สาวน้อยพลังจิต ตอนที่ 2 พยาบาท

กระทู้สนทนา
สาวน้อยพลังจิต
ตอนที่  2 พยาบาท


    “ข้าบอกแก่พวกเอ็งแล้ว ว่าหาอยากได้ลาภยศสรรเสริญอันใดไม่ การที่ข้าขอให้ท่านหลวงกราบทูลมหาอุปราชว่านายเอ็งคิดกบฏ ความเป็นสัตย์พวกเอ็งก็แจ้งทุกคน จะโกรธแค้นข้าที่นายต้องอาญาถึงชีวิตหาได้ไม่”
    ชายหนุ่มผมโกนเกลี้ยงพูดกับชายฉกรรจ์ 7-8 คนที่ยืนรายล้อม มือทั้งสองเกร็งแน่นกำดาบสองมือจนเส้นเลือดตึงปูดโปนเห็นเด่นชัด  แสงจันทร์สะท้อนสีหน้าเคร่งเครียดของคนทั้งหลายที่ยืนคุมเชิงกันในที่นั้น
    หนึ่งในชายที่ยืนคุมเชิงอยู่ท่าทีเป็นหัวหน้าพูดสวนคำก่อนหน้าว่า
    “ก่อนนี้เอ็งเป็นพระบวชเรียนแกร่งคาถาอาคม ข้าก็ส่งลูกมาเรียนด้วยเห็นเอ็งเป็นเพื่อน  ศึกเก่งหวุ่นแมงยีใครเล่าร่วมด้วยเอ็งเตรียมศึกยัน.....
อันคนเป็นข้านั้นมีนายเดียว จะคิดกบฏคดใจแก่แผ่นดินข้าหาแจ้งไม่ มาวันนี้ด้วยปากเอ็งนายข้าจึงต้องอาญาถึงตาย นายเอ็งกลับได้เป็นถึงพระยา ถ้ามิชำระแค้นวันนี้ พวกข้าจะมีชีวิตอยู่ใยให้อายผู้คน”


    “อ้ายเท่ง เราเป็นสหายกันแต่ก่อน ร่วมเป็นข้าขอบขัณฑสีมาเดียวกัน อย่าให้ได้ผลาญชีวีคนไทยด้วยกันเลย”
    ชายผมโกนเกลี้ยงร้องห้ามเสียงดัง แต่ท่าทางไม่มีใครฟังอีกแล้ว
    “จงตายเสียเถิด ข้าหาอยากดองกับเอ็งต่อไปไม่”
    ชายหัวหน้าที่ยืนคุมเชิงพูดจบก็เงื้อดาบขึ้นหมายจะฟันชายผมโกนเกลี้ยง คนที่เหลือทั้ง 7 ก็กรูกันหมายสังหารชายผมโกนเกลี้ยงให้ตาย
    ชายผมโกนเกลี้ยงยกมือขึ้นพนม ชั่วเดี๋ยวนั้นก็เคลื่อนที่ได้เร็วดั่งหมอกควัน ไปทางนั้นทีทางนี้ที หลบหลีกคมดาบทั้ง 8 ได้อย่างง่ายดายราวปาฏิหาริย์
    “ข้าร้องขอชีวิตอีกครั้ง ถ้าพวกเอ็งมิรามือ ข้าคงต้องขออโหสิกรรม ต้องฆ่าพวกเอ็งทั้งหมด”
    ชายผมโกนเกลี้ยงหลบหลีกคมดาบพลาง ร้องตะโกนพลาง แต่ไม่มีใครฟังและยั้งมือ ทุกคนเหวี่ยงดาบกวัดแกว่งพุ่งคมดาบไปทุกทิศทุกทางที่ชายผมโกนเกลี้ยงวิ่งหลบ
    “อโหสิกรรมข้าด้วย”


    วินาทีหลังจากชายผมโกนเกลี้ยงตะโกนขออโหสิกรรม เขากระโดดขึ้นเหยียบบ่าซ้ายชายคนหนึ่ง แล้วเหวี่ยงคมดาบเล่มซ้ายลงบนศีรษะชายอีกคน ศีรษะขาดกระจุยเลือดฉีดกระจาย ขณะเดียวกันก็ใช้ดาบเล่มขวาฟันลงบนไหล่ขวาของชายที่เขาเหยียบไหล่ ไหล่ข้างนั้นก็ห้อยลงจากคอถึงท้องน้อย ชายนั้นล้มลงทันที
    ก่อนชายไหล่ขาดจะล้มลงสนิทพื้น ชายผมโกนเกลี้ยงพุ่งตัวไปข้างหน้า ดาบขวาพุ่งตรงเข้าหน้าอกชายที่เหลืออีกคนเลือดทะลัก ดาบซ้ายเงื้อฟันชายอีกคน ส่วนบนของร่างหลุดออกไป ส่วนขาแต่เอวลงมายังวิ่งอยู่เลย
    คนที่เหลืออีก 4 ถึงกับตะลึง ขณะที่หลายคนทำท่าอึกอักสองจิตสองใจว่าจะสู้ต่อหรือไม่ คนเป็นหัวหน้าก็ทำลายอารมณ์อึกอักด้วยการตะโกนลั่น วิ่งเงื้อดาบเข้าใส่ชายผมโกนเกลี้ยงอย่างไม่คิดชีวิต คนที่เหลือจึงพากันชูดาบวิ่งเข้าใส่บ้าง
    ชายผมโกนเกลี้ยงกระโดดตัวลอยขาซ้ายเหยียบไหล่ชายคนเป็นหัวหน้า ขาขวาเหยียบหัวชายอีกคน ใช้เท้าขวายันตัวเองลอยขึ้นตีลังกากลางอากาศ ในชั่วเวลาจะลงจากกลางอากาศนั้น ดาบซ้ายและขวาแทงเข้าหัวใจคนที่ตัวเองเหยียบบ่าและศีรษะจากด้านหลังทะลุออกหน้าอก ทั้งสองขาดใจตายล้มทั้งยืน
    และเมื่อตีลังกาจบลงมายืนกับพื้น ก็เหวี่ยงแขนขวาไปทางซ้ายเหวี่ยงแขนซ้ายไปทางขวากลับเข้าหาตัวแล้วก็วาดแขนที่กำดาบทั้งสองออกจากตัว ฟันคอคนที่เหลือตรงหน้าทั้งสองขาดกระเด็นพร้อมกัน
    ชายผมโกนเกลี้ยงที่ใบหน้าและร่างกายเปื้อนเลือดแดงฉานยืนนิ่งน้ำตารินไหล เพลานั้นเสียงฟ้าร้องดั่งจะถล่ม ฝนตกลงมาห่าใหญ่ น้ำชะเลือดชะโลมที่นั้นจนแดงฉานไปทั่ว

    
  “กรี๊ดดดดดด” ทรายทะลึ่งตัวพรวดลืมตาโพลง เหงื่อแตกชุ่มเสื้อนอนแฉะทั้งตัว ร้องไห้กระซิกๆ
    เสียงลุกวิ่งโครมครามจากห้องใกล้ๆกันดังขึ้น ตามด้วยเสียงชายวัยกลางคนตะโกนลั่น
    “โอ้ย ข้าว่าแล้วเชียว มันต้องมีกรี๊ดอีกแน่คืนนี้ เบื่อจริงๆโว้ย”
    เสียงตะโกนนั้นถูกร้องรับขับขานด้วยการเห่าหอนของสุนัขในละแวกอย่างพร้อมเพรียงกัน
    แม่อรเปิดประตูเข้ามาในห้อง ดวงหน้าอ่อนโยน สีหน้าห่วงใย
    ทรายร้องไห้กระซิก ก้มหน้าแล้วส่ายหัวให้ตัวเอง เหมือนกำลังจะบอกว่าฉันก็เบื่อตัวเองจนจะทนไม่ได้อยู่แล้วนะ
    “คืนนี้จะเป็นคืนฝันร้ายคืนสุดท้ายแล้วลูก ทรายลูกแม่ อย่าคิดมากนะ เดี๋ยวแม่นอนเป็นเพื่อน พรุ่งนี้เช้าเรารีบไปสำนักเจ้าแม่สวนกล้วยกัน ฝันร้ายๆจะได้จบซะที ไม่ต้องทรมานอีกต่อไปแล้วลูก”
    แม่อรขึ้นนอนบนเตียงแล้วกอดทรายไว้ เอามืออีกข้างขึ้นมาก่ายหน้าผาก เธอสงสัยว่าจิตใจเบื้องลึกจริงๆของทรายกำลังได้รับผลกระทบอย่างไร และกำลังคิดอะไรอยู่
    ไม่ต่างจากทราย ที่ข่มตานอน ใจรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาบ้างที่มีแม่อรอยู่ข้างๆ เธอเองก็สงสัย ว่าจิตใจเบื้องลึกจริงๆของแม่อรกำลังได้รับผลกระทบอย่างไร และกำลังคิดอะไรอยู่

............................................................................................................................................................................
    เช้านั้นเมื่อ 2 แม่ลูกมาถึงสำนักเจ้าแม่สวนกล้วย ก็จุดธูปเทียนทำพิธีทันที ทรายที่สีหน้าอิดโรยเพราะอดนอนเมื่อคืน นั่งพับเพียบพนมมือตั้งไว้ใกล้จมูก หน่อยเดียวมือค่อยๆลดลงมากองที่ตัก
    เจ้าแม่สวนกล้วยร่ายคาถาด้วยเสียงพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์ แม่อรนั่งห่างออกไปใกล้ประตู มีชายหญิงวัยกลางคนอีกคู่นั่งห่างออกไป ไม่รู้ว่าเป็นหน้าม้า สานุศิษย์หรือชาวบ้านที่มีปัญหามาพบเจ้าแม่กันแน่
    เจ้าแม่ให้ทรายถือขันจบที่ศีรษะแล้วสวดภาวนาตามอย่าง เจ้าแม่ที่ตัวสั่นน้อยๆ ตอนนี้เริ่มสั่นมากขึ้นๆจนเกือบจะกลายเป็นชักดิ้นชักงอ เสียงสวดดังขึ้นเรื่อยๆ กระชากกระแทกกระทั้น ขาดๆหายๆตามจังหวะการชักดิ้นชักงอของเจ้าแม่
    แม่อรถึงกับนิ่ง เมื่อทรายที่ถือขันจบศีรษะเริ่มสั่นและสะอื้นน้อยๆ ชายหญิงที่นั่งห่างออกไป ที่เมื่อครู่นั่งซุบซิบถึงกับเงียบ จ้องมองปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างจดจ่อ
    เสียงสะอื้นของทรายเริ่มดังแข่งเสียงสวดและเสียงกุกกักจากการสั่นของเจ้าแม่ ขันที่ทูนไว้เหนือศีรษะร่วงลงกระแทกพื้นดังปั๊ก แม่อรถึงกับตะลึง ชายหญิงข้างหลังชะโงกหน้าเพื่อให้ได้เห็นใกล้ๆ
    ตอนนี้ทรายเริ่มสั่นงันงกมากขึ้น จากเสียงสะอื้นกลายเป็นเสียงร้องเกี้ยวกราดเหมือนคนเสียสติ


    ทันใดนั้นเองมีเสียงดังโครมครามข้างนอก ชายในเครื่องแบบ 3-4 คนมายืนออกันที่หน้าประตู หญิงวัยกลางคนแต่งตัวภูมิฐานเดินแทรกเข้ามาแล้วชี้ไปที่เจ้าแม่สวนกล้วย
    “คนนี้แหละค่ะ ที่หลอกเงินเดี๊ยนไปหนึ่งแสน บอกว่าจะทำพิธีเรียกผัวให้กลับภายใน 7 วัน เดี๊ยนรอมา 7 เดือนแล้วยังไม่เห็นจะโผล่มา”
    “กรี๊ดดดด” อย่าคิดว่าเป็นเสียงกรี๊ดของทราย เป็นเสียงกรีดร้องของเจ้าแม่สวนกล้วยต่างหาก
    เมื่อหญิงในชุดภูมิฐานพูดจบ เจ้าแม่ก็เปลี่ยนจากสั่นงันงกเป็นกรีดร้องและทำท่าระทวยหมดสติทันที
    แต่ทรายยังชักกระตุกสะอึกสะอื้นอยู่ แม่อรรีบเขยิบเข้ามาจับทรายให้นอนลงแล้วช่วยบีบนวด
    หญิงชายที่นั่งข้างหลังฉวยโอกาสที่กำลังชุลมุนแทรกตัวหายวับออกจากห้องอย่างไร้ร่องรอย
    ตำรวจ 2 คนเดินมาดึงเจ้าแม่สวนกล้วยให้ลุกขึ้น ตอนนี้เธอลืมตา ทำสีหน้างงงวยเหมือนไม่รู้ตัวเองอยู่ที่ไหน และกำลังเกิดอะไรขึ้น
    “อะไรกัน ฉันไม่รู้เรื่อง พวกคุณตำรวจเข้ามาทำไม ไม่ได้มีใครขอให้เข้ามา”
    เจ้าแม่พยายามสะบัดมือดิ้นรนให้หลุดจากวงแขนของตำรวจ
    “คุณคนนี้เขาแจ้งความจับคุณข้อหาฉ้อโกง หลอกเงินเธอไปแสนนึง” ตำรวจพูดพลางพยายามรวบตัวเจ้าแม่สวนกล้วยไม่ให้ดิ้น
    “ใครฉ้อโกงใคร ฉันไม่รู้เรื่อง” เจ้าแม่สวนกล้วยยังคงทำไขสือ
    หญิงในชุดภูมิฐาน แสดงสีหน้าเดือดดาล ใบหน้าที่แดงทั้งจากการแต่งหน้า จากอากาศที่ร้อน ตอนนี้แดงมากขึ้นเหมือนคนโมโหสุดขีด เธอเดินมาใกล้แล้วตบหน้าเจ้าแม่สวนกล้วยจังๆถึง 2 ที ตำรวจต้องรีบคว้ามือเธอไว้ไม่ให้มีทีที่ 3 เจ้าแม่สวนกล้วยถึงกับหน้าหันซ้ายหันขวาตามแรงที่ตบ
    “หนอย อีนี่ ไม่รู้เรื่องเหรอ เงินแสนน่ะไม่เสียดาย เพราะสมบัติฉันเยอะ แต่เจ็บใจที่โดนหลอก เด๋วๆ จะขอตบจังๆหน้าอีกทีนึง”
    หญิงในชุดภูมิฐานพยายามสะบัดมือตำรวจออกไปจากแขน ทำท่าเงื้อมือจะฟาดลงบนใบหน้าของเจ้าแม่สวนกล้วยอีกให้หนำใจ เจ้าแม่ถึงกับสะบัดแขนออกจากมือตำรวจลุกพรวดขึ้นตั้งการ์ด โยกตัวไปมาเตรียมลุยกลับ ยกศอกยกหมัดขึ้นปัดป้อง พร้อมถลกผ้าถุงชันเข่าขึ้นเหมือนอย่างนักมวยไม่ผิดเพี้ยน

    “อ๋อ รังแกคนไม่มีทางสู้เหรอ เอาซีวะ ลองเข้ามาซีวะ แม่จะถีบให้หม้อเคล็ดเลยวันนี้”
    เจ้าแม่สวนกล้วยร้องท้าทายพลางกวักมือเรียกหญิงในชุดภูมิฐานให้เข้าร่วมประหมัดและศอก    
    ขณะกำลังชุลมุนคอขาดบาดตายกันอยู่นั้น เสียงหนึ่งดังทะลุกลางปล้อง เล่นเอาทุกคนหยุดกึก หันมาตามเสียงนั้นทันที
    “เจ้าแม่ แล้วที่ลูกสาวฉันเป็นงี้จะเอาไงน่ะ มาช่วยดูลูกฉันก่อน”
    แม่อรตะโกนถามอย่างไม่เกรงใจว่าใครจะชุลมุนวุ่นวายกันอย่างไร ทุกคนจึงหันมาที่แม่อรและทราย    นายตำรวจเอ่ยถามเธอ
    “คุณมาหาเจ้าแม่ให้เข้าทรงด้วยเหมือนกันหรือเปล่า นี่มันเรื่องหลอกลวงทั้งนั้น เสียเงินไปเท่าไหร่ละนั่น จะแจ้งความมั้ย ผมจะได้เพิ่มข้อหายัยเจ้าแม่นี่ ให้ติดคุกนานๆเลยทีนี้”
    ยังไม่ทันที่แม่อรจะตอบอะไร เจ้าแม่สวนกล้วยร้องเสียงหลง
    “ไม่รู้เรื่องไม่รู้เรื่อง คุณตำรวจ ฉันไม่รู้เรื่อง เข้าทรงเข้าเซิงอะไร นี่ก็ญาติมานั่งคุยกันเฉยๆ ไม่ได้ทำพิธีอะไรทั้งนั้น ไม่มีหรอกทรงจ้งทรงเจ้าอะไรน่ะ เอาที่ไหนมาพูด”
    “อ้าว ก็เมื่อกี้ยังเป็นเจ้าแม่สวนกล้วยอยู่เลย เงินบูชาครู 399 กับค่าพานพิธีอีก 500 ก็เอาไปแล้ว มาทำพิธีให้เสร็จซะก่อนนะ ไม่งั้นมีเรื่องแน่”
    ตอนนี้แม่อรลุกขึ้นชี้หน้าเจ้าแม่สวนกล้วย ความเลื่อมใสหวาดเกรงไม่รู้หายไปไหนหมด
    สายตาทั้งหมดหันกลันกลับไปที่เจ้าแม่สวนกล้วย เธอถึงกับหน้าซีดมือเท้าอ่อน จากเจ้าแม่เปลี่ยนเป็นคนเข็ญใจในบัดดล เจ้าแม่ลงนั่งคุกเข่าพนมมือ ตัวสั่นด้วยความกลัว
    “เงินค่าพานกับค่าขันเดี๋ยวจะคืนให้ อย่าแจ้งความเลยนะ เห็นใจฉันเถอะ ฉันติดคุกไม่ได้หรอกมีหลานอายุ 8 ขวบต้องเลี้ยง..............”
กล่าวเสร็จแล้วเธอก็หันมาทางหญิงภูมิฐาน พูดด้วยดวงหน้าและแววตาที่แสนจะละห้อย
“ส่วนเงินแสนนึงฉันใช้หมดไปแล้ว จะให้ทำยังไงก็ยอม ขออย่างเดียวอย่าเอาเข้าคุกเลยนะจ๊ะ เงินที่ได้ก็เอาไปจ่ายค่าเล่าเรียนหลาน สงสารมันเถอะ แม่มันเลิกกับผัว อีกพักก็เป็นโรคประสาท ทุกวันนี้ฉันต้องดิ้นรนหาเงินมารักษาลูกสาวและเลี้ยงหลาน ถือว่าทำบุญเถอนะ”

    น้ำเสียงกับเรื่องราวของเจ้าแม่สวนกล้วยเล่นเอาทุกคนตรงนั้นถึงกับตัวชา มีอยู่คนเดียวที่ไม่ได้เคลิ้มไปกับเรื่องราวของเจ้าแม่สวนกล้วย หญิงภูมิฐานสะแหยะยิ้ม แววตาดูแคลนอย่างที่สุด
    “ฉันไม่เชื่อแก คนอย่างแกก็หาเรื่องหลอกคนไปวันๆ ฉันเอาแกติดคุกแน่ แล้วจะจ้างคนเข้าไปตามซ้อมอีกต่างหาก เล่นกับใครไม่เล่น”
    น้ำตาถึงกับร่วงเผาะ เจ้าแม่สวนกล้วย หน้าตาที่ซีดเผือดตอนนี้มันจ๋อยอย่างสนิท เธอก้มลงพร้อมมือที่พนมกราบลงกับรองเท้าราคาแพงของหญิงภูมิฐาน จมูกบี้ติดพื้นพูดเสียงอู้อี้แต่ก็ยังฟังได้ชัดเจน
    “ฉันกราบเท้าคุณละค่ะ ถ้าไม่เชื่อตามไปดูที่โรงเรียนกับโรงพยาบาลก็ได้ ฉันขอโทษ ฉันเข็ดแล้ว ฉันขอสาบานว่าจะเลิกหลอกลวงผู้คน จะทำแต่ความดี จะให้ทยอยใช้หนี้ก็ได้ แต่ขอร้อง อย่าเอาฉันเข้าคุกเลยนะ”
    เสียงสะอื้นไห้ของเจ้าแม่เล่นเอาทุกคนอึ้ง
    เจ้าแม่เงยหน้าขึ้น กอบเอาเศษเงินที่วางอยู่ในขันยื่นให้แม่อร
    “ฉันไม่เอาอะจ๊ะ เอาคืนไปเถอะ วันหลังอย่าหลอกลวงผู้คนอย่างนี้อีกก็แล้วกัน” แม่อรผลักมือที่ยื่นเศษเงินให้นั้นกลับเบาๆ
    หญิงในชุดภูมิฐานที่คิ้วขมวดเกร็ง สีหน้าเคียดแค้นเปลี่ยนเป็นผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
    “เอาน่ะ ฉันเห็นใจ.................”
    ก่อนที่อะไรจะดำเนินไกลไปกว่านี้ ทรายกลับคืนฟื้นสติแล้ว แต่ก็ยังนิ่งอึ้งอยู่ แม่อรจึงดึงให้ลุกขึ้น บอกลาทุกคนแล้วเดินจูงกันจะออกไป ตอนที่กำลังก้าวพ้นบ้าน ได้ยินเสียงสนทนาดังแว่วออกมา
    “เอาเถอะ ถ้าเป็นความจริงถือว่าฉันบริจาคเงินช่วยคนป่วยกับให้ทุนการศึกษาเด็ก ค่าเล่าเรียนหลานน่ะ ถ้าไม่พอฉันจะออกเพิ่มให้ ว่าแต่ว่าลูกสาวรักษาตัวที่ไหน และหลานเรียนหนังสืออยู่ที่ไหน ฉันจะได้กะถูกว่าจะช่วยเงินอีกเท่าไหร่”
    “แหะ แหะ ลูกสาวฉันรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์จ๊ะ ส่วนหลานชายเรียนอยู่ ป 3 โรงเรียนอินเตอร์ เงินแสนที่ได้จากคุณไปนี่ก็เพิ่งเอาไปจ่ายเงินค่าเรียนซัมเมอร์ที่นิวซีแลนด์..........”
...................................................
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่