หลังจากที่รอกันมาสองปีติด ปีนี้ก็ได้รับข่าวดีว่ารถไฟขบวนพิเศษได้กลับมาแล้ว ทุกเสาร์ และ วันอาทิตย์ วันที่ 14,15,21,22,28,29 มกราคม 2560
ราคาตั๋วไป-กลับอยู่ที่ 270บาทต่อคน เด็กหรือผู้ใหญ่ราคาเท่ากันหมดค่ะ
รายละเอียดสำหรับการจองตั๋วนะคะ
ราคารถไฟลอยน้ำ : เป็นราคาเหมาต่อวัน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
270 บาท (ไป-กลับ) สำหรับคนที่ขึ้นตั้งแต่สถานีกรุงเทพ – อยุธยา
110 บาท (ไป-กลับ) สำหรับคนที่ขึ้นสระบุรีและแก่งคอย
60 บาท (ไป-กลับ) สำหรับคนที่ขึ้นแค่ไปนั่งรถไฟลอยน้ำช่วงแก่งเสือเต้น และสันเขื่อน

ขอบคุณข้อมูลจาก ทีมนั่งรถไฟ กับนายแฮมมึน และ ทีม พีอาร์ การรถไฟแห่งประเทศไทย ใครอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมหรือติดตามข่าวสารรถไฟไทยสามารถเข้าไปดู
ได้ที่ทางFacebook : ทีม พีอาร์ การรถไฟแห่งประเทศไทย และ ทีมนั่งรถไฟ กับนายแฮมมึน
เที่ยวออกจากสถานีหัวลำโพงประมาณเวลา07.10น. แล้วขากลับจากเขื่อน ประมาณ15.00น. ถึงกรุงเทพประมาณ 18.30น. ค่ะ
พอเค้าเปิดจองตั๋ววันแรก คนแห่ไปจองกันเพียบเลยค่ะ
สามารถจองได้ทุกสถานีทั่วประเทศ หรือโทรจองได้ทาง1690 สถานีจากกรุงเทพาสามารถขึ้นได้ที่ หัวลำโพง,สามเสน,บางซื่อ,บางเขน,หลักสี่,ดอนเมือง,รังสิต
ไปซื้อตั๋วก่อนเดินทางวันนึงเองก็คือวันที่13 มกราที่ผ่านมา จองตั๋วที่สถานีสามเสนเพราะมีธุระแถวนั้นพอดี แต่เราสามารถไปขึ้นรถไฟที่สถานีไหนก็ได้ตามที่เค้าระบุที่จอดและเวลาไว้ แนะนำให้ไปรอก่อนซัก30นาทีเพื่อเตรียมตัวที่ชานชาลาค่ะ
ตื่นแต่เช้านั่งแท็กซี่ไปขึ้นรถไฟที่สถานีดอนเมือง กำหนดที่จะมาถึงสถานีดอนเมืองคือ 07.50น. แต่ปรากฏว่ารถไฟมีปัญหานิดหน่อยเลยทำให้ล่าช้าค่ะ วันนี้วันเด็กแห่งชาติพอดีน้องๆหนูๆ เลยเยอะเป็นพิเศษ ทางสถานีรถไฟดอนเมืองใจดี มีไอติมและขนมมาแจกฟรีด้วยนะคะ สรุปมาช้ากว่าที่กำหนดไปประมาณ2ชั่วโมงค่ะ และแล้วรถไฟก็มาถึง 09.55น.





รถไฟมาแล้ว ปู๊นนน ปู๊นนน
ได้เวลาออกเดินทางกันแล้ว สถานีที่จะแวะต่อไปคือ สถานีรังสิตค่ะ รถไฟจะจอดรับคนไปเรื่อยๆตามที่ตารางกำหนดไว้ค่ะ แต่ปลายทางคือที่เดียวกันคือไปเขื่อนป่าสักค่ะเพราะรถไฟเป็นขบวนพิเศษสำหรับนำเที่ยวเท่านั้น แต่ละสถานีที่แวะจอดรับก็ไม่ได้เสียเวลามากค่ะ ปีนี้ระหว่างทางไปไม่ได้มีแวะทุ่งดอกทานตะวันนะคะ ปีนี้ไม่มีเยอะเท่าไหร่เพราะปีนี้อาจจะคงแล้งมากจริงๆ

ถึงสถานีเขื่อนป่าสักแล้ว แวะรับผู้โดยสารจากสถานีนี้ เป็นตั๋วยืน ไปเฉพาะดูจุดไฮไลท์ขึ้นจากสถานีเขื่อน ราคาตั๋วอยู่ที่60บาทนะคะ
ถึงจุดไฮไลท์เราแล้ว
เค้าจะมีบริการจอดรถไฟประมาณ30นาที ให้ผู้โดยสารทุกท่านลงจากรถไฟไปถ่ายรูปที่ระลึกกันได้ค่ะ

นี้คือโฉมหน้าคนขับรถไฟขบวนพิเศษที่พาพวกเราทุกคนมาเที่ยวในวันนี้ค่ะ

มีเวลาน้อยคนแถมเยอะ แดดก็อย่างร้อนเลยค่ะ ใครมาอย่าลืมพกหมวกหรือร่มมากันด้วยนะ

ได้เวลาเรียกขึ้นรถแล้วจ้า

ขอบคุณพี่ผู้ชายในรูปมากนะคะ พอดีชะนีน้อยอยากอัดวีดีโอแต่แขนสั้นไปหน่อย พี่เค้าเลยอาสาถือกล้องให้ ขอบคุณมากนะคะใจดีสุดๆ

หลังจากนั้นเค้าก็จะเปลี่ยนหัวจักรรถไฟมาอีกฝั่งนึงแล้วขับกลับไปจอดที่สถานีเขื่อนป่าสักค่ะ

สถานีเขื่อนป่าสัก

แพลนเดิมคือจอดแวะ3ชม.กลับตอน3โมงสำหรับการไปเขื่อนชมเขื่อนและกิจกรรมอีกมากมาย แต่หลังจากแพลนเปลี่ยนก็เลื่อนเวลาไปกลับช้ากว่าเดิม1ชั่วโมงค่ะ เราก็หาข้าวมื้อกลางวันทานกันก่อนเลยเพราะหิวมาก หลังจากลงรถไฟมาก็จะเห็นซุ้มขายอาหารตามสั่ง ข้าวเหนียว ไก่ย่าง ส้มตำ วินาทีนี้เลือกร้านไม่ได้ละเพราะคนแน่นทุกร้านเลยค่ะ หลังจากทานข้าวเสร็จก็เดินไปชมเขื่อนกัน มีการละเล่นและงานOTOPไว้ต้อนรับผู้มาเยือนค่ะ คุณยายน่ารัก

เดินมาด้านในก็จะมีร้านอาหารของเขื่อนคล้ายๆโรงอาหาร
ให้อาหารปลากันดีกว่า

ทางเขื่อนก็จะมีให้เช่ารถกอล์ฟขับไปเที่ยวรอบๆเขื่อน และจะมีบริการรถราง พาไปเที่ยวชมทุ่งดอกทานตะวัน ไหว้พระใหญ่ ให้อาหารสัตว์ด้วย




ได้เวลาสามโมงกว่าก็เดินไปที่สถานีรถไฟ รถไฟมาจอดรออยู่แล้วก็เลยรีบขึ้นไปรอกลับถึงกรุงเทพ 6โมงกว่าๆ ช้ากว่าแพลนเดิมไปเพียง1ชั่วโมงเท่านั้นเอง โดยรวมของทริป คือครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เรามีโอกาสได้นั่งรถไฟครั้งแรกในชีวิตเลย รู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษ ถึงบางช่วงอากาศจะร้อนไปบ้าง แต่ก็ถือว่าชิวมาก


เห็นมีข่าวมาว่าประมาณเดือนมีนาคมนี้ จะมีทริปไปอยุธยาอีกยังไงก็รอติดตามข่าวกันดูนะคะ เพราะตั๋วเต็มไวมากจริงๆ

กลับถึงกรุงเทพ แล้วนะคะ ต้องขอบคุณทุกคนและทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมกับการจัดกิจกรรมครั้งนี้มากๆนะคะ ประทับใจมากชอบ ไว้ถ้าโอกาสหน้ามีกิจกรรมอีก จะไม่พลาดแน่นอน ขอบคุณพ่อกับแม่ที่พาไปเที่ยววันเด็กไกลถึงลพบุรีเลย


[CR] ชะนีน้อยตะลอนทัวร์ : รถไฟลอยน้ำ ที่เขื่อนป่าสัก กลับมาแล้วจ้า
หลังจากที่รอกันมาสองปีติด ปีนี้ก็ได้รับข่าวดีว่ารถไฟขบวนพิเศษได้กลับมาแล้ว ทุกเสาร์ และ วันอาทิตย์ วันที่ 14,15,21,22,28,29 มกราคม 2560
ราคาตั๋วไป-กลับอยู่ที่ 270บาทต่อคน เด็กหรือผู้ใหญ่ราคาเท่ากันหมดค่ะ
รายละเอียดสำหรับการจองตั๋วนะคะ
ราคารถไฟลอยน้ำ : เป็นราคาเหมาต่อวัน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
270 บาท (ไป-กลับ) สำหรับคนที่ขึ้นตั้งแต่สถานีกรุงเทพ – อยุธยา
110 บาท (ไป-กลับ) สำหรับคนที่ขึ้นสระบุรีและแก่งคอย
60 บาท (ไป-กลับ) สำหรับคนที่ขึ้นแค่ไปนั่งรถไฟลอยน้ำช่วงแก่งเสือเต้น และสันเขื่อน
ขอบคุณข้อมูลจาก ทีมนั่งรถไฟ กับนายแฮมมึน และ ทีม พีอาร์ การรถไฟแห่งประเทศไทย ใครอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมหรือติดตามข่าวสารรถไฟไทยสามารถเข้าไปดู
ได้ที่ทางFacebook : ทีม พีอาร์ การรถไฟแห่งประเทศไทย และ ทีมนั่งรถไฟ กับนายแฮมมึน
เที่ยวออกจากสถานีหัวลำโพงประมาณเวลา07.10น. แล้วขากลับจากเขื่อน ประมาณ15.00น. ถึงกรุงเทพประมาณ 18.30น. ค่ะ
พอเค้าเปิดจองตั๋ววันแรก คนแห่ไปจองกันเพียบเลยค่ะ สามารถจองได้ทุกสถานีทั่วประเทศ หรือโทรจองได้ทาง1690 สถานีจากกรุงเทพาสามารถขึ้นได้ที่ หัวลำโพง,สามเสน,บางซื่อ,บางเขน,หลักสี่,ดอนเมือง,รังสิต
ไปซื้อตั๋วก่อนเดินทางวันนึงเองก็คือวันที่13 มกราที่ผ่านมา จองตั๋วที่สถานีสามเสนเพราะมีธุระแถวนั้นพอดี แต่เราสามารถไปขึ้นรถไฟที่สถานีไหนก็ได้ตามที่เค้าระบุที่จอดและเวลาไว้ แนะนำให้ไปรอก่อนซัก30นาทีเพื่อเตรียมตัวที่ชานชาลาค่ะ
ตื่นแต่เช้านั่งแท็กซี่ไปขึ้นรถไฟที่สถานีดอนเมือง กำหนดที่จะมาถึงสถานีดอนเมืองคือ 07.50น. แต่ปรากฏว่ารถไฟมีปัญหานิดหน่อยเลยทำให้ล่าช้าค่ะ วันนี้วันเด็กแห่งชาติพอดีน้องๆหนูๆ เลยเยอะเป็นพิเศษ ทางสถานีรถไฟดอนเมืองใจดี มีไอติมและขนมมาแจกฟรีด้วยนะคะ สรุปมาช้ากว่าที่กำหนดไปประมาณ2ชั่วโมงค่ะ และแล้วรถไฟก็มาถึง 09.55น.
รถไฟมาแล้ว ปู๊นนน ปู๊นนน
ได้เวลาออกเดินทางกันแล้ว สถานีที่จะแวะต่อไปคือ สถานีรังสิตค่ะ รถไฟจะจอดรับคนไปเรื่อยๆตามที่ตารางกำหนดไว้ค่ะ แต่ปลายทางคือที่เดียวกันคือไปเขื่อนป่าสักค่ะเพราะรถไฟเป็นขบวนพิเศษสำหรับนำเที่ยวเท่านั้น แต่ละสถานีที่แวะจอดรับก็ไม่ได้เสียเวลามากค่ะ ปีนี้ระหว่างทางไปไม่ได้มีแวะทุ่งดอกทานตะวันนะคะ ปีนี้ไม่มีเยอะเท่าไหร่เพราะปีนี้อาจจะคงแล้งมากจริงๆ
ถึงสถานีเขื่อนป่าสักแล้ว แวะรับผู้โดยสารจากสถานีนี้ เป็นตั๋วยืน ไปเฉพาะดูจุดไฮไลท์ขึ้นจากสถานีเขื่อน ราคาตั๋วอยู่ที่60บาทนะคะ
ถึงจุดไฮไลท์เราแล้ว
เค้าจะมีบริการจอดรถไฟประมาณ30นาที ให้ผู้โดยสารทุกท่านลงจากรถไฟไปถ่ายรูปที่ระลึกกันได้ค่ะ
นี้คือโฉมหน้าคนขับรถไฟขบวนพิเศษที่พาพวกเราทุกคนมาเที่ยวในวันนี้ค่ะ
มีเวลาน้อยคนแถมเยอะ แดดก็อย่างร้อนเลยค่ะ ใครมาอย่าลืมพกหมวกหรือร่มมากันด้วยนะ
ได้เวลาเรียกขึ้นรถแล้วจ้า
ขอบคุณพี่ผู้ชายในรูปมากนะคะ พอดีชะนีน้อยอยากอัดวีดีโอแต่แขนสั้นไปหน่อย พี่เค้าเลยอาสาถือกล้องให้ ขอบคุณมากนะคะใจดีสุดๆ
หลังจากนั้นเค้าก็จะเปลี่ยนหัวจักรรถไฟมาอีกฝั่งนึงแล้วขับกลับไปจอดที่สถานีเขื่อนป่าสักค่ะ
สถานีเขื่อนป่าสัก
แพลนเดิมคือจอดแวะ3ชม.กลับตอน3โมงสำหรับการไปเขื่อนชมเขื่อนและกิจกรรมอีกมากมาย แต่หลังจากแพลนเปลี่ยนก็เลื่อนเวลาไปกลับช้ากว่าเดิม1ชั่วโมงค่ะ เราก็หาข้าวมื้อกลางวันทานกันก่อนเลยเพราะหิวมาก หลังจากลงรถไฟมาก็จะเห็นซุ้มขายอาหารตามสั่ง ข้าวเหนียว ไก่ย่าง ส้มตำ วินาทีนี้เลือกร้านไม่ได้ละเพราะคนแน่นทุกร้านเลยค่ะ หลังจากทานข้าวเสร็จก็เดินไปชมเขื่อนกัน มีการละเล่นและงานOTOPไว้ต้อนรับผู้มาเยือนค่ะ คุณยายน่ารัก
เดินมาด้านในก็จะมีร้านอาหารของเขื่อนคล้ายๆโรงอาหาร
ให้อาหารปลากันดีกว่า
ทางเขื่อนก็จะมีให้เช่ารถกอล์ฟขับไปเที่ยวรอบๆเขื่อน และจะมีบริการรถราง พาไปเที่ยวชมทุ่งดอกทานตะวัน ไหว้พระใหญ่ ให้อาหารสัตว์ด้วย
ได้เวลาสามโมงกว่าก็เดินไปที่สถานีรถไฟ รถไฟมาจอดรออยู่แล้วก็เลยรีบขึ้นไปรอกลับถึงกรุงเทพ 6โมงกว่าๆ ช้ากว่าแพลนเดิมไปเพียง1ชั่วโมงเท่านั้นเอง โดยรวมของทริป คือครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เรามีโอกาสได้นั่งรถไฟครั้งแรกในชีวิตเลย รู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษ ถึงบางช่วงอากาศจะร้อนไปบ้าง แต่ก็ถือว่าชิวมาก
เห็นมีข่าวมาว่าประมาณเดือนมีนาคมนี้ จะมีทริปไปอยุธยาอีกยังไงก็รอติดตามข่าวกันดูนะคะ เพราะตั๋วเต็มไวมากจริงๆ
กลับถึงกรุงเทพ แล้วนะคะ ต้องขอบคุณทุกคนและทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมกับการจัดกิจกรรมครั้งนี้มากๆนะคะ ประทับใจมากชอบ ไว้ถ้าโอกาสหน้ามีกิจกรรมอีก จะไม่พลาดแน่นอน ขอบคุณพ่อกับแม่ที่พาไปเที่ยววันเด็กไกลถึงลพบุรีเลย
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น