เรื่องหลอน...สยองขวัญ
ตอน "มันเป็นเพียงการเริ่มต้น"
ต้องบอกเลยนะครับว่า ประสบการณ์เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สยองฝังใจ #แอดมินรัช สุดๆ เพราะมันเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้แอด ได้สัมผัสกับโลกวิญญาณเป็นครั้งแรก และทำให้แอดมีเซ้นส์ มาถึงทุกวันนี้
เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนผมอายุ 11 ขวบ (ยังไม่เยอะ ใช่ขวบได้ 55+) กำลังเรียนอยู่ชั้น ป.5 ครับ
ในช่วงของปิดภาคเทอมฤดูร้อน วัดส่วนใหญ่ จะจัดพิธีบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ซึ่งในทุกๆปิดเทอม ผมจะได้เรียนพิเศษเสมอ แต่ในปิดภาคเรียนครั้งนี้ คุณพ่อของผม กลับอยากให้ผมบวช
ผมจำได้เลยครับว่า ตอนนั้นไม่อยากบวชเลย เพราะกลัวผีมากกก แต่ก่อนไม่รู้หรอกว่าผีเป็นยังไง รู้แต่ว่า มันจะหน้าเละๆ เหมือนในรายการ ชมรมขนหัวลุก แล้วก็ชอบมาแบบยอดมนุษย์ ที่มีแสงสีๆออกจากตัวเหมือนในรายการชั่วโมงพิศวง
การบวชในครั้งนั้น มีเป็นการบวชที่ไม่ได้สมัครใจ อาจเป็นเพราะยังเด็กอยู่ด้วยมั่ง แต่ด้วยความที่พ่อของผม ค่อนข้างดุ อยากให้ทำอะไรต้องทำ ในที่สุด ผมก็ต้องบวชจนได้
ซึ่งด้วยความหวังดีของพ่อ พ่ออยากให้ผมบวชก่อนที่จะมีโครงการ คือปิดเทอมได้ 1 สัปดาห์ ก็จับผมบวชเลย เอาฤกษ์สะดวก
วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ ช่วงบ่ายๆ พ่อก็พาผมไปที่วัด แล้วก็ทำพิธีบรรพชาทันที ไม่ได้มีพิธีรีตรองอะไร
ตกเย็น จำได้ว่า พระพี่เลี้ยงที่ปมจะต้องจำวัด (นอน) กับท่านด้วยนั้น บอกว่า "เณร เดี๋ยวรีบ อาบน้ำนะ เพราะคืนนี้เราจะไปช่วยงานที่วัดกลางกัน" แล้วท่านก็หยิบชุดของใช้ให้ผม 1 ชุด "เก็บไว้ดีๆนะเณร ไม่ไปใช้ปนกับพระท่านอื่นนะ"
ผมก็เดินไปอาบน้ำ ซึ่งห้องน้ำอยู่หลังกุฏิที่ผมอยู่ แล้วหลังห้องน้ำ คือที่เก็บกระดูกรึป่าช้านั้นเอง บรรยากาศตอนนั้น ประมาณช่วง 6 โมงกว่า พระอาทิตย์ก็ใกล้จะตกพอดี มีแสงอ่อนๆส่องรอดผ่านช่องระบายอากาศ ในขณะที่อาบน้ำอยู่นั้น อยู่ดีๆ ไฟก็ดับ พรึ่บ!!! ผมเกือบแหกปากร้อง แต่ก็ไม่กล้า เพราะอยู่ในสถานะของสามเณร เกรงว่าจะไม่เหมาะสม และสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าผมก็คือ เงาของ ผญ รูปร่างเล็ก ที่กำลังยืนชี้หน้ามาที่ผม (หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมถึงเห็นเหงานี้ ทั้งๆที่ไฟดับ ก็เพราะ แสงไฟที่รอดผ่าน มันส่องมากระทบกับกำแพงในห้องน้ำพอดี) ผมตกใจ รีบดึงผ้าสบงกับสายประคด (ผ้านุ่ง+สายรัดเอวของสามเณร) ลงมาที่ตัว และยื่นทุกอย่างไปที่เงานั้น "พรึ๊บบบ!!" ไฟก็กลับมาสว่างเหมือนเดิม
ผมไม่รีรอ รีออกมาจากห้องน้ำ แล้วไม่พูดอะไร เพราะในใจก็กลัวว่าคนจะหาว่าเราคิดไปเอง รึไม่ก็คงมีคนแกล้ง
หลังจากที่ผมกลับมาจากการไปช่วยงานที่วัดกลาง พระพี่เลี้ยงก็บอกให้ผมไปสรงน้ำ แต่ผมขออนุญาตท่านไม่อาบดึกๆได้มั้ย ผมกลัวผี ท่านก็หัวเราะ แล้วพูดว่า "ได้เณรๆ ถ้ากลัวผี ต่อไปก็อาบตั้งแต่ยังไม่เริ่มมึดหละ"
พอตกดึก คืนนั้น ผมนำที่นอนของสงฆ์แบบปูกับพื้น มาปูนอน ส่วนหลวงพี่ก็นอนอีกฝั่งนึง
สักประมาณตี 2 น่าจะได้ ผมรู้สึกตัวขึ้น ด้วยความร้อนของห้องอบๆ ที่มีพัดลมสายไปมาเพียงตัวเดียว และแล้ว สิ่งที่สยดสยอง และทำให้ผมได้สัมผัสกับโลกของวิญญาณด้วยตาของปมก็เกิดขึ้น
ผมเห็นผู้หญิงใส่ชุดขาวเหมือนชุดนอน ค่อยๆเดินออกมาจากห้องด้านหลัง ซึ่งห้องนั้นใช้สำหรับเก็บสังฆทาน และมีรูปของคนที่เสียชีวิตอยู่ด้วย ซึ่งเปนรูปของปู้ที่บริจาคทรัพย์สอนเพื่อสร้างกุฏินี้ขึ้น
ผู้หญิงชุดขาวคนนี้ ค่อยๆเดินตรงมาที่ผม ผมจำได้ดีเลยว่า ตอนนั้นผมไม่สามารถ ขยับตัว และ ขยับปากได้เลย ได้แต่นอนนิ่งอยู่อย่างนั้น และในขณะที่เธอค่อยๆเดินเข้ามา ก็เหมือนกับว่า จะค่อยๆมีเลือดไหลซึมออกมา บริเวณหน้าท้องของเธอ เลือดมันค่อยๆไหล ค่อยๆไหล เลอะเสื้อของเธอเต็มไปหมด และเธอก็ยังค่อยๆเดินมาที่ผมเรื่อยๆ ผมร้องไห้ น้ำตาไหล แบบไม่เคยเป็นมาก่อน มันกลัว เพราะไม่สามารถแหกปากร้องเรียกใครได้ และในที่สุดเธอก็มาหยุดอยู่ที่ปลายเท้าผม
ผมหลับตาปี๋ แล้วก็ได้แต่สวด "นะโมตัสสะ นะโมตัสสะ" เป็นร้อยๆครั้ง ตั้งแต่เห็นเธอเดินออกมาแล้ว และแล้ว ความหนาวเย็นจากมือของเธอ ก็มาสัมผัสที่เท้าผม ผมยังคงจำความเย็นยะเยือกนั้นได้ดี
และสิ่งที่เกินขึ้นก็คือ เธอค่อยๆคลาน จากปลายเท้า ไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ ตอนนั้นผมได้แต่ร้องไห้ เพราะทำอะไรไม่ได้จริงๆ ร้องเหมือนจะตาย เธอก็ยังคงคลานมาเรื่อยๆ จากปลายเท้า ไล่มาที่หัวเข่า ต้นขา เอว แล้วก็มาหยุดที่หน้าอก
ตอนนั้นผมยังคงหลับตาปี๋แล้วก็ร้องไห้อยู่อย่างเดิม สักพัก เธอก็เอามือออกจากหน้าอกผม แต่ยังเหมือนความเย็นยังคงอยู่รอบๆตัว ผมหลับตาแล้วร้องไห้ พร้อมกับสวดมนต์ "นะโมตัสสะ นะโมตัสสะ" สักพัก ผมก็ค่อยๆลืมตาขึ้น
กรี๊ดดดด!!! สิ่งที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้าคือ ผญ คนนั้น ยังคงค่อมตัวอยู่บนร่างของผม และการลืมตาในครั้งนี้ สิ่งที่ผมทำไม่ได้อีกคือ การหลับตา เพราะเหมือนเธอต้องการให้ผมเหน หน้าของเธอ มันซี้ดมากกกก ที่ดวงตาของเธอ มีเส้นเลือดแดงๆเต็มไปหมด แล้วเธอก็ค่อยๆแสยะยิ้ม
"ฮือๆ ป๊าจ้า แม่จ๊า ช่วยหนูด้วย หนูกลัว" ผมทำอะไรไม่ถูก แต่พอพูดในใจจนจบประโยคนี้ สิ่งที่เกิดขึ้น คือเธอหายไปต่อหน้าต่อตาผมเลย แล้วผมก็ขยับ และ แหกปากร้องได้
ช่วยด้วยยยยย !!! เสียงของผม แหกปากดังไปทั่ววัด หลวงพี่ที่ผมอยู่ด้วย ก็สะดุ้งตื่นมา แล้วก็ถามว่า "เณรเป็นไร"
"ผีหลอกครับหลวงพี่ ผีหลอก"
" ก๊อกๆๆๆๆ" เสียงเคาะจากประตูดังขึ้น หลวงพี่เดินไปเปิด เป็นพระจำนวนหลายรูปเลย ยืนอยู่หน้ากุฏิ และก็มีหลวงพี่ท่านนึงเดินเค้ามาแล้วพูดกับผมว่า "สิ่งที่เณรเจอ คือเจ้ากรรมนายเวรของเณรเอง หลังจากนี้ไป เค้าจะสื่อสารกับเณรแบบนี้ตลอด ขอให้เณรตั้งสติและรับมือให้ดี"
แล้วท่านก็เดินออกไป
คืนนั้นผมและพระหลายๆท่าน มานั้งอยู่ในกุฏิ จนถึงเวลาบิณฑบาตรเลยครับ
ตอนเช้าโยมแม่มาใส่บาตร ผมบอกโยมแม่ว่า "แม่ หนูเจอผีหลอก" แล้วก็เล่าให้โยมแม่ฟัง
ช่วงสายๆก็เลยถามพระพี่เลี้ยงที่ผมอยู่กับท่านว่า พระที่เดินเข้ามาพูดมะคืนอยู่กุฏิไหนหรอครับ โยมแม่อยากเจอ ท่านก็บอกว่า "หลวงพี่ท่านนั้นเค้าเป็นพระธุดง ตอนนี้ท่านเริ่มออกธุดงไปแล้ว มาจำวัดที่วัดเรา เพียงคืนเดียว"
และแล้ว หลังจากนั้นมา เหตุการณ์นี้ ก็ทำให้แอดมินได้เจอกับเรื่องราวสยองขวัญมาโดยตลอด
และทำให้แอดมิน ได้สัมผัสก็เจ้ากรรมนายเวร ที่เกิดจากแรงอาฆาตในชาติก่อนของแอดเอง อย่างชัดเจนมากขึ้น
#เรื่องของเจ้ากรรมนายเวร #ที่แอดได้เจอ #มีเยอะมากๆ #คนรอบข้างแอด #กลัวกันทุกคน #แล้วไว้จะมาเล่าให้ฟังนะครับ
#เรื่องหลอนสยองขวัญ #แอดมินรัช
เจอผี...ตอนบวชเณร (ทำให้เห็นผีมาโดยตลอด)
เรื่องหลอน...สยองขวัญ
ตอน "มันเป็นเพียงการเริ่มต้น"
ต้องบอกเลยนะครับว่า ประสบการณ์เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สยองฝังใจ #แอดมินรัช สุดๆ เพราะมันเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้แอด ได้สัมผัสกับโลกวิญญาณเป็นครั้งแรก และทำให้แอดมีเซ้นส์ มาถึงทุกวันนี้
เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนผมอายุ 11 ขวบ (ยังไม่เยอะ ใช่ขวบได้ 55+) กำลังเรียนอยู่ชั้น ป.5 ครับ
ในช่วงของปิดภาคเทอมฤดูร้อน วัดส่วนใหญ่ จะจัดพิธีบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ซึ่งในทุกๆปิดเทอม ผมจะได้เรียนพิเศษเสมอ แต่ในปิดภาคเรียนครั้งนี้ คุณพ่อของผม กลับอยากให้ผมบวช
ผมจำได้เลยครับว่า ตอนนั้นไม่อยากบวชเลย เพราะกลัวผีมากกก แต่ก่อนไม่รู้หรอกว่าผีเป็นยังไง รู้แต่ว่า มันจะหน้าเละๆ เหมือนในรายการ ชมรมขนหัวลุก แล้วก็ชอบมาแบบยอดมนุษย์ ที่มีแสงสีๆออกจากตัวเหมือนในรายการชั่วโมงพิศวง
การบวชในครั้งนั้น มีเป็นการบวชที่ไม่ได้สมัครใจ อาจเป็นเพราะยังเด็กอยู่ด้วยมั่ง แต่ด้วยความที่พ่อของผม ค่อนข้างดุ อยากให้ทำอะไรต้องทำ ในที่สุด ผมก็ต้องบวชจนได้
ซึ่งด้วยความหวังดีของพ่อ พ่ออยากให้ผมบวชก่อนที่จะมีโครงการ คือปิดเทอมได้ 1 สัปดาห์ ก็จับผมบวชเลย เอาฤกษ์สะดวก
วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ ช่วงบ่ายๆ พ่อก็พาผมไปที่วัด แล้วก็ทำพิธีบรรพชาทันที ไม่ได้มีพิธีรีตรองอะไร
ตกเย็น จำได้ว่า พระพี่เลี้ยงที่ปมจะต้องจำวัด (นอน) กับท่านด้วยนั้น บอกว่า "เณร เดี๋ยวรีบ อาบน้ำนะ เพราะคืนนี้เราจะไปช่วยงานที่วัดกลางกัน" แล้วท่านก็หยิบชุดของใช้ให้ผม 1 ชุด "เก็บไว้ดีๆนะเณร ไม่ไปใช้ปนกับพระท่านอื่นนะ"
ผมก็เดินไปอาบน้ำ ซึ่งห้องน้ำอยู่หลังกุฏิที่ผมอยู่ แล้วหลังห้องน้ำ คือที่เก็บกระดูกรึป่าช้านั้นเอง บรรยากาศตอนนั้น ประมาณช่วง 6 โมงกว่า พระอาทิตย์ก็ใกล้จะตกพอดี มีแสงอ่อนๆส่องรอดผ่านช่องระบายอากาศ ในขณะที่อาบน้ำอยู่นั้น อยู่ดีๆ ไฟก็ดับ พรึ่บ!!! ผมเกือบแหกปากร้อง แต่ก็ไม่กล้า เพราะอยู่ในสถานะของสามเณร เกรงว่าจะไม่เหมาะสม และสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าผมก็คือ เงาของ ผญ รูปร่างเล็ก ที่กำลังยืนชี้หน้ามาที่ผม (หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมถึงเห็นเหงานี้ ทั้งๆที่ไฟดับ ก็เพราะ แสงไฟที่รอดผ่าน มันส่องมากระทบกับกำแพงในห้องน้ำพอดี) ผมตกใจ รีบดึงผ้าสบงกับสายประคด (ผ้านุ่ง+สายรัดเอวของสามเณร) ลงมาที่ตัว และยื่นทุกอย่างไปที่เงานั้น "พรึ๊บบบ!!" ไฟก็กลับมาสว่างเหมือนเดิม
ผมไม่รีรอ รีออกมาจากห้องน้ำ แล้วไม่พูดอะไร เพราะในใจก็กลัวว่าคนจะหาว่าเราคิดไปเอง รึไม่ก็คงมีคนแกล้ง
หลังจากที่ผมกลับมาจากการไปช่วยงานที่วัดกลาง พระพี่เลี้ยงก็บอกให้ผมไปสรงน้ำ แต่ผมขออนุญาตท่านไม่อาบดึกๆได้มั้ย ผมกลัวผี ท่านก็หัวเราะ แล้วพูดว่า "ได้เณรๆ ถ้ากลัวผี ต่อไปก็อาบตั้งแต่ยังไม่เริ่มมึดหละ"
พอตกดึก คืนนั้น ผมนำที่นอนของสงฆ์แบบปูกับพื้น มาปูนอน ส่วนหลวงพี่ก็นอนอีกฝั่งนึง
สักประมาณตี 2 น่าจะได้ ผมรู้สึกตัวขึ้น ด้วยความร้อนของห้องอบๆ ที่มีพัดลมสายไปมาเพียงตัวเดียว และแล้ว สิ่งที่สยดสยอง และทำให้ผมได้สัมผัสกับโลกของวิญญาณด้วยตาของปมก็เกิดขึ้น
ผมเห็นผู้หญิงใส่ชุดขาวเหมือนชุดนอน ค่อยๆเดินออกมาจากห้องด้านหลัง ซึ่งห้องนั้นใช้สำหรับเก็บสังฆทาน และมีรูปของคนที่เสียชีวิตอยู่ด้วย ซึ่งเปนรูปของปู้ที่บริจาคทรัพย์สอนเพื่อสร้างกุฏินี้ขึ้น
ผู้หญิงชุดขาวคนนี้ ค่อยๆเดินตรงมาที่ผม ผมจำได้ดีเลยว่า ตอนนั้นผมไม่สามารถ ขยับตัว และ ขยับปากได้เลย ได้แต่นอนนิ่งอยู่อย่างนั้น และในขณะที่เธอค่อยๆเดินเข้ามา ก็เหมือนกับว่า จะค่อยๆมีเลือดไหลซึมออกมา บริเวณหน้าท้องของเธอ เลือดมันค่อยๆไหล ค่อยๆไหล เลอะเสื้อของเธอเต็มไปหมด และเธอก็ยังค่อยๆเดินมาที่ผมเรื่อยๆ ผมร้องไห้ น้ำตาไหล แบบไม่เคยเป็นมาก่อน มันกลัว เพราะไม่สามารถแหกปากร้องเรียกใครได้ และในที่สุดเธอก็มาหยุดอยู่ที่ปลายเท้าผม
ผมหลับตาปี๋ แล้วก็ได้แต่สวด "นะโมตัสสะ นะโมตัสสะ" เป็นร้อยๆครั้ง ตั้งแต่เห็นเธอเดินออกมาแล้ว และแล้ว ความหนาวเย็นจากมือของเธอ ก็มาสัมผัสที่เท้าผม ผมยังคงจำความเย็นยะเยือกนั้นได้ดี
และสิ่งที่เกินขึ้นก็คือ เธอค่อยๆคลาน จากปลายเท้า ไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ ตอนนั้นผมได้แต่ร้องไห้ เพราะทำอะไรไม่ได้จริงๆ ร้องเหมือนจะตาย เธอก็ยังคงคลานมาเรื่อยๆ จากปลายเท้า ไล่มาที่หัวเข่า ต้นขา เอว แล้วก็มาหยุดที่หน้าอก
ตอนนั้นผมยังคงหลับตาปี๋แล้วก็ร้องไห้อยู่อย่างเดิม สักพัก เธอก็เอามือออกจากหน้าอกผม แต่ยังเหมือนความเย็นยังคงอยู่รอบๆตัว ผมหลับตาแล้วร้องไห้ พร้อมกับสวดมนต์ "นะโมตัสสะ นะโมตัสสะ" สักพัก ผมก็ค่อยๆลืมตาขึ้น
กรี๊ดดดด!!! สิ่งที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้าคือ ผญ คนนั้น ยังคงค่อมตัวอยู่บนร่างของผม และการลืมตาในครั้งนี้ สิ่งที่ผมทำไม่ได้อีกคือ การหลับตา เพราะเหมือนเธอต้องการให้ผมเหน หน้าของเธอ มันซี้ดมากกกก ที่ดวงตาของเธอ มีเส้นเลือดแดงๆเต็มไปหมด แล้วเธอก็ค่อยๆแสยะยิ้ม
"ฮือๆ ป๊าจ้า แม่จ๊า ช่วยหนูด้วย หนูกลัว" ผมทำอะไรไม่ถูก แต่พอพูดในใจจนจบประโยคนี้ สิ่งที่เกิดขึ้น คือเธอหายไปต่อหน้าต่อตาผมเลย แล้วผมก็ขยับ และ แหกปากร้องได้
ช่วยด้วยยยยย !!! เสียงของผม แหกปากดังไปทั่ววัด หลวงพี่ที่ผมอยู่ด้วย ก็สะดุ้งตื่นมา แล้วก็ถามว่า "เณรเป็นไร"
"ผีหลอกครับหลวงพี่ ผีหลอก"
" ก๊อกๆๆๆๆ" เสียงเคาะจากประตูดังขึ้น หลวงพี่เดินไปเปิด เป็นพระจำนวนหลายรูปเลย ยืนอยู่หน้ากุฏิ และก็มีหลวงพี่ท่านนึงเดินเค้ามาแล้วพูดกับผมว่า "สิ่งที่เณรเจอ คือเจ้ากรรมนายเวรของเณรเอง หลังจากนี้ไป เค้าจะสื่อสารกับเณรแบบนี้ตลอด ขอให้เณรตั้งสติและรับมือให้ดี"
แล้วท่านก็เดินออกไป
คืนนั้นผมและพระหลายๆท่าน มานั้งอยู่ในกุฏิ จนถึงเวลาบิณฑบาตรเลยครับ
ตอนเช้าโยมแม่มาใส่บาตร ผมบอกโยมแม่ว่า "แม่ หนูเจอผีหลอก" แล้วก็เล่าให้โยมแม่ฟัง
ช่วงสายๆก็เลยถามพระพี่เลี้ยงที่ผมอยู่กับท่านว่า พระที่เดินเข้ามาพูดมะคืนอยู่กุฏิไหนหรอครับ โยมแม่อยากเจอ ท่านก็บอกว่า "หลวงพี่ท่านนั้นเค้าเป็นพระธุดง ตอนนี้ท่านเริ่มออกธุดงไปแล้ว มาจำวัดที่วัดเรา เพียงคืนเดียว"
และแล้ว หลังจากนั้นมา เหตุการณ์นี้ ก็ทำให้แอดมินได้เจอกับเรื่องราวสยองขวัญมาโดยตลอด
และทำให้แอดมิน ได้สัมผัสก็เจ้ากรรมนายเวร ที่เกิดจากแรงอาฆาตในชาติก่อนของแอดเอง อย่างชัดเจนมากขึ้น
#เรื่องของเจ้ากรรมนายเวร #ที่แอดได้เจอ #มีเยอะมากๆ #คนรอบข้างแอด #กลัวกันทุกคน #แล้วไว้จะมาเล่าให้ฟังนะครับ
#เรื่องหลอนสยองขวัญ #แอดมินรัช