เมื่อผมฟิวส์ขาดกับลูกน้องที่อยุมานานมากตั้งแต่ผมเด็ก ผมแรงไปมั้ย

บ้านผมมีลูกน้องคนนึงเปน ผญ ทำงานมาตั้งแต่ผมยังเรียน จนตอนนี้ผมมาช่วยงานพ่อแม่ เขากก็ทำงานโอเค แต่สิ่งที่ผมไม่ชอบก็คือ พฤติกรรมที่อยุมานานแล้วเหลิงคิดว่าจะพูดอะไรก็ได้ กับแม่เขาไม่เหลิงหรอก เพราะส่วนมากเขาทำงานกับแม่แล้วแม่ก็ว่าเขาบ่อย แต่กับพ่อซึ่งส่วนมากคุมคนงาน ผช แล้วพ่อก็ไม่ค่อยได้อยุข้างในเท่าไหร่ พ่อเปนคนขี้บ่น พูดมาก  จู้จี้  ซึ่งคนงานจะรู้ดีแล้วก็มานินทาให้ผมฟังบ้าง ซึ่งผมก็ขำๆ แต่มีแต่พี่คนนี้คนเดียวที่กล้าสวนพ่อต่อหน้าหลายครั้งแต่พ่อก็ปล่อยผ่านไป อย่างเวลาทำงานพลาดพ่อผมก็มาว่าเขานิดหน่อย เขาตอบกลับเปนภาษาอีสานว่า "อย่าปากๆ เจ้าหนะอย่าปาก" (แปลว่า หุบปาก) มีครั้งนึงพ่อผมก็พูดๆๆเหมือนสั่งสอนอ่ะครับแต่ว่าพูดย้ำไปมา เขาก็บอกว่า "โอ้ยยย อย่าเว้าหลายน่าา ! " (แปลว่า อย่าพูดมากได้ไหม) แล้ว พ่อผมใช้ให้เขาทำงานๆนึง แต่เขาลืมทำ พอพ่อผมถาม เขาก็บอก "อย่าบ่นๆ งานมันหลายอย่าง" สีหน้าและน้ำเสียงเขาแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความไม่พอใจ กล้าพูดโดยที่ไม่กลัวโดนไล่ออก ผมเหนหลายครั้งจนผมทนไม่ไหว เลยคุยกับแม่ แม่บอกว่า เขาอยุมานานเลยพรั้งปาก แต่ผมว่ามันไม่เหมาะที่จะพูดกับคนที่จ่ายเงินเดือนให้โดยที่ไม่เกรงใจแบบนี้ ผมเลยพูดกับพี่เขาตรงๆว่า พี่เปนคนที่ทำงานดีมากๆ แล้วอยุมานาน แต่สิ่งที่ผมไม่ชอบที่สุดคือการไม่เกรงใจ คุณมาทำงานก็ควรที่จะเกรงใจคนที่จ่ายเงินให้คุณ ไม่ใช่ว่าอยุมานานแล้วจะพูดอะไรพูด คนอื่นเขายังไม่เปนแบบพี่เลย คนงานสมัยนี้หายากครับโดยเฉพาะคนที่รู้งาน ผมยังอยากให้พี่ทำงานอยุแต่อยากให้เปลี่ยนพฤติกรรม เพราะถึงจะทำงานเก่งรู้งานแค่ไหนแต่ถ้าไม่เกรงใจกัน ผมก็ลำบากใจที่จะทำงานด้วย. พอผมพูดไปพี่เขาก็ทำหน้าบึ้งไม่พอใจแล้วเดินไปทำงานต่อ.

#ขอให้ไม่มีคำหยาบคาย คำเหน็บแนม และแสดงความเห็นอย่างมีวุฒิภาวะนะครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่