สวัสดีค่ะ
นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามามีโอกาสเล่าแชร์ประสบการณ์ที่ได้เจอกับตนเองให้กับสมาชิกท่านอื่นๆฟัง เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงปัญหาที่เกิดขึ้นกับตนเองยังผู้อื่นค่ะ
เรื่องมีอยู่ว่าดิฉันกำลังดำเนินเรื่องนำแมวเดินทางไปกว่างโจว ได้หาข้อความทั้งทางไทย เข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายกักกันที่จีนถามถึงเอกสารที่ต้องการทั้งหลายอย่างเอาเป็นเอาจังตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559
และเริ่มดำเนินการจองตั๋วเครื่องบินกับสายการบินที่ดิฉันคิดว่าบริการดีที่สุดแล้วในแถบนั้น และคิดว่าจะเป็นการดีหากแมวได้เดินทางมากับสายการบินนี้ จึงโทรมาจองตั๋วที่การบินไทย สาขาเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่รับสายเป็นผู้หญิง เสียงค่อนข้างแข็ง แจ้งว่าต้องทำการจองทางเว็ปไซด์สายการบินไทยได้เลย และค่อยโทรมาแจ้งรายละเอียดของน้ำหนักกรงแมว ขนาดกรง และหมายเลขไมโครชิพ หลังจากทำการจองและจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว เพราะเรื่องมันแบ่งเป็น 2 ส่วน ไม่เกี่ยวข้องกัน
เมื่อดิฉันจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับกว่างโจว-กรุงเทพฯ และกรุงเทพฯ-กว่างโจวทางเว็ปเรียบร้อยแล้ว จึงโทรไปแจ้งว่าดิฉันต้องการนำแมวเดินทางกลับมาที่กว่างโจวด้วย เจ้าหน้าที่คนเดิมรับ (จำเสียงเธอได้) และจดรายละเอียดเกี่ยวกับขนาดกรง น้ำหนักแมวต่างๆลงคอมฯ และถามถึงหมายเลขใบรับรองสุขภาพแมวด้วย ซึ่งดิฉันแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าใบสุขภาพนี้ทางกรมปศุสัตว์ สุวรรณภูมิ กำหนดให้มาทำการตรวจ 3 วันก่อนเดินทาง แล้วจะออกใบนี้ให้เท่านั้น เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าหากข้อมูลไม่ครบ ไม่สามารถกรอกลงข้อมูลทางคอมฯได้เลย เมื่อมีข้อมูลครบแล้วค่อยโทรมาใหม่
ดังนั้นดิฉันจึงมีเวลาไม่มาก ก่อนออกเดินทาง
ตอนนี้ดิฉันเดินทางกลับมารับแมวที่ไทยแล้ว เมื่อถึงกำหนด 3 วันก่อนเดินทางจึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯ 1วัน และวันถัดมาก็เตรียมเอกสารยื่นต่อเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ เรียบร้อยและได้เอกสารมาครบถ้วน จึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เชียงใหม่ทันที (เหตุที่ไม่โทรเข้า call center ที่กรุงเทพฯ เพราะไม่มีใครรับสาย) และเจ้าหน้าที่ลงข้อมูลให้ แต่บอกว่าเครื่องไม่คอนเฟิร์มแมวในการเดินทาง ต้องโทรมาแจ้งก่อนหน้าเดินทางนานกว่านี้ อ้าว แล้วทำยังไงล่ะค่ะ ก็เจ้าหน้าที่ที่เชียงใหม่เองเมื่อเดือนธนวาคม ที่ผ่านมาเป็นคนบอกให้รอให้ข้อมูลครบก่อนค่อยโทรมาใหม่ ไม่รับเรื่องใดๆทั้งสิ้น แล้วยังมีน่ามาบอกว่าแมวต้องโหลดลงท้องเครื่อง ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ คุณจะแจ้งก่อน 2-3 วันก่อนเดินทางก็ได้ สิ่งที่ตอนนี้ดิฉันทำได้ คือ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่โทรกลับ
สรุป ดิฉันตัดสินใจโทรเข้า call center กรุงเทพฯ ซึ่งบอกว่า หากแมวไม่คอนเฟิร์มก็ให้ลองมา check in ล่วงหน้าก่อนนานๆ หากไม่ได้เดินทางคงต้องเลื่อนตั๋ว แต่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม คือประมาณ 6000 กว่าบาท
ซึ่งตนเองก็ถามไปว่าตรงนี้มันเป็นความผิดของเจ้าหน้าที่ผู้ให้ข้อมูล "เฮงซวย" "งี่เง่า" นั้น เจ้าหน้าที่ก็ได้ได้แต่ขอโทษ ...
เรื่องนี้ที่อยากจะเล่าแชร์ประสบการณ์ คือ เราไม่สามารถเชื่อถือในตัวข้อมูลเจ้าหน้าที่ของผู้ให้บริการสายการบินได้เลย จึงควรโทรเช็คมันหลายๆสาขา เพราะเวลาผิดพลาดขึ้นมา ความ "ซวย" มันก็ตกอยู่กับเรานี่แหละค่ะ ทั้งเวลา ทั้งเงิน ทั้งความรู้สึก
และคำถามมันก็ผุดขึ้นว่า การเป็นพนักงานรับโทรศัพท์ให้ข้อมูลผู้โดยสาร รับจองตั๋ว ต้องได้รับการฝึกฝน ได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอและถูกต้องจากทางบริษัทระดับนี้แล้วใช่หรือไม่? หากไม่รู้ก็บอกไม่รู้ ก็ให้รอสายแล้วไปสอบถามผู้รู้ก็ได้นี่ค่ะ อย่าทำตัว "รู้ดี รู้มาก" ในสิ่งที่ตัวไม่รู้จริง แล้วพูดสิ่ง "ชุ่ยๆ" ออกมา เพราะมันก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้อื่นต่อมา
นี่จึงเป็นอุทธาหรณ์ ทั้งต่อตนเองและเพื่อนสมาชิกทุกท่านค่ะ
หวังว่าเหตุการณ์นี้คงไม่เกิดขึ้นกับใครอีกเลย
แชร์ประสบการณ์การให้ข้อมูลการบินไทย
นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามามีโอกาสเล่าแชร์ประสบการณ์ที่ได้เจอกับตนเองให้กับสมาชิกท่านอื่นๆฟัง เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงปัญหาที่เกิดขึ้นกับตนเองยังผู้อื่นค่ะ
เรื่องมีอยู่ว่าดิฉันกำลังดำเนินเรื่องนำแมวเดินทางไปกว่างโจว ได้หาข้อความทั้งทางไทย เข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายกักกันที่จีนถามถึงเอกสารที่ต้องการทั้งหลายอย่างเอาเป็นเอาจังตั้งแต่เดือนธันวาคม 2559
และเริ่มดำเนินการจองตั๋วเครื่องบินกับสายการบินที่ดิฉันคิดว่าบริการดีที่สุดแล้วในแถบนั้น และคิดว่าจะเป็นการดีหากแมวได้เดินทางมากับสายการบินนี้ จึงโทรมาจองตั๋วที่การบินไทย สาขาเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่รับสายเป็นผู้หญิง เสียงค่อนข้างแข็ง แจ้งว่าต้องทำการจองทางเว็ปไซด์สายการบินไทยได้เลย และค่อยโทรมาแจ้งรายละเอียดของน้ำหนักกรงแมว ขนาดกรง และหมายเลขไมโครชิพ หลังจากทำการจองและจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว เพราะเรื่องมันแบ่งเป็น 2 ส่วน ไม่เกี่ยวข้องกัน
เมื่อดิฉันจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับกว่างโจว-กรุงเทพฯ และกรุงเทพฯ-กว่างโจวทางเว็ปเรียบร้อยแล้ว จึงโทรไปแจ้งว่าดิฉันต้องการนำแมวเดินทางกลับมาที่กว่างโจวด้วย เจ้าหน้าที่คนเดิมรับ (จำเสียงเธอได้) และจดรายละเอียดเกี่ยวกับขนาดกรง น้ำหนักแมวต่างๆลงคอมฯ และถามถึงหมายเลขใบรับรองสุขภาพแมวด้วย ซึ่งดิฉันแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าใบสุขภาพนี้ทางกรมปศุสัตว์ สุวรรณภูมิ กำหนดให้มาทำการตรวจ 3 วันก่อนเดินทาง แล้วจะออกใบนี้ให้เท่านั้น เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าหากข้อมูลไม่ครบ ไม่สามารถกรอกลงข้อมูลทางคอมฯได้เลย เมื่อมีข้อมูลครบแล้วค่อยโทรมาใหม่
ดังนั้นดิฉันจึงมีเวลาไม่มาก ก่อนออกเดินทาง
ตอนนี้ดิฉันเดินทางกลับมารับแมวที่ไทยแล้ว เมื่อถึงกำหนด 3 วันก่อนเดินทางจึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯ 1วัน และวันถัดมาก็เตรียมเอกสารยื่นต่อเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ เรียบร้อยและได้เอกสารมาครบถ้วน จึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เชียงใหม่ทันที (เหตุที่ไม่โทรเข้า call center ที่กรุงเทพฯ เพราะไม่มีใครรับสาย) และเจ้าหน้าที่ลงข้อมูลให้ แต่บอกว่าเครื่องไม่คอนเฟิร์มแมวในการเดินทาง ต้องโทรมาแจ้งก่อนหน้าเดินทางนานกว่านี้ อ้าว แล้วทำยังไงล่ะค่ะ ก็เจ้าหน้าที่ที่เชียงใหม่เองเมื่อเดือนธนวาคม ที่ผ่านมาเป็นคนบอกให้รอให้ข้อมูลครบก่อนค่อยโทรมาใหม่ ไม่รับเรื่องใดๆทั้งสิ้น แล้วยังมีน่ามาบอกว่าแมวต้องโหลดลงท้องเครื่อง ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ คุณจะแจ้งก่อน 2-3 วันก่อนเดินทางก็ได้ สิ่งที่ตอนนี้ดิฉันทำได้ คือ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่โทรกลับ
สรุป ดิฉันตัดสินใจโทรเข้า call center กรุงเทพฯ ซึ่งบอกว่า หากแมวไม่คอนเฟิร์มก็ให้ลองมา check in ล่วงหน้าก่อนนานๆ หากไม่ได้เดินทางคงต้องเลื่อนตั๋ว แต่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม คือประมาณ 6000 กว่าบาท
ซึ่งตนเองก็ถามไปว่าตรงนี้มันเป็นความผิดของเจ้าหน้าที่ผู้ให้ข้อมูล "เฮงซวย" "งี่เง่า" นั้น เจ้าหน้าที่ก็ได้ได้แต่ขอโทษ ...
เรื่องนี้ที่อยากจะเล่าแชร์ประสบการณ์ คือ เราไม่สามารถเชื่อถือในตัวข้อมูลเจ้าหน้าที่ของผู้ให้บริการสายการบินได้เลย จึงควรโทรเช็คมันหลายๆสาขา เพราะเวลาผิดพลาดขึ้นมา ความ "ซวย" มันก็ตกอยู่กับเรานี่แหละค่ะ ทั้งเวลา ทั้งเงิน ทั้งความรู้สึก
และคำถามมันก็ผุดขึ้นว่า การเป็นพนักงานรับโทรศัพท์ให้ข้อมูลผู้โดยสาร รับจองตั๋ว ต้องได้รับการฝึกฝน ได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอและถูกต้องจากทางบริษัทระดับนี้แล้วใช่หรือไม่? หากไม่รู้ก็บอกไม่รู้ ก็ให้รอสายแล้วไปสอบถามผู้รู้ก็ได้นี่ค่ะ อย่าทำตัว "รู้ดี รู้มาก" ในสิ่งที่ตัวไม่รู้จริง แล้วพูดสิ่ง "ชุ่ยๆ" ออกมา เพราะมันก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้อื่นต่อมา
นี่จึงเป็นอุทธาหรณ์ ทั้งต่อตนเองและเพื่อนสมาชิกทุกท่านค่ะ
หวังว่าเหตุการณ์นี้คงไม่เกิดขึ้นกับใครอีกเลย