บู๊แหลก ซูเมอร์เอ็กซ์ กรุงเทพฯ - สังขละ 5วัน 4คืน (วันที่2)

สวัสดีครับ กับวันที่ 2 คราวนี้จะเริ่มลุยกันแบบต่อเนื่อง และวันนี้ก็ได้จุดหมายปลายทางเป็นสังขละบุรีแล้ว หลังจากวันแรกผมใช้เวลาไปดังนี้ครับ

ตั้งแต่ 6 โมงเย็น กินเลี้ยงงานปีใหม่บริษัท
เริ่มเดินทางตอนประมาณ ตี1-ตี2
แวะที่แรก องค์พระปฐมเจดีย์
ถึงกาญจนบุรี 6โมง-7โมงเช้า
*ผมไม่ได้กินเหล้า กินเบียร์สักหยดนะครับ จากงานเลี้ยง

ส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับการขับรถ แต่วันนี้จะเริ่มเที่ยวแล้ววววว

วันที่ 2 : ลุย!!!
ผมตื่นขึ้นมาประมาณเที่ยงๆ มั้งครับ รู้สึกเสียใจแรง เพราะมันใช้เวลาไม่คุ้มอีกไม่กี่ชั่วโมงพระอาทิตย์ก็จะหายไปแล้ว ผมลงมากินข้าวด้านล่าง ก็เจอเจ้าของแมนชั่นครับ ก็เลยถามเลยว่าที่นี้เขาเคาท์ดาวน์กันที่ไหน เจ๊เขาก็บอกว่า ในเมือง ตรงนู้นตรงนี้(จำไม่ได้) และก็สังขละบุรีเลย สังขละบุรี...เนี่ยแหละ เราจะไปที่นี่ เพราะผมเคยเห็นอนันดาเขาเคยขับรถมอไซค์ไปสังขละเหมือนกัน(เกี่ยวมั้ย)


นี่เป็นรูปที่พักผมอีกที ถ่ายตอนเช็คเอาท์ออกมาแล้ว เห็นตรงมอไซค์ไหมครับ เป็นทางขึ้นที่พักผม พอลงมาก็มีร้านอาหารกินเลย ไม่ต้องเดินไกล อิอิ

กินข้าวเสร็จ อาบน้ำ ชาร์จแบตมือถือ กล้อง เรียบร้อยทุกอย่าง เราก็เช็คเอาท์ออก!!

แต่เราต้องดูแลรถนิดนึง เดี๋ยวเป็นอะไรกลางทางมันจะไม่สวย ก็เลยเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องให้ จัดไป!!


ระหว่างที่รอถ่ายน้ำมันเครื่อง ก็เดินเล่นแถว บขส. เดินดูโน้น ดูนี้ไปเรื่อย สาวๆเมืองกาญฯก็น่ารักทุกคน ที่จริงผู้ชายก็มีแต่ผมมองไม่เห็น

และแล้วก็ออกลุยกันโลด ขับรถออกมาจาก บขส. เลี้ยวซ้ายคือ "สุสานอังกฤษ" เป็นทางที่ผมผ่านมานั้นเอง แต่ผมยังไม่เลือกกลับทางเก่า โดยคิดว่าเดี๋ยวขากลับจากสังขละค่อยมาแวะอีกที สุดท้ายก็ไม่ได้แวะสุสานอังกฤษครับ เพราะขากลับก็กลับตอนกลางคืนเหมือนกัน แป่วแป่วแป่ว

ผมเลือกเลี้ยวขวา ลุย!! ระหว่างขับรถอยู่แม่ผมก็โทรมา(แม่ยังไม่รู้เรื่อง) "สวัสดีครับท่านแม่ตอนนี้ผมอยู่กาญนะจ๊ะบุรี แฮ่!" แม่ผมก็ "$*%&!_!%jgI6" เว้นไว้ในฐานที่เข้าใจ...

หลังจากได้กำลังใจจากแม่แล้ว ไม่นานครับ ผมเจอสถานที่แรกเลย ทะแดมมม


ที่ไหนเอ่ย ติ๊กต่อกติ๊กต่อก


สะพานข้ามแม่น้ำแควครับผม คนเยอะมากนะครับ เป็นเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์ด้วยนะครับ ไม่อยากจะคิดว่าที่นี้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้น ผมอ่านป้ายประวัติได้ใจความว่า ที่จริงแล้วชื่อสะพานข้ามแม่น้ำแคว เพิ่งมาเปลี่ยนชื่อในตอนหลัง เพราะมีคนอังกฤษนำไปถ่ายทำภาพยนต์ ก็เลยตั้งชื่อให้ตรงกับในภาพยนต์ แล้วก็มีนักท่องเที่ยวมาตามหามากมาย ก็เลยกลายเป็นแหล่งเศรษฐกิจไปเลย ย้าฮู้ววว



มองเห็นเจ้าแม่กวนอิมด้วยครับ




สวัสดีฝรั่ง!!

มีกรุ๊ปจีนกรุ๊ปนึงเขาลงไปนอนถ่ายในรางรถไฟ ผมก็อยากทำบ้างเหมือนกัน

เดินไปจนสุดแล้วอีกฟากฝั่งนึงก็มีขายของเหมือนกันครับ แต่น้อย เห็นมีแต่เซียนพระยังไงไม่รู้ แต่ผมมีทีเด็ดกว่านั้นครับ นี้คือ


นักดนตรีท่านนี้ครับผม รู้สึกตอนนั้นพี่แกจะสีเพลง The Show ของ Lenka สุดยอดมากครับ ละมุนสุดๆ ผมมีความสุขสุดๆ ผมให้พี่เขาไป 20 บาท ในการสร้างความสุข ในฐานะนักดนตรีเหมือนกัน แต่ไม่ได้ชวนพี่เขาคุยนะครับ ไม่รบกวนดีกว่า


หากาแฟกินสักแก้วครับ ชื่นใจ๊ชื่นใจสุดๆ อากาศมันต่างกันครับ กับในกรุงเทพ


แล้วก็ บ๊ายบายสะพานข้าวแม่น้ำแคว

ต่อจากนี้คือน้ำตกเอราวัณครับ เป็นน้ำตกในโฆษณารีเจนซี่(ใช่หรือป่าว) ผมไม่รู้55 แต่เขาว่าสวย สิบปากว่ายังไม่เท่าตาเห็น ผมลุยอย่างเดียว

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
บรรยากาศระหว่างทาง

คือตอนนี้ผมขับรถออกมาจากสะพานข้ามแม่น้ำแควมาไกลมากแล้วครับ 1โล 2โล 3โล ก็ยังไม่เจอป้ายบอกทางไปน้ำตกเอราวัณ แต่เที่ยวเมืองไทยไม่มีวันหลงครับ ผมจอดถามทางตลอด แล้วพี่ๆก็ใจดีทุกคน "ไปทางนู้นเลยน้อง เดียวตรงไปนะเจอแยก เจอแยกอีก เดี๋ยวเลี้ยวซ้ายนะ" ครับ..ผมขอบคุณครับ แต่ผมจำไม่ได้หรอกครับ 555 เดียวค่อยไปแวะถามทางโน้นนนอีกที


"บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า"



วัดป่าเลไลย์ ครับ (ไม่รู้สะกดถูกหรือป่าว)
ระหว่างทางครับ ผมสะดุดตามากเลยครับ เพราะมันอยู่ข้างทาง ขับรถอยู่ก็แวบไปเห็นพอดีก็แวะจอดเลย ช่วงแรกๆตากล้องเสื้อชมพูเหมือนจะระแวงผมอยู่มาก หันมามองทางผมตลอด เพราะตอนนั้นมีแค่ตากล้องกับผมสองคนครับ ที่อยู่บริเวณนั้น 555

ตอนแรกผมคิดว่าเป็นสถานที่สงครามโลกอีก แต่ไม่ใช่ครับ เป็นวัดโบราณมีซากปรักหักพังเห็นได้ชัดเลย ก็ดีเหมือนกันครับ แวะพักตูดสักหน่อย มันเมื่อยตูดมากกก

ออกจากวัดป่าเลไลย์แล้วครับ ตอนนี้ผมมาไกลแล้วนะครับ เจอป้ายบอกทางไปน้ำตกเอราวัณแล้วครับ แต่มันก็เริ่มเย็นแล้ว พระอาทิตย์ไกล้จะตกแล้ว ก็ยังจะอัดคลิปต่อ

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
ก็ยังไม่แคล้วแวะอีกครับ



อุทยานประวัติศาสตร์ สงคราม 9 ทัพ
ตอนแรกผมคิดว่า(คิดไปเองอีกแล้ว) เป็นที่ที่เขาสร้างใหม่อะครับ ที่มีพระมหากษัตรย์ 9 องค์ องค์ใหญ่ๆ ยืนเรียงกัน เพราะทางเข้าเขาก็กำลังสร้างอยู่ครับ ผมเลยคิดว่าใช่ที่เดียวกันหรือป่าว แล้วมันอยู่ข้างทางพอดีก็เลยแวะสักหน่อย พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วนะครับ อากาศดี๊ดี ชีวิตดี๊ดี เย็นสบายยย

หลังจากนี้เป็นของจริงครับ ผมแวะเซเว่นแห่งนึงก่อนจะถามทางว่าน้ำตกเอราวัณไปอีกไกลไหม เขาบอกว่าไกล้ถึงแล้ว แต่ก็ไปอีกไกลเหมือนกัน(สรุปยังไงกันแน่) แต่ว่าพี่ไปไม่ทันหรอก เขาคงปิดไม่ให้เข้าแล้ว เอาแล้วไง! ซึ่งมันก็จริงครับ ตอนนั้นมืดแล้วครับ ทางที่ขับขึ้นไปเหมือนภูเขาเลยครับ คือขับขึ้นเขาแล้วครับ สูงชัน ถนนแคบ มืด น่ากลัว แมลงเยอะด้วยครับ ขนาดผมใส่แว่นมันยังบินเข้ามาในลูกกะตาผม ผมต้องขับช้าที่สุด และคอยมองกระจกหลังตลอดเวลา ถ้ามีไฟรถตามมา ผมก็จะแตะเบรครัวๆครับ ให้ไฟเบรคมันกระพิบ เพราะผมกลัวเขามองไม่เห็นผม และอีกอย่างนึงคือแสดงให้เขารู้ว่าเราเห็นเขาแล้วนะ เผื่อมีอะไรไม่ดี ไม่ชอบมาพากล ก็จะแตะเบรครัวๆ เพื่อให้เขารู้ว่าเรามองเขาอยู่ ตอนนี้ไม่มีคลิปแล้วครับ อัดคลิปก็บ้าแล้ว

จนมาถึงชุมชนหนึ่งครับ มีแสงไฟ มีป้ายหยุดตรวจ มีร้านค้าสองข้างทาง ยาวประมาณ 500 เมตร เห็นจะได้ เป็นชุมชนเล็กๆ เลยจอดถามทางไปน้ำตกเอราวัณ เขาบอกว่าถึงแล้วครับ ขับไปอีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว แต่ว่ามันปิดแล้วครับ พอดีพี่แกมีห้องพัก(พอดีจริงๆ) มาพักห้องพี่ก่อนคืนละ 500 พรุ่งนี้ค่อยเดินทางต่อ โอเคครับ ไม่มีทางเลือก555

อันนี้เป็นสองข้างทางนะครับ บรรยากาศ

ข้างในห้องพัก

วางข้าวของเสร็จ ก็ต้องมาหาอะไรกินสักหน่อย!

กินก๋วยเตี๋ยวเสร็จก็ตบด้วยนี่!! ด้วยความชื่นใจ สบายอกสบายกาย กับ อากาศหนาวๆ กันไปเลย


วันที่ 2 ของผมผ่านไป เดี๋ยวมาต่อใน วันที่ 3 !!!!!!!!!!!!!!!!!

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่