เพื่อนสนิทนิสัยแบบนี้ควรทำไงดี?

เรามีเรื่องจะมาปรึกษาทุกคนค่ะ,,เรื่องนี้ค่อนข้างยาวนะคะ จะออกแนวระบายก็ว่าได้...
เริ่มเลยนะคะ เรามีเพื่อนสนิทคนนึงค่ะเรียกว่าสนิทมากกกกกก ไปไหนไปกัน มีอะไรเพื่อนก็จะปรึกษาเราตลอด แต่เราไม่ค่อยได้ปรึกษาเพื่อนเท่าไหร่ เพราะเราเป็นคนไม่ค่อยพูดเรื่องส่วนตัวค่ะ จะพูดเฉพาะเรื่องทั่วๆไป แต่เพื่อนเราคนนี้มีนิสัยที่ชอบย้ำคิดย้ำทำมากจนเกินไป สีหน้าก็จะดูเครียดตลอดเวลา คิดลบเกือบทุกเรื่อง คือเรามองว่าชีวิตเค้าไม่เคยมีความสุขเลยค่ะ ด้วยเพราะนิสัยของเค้าเองที่ทำให้ตัวเค้าดูเป็นคนที่เข้าหายาก ยากที่จะเข้าใจในตัวเค้า คือตอนนี้อายุ27แล้วนะคะ ไม่เคยมีแฟนเลย หัวโบราณมากกกก คือพูดตรงๆนะที่ไม่มีแฟนเพราะเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วไม่มีความสุขอ่ะ ต้องคิดต้องเครียดตลอดเวลา เพื่อนก็ไม่ค่อยมีใครคบ มีแค่เราคนเดียวนี่ล่ะค่ะที่เรียกว่าสนิทที่สุดแล้ว เพื่อนบางคนชอบแซวเราว่าทนได้ยังไง?? เรายอมรับนะเหตุผลส่วนใหญ่ที่เราคบเพื่อนคนนี้เพราะเพื่อนให้ใจเราค่ะ มีอะไรเค้าไม่เคยปิดบังเรา อีกสาเหตุนึงคือเราสงสารเค้านะที่เป็นแบบนี้แล้วเพื่อนไม่ค่อยคบ ไม่ค่อยอยากไปไหนมาไหนด้วย เราขอยกตัวอย่างสัก2ตัวอย่างนะคะเกี่ยวกับเพื่อนเรา..


เหตุการณ์แรกคือเพื่อนอยากได้กระโปรงใส่ไปทำงานเลยชวนเราไปเลือกซื้อค่ะ เราเองก็ชอบซื้อเสื้อผ้าอยู่แล้วเลยไปช่วยเลือก ช่วยแนะนำ พอเพื่อนซื้อมาได้ก็กลับไปลองที่บ้าน ปรากฏว่าเพื่อนไม่ชอบแบบค่ะ ใส่ได้แต่ไม่ชอบ เลยชวนเราไปเปลี่ยนแบบกระโปรง เราก็ไปเป็นเพื่อนค่ะ แต่เราให้เพื่อนเลือกเองเพราะกลัวช่วยเลือกแล้วไม่ถูกใจก็เลยให้เลือกเองดีกว่า เราก็ไปเดินเล่นรอค่ะ ดูเวลาประมาณ10นาทีก็เดินกลับมายืนรอเพื่อนหน้าร้าน ก็เห็นเพื่อนยังยืนเลือกยืนลองกระโปรงอยู่ เราก็มองห่างๆนะไม่ได้เข้าไปหาเพราะคนเยอะมากค่ะ เบียดกันเข้าไปซื้อประมาณนั้น เราเลยเลือกที่จะยืนรอไม่เดินไปไหนเพราะเห็นว่า10กว่านาทีแล้ว ถ้าไปที่อื่นก็เพื่อนเสร็จก่อนแล้วหากันไม่เจอ พอเวลาผ่านไปประมาณ20นาทีได้ เราก็เห็นเพื่อนยังลองกระโปรงอยู่ค่ะ คือลองเกือบแทบทั้งร้านก็ว่าได้ ก็ยังไม่ถูกใจ เราก็เริ่มหงุดหงิดละ ทำไมนานขนาดนี้ เพราะเราเป็นคนที่ไม่ค่อยเรื่องเยอะค่ะ แบบไหนถูกใจก็ซื้อเลย ไม่คิดเยอะ ต่อค่ะๆพอดีเราเจอรุ่นน้องหน้าร้านก็ยืนคุยเม้าส์มอยกันไปเรื่อยๆจนรุ่นน้องกลับไป เราเลยมองนาฬิกาปรากฎว่าผ่านไป45นาที!!! ยังยืนเลือกกระโปรงไม่ได้เลยคร่าาาาาา เราเริ่มหมดความอดทนละ เลยเดินเข้าไปหา พอเพื่อนเห็นเราก็หันมาบอกว่าไม่ถูกใจเลย เราเลยบอกว่าถ้าไม่ถูกใจก็ขอเงินคืนมั๊ย แต่แม่ค้าไม่ให้คืนเงินค่ะแถมพูดมาว่า"ให้เปลี่ยนให้ลองได้ขนาดนี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว"!!!! เราได้ยินปุ๊ปเราก็รีบเดินไปขอโทษแม่ค้าเลยค่ะ แล้วบอแม่ค้าว่าเพื่อนค่อนข้างเลือกของนาน ต้องขอโทษด้วย เลยหันไปจะเร่งเพื่อนบอกเพื่อนว่าลองกระโปรงร้านเค้ามาจะชั่วโมงนึงแล้วนะ เพื่อนเลยตอบกลับมาว่า"เราจ่ายเงินเราก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดซิ"!!! เรานี่แบบเอิ่มมมมม ตอบไรไม่ถูกเข้าใจทั้งเพื่อนเข้าใจทั้งแม่ค้า เพราะเรารู้ว่าเพื่อนเรานิสัยยังไง เลยเดินออกมารอข้างหน้าร้านดีกว่า จนสักพักเพื่อนก็เดินออกมาค่ะ และบอกว่าได้ที่ถูกใจแล้ว... นี่เป็นเหตุการณ์แรกค่ะที่เรารู้สึกเอือมกับนิสัยเพื่อนคนนี้มากกกกก

เหตุการณ์ที่สองค่ะเกิดขึ้นเมื่อ4-5วันที่ผ่านมา เพื่อนเราอยากทำจมูกค่ะ เลยชวนเราไปเป็นเพื่อนเพราะถ้าขับรถไปเองเวลาทำจมูกเสร็จจะขับกลับไม่ไหว เพราะใช้เวลาในการเดินทางประมาณ2ชั่วโมงเลยค่ะ เราเลยคิดว่าไปเป็นเพื่อนก็ได้ เลยลางานไปวันนึงค่ะ,,พ่อแม่เราก็ถามนะว่าทำไมต้องให้เราไปเป็นเพื่อน เพราะเราต้องลางาน ไม่มีคนในครอบครัวพาไปหรอ? เราเลยตอบว่าเพื่อนบอกว่าคนในครอบครัวคนอื่นทำงานหมดค่ะ.. พ่อแม่เราก็ไม่พอใจที่ว่าทำไมไม่คิดว่าเราก็ต้องทำงาน เราเลยบอกปัดๆไปว่ากะจะลาหยุดพักอยู่แล้ว แต่จริงๆแล้วคือเราสงสารเพื่อนค่ะ เพราะเพื่อนไม่มีใครเลยจริงๆ เรื่องครอบครัวเค้าค่อนข้างมีปัญหาค่ะ ไม่ค่อยมีเวลาให้กัน เราเลยอาสาพาไปค่ะ เพราะคลินิกนี้พี่สาวเราก็ทำจมูกที่นี่ค่ะ เราคุ้นทาง พอไปถึงเพื่อนก็ชวนเราเข้าไปคุยกับหมอด้วย หมอก็ถามค่ะว่าจะเอาทรงอะไร ชอบแบบเป็นแท่งหรือสโลปปลายพุ่ง เพื่อนก็ทำท่าคิดอยู่นานไม่ตอบหมอสักที บรรยากาศเงียบกริบ เราเลยพูดขึ้นมาว่า"หมอคิดว่าเพื่อนหนูเหมาะกับทรงแบบไหนคะ"? หมอก็ตอบประมาณว่าเรื่องทรงจมูกเนี้ยมันแล้วแต่คนชอบ หมอเลือกให้ไม่ได้กลัวไม่ถูกใจ ส่วนเรื่องความโด่งเนี้ยหมอช่วยเลือกได้หมอจะทำให้ปลอดภัยที่สุด สรุปก็ยังไม่ได้คำตอบค่ะว่าจะเอาทรงอะไร หมอเลยบอกว่าเอางี้เดี๋ยวหมอใส่แบบแท่งไปให้ก่อนแล้วถ้าไม่ชอบหมอจะเอาออกมาเหลาให้สโลปลง เราก็เห็นว่าเป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับเพื่อนเรา (แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยนะคะว่าไม่แนะนำเนาควรจะคุยเรื่องทรงจมูกกับหมอให้แน่ใจก่อนที่จะเข้าห้องผ่าตัดค่ะ เพราะหมอก็จะเซฟคนไข้ให้เสียเลือดน้อยที่สุด ถ้าเอาออกมาเหลาอีกก็จะเสียเลือดมากขึ้นค่ะ) พอคุยกันเสร็จก็เข้าห้องผ่าตัดค่ะ เราเลยถามพยาบาลว่าประมาณกี่ชม.เสร็จ เราจะได้ไปเดินเล่นรอ พยาบาลบอกประมาณ1ชั่วโมงนิดๆค่ะ เราเลยไปเดินเล่นรอ พอเห็นเวลาผ่านไปเกือบๆ1ชั่วโมงก็เลยเดินกลับคลินิกไปรอดีกว่าเพราะกลัวเพื่อนออกมาแล้วไม่เจอใคร เราก็ไปนั่งรอค่ะ ดูเวลาผ่านไปเรื่อยๆ2ชั่วโมงผ่านไปก็รอๆๆๆยังไม่ออกมา จน3ชั่วโมงผ่านไปได้หมอก็ออกมาค่ะ แล้วยิ้มแบบแหยะๆให้พนักงานหน้าเค้าเตอร์ แล้วก็มีพนักงานคนนึงเข้าไปคุยกับหมอที่ห้องค่ะ คงไปถามว่าทำไมออกมาช้าเพราะมีคนอื่นรอผ่าต่อ แล้วพนักงานคนนั้นก็เดินออกมาจากห้องหมอแล้วก็มาเม้าส์มอยกับพนักงานคนอื่นว่าเพื่อนเราเรื่องมากกกก ให้หมอเอาซิลิโคนออกมาเหลา3รอบ ไม่ถูกใจสักที คือเอาเข้าจมูกไปแล้ว ละก็เอาออกมาเหลาใหม่นะคะ3รอบ!!! จนจะรอบที่4หมอบอกว่าพอเถอะหมอว่าสวยแล้ว.. (ที่เราได้ยินเพราะคลินิกมันเล็กค่ะ ต่อให้กระซิบคุยกันก็ได้ยิน แต่เราทำเป็นไม่สนใจเล่นโทรศัพท์ไปเรื่อยค่ะ) สักพักเพื่อนเราออกมาหาเราค่ะ เราก็รีบดูอาการว่าเพื่อนไหวมั๊ย? เพื่อนก็นั่งพักสักแป๊ปแล้วก็เล่าให้เราฟังเหมือนที่พนักงานพูดว่าเอาซิลิโคนเข้าออก3รอบถึงจะถูกใจ.. เราก็พูดกับเพื่อนตรงๆเลยนะคะว่าทำไมไม่คุยกับหมอให้รู้เรื่องก่อนใส่ซิลิโคน หรือรอบแรกถ้าไม่ถูกใจก็น่าจะบอกหมอว่าใส่อีกรอบชอบทรงไหน เพราะทำแบบนี้จะมีผลกระทบอย่างแรกเลยคือเสียเลือดมาก อย่างที่สองคือหน้าจับวมหนักมากกกกกนะ เพื่อนก็ตอบมาแค่ว่าไม่ถูกใจ...

เราก็แบบเอือมอ่ะค่ะกับนิสัยย้ำคิดย้ำทำ วิตกกังวลมากเกินไป อยากเตือนหลายรอบค่ะแต่รู้นิสัยว่าถ้าพูดอะไรไปแล้วไม่เข้าหูเพื่อนจะแสดงออกทางสีหน้าและอาการทันทีว่าไม่พอใจที่เราว่าเราเตือน เค้ามั่นใจว่าสิ่งที่เค้าทำถูกต้องที่สุดแล้ว เราไม่สงสัยเลยนะคะว่าทำไมถึงไม่ค่อยมีใครคบ เพราะอยู่ด้วยแล้วไม่มีความสุขเลย เครียดตลอดเวลา...

เราเลยอยากปรึกษาเพื่อนๆในนี้ว่าเราควรพูดกับเพื่อนเรายังไงดีคะกับนิสัยที่เค้าเป็นแบบนี้ เรากลัวพูดตรงๆแล้วเพื่อนเสียใจ เราสงสารเค้าด้วย แต่เราอยากให้เค้ารู้ค่ะว่าจริงๆแล้วตัวเค้าเองนิสัยยังไง สิ่งที่เค้าเป็นอยู่มันไม่ได้เรียกว่าดีที่สุดสำหรับเค้าเลย จะให้เปลี่ยนนิสัยก็คงยากค่ะ เพราะคนเราจู่ๆจะมาเปลี่ยนกันง่ายๆคงไม่ได้ เราควรพูดยังไงดีคะ ขอคำแนะนำหน่อยค่ะ...

ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ ยาวมากจริงๆ 😂

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่