เราควรทำยังไงต่อไปดี ? เราไม่อยากจมอยู่กับเรื่องแบบนี้เลย

เราอายุ 19 ปีตอนนี้จริงๆเราต้องเรียนมหาวิทยาลัยปี1 แต่เราตัดสินใจที่จะซิ่วแล้วกลับมาอยู่ที่บ้านตั้งแต่หลังสอบมิดเทอมเสร็จ จริงๆที่บ้านไม่อยากให้เราซิ่ว เขาบอกว่าเสียดายเวลา แต่เราไม่มีความสุขกับสิ่งที่เรียนเลย เราไม่กระตือรือล้น เราท้อง่ายมากแต่เราก็พยายามทำดีที่สุดเท่าที่เราทำได้แล้วนะ เราสอบมิดเทอมและรอฟังผลคะแนนอยู่ช่วงนึงจึงตัดสินใจลาออก คะแนนที่ออกมาก็ไม่ได้แย่มากอยู่ในระดับปานกลาง เกินมีน แต่เราไม่ได้ชอบก็เลยอยากเรียนในสื่งที่ชอบมากกว่า จริงๆแล้วที่บ้านก็ไม่ได้เข้าใจเราหรอก ทุกวันนี้เขายังบ่นว่าเสียดายที่เดิมไม่น่าออกมาเลย เขาเหมือนยอมให้เรามากกว่าจะได้ไม่ต้องไปว่าเขาว่าเป็นความผิดของเขา เรากลับมาอยู่ที่บ้านเราเล่าว่าเรากลัวสอบไม่ติดที่หวังไว้ให้แม่เรา เขาก็เลยยิ่งคิดมากไปกว่าเราแต่เราแค่อยากให้เขาพูดกับเราว่ายังไงเราก็ทำได้ เราอยากให้เขาเชื่อมั่นในตัวเราบ้าง เขาไม่เคยเชื่อในตัวเราเลย เราขับมอเตอร์ไซต์ได้แล้วเขายังไม่ให้เราเอารถออกบ้านเลย เขาบอกมีใบขับขี่ค่อยเอาออก พอเรามีใบขับขี่เขาก็ไม่ให้เอาออกอยู่ดี

               พอเรากลับมาอยู่บ้าน เราก็นอนไม่ค่อยหลับมา 3 เดือนแล้ว จะหลับก็หลับประมาณตี 4 บางทีไปหลับตอนเช้าเลยเหมือนว่าที่หลับเพราะร่างกายมันเพลียมากๆจึงหลับไป พยายามจะหลับแล้วแต่ว่าทุกครั้งที่พยายามจะมีเรื่องแทรกเข้ามาในหัวคิดเรื่องต่างๆ คิดเรื่องเรียน คิดเรื่องเล็กๆน้อยๆต่างไปหมด คิดมากกับความเห็นของคนอื่น คิดมากกับเรื่องของคนอื่นก็มี ทั้งๆที่เราไม่ได้อยากที่จะคิดเลยนะ ทุกคนรอบตัวเราบอกว่าถ้าไม่อยากคิดก็ไม่ต้องไปคิดสิ ถ้ามันทำได้เราก้อยากทำมากแต่มันห้ามความคิดของตัวเองไม่ได้เลย บางวันเราอยากกินยานอนหลับมาก แต่แม่เราไม่ให้กิน (แม่จะเป็นคนเก็บยาไว้ที่ตัวเองทุกอย่างทำให้ถ้าเราจะกินยาอะไรต้องบอกเขาก่อน คือบ้านเราไม่มีตู้ยาสามัญประจำบ้านไว้ ซึ่งเราคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ควรมีเป็นอย่างมาก) พอได้มีช่วงหลับที่บ้านก็บอกว่าเราหลับมากเกินไป ช่วงที่หลับจะประมาณ 10 ชั่วโมง แล้วก็เมื่อก่อนเราจะกินข้าวครบสามมื้อตลอดและไม่ให้ขาดการกินข้าวมื้อเช้าเด็ดขาด แต่ทุกวันนี้เรากินข้าวแค่2มื้อเป็นอย่างมาก พอได้กินของที่ชอบแต่ก็ไม่ได้รู้สึกอร่อยหรือมีความสุขในการกินเหมือนเมื่อก่อน กินแต่น้ำบ้างก็มี บางวันก็ไม่กินเลย ไม่มีความอยากอาหาร แต่ท้องเราร้องนะ
               
                เราไม่ค่อยมีความสุขในทุกวันเลย ทำอะไรก็เบื่อ ไม่ค่อยมีสมาธิจากเมื่อก่อนเป็นคนที่มีสมาธิในการอ่านหนังสือมากแต่ตอนนี้ไม่ค่อยมีสมาธิในการอ่านหนังสือเลย แล้วก็รู้สึกมีความมั่นใจในตัวเองลดลงมาก เวลาไปข้างนอกต้องไปเจอคนเยอะๆจะรู้สึกประหม่า และเวลาถ้านัดเจอเพื่อนเราจะมองหน้าคนไม่ค่อยออก จนกว่าจะระบุตำแหน่งที่พบกันมาเจอกันให้แน่ชัด  เวลาอยู่กับเพื่อนเราไม่รู้ว่าเราจะพูดเรื่องนี้กับเพื่อนคนนี้ได้ไหม

                จนกระทั่งเมื่อสองวันที่ผ่านมาเราเป็นหนักมากวันจันทร์ที่ผ่านมาเราร้องไห้แบบไม่มีเหตุผล เราได้กินของที่เราชอบก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย เราเล่าทุกอย่างให้แม่และพี่ฟัง เราอยากกินยาคลายเครียดเราเลยบอกแม่แต่แม่เราไม่ให้กินแถมแม่เราบอกเดี๋ยวถ้ากินแล้วติดล่ะ แล้วหลังจากที่แม่และพี่ได้ฟังที่เราเล่าท่าทีของพี่ก็เฉยๆกินข้าวกันเสร็จพี่ก็เข้าห้องตัวเอง ส่วนแม่ดูไม่ได้สนใจฟังเราเท่าไหร่พอเราพูดจบเขาก็เดินไปหาพ่ออีกห้องเพื่อไปดูหนังโดยที่ไม่ได้บอกอะไรเรา แล้วเราก็เข้าห้องตัวเองอยู่ดีๆก็ร้องไห้แล้วก็หลับไปแล้วก้ฝันร้าย ฝันที่เรารู้สึกตื่นขึ้นมาแล้วต้องกังวล อีกวันถัดมาเราเป็นหนักกว่าเดิม เราก็เลยออกมาข้างนอกบ้านไปหาเพื่อน ระหว่างนั้นเราก็คิดว่าเราไม่อยากอยู่แล้ว เราอยากหายๆไป ปัญหาหรือเรื่องเครียดจะได้หมดไปแล้วเราก็คิดวิธีที่จะตายแบบไม่ทรมานที่สุด แต่อยู่ๆดีก็ยังคิดได้ว่าการฆ่าตัวตายมันบาป จากนั้นพอตอนอยู่กับเพื่อนเราก็ทำเหมือนทุกอย่างปกติไม่มีอะไร แต่ก็พูดน้อยลงด้วย เราก็เล่าให้เพื่อนเราคนนึงที่เราไว้ใจเขาให้ฟัง แต่ไม่เล่าเรื่องที่คิดอยากตายให้ฟัง เราบอกเพื่อนว่าเรากลัวเป็นโรคซึมเศร้า เพื่อนก็บอกเราว่าเราแค่คิดมากไปเพราะเราอยู่กับตัวเองเยอะไป หลังจากนั้นก็กลับบ้านโดยพี่มารับอยู่ดีๆเราก็ร้องไห้แบบไม่มีสาเหตุอีกรอบ พอถึงบ้านเราก็เดินตรงไปเข้าห้องแล้วก็ยังคงร้องไห้อยู่ เราคิดว่าถ้าเราโอเคขึ้นเราจะไปคุยกับแม่ พอดีขึ้นเราก็ไปบอกแม่ว่าพาเราไปหาหมอหน่อย แม่เราบอกว่าถ้าไปแล้วจะพูดยังไง(เขาไม่พาเรานั่นเอง) ตอนนั้นเรารู้สึกแย่มากขึ้นอีกเรารู้สึกว่าคนที่เราอยากให้เข้าใจเราที่สุด เขายังไม่เข้าใจเราเลย จากนั้นก็กลับมาอยู่ในห้องเหมือนเดิมอาการร้องไห้ก็หนักขึ้น ก่อนหน้านี้เราเคยทำแบบประเมินความเครียดแล้วมันออกมาว่าเราเครียดมาก เราเลยพูดกับแม่ว่าเราจะโทรไปหาสายด่วนสุขภาพจิต เขาบอกไม่ต้องโทรไป เราก็ไม่ได้โทร  เราก็เลยไปปรึกษาเพื่อนที่เรียนมนุษย์จิตเขาบอกดีๆลองโทรไปเลย แต่สุดท้ายเราก็ไม่กล้าโทรเราก็เลยไม่ได้โทรเพราะเราอ่านรีวิวมีแต่คนบอกว่าเขาแค่รับฟังเฉยๆ แต่เราอยากได้วิธีแก้ปัญหาเราก็เลยไม่โทรเพราะตอนนั้นคิดว่าแม่ก็ยังรับฟังเราอยู่ ส่วนวันนี้เราก็รู้สึกแย่ไปอีกครอบครัวชวนไปกินข้าวนอกบ้าน แต่เราไม่โอเคเราไม่อยากออกบ้านเราเลยไม่ไปและเราก็ไม่อยากพูดกับใครทั้งนั้นด้วย สุดท้ายทุกคนก็ไปกินข้าวนอกบ้านกันหมดแม้ว่าเราจะไม่ไปก็ตาม ตอนนั้นที่เราไปเที่ยวขึ้นดอยพี่เรากลัวความสูง ทุกคนอยากขึ้นดอยมากแต่พ่อรู้เรื่องพี่พ่อเลยบอกว่าในเมื่อไปไม่ครบงั้นก็ไม่ไป แต่พอตอนนี้เราไม่ได้ไปกินข้าวด้วยเขายังไม่เห็นว่าอะไรเลย แถมก็ยังปกติ ทั้งๆที่วันนี้เราไม่ได้ออกจากห้องเลยจนกระทั่งเขาออกไปกินข้าวกันหมดแล้ว เราไม่อยากพูดกับคนในบ้านเลยเขาดูไม่ได้แคร์อะไรเราเลยสักนิด (เหมือนตอนนั้นเราเป็นไข้แล้วไม่มีใครอยู่บ้านเรารู้สึกไม่สบายตัว เราก็เลยไปอาบน้ำแต่ยังไม่ทันได้อาบน้ำเราล้มในห้องน้ำโดยที่ตอนแรกไม่รู้ตัวว่าตัวเองล้ม รู้สึกตัวอีกทีเรารู้สึกเย็นๆที่หลังนั้นก็คือเราอยู่กับพื้น เราพยายามลุกแต่ลุกไม่ไหวจนไหวแล้วถึงลุกได้ พอออกมาจากห้องน้ำรหัวเราโนเพราะหัวกระแทกกับพื้น มันปวดนิดหน่อยแต่ไม่ได้เป็นไรแค่หัวโน พอแม่กลับมาเราเลยเล่าให้แม่ฟัง แต่แม่เราก็ไม่ได้ว่ายังไง เฉยๆ ไม่ได้เช็คดูหัวเราด้วย) เราไม่รู้ว่าตอนนี้เราจะทำยังไงดี เราอยากไปหาหมอมากซึ่งอยากให้คนที่บ้านไปด้วยมันรู้สึกปลอดภัยดี แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจเราเลย เราก็เลยไม่รู้จะพูดยังไงเราเหนื่อยที่จะพูด เราเหนื่อยใจกับทุกๆอย่าง

เรากลัวว่าเราจะเป็นโรคซึมเศร้า เราเลยลองทำแบบประเมินภาวะซึมเศร้าเราได้ระดับภาวะซึมเศร้าขั้นปานกลาง
เราควรทำยังไงต่อไปดี ? เราไม่อยากจมอยู่กับเรื่องแบบนี้เลย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่