เคยมั้ย ที่เวลาเราไปดูหนังเรื่องใดสักเรื่อง
แล้วเราคาดหวังกับมันมากๆ อาจจะด้วยเพราะความชอบส่วนตัว คำวิจารณ์จากเพจต่างๆ คำเยินยอจากคนทั่วไป
แต่กลายเป็นว่าสุดท้ายเรากลับผิดหวังกับมัน
กลับกัน หนังบางเรื่อง ที่เราไม่ได้สนใจมัน ไม่ได้คาดหวังอะไรกับมัน แต่พอเราได้ดูมัน กลับกลายเป็นว่า มันกลายเป็นหนังในดวงใจเราไปตลอดกาล
สำหรับผม หากจะหาหนังที่เข้าข่ายในหัวข้อนี้ ก็มีอยู่สามเรื่อง
1. Titanic
หนังที่ไม่เคยให้ความสนใจมันเลย ตอนที่ทีวีในยุคนั้นโฆษณา (ตอนนั้นอยู่ ป.6)
คิดในใจแค่ว่า "ก็แค่หนังเรือล่มธรรมดาๆ เรื่องนึง"
จนกระทั่งวันนึงได้อ่านสารานุกรมในห้องสมุด มีหน้านึงพูดถึง Titanic
เลยทำให้ได้รู้ว่า มันเป็นเรือที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์
พยายามจะไปดูในโรงให้ได้ แต่พ่อแม่ไม่พาไปดู
เลยต้องเก็บเงินซื้อ VDO ด้วยตัวคนเดียวตอนมันออกเป็นม้วน (สำหรับเด็ก ม. ต้นที่ได้ค่าขนมวัน 20 บาทในยุคนั้นนี่ถือว่าโหดนะ)
พอได้ดูนี่แบบว่า นี่มันสุดยอดหนังตลอดกาลเลยนะเนี่ยยยยยยยยย
ถามว่ารักแค่ไหนน่ะเหรอ
จนถึงวันนี้ผมดูมาแล้ว 220 รอบแล้วครับ
2. Cloud Atlas
บอกตรงๆ เลยว่าเรื่องนี้ไม่รู้จักจริงๆ ในตอนแรก
จำได้ว่าไม่มีการโปรโมทอะไรด้วยมั้งในโรงหนัง ไม่เคยเห็น ตย. ในโรงหนังหนังเลย
ไปเห็นครั้งแรกก็ในบิ๊กซี ตอนนั้นยังคิดว่าเป็นหนังแผ่นด้วยซ้ำ ไปๆ มาๆ อ้าว หนังโรงเหรอ
พอได้ดู กลายเป็นหนังที่คิดว่า เพอเฟคที่สุดในความคิดผมเลยล่ะ
ความคิดเห็นจากกระทู้นี้
http://2g.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A13009015/A13009015.html
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เข้ามาร่วมลงชื่อในกระทู้นี้ด้วยคน
เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องนึงที่ผมจะรักไปตลอดชีวิตเลยล่ะ
ถ้าแผ่นออกเมื่อไหร่จะสอยแบบ ลิมิเต็ดเลย (ถ้ามีนะ)
ผมรู้จักหนังเรื่องนี้ จากทีวีโฆษณาสินค้าในบิ๊กซี
ตอนแรกก็นึกว่าหนังแผ่นธรรมดา แต่พอเห็นว่ากำลังจะฉาย เลยคิดว่า เอ้า ทำไมไม่เห็น ตย. ในโรงมาก่อนเลยหว่า
เพราะผมดูหนังในโรงบ่อย และจะรู้จักหนังล่วงหน้า ก็จาก ตย. หนังในโรงนี่ล่ะ
เลยสงสัย เลยกลับมาเสิร์จหาจากยูทุป เชื่อมั้ยว่า ผมตกหลุมรักหนังเรื่องนี้ทันที ถึงแม้จะยังไม่ได้ดูหนังเต็มๆ ก็ตาม
และพอได้ไปดู ปรากฏว่า ยิ่งหลงรักมันเข้าไปอีก
คือผมเป็นคนที่ไม่เชื่อในเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดแม้แต่นิดเดียว
แต่สิ่งที่ทำให้ผมตกหลุมรักหนังเรื่องนี้ คือประเด็นที่ว่า "การกระทำแม้เพียงเล็กน้อยของเราในบางสิ่ง มันอาจจะส่งผลไปยังอนาคตข้างหน้าไม่ทางใดก็ทางนึง"
ผมไม่ชอบหนังเรื่อง บัตเตอร์ฟลายเอฟเฟค หรืออื่นๆ ที่มีลักษณะแนวคิดแบบนี้
เพราะรู้สึกว่ามันโจ่งแจ้งไป
แต่ผมกลับชอบเรื่องนี้อย่างบอกไม่ถูก มันตรงตามที่หนังว่าเลย
เราก็แค่หยดน้ำหยดเดียวในมหาสมุทร แต่อย่าลืมว่ามหาสมุทรก็คือหยดน้ำหลายๆ หยดรวมกัน
ใครจะรู้ว่าสิ่งที่เราทำไว้ในวันนี้ มันอาจจะไปเปลี่ยนความคิด หรือ ชีวิตของใครบางคนข้างหน้าก็เป็นไปได้
ผมไม่ได้มองหนังเรื่องนี้ในแง่ของการกลับชาติมาเกิด
แต่ผมมอง และรักเรื่องนี้ในแง่ของการส่งสารจากคนรุ่นนึง สู่คนอีกรุ่นนึง
ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ซึ่งสารที่ว่ามันเป็นไปได้ในหลายๆ รูปแบบ
ไม่จำกัดเฉพาะตัวหนังสือเท่านั้น
อดัม อีวิง เขียนบันทึกผจญภัยไว้ แล้ว โรเบิร์ตได้อ่าน นั่นคือสารจากอดัมที่ส่งต่อถึงโรเบิร์ต
แล้วได้เปลี่ยนความคิดบางอย่างของโรเบิร์ต ก่อให้เกิดเป็นการกระทำ
จม. รัก และเพลงคลาวด์ แอตลาส ของโรเบิร์ต คือสารที่ถูกส่งต่อถึง หลุยซาร์
เมื่อเธอได้อ่าน ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างกับเธอ แม้จะไม่ใช่ทางตรง
แต่ก็เป็นทางอ้อมที่ทำให้เธอกระทำสิ่งต่อไป
เรื่องราวของหลุยซาร์ได้มีการเขียนบันทึกเป็นนิยาย นั่นคือสารที่ถูกส่งต่อมาถึงธิโมที
เมื่อธิโมทีได้อ่านการผจญภัยของหลุยซาร์
นั่นคือแรงบันดาลให้เขา เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อการกระทำของเขา จนได้กลายเป็นหนัง
หนังที่สร้างมาจากเรื่องราวของธิโมที คือสารที่ถูกส่งต่อมาถึง ซอนมี
จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงในชีวิตเธอ
เธอเปลี่ยนและลุกขึ้นสู้เพื่อบางอย่าง
และเมื่อเวลาผ่านไปนานแสนนานนนนนนนนนน
เรื่องราวของซอนมีถูกเล่าจากรุ่นสู่รุ่น แปรเปลี่ยนไป จนกลายเป็นความเชื่อ
นั่นคือสารที่ถูกต่อมาถึงยุคของ แซคารี่
และส่งผลถึงกากระทำต่างๆ ในเรื่องราวของยุคเขา
นี่ล่ะ คือความประทับใจของผม ที่มีต่อหนังเรื่อง
ปล. อันนี้เพ้อนะ
ผมไม่รู้นะว่าจะมีใครเชื่อมั้ย
แต่รู้มั้ยว่า หนังเรื่องนี้น่ะ เปลี่ยนมุมมองบางอย่างในชีวิตผมเหมือนกัน
วันที่หนังเข้า ผมรู้สึกหดหู่ต่อชีวิตอย่างบอกไม่ถูก
แบบเบื่อโลกที่สุดเท่าที่จะรู้สึกได้ โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าสาเหตุมันมาจากไหน
เพื่อนชวนไปไหน ก็ไม่อยากไป อยากอยู่คนเดียว
อยากหายไปจากโลกนี้ โดยที่ตัวเองก็ยังไม่รู้สาเหตุ
แต่นึกขึ้นได้ว่า วันนี้ คลาวด์แอตลาสเข้านี่หว่า ยังไม่อยากกลับบ้าน
งั้นไปดูเสียหน่อย ไหนๆ ก็โรงหนังก็อยู่ใกล้ๆ (ผมทำงานในห้าง)
เชื่อมั้ยว่า จากที่ผมเบื่อโลก กลับกลายเป็นผมรู้สึกอิ่มอุ่นใจขึ้นมาทันที
มีความสุขมากขึ้น ผมบอกไม่ได้ว่าหนังมันให้อะไรผมมั่ง แต่ผมชอบ และรักมันมาก
นี่ล่ะ คือสารที่ส่งต่อมายังผม และเกิดความเปลี่ยนแปลงกับผม แม้เพียงเล็กน้อย แต่มันก็เกิดขึ้น และช่วยผมไว้ได้
3. Gravity
เรื่องนี้ก็ไม่ได้อยู่ในความสนใจเช่นกัน ไม่รู้จักด้วย ไม่เคยเห็น ตย. ด้วย
แต่วันนั้นไปนั่งกินข้าวกับพี่ที่ทำงาน แล้วทีวีเปิดโฆษณาเรื่องนี้ แล้วพี่ที่ทำงานก็บอกว่า "น่าดูดีนะ"
ตอนแรกก็เฉยๆ แต่กอรปกับช่วงนั้นไม่มีหนังอะไรให้ดู ก็เลยตีตั๋วเข้าไป
พอดูจบเท่านั้นล่ะ เหยดดดดดดดดดดดด ขอยกเรื่องนี้ขึ้นหิ้งในใจเลย
ชอบเรื่องนี้ตรงที่ให้ข้อคิดเรื่องของ "การปล่อยวาง" ได้เป็นอย่างดี
ซึ่งเป็นคตินึงที่ผมนำมาใช้ในชีวิตจนถึงทุกวันนี้
พอมาลองนึกๆ ย้อนดู ก็พบว่า หนังที่ขึ้นหิ้งในใจทั้งสามเรื่องนี้มีจุดเหมือนกันอย่างนึงนั่นก็คือ
"ความไม่คาดหวัง"
ซึ่งนั่นทำให้ทั้งสามเรื่องเป็นหนังขึ้นหิ้งในใจผม
แล้วเพื่อนๆ ในนี้ล่ะครับ มีเรื่องไหนบ้างที่ไม่ได้คาดหวังในตอนแรก แต่พอได้ดูกลับชอบจนนำขึ้นหิ้งบ้าง ?
บางครั้ง "ความประทับใจ" ของเรา ก็อาจจะมาจาก "ความไม่ควาดหวัง" ก็เป็นได้
แล้วเราคาดหวังกับมันมากๆ อาจจะด้วยเพราะความชอบส่วนตัว คำวิจารณ์จากเพจต่างๆ คำเยินยอจากคนทั่วไป
แต่กลายเป็นว่าสุดท้ายเรากลับผิดหวังกับมัน
กลับกัน หนังบางเรื่อง ที่เราไม่ได้สนใจมัน ไม่ได้คาดหวังอะไรกับมัน แต่พอเราได้ดูมัน กลับกลายเป็นว่า มันกลายเป็นหนังในดวงใจเราไปตลอดกาล
สำหรับผม หากจะหาหนังที่เข้าข่ายในหัวข้อนี้ ก็มีอยู่สามเรื่อง
1. Titanic
หนังที่ไม่เคยให้ความสนใจมันเลย ตอนที่ทีวีในยุคนั้นโฆษณา (ตอนนั้นอยู่ ป.6)
คิดในใจแค่ว่า "ก็แค่หนังเรือล่มธรรมดาๆ เรื่องนึง"
จนกระทั่งวันนึงได้อ่านสารานุกรมในห้องสมุด มีหน้านึงพูดถึง Titanic
เลยทำให้ได้รู้ว่า มันเป็นเรือที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์
พยายามจะไปดูในโรงให้ได้ แต่พ่อแม่ไม่พาไปดู
เลยต้องเก็บเงินซื้อ VDO ด้วยตัวคนเดียวตอนมันออกเป็นม้วน (สำหรับเด็ก ม. ต้นที่ได้ค่าขนมวัน 20 บาทในยุคนั้นนี่ถือว่าโหดนะ)
พอได้ดูนี่แบบว่า นี่มันสุดยอดหนังตลอดกาลเลยนะเนี่ยยยยยยยยย
ถามว่ารักแค่ไหนน่ะเหรอ
จนถึงวันนี้ผมดูมาแล้ว 220 รอบแล้วครับ
2. Cloud Atlas
บอกตรงๆ เลยว่าเรื่องนี้ไม่รู้จักจริงๆ ในตอนแรก
จำได้ว่าไม่มีการโปรโมทอะไรด้วยมั้งในโรงหนัง ไม่เคยเห็น ตย. ในโรงหนังหนังเลย
ไปเห็นครั้งแรกก็ในบิ๊กซี ตอนนั้นยังคิดว่าเป็นหนังแผ่นด้วยซ้ำ ไปๆ มาๆ อ้าว หนังโรงเหรอ
พอได้ดู กลายเป็นหนังที่คิดว่า เพอเฟคที่สุดในความคิดผมเลยล่ะ
ความคิดเห็นจากกระทู้นี้
http://2g.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A13009015/A13009015.html
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
3. Gravity
เรื่องนี้ก็ไม่ได้อยู่ในความสนใจเช่นกัน ไม่รู้จักด้วย ไม่เคยเห็น ตย. ด้วย
แต่วันนั้นไปนั่งกินข้าวกับพี่ที่ทำงาน แล้วทีวีเปิดโฆษณาเรื่องนี้ แล้วพี่ที่ทำงานก็บอกว่า "น่าดูดีนะ"
ตอนแรกก็เฉยๆ แต่กอรปกับช่วงนั้นไม่มีหนังอะไรให้ดู ก็เลยตีตั๋วเข้าไป
พอดูจบเท่านั้นล่ะ เหยดดดดดดดดดดดด ขอยกเรื่องนี้ขึ้นหิ้งในใจเลย
ชอบเรื่องนี้ตรงที่ให้ข้อคิดเรื่องของ "การปล่อยวาง" ได้เป็นอย่างดี
ซึ่งเป็นคตินึงที่ผมนำมาใช้ในชีวิตจนถึงทุกวันนี้
พอมาลองนึกๆ ย้อนดู ก็พบว่า หนังที่ขึ้นหิ้งในใจทั้งสามเรื่องนี้มีจุดเหมือนกันอย่างนึงนั่นก็คือ
"ความไม่คาดหวัง"
ซึ่งนั่นทำให้ทั้งสามเรื่องเป็นหนังขึ้นหิ้งในใจผม
แล้วเพื่อนๆ ในนี้ล่ะครับ มีเรื่องไหนบ้างที่ไม่ได้คาดหวังในตอนแรก แต่พอได้ดูกลับชอบจนนำขึ้นหิ้งบ้าง ?