ก่อนอื่นเลยต้องขอแนะนำตัวก่อนว่าเราเป็นนักศึกษาปี 1 ที่เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่ไกลจากบ้าน และขอยืนยันเลยว่าคนที่ทำ b-hip อ่ะ ทำแล้วมันได้เงินจริงๆ อันนี้รับประกันเลยเพราะเพื่อนเราก็เคยทำแล้วมันก็บอกว่ามันได้จริง แต่ทำแค่ครั้งเดียวก็พอล่ะ มันบอกมันก็แค่ทนทำไปเพื่อที่จะถอนทุนคืนเฉยๆ 555555
เอาล่ะ เริ่มเรื่องนะ เรื่องนี้มันเกิดขึ้นตอนเราเพิ่งเริ่มเข้าเรียนใหม่ๆ แล้วพอดีรุ่นพี่ในคณะที่สนิทๆกันก็มาชวนเราไปทำงาน ประมาณว่า
รุ่นพี่: น้อง A สนใจทำงานพิเศษมั้ย พอดีพี่มีโควตาพาคนที่สนใจเข้างานอ่ะ พี่ชวน B กับ C ไปล่ะ เลยมาชวนน้องอีกคนเผื่อน้องจะสนใจ
เรา: อ่อๆ โอเคพี่ แล้วงานไรอ่ะ ขอรายละเอียดก่อนได้มั้ย?
รุ่นพี่: มันเป็นงานออนไลน์อ่ะ แบบว่าเราแชร์สินค้าของทางบริษัทแล้วเขาก็จะให้เงินเรา
เรา: เหมือนโปรโมทสินค้าแบบนี้หรอพี่ อ่า... ขอหนูดูรายละเอียดก่อนนะพี่
รุ่นพี่: ได้ๆ ไว้เดี๋ยวพี่ขอเบอร์น้องก่อนนะ แล้วเดี๋ยวจะมีพี่ที่ทำงานกับพี่อ่ะโทรไปบอกรายละเอียดกับน้อง พี่คนนี้เขาจะเชี่ยวชาญกว่าพี่
เรา: เคๆเลยพี่
นี่คือการชักชวนของรุ่นพี่เราที่ทำ b-hip นะคะ มันก็ประมาณๆนี้น่ะ แล้วหลังจากนั้นประมาณสองวันก็มีพี่โทรมาพูดรายละเอียดให้ฟัง ตอนนั้นเราจดรายละเอียดตามที่พี่พูดให้ฟังทุกเรื่อง สงสัยอะไรเราก็ถามจนหมด เพราะก็กลัวจะโดนหลอกเหมือนกัน และประเด็นที่น่าโมโหก็คือ
1. สรุปคือกาทำงานไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ แต่เราต้องเสียเงิน 200-300 บาท เพื่อเข้าไปฟังอบรมการทำงาน
2. เราถามพี่คนนี้ย้ำหลายรอบมากว่า 'แค่เราแชร์โฆษณาใช่มั้ย?' พี่เขาก็ตอบว่า 'ใช่' ตลอด
3. เราถามพี่เขาว่า 'นี่มีบริษัทใช่มั้ยพี่ หรือเป็นองค์กรอะไรยังไง?' พี่แกก็ตอบมาว่า 'มีนะ เราทำงานเป็นบริษัท.. เอางี้น้องรู้จักนามสกุล เจียรวนนท์ ที่ทำ CP อ่ะ' เราก็เลยแบบ อ่อออออ
แล้วหลังจากนั้นเราก็มาเปิดดูว่ามีนามสกุลนี้จริงป่าว ตอนนั้นก็เช็คๆอยู่ แต่สุดท้ายก็ลืมถามมาว่าบริษัทที่เราจะต้องไปทำงานนี้ให้มันชื่อบริษัทว่าอะไร แต่ตอนนั้นก็ช่างมันแล้วก็โอนเงินค่าอบรมไปให้เขา ต่อมาเราก็ไปฟังอบรมกับเพื่อนอีกสองคน
พอฟังปุ๊บก็กลายเป็นว่าเราต้องลงทุนเพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ผงใส่น้ำเพื่อสุขภาพมาเป็นล็อตๆ แล้วมันจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือถ้าลงทุนซื้อน้อยก็จะอยู่ระดับต่ำสุดแล้วก็จะได้ส่วนลดน้อยสุดด้วย แต่ถ้าซื้อมาลงทุนมากสุดก็จะอยู่ในระดับที่สูงและได้รับส่วนลดสูงด้วย
ตอนนั้นเราก็แบบ อ่า โอเค ขายของก็ไม่เป็นไร อยากได้ตังค์อ่ะ 555555 ก็เลยคิดที่จะทำต่อ แล้วก็ว่าจะลงทุนในระดับที่สูงสุดด้วย นั่นคือ 46000 บาท
พระเจ้าช่วย! ตอนนั้นคิดได้ยังไงก็ไม่รู้ หาเงินเองยังไม่ได้ นี่คิดจะลงทุนเกือบครึ่งแสน โอ้ยยย เราก็บ้าไปล่ะ แต่ก็ยังไม่หยุดจริงๆ เพราะอยากได้เงินมาก แล้วพวกพี่ๆก็จะคอยพูดๆให้เรารู้สึกว่าเราอยากได้เงินอ่ะ เราคิดว่ามันเป็นจิตวิทยานะ ถ้าอยากรู้ว่ามันจะเป็นยังไง ทำไมเราอยากได้เงินขนาดนั้น คุณผู้อ่านก็ลองเสียงเงินสัก 200-300 บาทไปนั่งฟังดูก็ได้ พอได้ฟังอบรมนะ คุณจะมีกิเลสเพิ่มขึ้นมากเลยแหละ ฮ่าๆ
แล้วสรุปหลังจากนั้นหนึ่งวันเราก็ตัดสินใจลงทุนไปก่อน 5000 บาทอัพนะ พี่ที่ปรึกษาบอกว่าต้องรีบตัดสินใจนะถ้าจะทำอ่ะ ลงทุนมาไว้ก่อนก็ได้ เพราะจะได้กันชื่อไว้ให้ ให้อยู่ในตำแหน่งที่สูงๆ(เหมือนแบบใครลงชื่อก่อนก็จะได้เป็นหัวหน้า แล้วใครลงชื่อทีหลังก็จะเป็นลูกน้องอ่ะ) แต่นี่แค่ลงทุนเพื่อไปกันชื่อเฉยๆ น้องจะยังไม่ได้สินค้า แล้วก็ยังไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเลย เราต้องมาเรียนรู้ระบบอีก
ในจุดๆนั้นเราก็แบบ เห้ย นี่ยังต้องเข้ามาเรียนรู้ระบบอีกเรื่อยๆด้วยอีกหรอ ทางเข้ามาในบริษัทนี่ก็ไม่ใช่ใกล้ๆเลยนะ ต้องเสียเวลาไปเป็นวันๆอ่ะ แล้วตอนแรกก็คิดว่าแค่ฟังอบรมเสร็จก็พอจบ รอลงทุนครบ แล้วก็ได้ไปทำงานแล้วไรงี้ นี่ยังต้องมาเรียนรู้การทำระบบอีก บ้าบอ
แล้วตอนนั้นเราก็เครียดๆด้วยแหละ เวลาก็ไม่ค่อยจะมี เรียนก็เยอะ หนังสือก็ต้องอ่าน นี่พ่อแม่ส่งมาเรียนนะไม่ได้ส่งมาหาเงิน แล้วก็แบบไม่รู้ว่าจะไปหาเงินมาจากไหนอีก 40000 กว่าบาท บอกพ่อบอกแม่ก็ไม่ได้เพราะกะจะทำงานมีเงินไปเซอร์ไพรส์ จะเอาของไปจำนำนั้นก็กลัวไม่ได้คืน แล้วก็ไม่รู้จะเอาไรไปจำนำด้วย ขอยืมเพื่อนนี่ก็เคยทำมาแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จ เพื่อนนี่ก็เตือนจะแย่แล้ว จนเกิดเป็นความกังวลจริงๆจังๆขึ้นมา แล้วก็เริ่มหาข้อมูลของ b-hip
แล้วก็ตาสว่างขึ้นมาทันทีทันใด
รีบโทรหาพ่อหาแม่เลยจ้าาาา 5555555555 แล้วก็เล่าความจริงให้ฟัง ต่อจากนั้นเราก็ทักไปบอกรุ่นพี่ว่าเราจะไม่ทำแล้วนะ บอกพ่อแม่ไปแล้วพ่อแม่ไม่ให้ทำ ตอนแรกก็ว่าจะไม่เอาเงินคืนล่ะ แล้วก็กำลังจะบอกรุ่นพี่แหละว่าไม่เอาเงินแล้ว แต่รุ่นพี่คนนี่เขาก็บอกเราว่าเดี๋ยวพี่จัดการเรื่องเงินให้ ขอไปปรึกษากับพี่ที่ปรึกษาก่อน เราก็เลยโอเค ได้เงินคืนมาก็ดีเหมือนกัน
ต่อจากนั้นพี่ที่ปรึกษาก็โทรมา บอกให้เข้าไปคุยกันที่บริษัท แต่เราไม่ไป ไปก็โดนรุมสิใช่มั้ยล่ะ ถิ่นเขาอ่ะ แล้วพี่ที่ปรึกษาก็คงรมณ์เสียแหละ แล้วก็วางสายไป ต่อมารุ่นพี่เราก็มาคุยกับเราอีก บอกว่าเดี๋ยวเคลียร์ให้ๆ แล้วก็ให้เราโทรคุยกับพี่ที่ปรึกษาอีกครั้ง แล้วเราก็โทรไปแล้วก็ขอคุยกับพี่ใหญ่ที่คุมบริษัทสาขานี้ ตอนแรกพวกพี่ก็ทำเหมือนจะไม่ให้คุย แต่สุดท้ายก็ให้เบอร์มา
พอเราโทรไปหาพี่ใหญ่ พี่แกก็บอกประมาณว่า
พี่ใหญ่: เลิกทำอ่ะ ได้ แต่ว่าขอเงินคืนนี่พี่ให้ไม่ได้นะ เราต้องได้ไปเป็นของแทน
เรา: อ่าวพี่ ทำไมอ่ะ หนูขอเป็นเงินไม่ได้หรอคะ?
พี่ใหญ่: ค่ะ เพราะพอน้องให้เงินพี่ พี่ก็นำเงินโอนให้บริษัทใหญ่ที่กรุงเทพไปแล้ว ถ้าน้องจะได้น้องก็จะได้เป็นตัวสินค้าค่ะ
เรา: แต่ที่คุยกับพี่ที่ปรึกษาเขาบอกว่าเงินที่หนูลงไปเป็นแค่เงินที่ไว้กันชื่อให้ชื่อหนูอยู่สูงนี่คะ สินค้ายังไม่ได้ ยังทำอะไรไม่ได้ด้วย เพราะงั้นหนูเลยคิดว่ามันยังไม่น่าจะได้เป็นสินค้านะคะ
พี่ใหญ่: จริงหรอ ตอนนี้พี่ก็อยู่กับพี่ที่ปรึกษาน้องนะ เดี๋ยวไว้พี่ถามมันดูก็แล้วกัน.. แล้วน้องจะให้พี่ทำยังไง ในเมื่อน้องให้เงินพี่มาแล้วพี่ก็โอนไปให้ที่ศูนย์ใหญ่แล้ว (คือประเด็นนี้อ่ะเราจับได้ว่าให้ข้อมูลมาไม่ตรงกันเห็นๆเลย ไหนบอกยังไม่ได้สินค้าไง แล้วนี่จะยัดเยียดสินค้ามาให้ ฮ่าๆตลกดีนะ)
เรา: ขอเงินคืนค่ะพี่ ไม่งั้นหนูจะแจ้งความแน่ๆ (ตอนนั้นอารมณ์เราก็เริ่มจะขึ้นล่ะ)
พี่ใหญ่: ไม่ได้ค่ะ พี่ให้น้องได้เป็นตัวสินค้าเท่านั้น จะแจ้งความก็ได้นะ พี่ไม่กลัว พี่ทำงานสุจริต
เรา: ..............แล้วจะได้ครบตามจำนวนที่หนูลงทุนไปใช่มั้ยคะ? มันจะมีเศษครึ่งซองด้วยนะคะพี่
พี่ใหญ่: เดี๋ยวพวกพี่จัดการให้ค่ะน้อง ได้เท่าตามจำนวนเงินแน่นอนค่ะ
เรา: งั้นถ้าหนูได้เป็นสินค้ามาหนูจะเอาไปขายใครดีล่ะคะพี่ ขายพี่ได้มั้ยคะ? (โมโหจัด ไม่ได้เงินคืนจริงๆ เซ็งเลยปากเสียใส่พี่แกสักหน่อย)
พี่ใหญ่: อันนี้น้องก็คงต้องลองคุยกับพี่ที่ปรึกษาของน้องดูนะว่าเขาจะรับซื้อรึเปล่า?
เรา: อ่อ โอเคค่ะ
แล้วหลังจากนั้นเราก็วางสายไป แล้วก็โทรหารุ่นพี่ก่อน รุ่นพี่ก็เลยบอกว่างั้นเดี๋ยวจะบอกพี่ที่ปรึกษาให้ ต่อจากนั้นรุ่นพี่ก็มาบอกว่าโอเคพี่ที่ปรึกษาจะรับซื้อเอง เดี๋ยวจะโอนเงินไปให้
แล้วเราก็ได้เงินคืนมาครบจำนวน แค่หลังจากนั้นพี่ที่ปรึกษาแกก็โพสต์เฟสแขวะๆเรานิดนึง แต่ก็เออดี แคร์ที่ไหนล่ะ 555555555 จริงๆก็ขอบคุณพี่ที่ปรึกษานะที่ช่วยโอนเงินมาคืนให้อ่ะค่ะ
หลังจากนั้นไม่นาน รุ่นพี่คนที่ชวนเราไปทำ b-hip เขาก็เลิกทำเหมือนกัน เหตุผลก็ประมาณว่าทนไม่ไหวอ่ะแหละ
แล้วจริงๆเราก็อยากให้เรื่องนี้มันจบๆไป ไม่เอาเรื่องเอาราวไม่ทำอะไรทั้งนั้นเพราะเราก็ได้เงินคืนแล้ว แล้วเรื่องมันก็นานมากแล้วด้วย แต่เพราะเราเพิ่งมารู้ทีหลังว่าเพื่อนในกลุ่มเราก็โดนรุ่นพี่ในมอมาชวนเหมือนกัน เพื่อนคนอื่นๆในคณะก็โดนอีกเกือบไปลึกจนเสียเงินไปเหมือนเราแล้ว เพื่อนของเพื่อนต่างคณะก็โดน เรากลัวว่ารุ่นน้องจะโดนเหมือนกัน เราเลยมาตั้งกระทู้นี้เพื่อเตือนไว้
ขอย้ำว่ามันได้เงินจริง แต่ก็ต้องทนทุกอย่าง และเราว่าไม่เหมาะกับการให้นักเรียนเข้ามาทำเลย เพราะมันต้องมีเวลาเยอะมากกว่า 2-3 ชั่วโมงต่อวันอ่ะ ไอ้คำโฆษณาที่บอกว่ามีเวลาทำงานแค่ 2-3 ชั่วโมงต่อวันแล้วรายได้เป็น 200 500 บาท นี่ โหยยยย คือคุณขายสินค้ามันได้แค่ กล่องสองกล่องอ่ะ มันจะมีคนซื้อสักกี่คน รสชาติของสินค้าก็ใช่ว่าจะดีนะคุณ แล้วถ้าจะรักษาสุขภาพก็กินผัก ผลไม้สดๆไม่ดีกว่าหรอ ถูกมั้ยล่ะคะ ถ้าจะอยากให้หน้าอกโต ร่างกายฟิตๆ ก็มีอาหารเสริมที่ดีกว่านี้รึเปล่า ไปหาหมอทำศัลยกรรมไปเลยน่าจะง่ายกว่ามั้ย เก็บๆเงินไว้ไปทำกับค่อยๆซื้อกินจนเห็นผลราคามันก็เท่าๆกันนั่นแหละ
แล้วที่จะเตือนอีกก็คือ พวกที่ทำ b-hip เขามีเป้าหมายอยู่ที่นักศึกษานี่แหละ เขาจะแอดเฟสพวกคุณไปเรื่อยๆ เพื่อนของเพื่อนของเพื่อนของเพื่อนอ่ะ แล้วจะใช้จิตวิทยา อัพรูปลงโซเชียลไรงี้บ่อยๆ ให้เห็นว่าตัวเองกินดีอยู่ดีมีรถมีบ้านมีเงิน ทำให้พวกเราที่ไม่มีเกิดกิเลส และมันง่ายมากกับการหลอกล่อให้คนที่อยู่ไกลบ้านไกลหูไกลตาพ่อแม่ออกมาทำงานนี้ สุดท้ายรายได้จาก b-hip ก็อาจจะมาจากการที่เก็บเงินคนจากการอบรม หรือคนที่ลงทุนไปแล้วแต่จู่ๆก็เลิกทำ(อันนี้เพื่อนเรามันเป็นนะ ลงทุนไปแล้ว 200 บาท แต่ก็เลิกทำ เลิกติดต่อกับพี่ที่ปรึกษาไปเลยอ่ะ แล้วก็ไม่เอาเงินคืนด้วย)
อีกเรื่องนึงๆ เราลืมเล่าว่าตอนจ่ายเงินลงทุนเพื่อไปกันชื่อเรากับบริษัทนี้อ่ะ พี่ใหญ่ก็ออกใบเสร็จให้เรานะ แต่ใบเสร็จนั้น เราเอาไปแจ้งความเป็นหลักฐานเพื่อขอเงินคืนไม่ได้ค่ะ เพราะว่าการออกใบเสร็จมันไม่ถูกต้องตามขั้นตอน ก็คิดดูละกันขนาดออกใบเสร็จมาให้ยังออกมาแบบหลอกลวงอ่ะ
แล้วก็คิดดูนะคะ ว่าตอนแรกเขาบอกว่าเป็นงานแชร์โฆษณาเฉยๆต่อมาก็เปลี่ยนไปบอกว่าต้องลงทุนแล้วเอาสินค้าไปขาย เขาหลอกคุณตั้งแต่แรกแล้วนะ แล้วต่อจากนี้คุณคิดว่ามันจะมีเรื่องไหนที่จริงบ้างล่ะ
ถ้าอยากรู้ว่าเป็นยังไงจะไปลองดูก็ได้นะคะ แต่ทางที่ดีก็อย่าเลยค่ะ ฮ่าๆๆๆ
***เราเล่าแบบย่อๆนะ***
**b-hip มันร้าย มันแทรกซึมเข้ามาถึงในมหาลัยได้อ่ะ ธรรมดาที่ไหนล่ะ แล้วอาจารย์กับตำรวจก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอกนะ คุณต้องระวังตัวเองเท่านั้นแหละ**
ทำงานออนไลน์กับ b-hip
เอาล่ะ เริ่มเรื่องนะ เรื่องนี้มันเกิดขึ้นตอนเราเพิ่งเริ่มเข้าเรียนใหม่ๆ แล้วพอดีรุ่นพี่ในคณะที่สนิทๆกันก็มาชวนเราไปทำงาน ประมาณว่า
รุ่นพี่: น้อง A สนใจทำงานพิเศษมั้ย พอดีพี่มีโควตาพาคนที่สนใจเข้างานอ่ะ พี่ชวน B กับ C ไปล่ะ เลยมาชวนน้องอีกคนเผื่อน้องจะสนใจ
เรา: อ่อๆ โอเคพี่ แล้วงานไรอ่ะ ขอรายละเอียดก่อนได้มั้ย?
รุ่นพี่: มันเป็นงานออนไลน์อ่ะ แบบว่าเราแชร์สินค้าของทางบริษัทแล้วเขาก็จะให้เงินเรา
เรา: เหมือนโปรโมทสินค้าแบบนี้หรอพี่ อ่า... ขอหนูดูรายละเอียดก่อนนะพี่
รุ่นพี่: ได้ๆ ไว้เดี๋ยวพี่ขอเบอร์น้องก่อนนะ แล้วเดี๋ยวจะมีพี่ที่ทำงานกับพี่อ่ะโทรไปบอกรายละเอียดกับน้อง พี่คนนี้เขาจะเชี่ยวชาญกว่าพี่
เรา: เคๆเลยพี่
นี่คือการชักชวนของรุ่นพี่เราที่ทำ b-hip นะคะ มันก็ประมาณๆนี้น่ะ แล้วหลังจากนั้นประมาณสองวันก็มีพี่โทรมาพูดรายละเอียดให้ฟัง ตอนนั้นเราจดรายละเอียดตามที่พี่พูดให้ฟังทุกเรื่อง สงสัยอะไรเราก็ถามจนหมด เพราะก็กลัวจะโดนหลอกเหมือนกัน และประเด็นที่น่าโมโหก็คือ
1. สรุปคือกาทำงานไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ แต่เราต้องเสียเงิน 200-300 บาท เพื่อเข้าไปฟังอบรมการทำงาน
2. เราถามพี่คนนี้ย้ำหลายรอบมากว่า 'แค่เราแชร์โฆษณาใช่มั้ย?' พี่เขาก็ตอบว่า 'ใช่' ตลอด
3. เราถามพี่เขาว่า 'นี่มีบริษัทใช่มั้ยพี่ หรือเป็นองค์กรอะไรยังไง?' พี่แกก็ตอบมาว่า 'มีนะ เราทำงานเป็นบริษัท.. เอางี้น้องรู้จักนามสกุล เจียรวนนท์ ที่ทำ CP อ่ะ' เราก็เลยแบบ อ่อออออ
แล้วหลังจากนั้นเราก็มาเปิดดูว่ามีนามสกุลนี้จริงป่าว ตอนนั้นก็เช็คๆอยู่ แต่สุดท้ายก็ลืมถามมาว่าบริษัทที่เราจะต้องไปทำงานนี้ให้มันชื่อบริษัทว่าอะไร แต่ตอนนั้นก็ช่างมันแล้วก็โอนเงินค่าอบรมไปให้เขา ต่อมาเราก็ไปฟังอบรมกับเพื่อนอีกสองคน
พอฟังปุ๊บก็กลายเป็นว่าเราต้องลงทุนเพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ผงใส่น้ำเพื่อสุขภาพมาเป็นล็อตๆ แล้วมันจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือถ้าลงทุนซื้อน้อยก็จะอยู่ระดับต่ำสุดแล้วก็จะได้ส่วนลดน้อยสุดด้วย แต่ถ้าซื้อมาลงทุนมากสุดก็จะอยู่ในระดับที่สูงและได้รับส่วนลดสูงด้วย
ตอนนั้นเราก็แบบ อ่า โอเค ขายของก็ไม่เป็นไร อยากได้ตังค์อ่ะ 555555 ก็เลยคิดที่จะทำต่อ แล้วก็ว่าจะลงทุนในระดับที่สูงสุดด้วย นั่นคือ 46000 บาท
พระเจ้าช่วย! ตอนนั้นคิดได้ยังไงก็ไม่รู้ หาเงินเองยังไม่ได้ นี่คิดจะลงทุนเกือบครึ่งแสน โอ้ยยย เราก็บ้าไปล่ะ แต่ก็ยังไม่หยุดจริงๆ เพราะอยากได้เงินมาก แล้วพวกพี่ๆก็จะคอยพูดๆให้เรารู้สึกว่าเราอยากได้เงินอ่ะ เราคิดว่ามันเป็นจิตวิทยานะ ถ้าอยากรู้ว่ามันจะเป็นยังไง ทำไมเราอยากได้เงินขนาดนั้น คุณผู้อ่านก็ลองเสียงเงินสัก 200-300 บาทไปนั่งฟังดูก็ได้ พอได้ฟังอบรมนะ คุณจะมีกิเลสเพิ่มขึ้นมากเลยแหละ ฮ่าๆ
แล้วสรุปหลังจากนั้นหนึ่งวันเราก็ตัดสินใจลงทุนไปก่อน 5000 บาทอัพนะ พี่ที่ปรึกษาบอกว่าต้องรีบตัดสินใจนะถ้าจะทำอ่ะ ลงทุนมาไว้ก่อนก็ได้ เพราะจะได้กันชื่อไว้ให้ ให้อยู่ในตำแหน่งที่สูงๆ(เหมือนแบบใครลงชื่อก่อนก็จะได้เป็นหัวหน้า แล้วใครลงชื่อทีหลังก็จะเป็นลูกน้องอ่ะ) แต่นี่แค่ลงทุนเพื่อไปกันชื่อเฉยๆ น้องจะยังไม่ได้สินค้า แล้วก็ยังไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเลย เราต้องมาเรียนรู้ระบบอีก
ในจุดๆนั้นเราก็แบบ เห้ย นี่ยังต้องเข้ามาเรียนรู้ระบบอีกเรื่อยๆด้วยอีกหรอ ทางเข้ามาในบริษัทนี่ก็ไม่ใช่ใกล้ๆเลยนะ ต้องเสียเวลาไปเป็นวันๆอ่ะ แล้วตอนแรกก็คิดว่าแค่ฟังอบรมเสร็จก็พอจบ รอลงทุนครบ แล้วก็ได้ไปทำงานแล้วไรงี้ นี่ยังต้องมาเรียนรู้การทำระบบอีก บ้าบอ
แล้วตอนนั้นเราก็เครียดๆด้วยแหละ เวลาก็ไม่ค่อยจะมี เรียนก็เยอะ หนังสือก็ต้องอ่าน นี่พ่อแม่ส่งมาเรียนนะไม่ได้ส่งมาหาเงิน แล้วก็แบบไม่รู้ว่าจะไปหาเงินมาจากไหนอีก 40000 กว่าบาท บอกพ่อบอกแม่ก็ไม่ได้เพราะกะจะทำงานมีเงินไปเซอร์ไพรส์ จะเอาของไปจำนำนั้นก็กลัวไม่ได้คืน แล้วก็ไม่รู้จะเอาไรไปจำนำด้วย ขอยืมเพื่อนนี่ก็เคยทำมาแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จ เพื่อนนี่ก็เตือนจะแย่แล้ว จนเกิดเป็นความกังวลจริงๆจังๆขึ้นมา แล้วก็เริ่มหาข้อมูลของ b-hip
แล้วก็ตาสว่างขึ้นมาทันทีทันใด
รีบโทรหาพ่อหาแม่เลยจ้าาาา 5555555555 แล้วก็เล่าความจริงให้ฟัง ต่อจากนั้นเราก็ทักไปบอกรุ่นพี่ว่าเราจะไม่ทำแล้วนะ บอกพ่อแม่ไปแล้วพ่อแม่ไม่ให้ทำ ตอนแรกก็ว่าจะไม่เอาเงินคืนล่ะ แล้วก็กำลังจะบอกรุ่นพี่แหละว่าไม่เอาเงินแล้ว แต่รุ่นพี่คนนี่เขาก็บอกเราว่าเดี๋ยวพี่จัดการเรื่องเงินให้ ขอไปปรึกษากับพี่ที่ปรึกษาก่อน เราก็เลยโอเค ได้เงินคืนมาก็ดีเหมือนกัน
ต่อจากนั้นพี่ที่ปรึกษาก็โทรมา บอกให้เข้าไปคุยกันที่บริษัท แต่เราไม่ไป ไปก็โดนรุมสิใช่มั้ยล่ะ ถิ่นเขาอ่ะ แล้วพี่ที่ปรึกษาก็คงรมณ์เสียแหละ แล้วก็วางสายไป ต่อมารุ่นพี่เราก็มาคุยกับเราอีก บอกว่าเดี๋ยวเคลียร์ให้ๆ แล้วก็ให้เราโทรคุยกับพี่ที่ปรึกษาอีกครั้ง แล้วเราก็โทรไปแล้วก็ขอคุยกับพี่ใหญ่ที่คุมบริษัทสาขานี้ ตอนแรกพวกพี่ก็ทำเหมือนจะไม่ให้คุย แต่สุดท้ายก็ให้เบอร์มา
พอเราโทรไปหาพี่ใหญ่ พี่แกก็บอกประมาณว่า
พี่ใหญ่: เลิกทำอ่ะ ได้ แต่ว่าขอเงินคืนนี่พี่ให้ไม่ได้นะ เราต้องได้ไปเป็นของแทน
เรา: อ่าวพี่ ทำไมอ่ะ หนูขอเป็นเงินไม่ได้หรอคะ?
พี่ใหญ่: ค่ะ เพราะพอน้องให้เงินพี่ พี่ก็นำเงินโอนให้บริษัทใหญ่ที่กรุงเทพไปแล้ว ถ้าน้องจะได้น้องก็จะได้เป็นตัวสินค้าค่ะ
เรา: แต่ที่คุยกับพี่ที่ปรึกษาเขาบอกว่าเงินที่หนูลงไปเป็นแค่เงินที่ไว้กันชื่อให้ชื่อหนูอยู่สูงนี่คะ สินค้ายังไม่ได้ ยังทำอะไรไม่ได้ด้วย เพราะงั้นหนูเลยคิดว่ามันยังไม่น่าจะได้เป็นสินค้านะคะ
พี่ใหญ่: จริงหรอ ตอนนี้พี่ก็อยู่กับพี่ที่ปรึกษาน้องนะ เดี๋ยวไว้พี่ถามมันดูก็แล้วกัน.. แล้วน้องจะให้พี่ทำยังไง ในเมื่อน้องให้เงินพี่มาแล้วพี่ก็โอนไปให้ที่ศูนย์ใหญ่แล้ว (คือประเด็นนี้อ่ะเราจับได้ว่าให้ข้อมูลมาไม่ตรงกันเห็นๆเลย ไหนบอกยังไม่ได้สินค้าไง แล้วนี่จะยัดเยียดสินค้ามาให้ ฮ่าๆตลกดีนะ)
เรา: ขอเงินคืนค่ะพี่ ไม่งั้นหนูจะแจ้งความแน่ๆ (ตอนนั้นอารมณ์เราก็เริ่มจะขึ้นล่ะ)
พี่ใหญ่: ไม่ได้ค่ะ พี่ให้น้องได้เป็นตัวสินค้าเท่านั้น จะแจ้งความก็ได้นะ พี่ไม่กลัว พี่ทำงานสุจริต
เรา: ..............แล้วจะได้ครบตามจำนวนที่หนูลงทุนไปใช่มั้ยคะ? มันจะมีเศษครึ่งซองด้วยนะคะพี่
พี่ใหญ่: เดี๋ยวพวกพี่จัดการให้ค่ะน้อง ได้เท่าตามจำนวนเงินแน่นอนค่ะ
เรา: งั้นถ้าหนูได้เป็นสินค้ามาหนูจะเอาไปขายใครดีล่ะคะพี่ ขายพี่ได้มั้ยคะ? (โมโหจัด ไม่ได้เงินคืนจริงๆ เซ็งเลยปากเสียใส่พี่แกสักหน่อย)
พี่ใหญ่: อันนี้น้องก็คงต้องลองคุยกับพี่ที่ปรึกษาของน้องดูนะว่าเขาจะรับซื้อรึเปล่า?
เรา: อ่อ โอเคค่ะ
แล้วหลังจากนั้นเราก็วางสายไป แล้วก็โทรหารุ่นพี่ก่อน รุ่นพี่ก็เลยบอกว่างั้นเดี๋ยวจะบอกพี่ที่ปรึกษาให้ ต่อจากนั้นรุ่นพี่ก็มาบอกว่าโอเคพี่ที่ปรึกษาจะรับซื้อเอง เดี๋ยวจะโอนเงินไปให้
แล้วเราก็ได้เงินคืนมาครบจำนวน แค่หลังจากนั้นพี่ที่ปรึกษาแกก็โพสต์เฟสแขวะๆเรานิดนึง แต่ก็เออดี แคร์ที่ไหนล่ะ 555555555 จริงๆก็ขอบคุณพี่ที่ปรึกษานะที่ช่วยโอนเงินมาคืนให้อ่ะค่ะ
หลังจากนั้นไม่นาน รุ่นพี่คนที่ชวนเราไปทำ b-hip เขาก็เลิกทำเหมือนกัน เหตุผลก็ประมาณว่าทนไม่ไหวอ่ะแหละ
แล้วจริงๆเราก็อยากให้เรื่องนี้มันจบๆไป ไม่เอาเรื่องเอาราวไม่ทำอะไรทั้งนั้นเพราะเราก็ได้เงินคืนแล้ว แล้วเรื่องมันก็นานมากแล้วด้วย แต่เพราะเราเพิ่งมารู้ทีหลังว่าเพื่อนในกลุ่มเราก็โดนรุ่นพี่ในมอมาชวนเหมือนกัน เพื่อนคนอื่นๆในคณะก็โดนอีกเกือบไปลึกจนเสียเงินไปเหมือนเราแล้ว เพื่อนของเพื่อนต่างคณะก็โดน เรากลัวว่ารุ่นน้องจะโดนเหมือนกัน เราเลยมาตั้งกระทู้นี้เพื่อเตือนไว้
ขอย้ำว่ามันได้เงินจริง แต่ก็ต้องทนทุกอย่าง และเราว่าไม่เหมาะกับการให้นักเรียนเข้ามาทำเลย เพราะมันต้องมีเวลาเยอะมากกว่า 2-3 ชั่วโมงต่อวันอ่ะ ไอ้คำโฆษณาที่บอกว่ามีเวลาทำงานแค่ 2-3 ชั่วโมงต่อวันแล้วรายได้เป็น 200 500 บาท นี่ โหยยยย คือคุณขายสินค้ามันได้แค่ กล่องสองกล่องอ่ะ มันจะมีคนซื้อสักกี่คน รสชาติของสินค้าก็ใช่ว่าจะดีนะคุณ แล้วถ้าจะรักษาสุขภาพก็กินผัก ผลไม้สดๆไม่ดีกว่าหรอ ถูกมั้ยล่ะคะ ถ้าจะอยากให้หน้าอกโต ร่างกายฟิตๆ ก็มีอาหารเสริมที่ดีกว่านี้รึเปล่า ไปหาหมอทำศัลยกรรมไปเลยน่าจะง่ายกว่ามั้ย เก็บๆเงินไว้ไปทำกับค่อยๆซื้อกินจนเห็นผลราคามันก็เท่าๆกันนั่นแหละ
แล้วที่จะเตือนอีกก็คือ พวกที่ทำ b-hip เขามีเป้าหมายอยู่ที่นักศึกษานี่แหละ เขาจะแอดเฟสพวกคุณไปเรื่อยๆ เพื่อนของเพื่อนของเพื่อนของเพื่อนอ่ะ แล้วจะใช้จิตวิทยา อัพรูปลงโซเชียลไรงี้บ่อยๆ ให้เห็นว่าตัวเองกินดีอยู่ดีมีรถมีบ้านมีเงิน ทำให้พวกเราที่ไม่มีเกิดกิเลส และมันง่ายมากกับการหลอกล่อให้คนที่อยู่ไกลบ้านไกลหูไกลตาพ่อแม่ออกมาทำงานนี้ สุดท้ายรายได้จาก b-hip ก็อาจจะมาจากการที่เก็บเงินคนจากการอบรม หรือคนที่ลงทุนไปแล้วแต่จู่ๆก็เลิกทำ(อันนี้เพื่อนเรามันเป็นนะ ลงทุนไปแล้ว 200 บาท แต่ก็เลิกทำ เลิกติดต่อกับพี่ที่ปรึกษาไปเลยอ่ะ แล้วก็ไม่เอาเงินคืนด้วย)
อีกเรื่องนึงๆ เราลืมเล่าว่าตอนจ่ายเงินลงทุนเพื่อไปกันชื่อเรากับบริษัทนี้อ่ะ พี่ใหญ่ก็ออกใบเสร็จให้เรานะ แต่ใบเสร็จนั้น เราเอาไปแจ้งความเป็นหลักฐานเพื่อขอเงินคืนไม่ได้ค่ะ เพราะว่าการออกใบเสร็จมันไม่ถูกต้องตามขั้นตอน ก็คิดดูละกันขนาดออกใบเสร็จมาให้ยังออกมาแบบหลอกลวงอ่ะ
แล้วก็คิดดูนะคะ ว่าตอนแรกเขาบอกว่าเป็นงานแชร์โฆษณาเฉยๆต่อมาก็เปลี่ยนไปบอกว่าต้องลงทุนแล้วเอาสินค้าไปขาย เขาหลอกคุณตั้งแต่แรกแล้วนะ แล้วต่อจากนี้คุณคิดว่ามันจะมีเรื่องไหนที่จริงบ้างล่ะ
ถ้าอยากรู้ว่าเป็นยังไงจะไปลองดูก็ได้นะคะ แต่ทางที่ดีก็อย่าเลยค่ะ ฮ่าๆๆๆ
***เราเล่าแบบย่อๆนะ***
**b-hip มันร้าย มันแทรกซึมเข้ามาถึงในมหาลัยได้อ่ะ ธรรมดาที่ไหนล่ะ แล้วอาจารย์กับตำรวจก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอกนะ คุณต้องระวังตัวเองเท่านั้นแหละ**