ออกแบบชีวิต
หากเราเลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องเดินทางไกลในวัฏฏสงสารอันยาวไกล จนกว่าจะหมดกิเลสแล้ว ก็มีความจำเป็นที่จะต้องออกแบบชีวิตให้ดี เรียนรู้ว่า จะต้องทำอย่างไรให้สามารถมีชีวิตที่สูงส่ง สามารถสร้างบุญบารมีโดยปราศจากสภาวะกดดัน และปัญหา ซึ่งการจะออกแบบชีวิตให้สมบูรณ์ได้นั้น เราต้องศึกษาจากผู้ที่ผ่านชีวิตมามาก ในห้วงวัฎสงสาร ต้องเรียนรู้จากผู้รู้ที่มีความรู้อันสมบูรณ์ นั่นคือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะตลอดระยะเวลาการสร้างบารมีอันยาวไกล พระพุทธองค์เป็นผู้ผ่านชีวิตมาในทุกระดับ จนกระทั่งพบที่สุดแห่งชีวิตในวัฏ คือการทำพระนิพพานให้แจ้ง และพระพุทธองค์ได้ทรงเมตตา ตรัสสอนให้เราเข้าใจใน เรื่องบุญ เรื่องบาป เรื่องไม่บุญ ไม่บาป ซึ่งทั้งสามอย่างนี้เมื่อเรากระทำลงไป ก็จะมีผลต่อชีวิตของเราทั้งในภพชาติปัจจุบัน และภพชาติเบื้องหน้า หากเราอยากมีความสุขล้วนๆ ก็ต้องเลือกที่จะทำบุญล้วนๆ
หากเราอยากมีความลำบาก ลำเค็ญล้วนๆ ก็ต้องเลือกทำบาปล้วนๆ หรือหากเราอยากมีชีวิตที่ลุ่มๆดอนๆ
เดี๋ยวขึ้น เดี๋ยวลงเป็นช่วงๆ ก็เลือกทำบุญบ้าง บาปบ้างสลับกันไป และเมื่อเรามารู้แล้วว่าชีวิตสามารถลิขิตได้ โดยการกระทำของตัวเราเอง เราจึงควรเลือกทำแต่ความดี เลือกทำแต่บุญ เพื่อให้ชีวิตในภพชาติเบื้องหน้าของเรา มีความสมบูรณ์พร้อม ซึ่งความสมบูรณ์พร้อมจะทำให้เราสะดวกสบายในการสร้างบุญบารมีได้มากกว่านี้ และสุดท้าย เราจะได้มาทำงานที่แท้จริง คือการปฏิบัติธรรม เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้งเพียงอย่างเดียว โดยปราศจากเครื่องกังวลใดๆ
เป็นหลักการออกแบบชีวิตที่น่าทดลองนำมาใช้
ออกแบบชีวิต
หากเราเลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องเดินทางไกลในวัฏฏสงสารอันยาวไกล จนกว่าจะหมดกิเลสแล้ว ก็มีความจำเป็นที่จะต้องออกแบบชีวิตให้ดี เรียนรู้ว่า จะต้องทำอย่างไรให้สามารถมีชีวิตที่สูงส่ง สามารถสร้างบุญบารมีโดยปราศจากสภาวะกดดัน และปัญหา ซึ่งการจะออกแบบชีวิตให้สมบูรณ์ได้นั้น เราต้องศึกษาจากผู้ที่ผ่านชีวิตมามาก ในห้วงวัฎสงสาร ต้องเรียนรู้จากผู้รู้ที่มีความรู้อันสมบูรณ์ นั่นคือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะตลอดระยะเวลาการสร้างบารมีอันยาวไกล พระพุทธองค์เป็นผู้ผ่านชีวิตมาในทุกระดับ จนกระทั่งพบที่สุดแห่งชีวิตในวัฏ คือการทำพระนิพพานให้แจ้ง และพระพุทธองค์ได้ทรงเมตตา ตรัสสอนให้เราเข้าใจใน เรื่องบุญ เรื่องบาป เรื่องไม่บุญ ไม่บาป ซึ่งทั้งสามอย่างนี้เมื่อเรากระทำลงไป ก็จะมีผลต่อชีวิตของเราทั้งในภพชาติปัจจุบัน และภพชาติเบื้องหน้า หากเราอยากมีความสุขล้วนๆ ก็ต้องเลือกที่จะทำบุญล้วนๆ
หากเราอยากมีความลำบาก ลำเค็ญล้วนๆ ก็ต้องเลือกทำบาปล้วนๆ หรือหากเราอยากมีชีวิตที่ลุ่มๆดอนๆ
เดี๋ยวขึ้น เดี๋ยวลงเป็นช่วงๆ ก็เลือกทำบุญบ้าง บาปบ้างสลับกันไป และเมื่อเรามารู้แล้วว่าชีวิตสามารถลิขิตได้ โดยการกระทำของตัวเราเอง เราจึงควรเลือกทำแต่ความดี เลือกทำแต่บุญ เพื่อให้ชีวิตในภพชาติเบื้องหน้าของเรา มีความสมบูรณ์พร้อม ซึ่งความสมบูรณ์พร้อมจะทำให้เราสะดวกสบายในการสร้างบุญบารมีได้มากกว่านี้ และสุดท้าย เราจะได้มาทำงานที่แท้จริง คือการปฏิบัติธรรม เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้งเพียงอย่างเดียว โดยปราศจากเครื่องกังวลใดๆ
เป็นหลักการออกแบบชีวิตที่น่าทดลองนำมาใช้