเค้าเลย รู้เพียงเเต่ชื่อ ทำให้ดิฉันไม่ได้อยู่ทั้งกับคุณพ่อและคุณแม่ ฉะนั้นดิฉันจึงตั้งใจเรียน พยายามเป็นเด็กที่ดีและคนดีที่สุดเท่าที่ทำได้ ขอบอกก่อนว่าที่บ้านของดิฉันไม่ได้มีฐานะรำ่รวยอะไร พอมีพอกิน ทุกๆครั้งงที่ที่บ้านมีปัญหาเรื่องการเงิน หรือ ครอบครัวมีปัญหาทะเลาะกัน มันทำให้ดิฉันรู้สึกอยากหยุดเรียนหนังสือ แล้วเริ่มต้นทำงานเพื่อเลี้ยงทุกคนในครอบครัว ซึ่งดิฉันรู้ดีว่ามันคงเป็นไปไม่ได้(เพราะที่บ้านมีสมาชิกทั้งหมด8คน)แต่ใจดิฉันก็ยังอยากทำแบบนั่น สุดท้ายดิฉันก็เรียนต่อไป เพื่อวันหนึ่งดิฉันจะได้มีงานที่ดี ที่มั่นคง พอที่ดูแลทุกคน ทำให้ตั้งแต่เล็กจนโตดิฉันไม่กล้าที่จะทำความผิดอะไรเลย แม้มันจะเป็นความผิดเพียงเล็กน้อยก็ตาม ถ้ายิ่งพวกเขาทะเลาะกัน ดิฉันจะกลัวมากและอยากหยุดเวลาตรงนั้นเอาไว้เลย มันเจ็บปวดมาก เวลาเห็นคนที่เรารักต้องมาทะเลาะ มันยิ่งตอกย้ำให้ดิฉันรู้ว่า ดิฉันต้องรีบเรียนให้จบ จะได้มีงานทำ (เรื่องที่ทางบ้านทะเลาะกันก็จะเป็นเรื่องงานพอเหนื่อยจากงานอารมณ์ก็ไม่ดี พออารมณ์ไม่ดี แค่ผิดหนูผิดตานิดเดียวก็เป็นฉนวนให้เกิดความขัดแย้งแล้ว) เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ใช้จ่ายดิฉันก็พยายามใช้จ่ายให้น้อยที่สุด พยายามเก็บเอาไว้บ้าง จะได้ไม่ต้องขอเขา บางทีเคยคิดว่าถ้าไม่มีดิฉัน ทางบ้านอาจเหลือเงินเก็บมากกว่านี้ ที่เล่ามามันเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งในความรู้สึกของดิฉัน อาจจะเล่าไม่ละเอียดหรือทำให้ผู้อ่านงงบ้างก็ขออภัยด้วยนะคะ
จนตอนนี้ก็กลายเป็นนิสัยของดิฉันไปแล้ว เห็นคนอื่นทุกข์เห็นคนอื่นลำบากจะทนไม่ได้ อยากเข้าไปช่วยอยากให้คนทุกข์เป็นตัวเราเอง ทำอะไรก็จะกลัวไปหมด กลัวผิดพลาด กลัวทำไม่ถูกต้อง เพื่อนเคยบอกกับดิฉันว่าดิฉันจริงจังกับชีวิตเกินไปหรือเปล่า
สุดดท้ายนี้ มีใครเป็นเหมือนดิฉันไหมค่ะ ถ้าเป็นคุณจัดการกับความรู้สึกนี้ยังไงค่ะ