กกต.ตั้งงบเลือกตั้ง ส.ส. 4,800 ล้าน มั่นใจเลือกตั้งปี 61 ตามโรดแม็พแน่นอน พร้อมกันงบลับไว้130ล้าน
เมื่อเวลา 14.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง กล่าวภายหลังการประชุมกกต.ว่า ในวันนี้(10ม.ค.60) ที่ประชุม กกต. ได้พิจารณาร่างคำของบประมาณในการเลือกตั้งส.ส. และการสรรหาส.ว. ตามที่รัฐบาล และสำนักงบประมาณประสานมาว่าให้จัดทำคำขอดังกล่าวไว้ในรายการงบประมาณประจำปี 2561 ของกกต. ซึ่งจะเริ่มใช้ได้ตั้งแต่ 1 ต.ค.60 – 30 ก.ย.61 โดยตนยืนยัน และมั่นใจว่า จะมีการจัดการเลือกตั้งในช่วงปีงบประมาณ 2561 ซึ่งเป็นไปตามโรดแม็พ ทั้งนี้ กกต.ได้กำหนดตัวเลขเบื้องต้น โดยคิดจากค่าใช้จ่ายเดิมในการจัดเลือกตั้งที่ผ่านมา ประมาณ 3,800 ล้านบาท รวมกับรายการใหม่ ซึ่งจะเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขใหม่ของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เช่น การที่ กกต.จะต้องตัดทำป้ายติดประกาศให้กับผู้สมัคร การที่ต้องมีผู้ตรวจการเลือกตั้ง ประมาณ 500 คน มาทำงานในช่วง 2 เดือนของการจัดการเลือกตั้ง การที่กกต. 1 คน สามารถสั่งยุติการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง เท่ากับว่า กกต. 7 คน ในอนาคตจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการลงพื้นที่เพื่อตรวจดูการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยบริสุทธิ์ ยุติธรรม การต้องมีองค์กรเอกชนเข้ามาร่วมสอดส่องการเลือกตั้งทั่วประเทศ และการที่กฎหมายให้กกต.สามารถจัดตั้งงบลับเพื่อใช้ในการหาข่าวได้ ดังนั้น กกต.จึงกำหนดตัวเลขงบประมาณในเบื้องต้นสำหรับการเลือกตั้ง ส.ส. 4,800 ล้านบาท การสรรหา ส.ว.ที่จะต้องมีการคัดเลือกตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ 1,800 ล้านบาท แต่ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ อยู่ที่ความขัดเจนของกฎหมาย ว่าจะมีอะไรเพิ่มหรือลดอย่างไร
“งบประมาณ 4,800 ล้านบาท สามารถที่จะปรับลดได้ แต่ถ้าเทียบต้นทุนของการจัดการที่มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 50 ล้านคน เฉลี่ยต่อหัวไม่ถึง 100 บาท ซึ่งถือว่าต่ำที่สุด เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งสากล หรืออาจเรียกได้ว่าต่ำที่สุดในโลกก็ว่าได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าการเลือกตั้งมีขึ้นก่อนการใช้งบฯ ปี 2561 กกต.ก็จะใช้งบประมาณของกกต.สำรองไปก่อน แต่เชื่อว่าการเลือกตั้งจะไม่เกิดขึ้นในปีงบประมาณ 2560 ซึ่งตามโร๊ดแมปเป็นไปไม่ได้ที่การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นก่อน 1 ต.ค.2560 แน่นอน” นายสมชัย กล่าว
นายสมชัย ยังกล่าวถึงการใช้งบลับของกกต. ว่า ได้กำชับในเรื่องของการใช้จ่ายว่าจะต้องมีระเบียบภายใน เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายที่รัดกุม และตรวจสอบได้ โดยงบลับที่ตั้งไว้สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส. จำนวน 100 ล้านบาท ส.ว. จำนวน 30 ล้านบาท โดยอยู่ในวงเงินเต็มที่ได้ขอ ซึ่งจะไม่ได้ใช้สำหรับการใช้หาข่าวเพียงอย่างเดียว หรือไม่ได้แบ่งว่า กกต.คนหนึ่งจะใช้ได้เท่าใด แต่เป็นการใช้ในทุกภารกิจที่จำเป็นกับการเลือกตั้ง ที่ต้องทำโดยลับ
ทั้งนี้ นายสมชัย ยังกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบกรณีสำนักงานกกต.ประจำจังหวัด และพนักงานกกต. ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ด้วย โดยสำนักงานที่ได้รับผลกระทบมีทั้งหมด 2 แห่ง คือ ที่พัทลุง และนครศรีธรรมราช ซึ่งได้รับผลกระทบหนักสุด พนักงาน กกต.ได้รับผลกระทบทั้งหมด 46 ราย ในเรื่องที่อยู่อาศัย ซึ่งทาง กกต.ได้สั่งการให้สำนักงานกกต.จังหวัด เร่งซ่อมแซมสถานที่ที่เสียหายให้สามารถกลับมาทำการได้โดยเร็ว โดยสามารถขอใช้งบฉุกเฉิน และให้นำเงินกองทุนสวัสดิการพนักงานกกต.ไปช่วยเหลือพนักงานที่ได้รับความเดือดร้อน โดยให้เลขาธิการ กกต.ในฐานประธานกองทุนดำเนินการอนุมัติ รวมทั้งให้มีการตั้งกองทุน กกต.จิตอาสา โดยส่งหนังไปยัง สำนักงานกกต.จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือเพื่อนพนักงานที่ประเทศอุทุกภัยในภาคใต้ ซึ่งเงินบริจาคทั้งหมดจะไม่ได้ช่วยเพียงพนักงาน กกต. อย่างเดียว แต่จะนำไปบริจาคเพื่อสมบทในการช่วยเหลือประชาชนอย่างอื่นๆ ด้วย
JJNY : กกต.ตั้งงบ 4,800 ล้าน เลือกตั้งปี 61 ตามโรดแม็พ
เมื่อเวลา 14.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง กล่าวภายหลังการประชุมกกต.ว่า ในวันนี้(10ม.ค.60) ที่ประชุม กกต. ได้พิจารณาร่างคำของบประมาณในการเลือกตั้งส.ส. และการสรรหาส.ว. ตามที่รัฐบาล และสำนักงบประมาณประสานมาว่าให้จัดทำคำขอดังกล่าวไว้ในรายการงบประมาณประจำปี 2561 ของกกต. ซึ่งจะเริ่มใช้ได้ตั้งแต่ 1 ต.ค.60 – 30 ก.ย.61 โดยตนยืนยัน และมั่นใจว่า จะมีการจัดการเลือกตั้งในช่วงปีงบประมาณ 2561 ซึ่งเป็นไปตามโรดแม็พ ทั้งนี้ กกต.ได้กำหนดตัวเลขเบื้องต้น โดยคิดจากค่าใช้จ่ายเดิมในการจัดเลือกตั้งที่ผ่านมา ประมาณ 3,800 ล้านบาท รวมกับรายการใหม่ ซึ่งจะเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขใหม่ของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เช่น การที่ กกต.จะต้องตัดทำป้ายติดประกาศให้กับผู้สมัคร การที่ต้องมีผู้ตรวจการเลือกตั้ง ประมาณ 500 คน มาทำงานในช่วง 2 เดือนของการจัดการเลือกตั้ง การที่กกต. 1 คน สามารถสั่งยุติการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง เท่ากับว่า กกต. 7 คน ในอนาคตจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการลงพื้นที่เพื่อตรวจดูการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยบริสุทธิ์ ยุติธรรม การต้องมีองค์กรเอกชนเข้ามาร่วมสอดส่องการเลือกตั้งทั่วประเทศ และการที่กฎหมายให้กกต.สามารถจัดตั้งงบลับเพื่อใช้ในการหาข่าวได้ ดังนั้น กกต.จึงกำหนดตัวเลขงบประมาณในเบื้องต้นสำหรับการเลือกตั้ง ส.ส. 4,800 ล้านบาท การสรรหา ส.ว.ที่จะต้องมีการคัดเลือกตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ 1,800 ล้านบาท แต่ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ อยู่ที่ความขัดเจนของกฎหมาย ว่าจะมีอะไรเพิ่มหรือลดอย่างไร
“งบประมาณ 4,800 ล้านบาท สามารถที่จะปรับลดได้ แต่ถ้าเทียบต้นทุนของการจัดการที่มีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 50 ล้านคน เฉลี่ยต่อหัวไม่ถึง 100 บาท ซึ่งถือว่าต่ำที่สุด เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งสากล หรืออาจเรียกได้ว่าต่ำที่สุดในโลกก็ว่าได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าการเลือกตั้งมีขึ้นก่อนการใช้งบฯ ปี 2561 กกต.ก็จะใช้งบประมาณของกกต.สำรองไปก่อน แต่เชื่อว่าการเลือกตั้งจะไม่เกิดขึ้นในปีงบประมาณ 2560 ซึ่งตามโร๊ดแมปเป็นไปไม่ได้ที่การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นก่อน 1 ต.ค.2560 แน่นอน” นายสมชัย กล่าว
นายสมชัย ยังกล่าวถึงการใช้งบลับของกกต. ว่า ได้กำชับในเรื่องของการใช้จ่ายว่าจะต้องมีระเบียบภายใน เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายที่รัดกุม และตรวจสอบได้ โดยงบลับที่ตั้งไว้สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส. จำนวน 100 ล้านบาท ส.ว. จำนวน 30 ล้านบาท โดยอยู่ในวงเงินเต็มที่ได้ขอ ซึ่งจะไม่ได้ใช้สำหรับการใช้หาข่าวเพียงอย่างเดียว หรือไม่ได้แบ่งว่า กกต.คนหนึ่งจะใช้ได้เท่าใด แต่เป็นการใช้ในทุกภารกิจที่จำเป็นกับการเลือกตั้ง ที่ต้องทำโดยลับ
ทั้งนี้ นายสมชัย ยังกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบกรณีสำนักงานกกต.ประจำจังหวัด และพนักงานกกต. ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ด้วย โดยสำนักงานที่ได้รับผลกระทบมีทั้งหมด 2 แห่ง คือ ที่พัทลุง และนครศรีธรรมราช ซึ่งได้รับผลกระทบหนักสุด พนักงาน กกต.ได้รับผลกระทบทั้งหมด 46 ราย ในเรื่องที่อยู่อาศัย ซึ่งทาง กกต.ได้สั่งการให้สำนักงานกกต.จังหวัด เร่งซ่อมแซมสถานที่ที่เสียหายให้สามารถกลับมาทำการได้โดยเร็ว โดยสามารถขอใช้งบฉุกเฉิน และให้นำเงินกองทุนสวัสดิการพนักงานกกต.ไปช่วยเหลือพนักงานที่ได้รับความเดือดร้อน โดยให้เลขาธิการ กกต.ในฐานประธานกองทุนดำเนินการอนุมัติ รวมทั้งให้มีการตั้งกองทุน กกต.จิตอาสา โดยส่งหนังไปยัง สำนักงานกกต.จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือเพื่อนพนักงานที่ประเทศอุทุกภัยในภาคใต้ ซึ่งเงินบริจาคทั้งหมดจะไม่ได้ช่วยเพียงพนักงาน กกต. อย่างเดียว แต่จะนำไปบริจาคเพื่อสมบทในการช่วยเหลือประชาชนอย่างอื่นๆ ด้วย