ตามหัวข้อกระทู้เลยค่ะT T
ขึ้นชื่อว่าคนคุย ไม่ใช่แฟน โอเคก็ต้องทำใจระดับหนึ่งว่าไม่ผิดที่เขาจะไปคุยกับใคร หรือเราเองจะไปคุยกับคนอื่น
เขาเป็นฝ่ายเข้ามาคุยกับเราก่อน มันอาจจะเริ่มจากความงงๆมึน แต่ระยะเวลาที่คุยกันมันก็นานพอจะเปลี่ยนความมึนๆนั้นเป็นความผูกพันธ์ได้ ก็ร่วมปีๆเลยค่ะที่คุยกันทุกวัน มีเบื่อบ้าง มีเซ็งกันบ้าง แต่ก็คุยกันทุกวัน
เขาเป็นคนที่รอเราเสมอ ตอบเร็วตลอด ถ้าวัดกันแล้วน่าจะเป็นเขาที่มีความสนใจจะคุยกันมากกว่า
มาวันนี้พอรู้ว่าตอนนี้เขากำลังมีคนใหม่ที่คุยๆด้วย แล้วดูเหมือนเขาจะโอเคกับฝ่ายนั้นพอสมควร เราก็เคว้งไปเลย บอกเขาว่าช่วงนี้เราติดโปรเจคนะ คงไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ เราเฟดตัวออกมาเพราะรับไม่ค่อยได้ ถึงแม้เขาจะยังทำตัวแบบเดิม....
เราเคยเป็นพวกยอมหักไม่ยอมงอ เคยเจอกรณีแบบนี้ก็หักไปเลย ไม่สน
แต่ช่วงนี้โลก(การเรียน การทำงาน)สอนเราว่า หัดลู่ตามลมบ้าง พวกชอบหักไปเลยชีวิตไม่ค่อยดีนัก หัดใจกว้างกับคนอื่นให้มากๆ
เราเลยคิดว่าไหนๆก็เป็นแค่คนคุยอยู่แล้ว ก็ปิดตาไปซักข้าง ทำใจอีกซักสองสามวันกลับไปคุยกับเขาต่อเหมือนไม่ได้รู้อะไร คอนโทรลตัวเองให้มีความสัมพันธ์กับเขาแค่เท่านี้ คิดซะว่ามีเพื่อนคุย มองอีกมุมหนึ่งอาจจะเพราะการต้องคุยกับเขามันกลายเป็นชีวิตประจำวันเราไปแล้ว เปิดใจให้กว้างๆ รับมาแต่สิ่งที่เราอยากได้
เฮ้อ แต่พอมาคิดๆดูแล้ว เรื่องแบบนี้มันควรจะทำตัวใจกว้างได้รึเปล่านะ
เมื่อรู้ว่าคนที่กำลังคุยๆกันอยู่ เขากำลังเริ่มคุยกับคนอื่น
ขึ้นชื่อว่าคนคุย ไม่ใช่แฟน โอเคก็ต้องทำใจระดับหนึ่งว่าไม่ผิดที่เขาจะไปคุยกับใคร หรือเราเองจะไปคุยกับคนอื่น
เขาเป็นฝ่ายเข้ามาคุยกับเราก่อน มันอาจจะเริ่มจากความงงๆมึน แต่ระยะเวลาที่คุยกันมันก็นานพอจะเปลี่ยนความมึนๆนั้นเป็นความผูกพันธ์ได้ ก็ร่วมปีๆเลยค่ะที่คุยกันทุกวัน มีเบื่อบ้าง มีเซ็งกันบ้าง แต่ก็คุยกันทุกวัน
เขาเป็นคนที่รอเราเสมอ ตอบเร็วตลอด ถ้าวัดกันแล้วน่าจะเป็นเขาที่มีความสนใจจะคุยกันมากกว่า
มาวันนี้พอรู้ว่าตอนนี้เขากำลังมีคนใหม่ที่คุยๆด้วย แล้วดูเหมือนเขาจะโอเคกับฝ่ายนั้นพอสมควร เราก็เคว้งไปเลย บอกเขาว่าช่วงนี้เราติดโปรเจคนะ คงไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ เราเฟดตัวออกมาเพราะรับไม่ค่อยได้ ถึงแม้เขาจะยังทำตัวแบบเดิม....
เราเคยเป็นพวกยอมหักไม่ยอมงอ เคยเจอกรณีแบบนี้ก็หักไปเลย ไม่สน
แต่ช่วงนี้โลก(การเรียน การทำงาน)สอนเราว่า หัดลู่ตามลมบ้าง พวกชอบหักไปเลยชีวิตไม่ค่อยดีนัก หัดใจกว้างกับคนอื่นให้มากๆ
เราเลยคิดว่าไหนๆก็เป็นแค่คนคุยอยู่แล้ว ก็ปิดตาไปซักข้าง ทำใจอีกซักสองสามวันกลับไปคุยกับเขาต่อเหมือนไม่ได้รู้อะไร คอนโทรลตัวเองให้มีความสัมพันธ์กับเขาแค่เท่านี้ คิดซะว่ามีเพื่อนคุย มองอีกมุมหนึ่งอาจจะเพราะการต้องคุยกับเขามันกลายเป็นชีวิตประจำวันเราไปแล้ว เปิดใจให้กว้างๆ รับมาแต่สิ่งที่เราอยากได้
เฮ้อ แต่พอมาคิดๆดูแล้ว เรื่องแบบนี้มันควรจะทำตัวใจกว้างได้รึเปล่านะ