แม่เปลี่ยนไปตั้งแต่มีแฟนใหม่

สวัสดีค่ะ อันนี้เป็นกระทู้แรกของเรานะคะ เราอยากฟังความคิดเห็นของเพื่อนๆคะว่าคิดยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับเราในตอนนี้ค่ะ
คือเรื่องมีอยู่ว่า พ่อกับแม่เราหย่าร้างกันตอนที่ทั้งสองอยู่ที่ออสเตรเลียค่ะจากนั้นแม่ก็ได้กลับเมืองไทยประมาณ3เดือนแล้วก็ไปทำงานที่อีกประเทศหนึ่งคะ
ตั้งแต่นั้นมาเราก็อยู่กับยายและตาที่เป็นแฟนใหม่ยายคะ โดยที่แม่ก็ส่งเงินให้ตลอดแต่พ่อไม่ส่งให้เลยเพราะพ่อของเราก็มีครอบครัวใหม่ของเค้าไปแล้ว พอเราโตขึ้นมาอีกหน่อยเราก็ถามแม่ว่าแม่มีแฟนใหม่หรือป่าว แม่ก็บอกว่าไม่มี แต่รูปในเฟสบ็คของแม่ แม่ถ่ายรูปกับผู้ชายคนนึงตลอดโดยที่แม่ก็บอกกับเราว่าเค้าเป็นเพื่อนรุ่นน้องด้วยความที่ตอนนั้นยังไม่คิดอะไรมากจึงเชื่อแม่ไป แต่พอเราเริ่มโตขึ้นก็เริ่มรู้แล้วว่ามันน่าสงสัยนะ ว่าแม่กับผู้ชายคนนั้นจะเป็นแค่เพื่อนกันจิงหรอทำไมเห็นอัพเดตเฟสบ็ครูปคู่กันตลอดแบบแนบชิดติดกายกันด้วย พอเราขึ้นมอ2แม่ก็กลับมาบอกเราว่าคบกับเขามาได้3ปีแล้ว แม่ยังบอกอีกว่าเค้ารู้ว่าแม่มีลูกติดคือเรา เค้าก็รับได้แถมยังเอ็นดูเราอีก แม่ก็บอกอีกว่าเค้าจะส่งของจากต่างประเทศมาที่บ้านให้เรา ตอนนั้นเราโกรธแม่มากที่แม่โกหกเรา เราไปโรงเรียนแบบไม่มีความสุขเลยเพราะมัวแต่คิดเรื่องแม่ จนวันนึงแม่ก็ให้เราคุยกับผู้ชายคนนั้นนะคะ เค้าก็คุยดีกับเราค่ะเค้าก็แนะนำตัวให้เราค่ะ สมมุติว่าเค้าชื่อ ที แล้วกันนะคะ เค้าอายุน้อยกว่าแม่เราประมาน4ปีค่ะ เค้าไม่มีลูกมาก่อนแล้วก็ไม่เคยแต่งงานมาก่อนค่ะ ตอนนั้นยอมรับค่ะว่าน้อยใจกลัวว่าแม่จะมีลูกกับเค้าแล้วชีวิตเราจะไม่เหลืออะไร เพราะที่เป็นอยู่ตอนนั้นคือพ่อก็ทิ้งไปแล้วตาที่อยู่ด้วยก็เป็นแฟนใหม่ยายเหมือนกัน ตอนนั้นรู้สึกเคว้งคว้างมาก ทำไรไม่ถูก เราไม่เหลือใครเลยตาจริงๆของเราก็มีแฟนใหม่อีก เศร้ามากค่ะ แต่เรายังมีโชคดีบ้างที่ตาเราเป็นคนที่รักเรามากจะรับเราไปนอนด้วยที่บ้านตลอด จนเราเล่าเรื่องที่แม่มีแฟนใหม่ให้ตาฟัง ตาก็บอกว่าตารู้นานแล้วแต่ที่ไม่พูดเพราะกลัวเราเสียใจ เราจึงตัดสินใจว่าไหนๆอะไรๆมันก็แก้ไม่ได้แล้วเราจึงคิดว่าชีวิตเราพังค่ะ ยังไม่พอนะคะน้าเราที่เคยเลี้ยงเราพอมีลูกเค้าก้กลายเป็นไม่สนใจเราอีกคะ ชีวิตเราจึงเริ่มกลายเป็นเด็กติดเพื่อนติดเที่ยวค่ะ ช่วงปิดเทอมก้ไม่เข้าบ้านเป็นอาทิตย์เลยค่ะ พอเปิดเทอมครูจึงถามเราว่าเราหายไปไหนเราเลยเล่าเรื่องทั้งหมดให้ครูฟัง ครูก็เลยคุยกับยายว่าควรจะให้คนในครอบครัวเข้าใจเรามากขึ้นกับปัญหาที่เราไม่ได้ก่อแต่ต้องมารับผลกระทบของปัญหานี้ พอขึ้นมอปลายแม่รู้ว่าเราเป็นแบบนี้จึงตัดสินใจให้เราย้ายมาอยู่ด้วยที่ต่างประเทศคะ ตอนเราเดินทางมาเกือบวัน เรานั่งเครื่องบินมาเองเลยค่ะ พอมาถึงแม่กับน้าที ก็มารับเราที่สนามบินค่ะ เราก็เจอเค้าเราก็ไหว้ปกติตามมารยาท แต่สิ่งที่เราน้อยใจมากคือแม่เจอเราแม่ไม่กอดเราหรือแสดงอาการที่รู้สึกดีใจที่เจอเราเลยค่ะ ระหว่างที่นั่งรถกลับมาบ้าน ตอนน้าทีเค้าขับรถแม่เราก็คุยแต่กับเค้าค่ะ ไม่คุยกับเราเลยสักคำ จนมาถึ
งที่บ้านแม่ มแ่ก็บอกว่ารีบอาบน้ำแต่งตัวไปที่ทำงานกับแม่ แม่จะพาไปเจอเพื่อนๆแม่ คือเรายังไม่ทันได้พักผ่อนเลยต้องออกไปข้างนอกแล้ว ตอนไปเจอเพื่อนแม่ทุกคนก็ดีกับเราค่ะถามเกี่ยวกับตัวเราเยอะแยะเลยคะ เพราะแม่ไม่เคยพูดถึงเราให้พวกเค้าฟัง หลังจากมาอยู่ที่นี่ได้สักอาทิตย์นึงเราก็สังเกตได้ว่า เค้าจะมากินไวน์กับแม่ในห้องทุกวันจนดึกบางทีเราหลับแล้วเค้าก็ยังไม่กลับห้องของเค้าอะคะ ปล.แม่กับเค้านอนแยกห้องกันคะตั้งแต่เราย้ายมาอยู่กับแม่แต่ก่อนหน้านั้นเราคิดว่าคงอยู่ห้องเดียวกันแหละคะ บางทีเค้าสองคนก็คุยหยอกล้อกันแบบไม่เกรงใจเราอะคะ ด้วยความที่แม่เราชอบเข้าสังคมจึงมีปาร์ตี้ที่บ้านบ่อยพอสมควรคะ เวลาแม่ดื่มแม่ก้ชอบพูดแต่เรื่องเค้ากับเรื่องแม่ โดยที่เราจะไม่มีส่วนในปาร์ตี้ของที่บ้านเลยค่ะ ยอมรับค่ะว่าเรารู้สึกเป็นส่วนเกิน พอเรามาเห็นแม่เราใช้ชีวิตแบบนี้แล้วมีความสุขเราก็ดีใจนะคะ แต่ว่าดูเหมือนแม่เราจะชอบชีวิตแบบที่ไม่มีเรามากกว่าอะคะ บางทีเราโทรไปหายายแล้วเราร้องไห้ในห้อง แม่ก็จะเดินเข้ามาว่าเราว่าใครไปทำไรให้ ทำไมเรียกร้องความสนใจ น้าทีเค้าก็จะห้ามนะคะ เพื่อนแม่เค้าก็จะบอกแม่ว่าให้เวลาลูกหน่อยบางทีต้องพูดดีดีไม่ใช่เอาแต่ด่าว่าเรา บางทีเค้าสองคนกินไวน์กันเสดเค้าก็ทำไรไม่เหมาะสมเพราะเค้าคงคิดว่าเราหลับแล้วแต่วันนั้นเราเห็นเต็มตาเลยค่ะว่าเค้าสองคนจูบกันอย่างดูดดื่มมาก เราอยากจะร้องไห้แต่ก็ต้องกลั้นเอาไว้กลัวแม่จะรู้ว่าเราเห็น หลังจากมาอยู่ที่นี่สักพักโรงเรียนก็เปิดเทอมค่ะ ยอมรับว่าไปโรงเรียนแล้ววมีความสุขมากไม่อยากกลับบ้านเลย ทุกๆเช้าน้าทีเค้าจะไปส่งเราที่โรงเรียนคะ จนเค้ากับเราก็คุยกันแทบทุกเรื่องได้ แต่เราก็ยังไม่กล้าคุยกับเขาเรื่องเค้ากับแม่อยู่ดี ตอนนี้เรามาอยู่กับแม่ได้เกือบครึ่งปีแล้วค่ะ สัมผัสได้ว่าน้าทีเค้าดีกับเรามากกว่าพ่อแท้ๆของเราอีกคะ เราจึงเรียกเค้าว่า dad เค้าก้โอเคที่เราเรียกแบบนั้นนะคะ แต่แม่เรากลับพูดว่า ไม่ควรไปเรียกเค้าแบบนั้นเพราะเค้าอาจจะไม่ได้คิดว่าเราเปนลูกเค้า เราเข้าใจนะคะเพราะบางทีแม่กฌ็พูดกับเค้าว่าถ้าอายุยังน้อยอยู่แม่กับน้าทีก็อยากมีลูกด้วยกันแล้วเค้าก้หัวเราะกันแบบมีความสุขมากอะคะ ประโยคนั้นจุกอกเรามากคะ เวลาไปเที่ยวไหนกันแม่เราจะทะเลาะกับเราตลอดค่ะ เพราะเวลากินข้าวนอกบ้านเค้าถามว่าเราอยากจะกินอะไรพอเราตอบแม่เราก็จะบอกว่า แล้วแต่น้าทีสิ เราเป็นเด็กจะกินไปก้ได้ จนเราทนไม่ไหว เราเลยมากั้นห้องนอนเองเลยค่ะ ตรงชั้นล่างที่เป็นห้องว่างๆไม่กว้างมาก แม่เราไม่โกรธเราสักนิดแถมยังดีใจอีกด้วยค่ะ เราไม่รู้ว่าแม่คิดอะไรอยู่ พอเราออกมานอนข้างนอกเเราจึงรู้เลยค่ะว่า แม่เรากับน้าที นอนด้วยกันทุกวัน เช้ามาเราจะเห็นน้าทีเดินออกจากห้องแม่ตลอด เราเลยถือจังหวะที่ไปเล่นหิมะกับน้าทีถามน้าทีไปเลยว่าตอนนอนกับแม่ทำไรแม่รึป่าวเค้าก้ยิ้มๆแล้วตอบว่า นอนหลับพักผ่อนสิ ไม่ทำไรหรอก แต่ในความคิดเราคือเราไม่เชื่อค่ะต่อให้สาบานยังไงก็ไม่เชื่อ เราคิดว่าถ้าสักวันเรากล้าพอ เราจะถามแม่ตรงๆเลยค่ะ บางวันเราทำเป็นจะเข้ามากับแม่ในห้องแม่ก็จะไม่พอใจคะ หงุดหงิดเป็นอย่างมากเลย เราเลย ไม่คิดที่จะใช้วิธีนี้คุยเปิดใจกับแม่สองคนค่ะ บางวันเรากับแม่แทบไม่เจอหน้ากัน วันนึงแม่ออกไปเที่ยวโดยไม่บอกเรา แม่ก้อ้างว่าเหงาที่เรากั้นห้องนอนข้างนอก คุยแต่กับเพื่อนจึงอยากออกไปเที่ยวบ้าง แต่คือแม่เราไปผับอะคะ เรารู้ว่ามันคือความสุขของแม่แต่เวลาไปไหนก้แค่ให้แม่บอกสักนิดก้ยังดี กับข้าวสักนิดในตู้เย็นยังไม่มีเลย บางทีแม่ก็อบพูดว่าเราเป็นภาระ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น พอแม่พูดงี้บ่อยๆเราจึงพูดไปเลยว่า แล้วจะเอาเรามาอยู่ด้วยทำไม น้าทีเค้าจะคอยห้ามนะคะเวลาเรากับแม่ทะเลาะกันเค้าจะคอยห้ามเราไม่แน่ใจว่าเปนหน้าทีหรือเค้าทำเพราะไม่อยากให้ทะเลาะกันจิงๆ เพื่อนๆแม่ก้บอกเรานะคะว่าน้าทีเนี่ยใจดีสุดๆแล้ว รักเราเหมือนเราเปนลูก คือในส่วนน้าทีนี่เราก้พอจะดูออกนะคะว่าเค้าก้คงยอมรับเราได้จิงๆ แต่แม่เรานี่สิคะทำไมถึงทำตัแบบนี้กับเรา
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่