สวัสดีค่ะ วันนี้เราก็ถือโอกาสมาแชร์เรื่องราวประสบการณ์ที่เราเคยได้เจอมานะคะ เป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคลพอสมควรค่ะ แต่เรื่องจริงแน่นอนค่ะ แต่ยังไงก็ถือว่าเรามาเล่าเพื่อให้ความบันเทิงแล้วกันนะคะ มาค่ะเริ่มเลย
เรื่องแรก...เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตอน ม. 5 (หรือม. 4 เทอม 2 เราไม่แน่ใจอันนี้สับสนนิดหน่อย ขออภัย )ตอนนั้นเราได้ไปเข้าค่ายธรรมะของโรงเรียน (เป็นโครงการของวิชาพระพุทธ) ตอนนั้นไปกันยกชั้นค่ะ ตั้งแต่ห้อง 1 ถึงห้อง 10 แล้วก็มีอีกหนึ่ง รร. จากอำเภอใกล้เคียงไปเข้าค่ายพร้อมกัน วัดที่เราไปเป็นวัดปฏิบัติธรรมชื่อดังของภาคอีสาน ของหลวงพ่อจรัญค่ะ หลายๆคนน่าจะเดาได้เนอะ (ขออนุญาตไม่กล่าวถึงชื่อตรงๆนะคะ) จุดมุ่งหมายหลักของการไปค่ายคือ ถือศีลแปด และวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งว่ากันว่าได้กุศลอย่างยิ่ง ส่วนตัวเรานั้นตั้งใจมากๆค่ะ กับการปฏิบัติธรรมครั้งนี้ คือตอนนั้นหวังว่าบุญกุศลที่ทำครั้งนี้จะช่วยให้สอบติดมหาลัยดีๆ 55555 นั่นละค่ะ วันแรกที่ไปถึงพระอาจารย์ที่จะอบรมพวกเรา ท่านได้บอกไว้ ว่าห้ามดื้อ ห้ามซน ไม่งั้นจะเจอดีนะ แต่ตอนนั้นท่านพูดในเชิงสนุกนะคะ เพราะว่ามีเด็กมาเยอะ แค่จาก รร. เรานี้ก็มีเด็กเกรียนเยอะแล้ว 555 คงต้องมีการเตือนไว้ก่อน แล้วก็มีเรื่องเล่าว่า ตอนกลางคืนนั้นจะมีเทวดานางฟ้าลงมาสวดมนต์ที่ศาลา แล้วก็จะมีสัมภเวสีมารอรับผลบุญกันมากมาย ถามว่าตอนนั้นเราเชื่อไหม เราก็ไม่เชื่อซะทีเดียวค่ะ ระหว่างเข้าค่ายนั้นเราก็พยายามตั้งใจปฏิบัติธรรมอย่างดี จนถึงวันสุดท้ายวันที่จะกลับกันแล้ว หลังจากทำวัตรเช้าเสร็จ ถ้าเราจำเวลาไม่ผิดน่าจะประมาณตีห้าจะครึ่ง ฟ้ายังไม่สว่างเลย พระอาจารย์และแม่ชี ก็ให้พวกเราทั้งหมดเดินจงกลมจากศาลาใหญ่ ไปยังลานโพธิ์ด้านนอก โดยเดินกันทีละแถวค่ะ เราอยู่แถวแรกประมาณคนที่สิบเห็นจะได้ คือตอนเดินท่านให้หลับตานะคะ แต่ลืมตามองได้เป็นระยะ แล้วก็มีคุณครูค่อยบอกทางไปเป็นช่วงๆค่ะ พอเดินมาจนถึงลานดินที่เป็นเหมือนสนามกว้างๆ ก่อนที่จะเข้าไปลานโพธิ์ ตรงนั้นเป็นตรงที่ทำให้เราเจอสิ่งที่ทำให้รู้สึกตื้อในอกขึ้นมา เราได้ยินเสียง ยายแก่ๆ พูดคำว่า สาธุ ขึ้นมา ทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งแรกที่ได้ยินเสียงเราคิดว่าหูฟาด แล้วเราก็รีบลืมตาขึ้นมาเพื่อมองหาเสียง เพราะตอนนั้นแต่ละคนเดินห่างกันพอสมควรเลย แม่ชีเองท่านก็เดินนำหน้าแถว ตอนมองหาเราก็ยังได้ยินเสียงนั้นดังขึ้นอยู่ จนครบ 3 ครั้ง ความรู้สึกตอนนั้นไม่ได้กลัวซะทีเดียว แต่เป็นความรู้สึกสุขใจกับสิ่งที่เราทำแล้วเกิดผลดีต่อผู้อื่น ถือว่าที่เรามาปฏิบัติธรรมในครั้งนี้ไม่เสียเปล่าเลยจริงๆ : ) ส่วนแรกที่เล่านี้คือเป็นความประทับใจของเรานะคะ
เดี๋ยวขอแถมในส่วนหลอนๆนิดนึงค่ะ 5555 ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นคืนที่ 2 ค่ะที่เราเจอดี ขออธิบายนิดนึง ตรงที่พวกเรานอน คือข้างใต้ศาลาปฎิบัติธรรมนะคะ จะเป็นห้องใหญ่ๆติดกันหลายห้อง ประตูจะเป็นแบบสองบาน แล้วข้างบนประตูจะเป็นหน้าต่างกระจกใส ซึ่งไฟจากโถงเดินก็จะสว่างมาถึงข้างในด้วย กลุ่มของเราจะนอนใกล้ประตู คืนนั้นพอจะนอนกันแล้ว เพื่อนก็สะกิดให้เราไปปิดประตู ก่อนลุกไปปิดเราก็มองดูแล้วว่าเพื่อนมากันครบยัง เราจึงลุกไปปิด จังหวะที่เจอดีนี่คือ ตอนเราหันกลับมาจะเดินไปที่นอนค่ะ เจอผู้หญิงใส่ชุดขาว ยืนอยู่ด้านหลังเรามองแวบเดี๋ยวค่ะ ในใจนี่ชัดเลยไม่ใช่อะไรปกติแน่เพราะเรามองดูทั่วห้องเเล้วว่าทุกคนเตรียมจะนอนกันหมด เรารีบนอนห่มผ้าเลย แล้วบอกในใจหนูมาดีนะคะ หนูมาทำบุญ 555
บางสิ่งที่มองไม่เห็น ไม่ได้แปลว่าไม่มีอยู่จริง
เรื่องแรก...เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตอน ม. 5 (หรือม. 4 เทอม 2 เราไม่แน่ใจอันนี้สับสนนิดหน่อย ขออภัย )ตอนนั้นเราได้ไปเข้าค่ายธรรมะของโรงเรียน (เป็นโครงการของวิชาพระพุทธ) ตอนนั้นไปกันยกชั้นค่ะ ตั้งแต่ห้อง 1 ถึงห้อง 10 แล้วก็มีอีกหนึ่ง รร. จากอำเภอใกล้เคียงไปเข้าค่ายพร้อมกัน วัดที่เราไปเป็นวัดปฏิบัติธรรมชื่อดังของภาคอีสาน ของหลวงพ่อจรัญค่ะ หลายๆคนน่าจะเดาได้เนอะ (ขออนุญาตไม่กล่าวถึงชื่อตรงๆนะคะ) จุดมุ่งหมายหลักของการไปค่ายคือ ถือศีลแปด และวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งว่ากันว่าได้กุศลอย่างยิ่ง ส่วนตัวเรานั้นตั้งใจมากๆค่ะ กับการปฏิบัติธรรมครั้งนี้ คือตอนนั้นหวังว่าบุญกุศลที่ทำครั้งนี้จะช่วยให้สอบติดมหาลัยดีๆ 55555 นั่นละค่ะ วันแรกที่ไปถึงพระอาจารย์ที่จะอบรมพวกเรา ท่านได้บอกไว้ ว่าห้ามดื้อ ห้ามซน ไม่งั้นจะเจอดีนะ แต่ตอนนั้นท่านพูดในเชิงสนุกนะคะ เพราะว่ามีเด็กมาเยอะ แค่จาก รร. เรานี้ก็มีเด็กเกรียนเยอะแล้ว 555 คงต้องมีการเตือนไว้ก่อน แล้วก็มีเรื่องเล่าว่า ตอนกลางคืนนั้นจะมีเทวดานางฟ้าลงมาสวดมนต์ที่ศาลา แล้วก็จะมีสัมภเวสีมารอรับผลบุญกันมากมาย ถามว่าตอนนั้นเราเชื่อไหม เราก็ไม่เชื่อซะทีเดียวค่ะ ระหว่างเข้าค่ายนั้นเราก็พยายามตั้งใจปฏิบัติธรรมอย่างดี จนถึงวันสุดท้ายวันที่จะกลับกันแล้ว หลังจากทำวัตรเช้าเสร็จ ถ้าเราจำเวลาไม่ผิดน่าจะประมาณตีห้าจะครึ่ง ฟ้ายังไม่สว่างเลย พระอาจารย์และแม่ชี ก็ให้พวกเราทั้งหมดเดินจงกลมจากศาลาใหญ่ ไปยังลานโพธิ์ด้านนอก โดยเดินกันทีละแถวค่ะ เราอยู่แถวแรกประมาณคนที่สิบเห็นจะได้ คือตอนเดินท่านให้หลับตานะคะ แต่ลืมตามองได้เป็นระยะ แล้วก็มีคุณครูค่อยบอกทางไปเป็นช่วงๆค่ะ พอเดินมาจนถึงลานดินที่เป็นเหมือนสนามกว้างๆ ก่อนที่จะเข้าไปลานโพธิ์ ตรงนั้นเป็นตรงที่ทำให้เราเจอสิ่งที่ทำให้รู้สึกตื้อในอกขึ้นมา เราได้ยินเสียง ยายแก่ๆ พูดคำว่า สาธุ ขึ้นมา ทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งแรกที่ได้ยินเสียงเราคิดว่าหูฟาด แล้วเราก็รีบลืมตาขึ้นมาเพื่อมองหาเสียง เพราะตอนนั้นแต่ละคนเดินห่างกันพอสมควรเลย แม่ชีเองท่านก็เดินนำหน้าแถว ตอนมองหาเราก็ยังได้ยินเสียงนั้นดังขึ้นอยู่ จนครบ 3 ครั้ง ความรู้สึกตอนนั้นไม่ได้กลัวซะทีเดียว แต่เป็นความรู้สึกสุขใจกับสิ่งที่เราทำแล้วเกิดผลดีต่อผู้อื่น ถือว่าที่เรามาปฏิบัติธรรมในครั้งนี้ไม่เสียเปล่าเลยจริงๆ : ) ส่วนแรกที่เล่านี้คือเป็นความประทับใจของเรานะคะ
เดี๋ยวขอแถมในส่วนหลอนๆนิดนึงค่ะ 5555 ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นคืนที่ 2 ค่ะที่เราเจอดี ขออธิบายนิดนึง ตรงที่พวกเรานอน คือข้างใต้ศาลาปฎิบัติธรรมนะคะ จะเป็นห้องใหญ่ๆติดกันหลายห้อง ประตูจะเป็นแบบสองบาน แล้วข้างบนประตูจะเป็นหน้าต่างกระจกใส ซึ่งไฟจากโถงเดินก็จะสว่างมาถึงข้างในด้วย กลุ่มของเราจะนอนใกล้ประตู คืนนั้นพอจะนอนกันแล้ว เพื่อนก็สะกิดให้เราไปปิดประตู ก่อนลุกไปปิดเราก็มองดูแล้วว่าเพื่อนมากันครบยัง เราจึงลุกไปปิด จังหวะที่เจอดีนี่คือ ตอนเราหันกลับมาจะเดินไปที่นอนค่ะ เจอผู้หญิงใส่ชุดขาว ยืนอยู่ด้านหลังเรามองแวบเดี๋ยวค่ะ ในใจนี่ชัดเลยไม่ใช่อะไรปกติแน่เพราะเรามองดูทั่วห้องเเล้วว่าทุกคนเตรียมจะนอนกันหมด เรารีบนอนห่มผ้าเลย แล้วบอกในใจหนูมาดีนะคะ หนูมาทำบุญ 555