"เทสแล้วไม่เอา" พูดแบบนี้ก็ได้หรอ???

กระทู้สนทนา
สวัสดีค่ะเพื่อนๆชาวพันทิบ  เราอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ในช่วงเวลาสั้นๆที่โคตร!เสียความรู้สึกเลย
ขอบอกก่อนว่าเราเป็นนักเรียนมัธยมปลายค่ะ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเรากับเพื่อนอีกสองคน(ขอแทนว่าA กับB)
ไปเดินเล่นที่ห้างใหญ่แห่งหนึ่งย่านพระรามสอง


          (ย่อหน้านี่น้ำๆ)  เริ่มเรื่องเลยนะคะ เพิ่งหาของกินเสร็จเรากับเพื่อนก็เดินเล่นอยู่ สักพักเพื่อนเราชื่อAก็บอกว่า เอ้อ..แวะร้านStardust กันไหมอยากไปดูๆเครื่องสำอาง เรากับเพื่อนอีกคนก็โอเค พอเดินผ่านก็เข้าไปค่ะ ตัวเราเองก็คิดไว้ว่าอยากจะดูๆยาทาเล็บกับดินสอเขียนคิ้ว ส่วนเพื่อนเราที่ชื่อAเป็นคนคลั่งลิปก็เดินไปเทสๆสีลิปดูเผื่อเจอสีที่ชอบ ก็เลยเดินไปกับB ส่วนเราก็เดินๆดูของหลายๆอย่างรอบๆร้าน หาดินสอเขียนคิ้วยี่ห้อใหม่ๆดูบ้าง ระหว่างเดินเราก็ถือตะกร้าใส่ของนั่นหละค่ะเดินวนไปวนมา พนักงานในร้านหลายคนมากที่พอ “เราเดินผ่านมองจำนวนของในตะกร้าก่อนที่จะมองหน้าเราซะอีก” เราก็พยายามคิดว่าเราคิดไปเอง..และจากการวนเป็นสิบรอบแต่ก็ปรากฏว่าหาของที่ถูกใจไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร  ก็ไปจ่ายตังแค่เฉพาะค่ายาทาเล็บ2ชิ้น ขณะรอชำระเงินก็มีลูกค้าก่อนหน้าเราประมาณ2คน ซื้อของพอสมควร คนแรกก็จ่ายไป.. (โดยมีพนักงานที่ตอนแรกอยู่ที่เชล์ฟวางสินค้ามาช่วยถือของออกจากตะกร้าเพื่อคิดเงิน) คนที่สองก็จ่ายไป..(มีพนักงานคอยช่วยแบบคนแรก)พอยื่นถุงให้ลูกค้าพนักงานก็ขอบคุณลูกค้าคนนั้นอย่างเป็นมิตร และเดินเชิดเรากลับเชล์ฟตัวเองไป?  
คือตอนนั้นเราก็แอบงงแต่ก็คิดว่าเขาคงไม่เห็นเรามั้ง ถึงช่วยคนก่อนๆหยิบของแต่ไม่ช่วยเราหยิบ(เราไม่ได้เครียดที่เขาไม่หยิบให้แต่แค่คิดว่าการบริการนี่ขึ้นอยู่กับลูกค้าเป็นใครหรือซื้อเยอะน้อยแค่ไหนหรอค่ะ???) พอจ่ายตังเสร็จ.. เราก็เดินออกมาหาเพื่อน

              (ย่อหน้านี้เนื้อๆละ)****เพื่อนเราก็เล่าให้เราฟังแบบนี้(คำเล่าในมุมของA)****
A เล่าว่า: คือกูกับB เดินวนตรงเชล์ฟลิป wetnwild 2รอบ แล้วคือสี bare it all มันไม่มีตัวเทสเตอร์
Bมันเลยถามพี่เขาว่า “มีเทสมั้ยค่ะพี่”  แล้วตรงเชล์ฟเดียวกันเนี่ยมีลิปแท่งนึง แต่ที่ก้นลิปมันไม่บอกสีว่าสีอะไร พวกกูเลยเอามันมาเทสสีเพื่อเทียบกับแท่งลิปสีที่ต้องการจะซื้อ(เพราะลิปมันยังอยู่ในซีนพลาสติกอยู่) เลยอยากรู้ว่าเป็นสีเดียวกันหรือเปล่า   แต่พอเทสแล้วมันเป็นคนละเบอร์กัน ที่อยากได้มันเข้มกว่านี้…
หลังจากที่Bมันถามพนักงานเขาว่ามีเทสไหมค่ะ พนักงานเขาก็บอก “นั้นไงก็ที่ถืออยู่” Bก็บอกว่ามันคนละสีกันค่ะ พนักงานก็ยังบอกว่าสีเดียวกัน ละเขาก็ส่องไฟ พร้อมกับเทสให้ดูใหม่ และก็เงียบไปสักแปบเพราะเหมือนรู้ว่ามันคนละสีกันจริง  ด้วยความที่พวกกูไม่แน่ใจไงว่าตัวเทสอันนี้เป็นสีที่อยากซื้อหรือเปล่า เพราะมันดูอ่อนกว่าลิปสีที่อยากจะซื้อ(ซึ่งยังซีนอยู่และไม่มีตัวเทส)
พี่เขาก็ดันพูดขึ้นมาว่า “เทสแล้วก็ไม่เอา..”  
พอเพื่อนเล่าจบเรานี่แบบ ห้ะ!!ถามแบบนี้ก็ได้หรอ??? เราต้องซื้อสินค้าทุกตัวที่เราเทสเลยหรอค่ะในเมื่อตัวทดลองมีไว้เพื่อให้ลูกค้าประกอบการตัดสินใจนั่นหมายความว่าเรามีสิทธิที่จะไม่ชอบและตัดสินใจไม่ซื้อไม่ใช่หรอ และทำไมต้องมาพูดแบบนี้? เรารู้สึกว่าจะพยายามช่างมันนะถ้านั่นคือการกระทำเดียวที่เรารับรู้มา แต่เท่าที่อยู่ในร้านเป็นเวลาร่วมๆ30-40นาที เรารู้สึกได้ถึงความไม่ใส่ใจของพนักงาน ยกตัวอย่างที่เราเห็นได้ชัด เช่น พูดคำว่า ‘ถามได้นะค่ะน้อง’ แต่พอเราถาม
เรา: พี่ค่ะ ดินสอเขียนคิ้วตัวนี้มีกี่สีค่ะ?
พนักงาน: อันนี้มีสีเดียว (ซึ่งเรารู้มาว่ามี3สี แต่ก็อะ..เผื่อสาขานี้เหลือสีเดียว)
เรา: อ่อ แล้วน้ำตาลนี่เฉดประมาณไหนอะค่ะ เข้มประมาณไหน(พยายามหาของยี่ห้ออื่นเพื่อเปรียบเทียบ)
พนักงาน: ก็เข้มแบบเข้มๆอะ (พูดน้ำเสียงเรียบๆพร้อมมองไปทางอื่นแบบไม่ได้สนใจไรเรามาก)
เรา: ………………..อ่อ.....ค่ะ
เรางงมากว่าแล้วถ้าแนะนำแบบนี้ จะพูดทำไมว่าถามได้นะคะ?? หรือถ้าข้อมูลไม่แน่นพอก็แค่แนะนำอะไรดีๆสักอย่างก็ได้ไม่ใช่เอาแต่เดินพูดคำว่า ‘ถามได้นะคะน้อง’ เพื่อแค่บอกให้รู้ว่าฉันดูแกอยู่นะ! แต่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย  เราขอบอกเลยว่าบริการสำคัญจริงๆนะคะไม่ต้องมาเชียร์ทุกตัว แนะนำในสิ่งที่ไม่สนใจ เดินตามตูด ช่วยถือตะกร้าเวลาซื้อเยอะหรอกค่ะ!? แค่แนะนำด้วยความเต็มใจและจริงใจก็พอ.. รู้นะคะว่าเราเป็นนักเรียนพอเข้าร้านแบบนี้พนักงานเลยมองว่าไม่มีตังซื้อแน่เลย แต่อย่าลืมค่ะทุกคนที่เหยียบเข้าร้านคือลูกค้า ไม่ต้องมาช่วยจำแนกค่ะว่าเรามีสถานะทางสังคมเป็นอะไร ทำตามหน้าที่ค่ะ เรามั่นใจมากว่าเราสุภาพกับพนักงานตลอดไม่ได้มาโหมดว่าฉันเป็นลูกค้าแกก็แค่พนักงาน ไม่มีค่ะ++ มีแต่เจอพนักงานนี่แหละค่ะหยิ่งใส่งงเหมือนกัน หลายต่อหลายร้านเลยที่ยังเป็นแบบนี้

***สรุป***
1.กระทู้นี้ไม่ได้เหมารวมพนักงานดีๆนะคะ ในร้านมีพนักงานที่ดีๆก็บางส่วนค่ะเราเห็นก็เทคแคร์ลูกค้าอยู่  แต่แค่บางคนที่อาการหนักจริงๆก็จะนินทาลูกค้าบ้าง จับผิดลูกค้าบ้าง มองตามบ้าง แซะแขวะบ้าง
2.เราไม่เข้าใจว่าการบริการลูกค้านี่ถูกจำแนกด้วยอะไรค่ะ? เป็นปัญหาที่ได้ยินมาโดยตลอดเรื่องของการที่แต่งตัวไม่ดีพอเข้าร้านไปก็เลยได้รับบริการแย่ๆกลับมา ในทีนี้เราใส่ชุดนักเรียนค่ะและเข้าใจว่าพนักงานน่าจะมองว่าเรากับเพื่อนมาเดินเล่น เทสเล่นๆขำๆและไม่ซื้อเลยไม่ใส่ใจให้บริการ
3.สิ่งที่เราต้องการจะสื่อก็คือ ถ้าหากสนใจจะบริการจริงๆ ก็ช่วยบริการอย่างเต็มใจและจริงใจด้วยค่ะ  หรือถ้าหากที่สุดแล้วไม่อยากบริการอารมณ์ไม่ดี ทะเลาะกับใครมา ก็แค่ควรเลิกทำงานบริการค่ะ.. ไม่ได้ประชดนะ แต่เรามองว่างานบริการคืองานที่ต้องดูแลเอาใจใส่ลูกค้าและมีผลต่อความรู้สึกของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์มาก เราก็เป็นคนหนึ่งค่ะ


ป.ล.ทั้งหมดนี้เป็นความรู้สึกจากเหตุการณ์สั้นๆที่เกิดขึ้น ขอโทษล่วงหน้าค่ะถ้าหากพูดอะไรล่วงเกินหรือพลาดไป
ป.ล.2 ถ้าแท็กห้องผิดก็ขอโทาทีนะค่ะ ไม่ค่อยได้เข้ามาบ่อยๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่