เห็นบ่นกันประจำ เวลามีเรื่องไม่ดีไม่งามในไทย ก็จะบอกว่าเพราะคนไทยไม่มีวินัย ต้องออกกฎหมายโทษแรงๆ ต้องบังคับใช้จริงจัง ไม่เลือกปฏิบัติ ฯลฯ บลาๆๆ
ลองมาดูตัวแปร ปัจจัยต่างๆ ที่บ้านเรามีนะครับ
- เมืองไทยอุดมสมบูรณ์ อยู่ได้หาของกินได้แทบทุกที่ ภัยพิบัติแรงๆ ก็มีแค่นานๆ หน : มีทฤษฎีหนึ่งเชื่อว่าวินัยเกิดมาจากความลำบาก ข้อจำกัดทางสภาพแวดล้อม เช่น ญี่ปุ่นมีสารพัดภัยพิบัติบ่อยๆ แถมประชากรเยอะบนพื้นที่จำกัด , ยุโรปเมืองหนาว เวลาเพาะปลูกก็มีจำกัด , สิงคโปร์ไม่มีทรัพยากรอะไรอื่น ฯลฯ ถ้าไม่มีกฎระเบียบเคร่งครัดมันก็อยู่กันไม่ได้ วินัยจึงกลายเป็นสำนึกร่วมของชาติไปโดยปริยาย
- การสร้างสังคมด้วยคุณค่าใหม่มักเกิดในยุคเผด็จการที่ปัจเจกชนยังไม่มีความตื่นตัวในสิทธิของตนมากนัก: สิงคโปร์ตอนตั้งประเทศใหม่ๆ ประเด็นสิทธิทั้งหลายยังไม่หนักแน่นนัก ลีกวนยูจึงใช้นโยบายควบคุมพฤติกรรมประชาชนแบบเบ็ดเสร็จ เช่นกัน ไทยเคยมีการปฏิวัติวัฒนธรรมแค่ยุครัฐนิยมของจอมพล ป. ที่สลายความเป็นท้องถิ่นหมดให้เป็นไทยเดียว และไม่มีการสานต่อในด้านอื่นๆ อีก สิ่งเหล่านี้ถ้ามาทำในยุคปัจจุบัน คงโดน NGO นักวิชาการและสื่อมวลชนปั่นกระแส บอกละเมิดสิทธินั่นเสรีภาพนี่
- ผู้ปกครองยุคโลกาภิวัฒน์ไม่ง่ายในการใช้อำนาจ : ในอดีตผู้ปกครองมีอำนาจล้นฟ้า เพราะรัฐต่างๆ ต่างคนต่างอยู่ แต่ยุคปัจจุบัน ทุกรัฐและทุกระบอบการปกครองง่ายต่อการถูกบ่อนเซาะทำลาย เช่น ถ้าเลือกปกครองด้วยเผด็จการ หากเผด็จการออกนโยบายอะไรที่ขัดกับความเคยชินของประชาชน ประชาชนอาจร่วมมือกับ NGO หรือกลไกระหว่างประเทศอื่นๆ ซึ่งมหาอำนาจบางชาติพร้อมแอบแทรกแซงอยู่แล้ว ไม่นานก็คงโดนโค่นล้ม หรืออย่างน้อยๆ ก็ไม่กล้าอยู่ยาว แต่ถ้าเลือกปกครองด้วยประชาธิปไตย นักการเมืองย่อมไม่มีทางออกนโยบายที่ขัดกับจริตของประชาชน ตรงกันข้ามมีแต่จะยิ่งส่งเสริมสิ่งที่ตรงจริต เพราะนั่นคือคะแนนเสียง คือฐานเสียง ไปขัดกับจริตเดี๋ยวไม่ได้รับเลือกตั้ง
- สังคมไทยยึดความสัมพันธ์ส่วนบุคคลมากกว่าระบบ" : ไม่ว่าคนธรรมดาหรือคนใหญ่คนโต ในเรื่องเดียวกันเรามักจะอะลุ้มอล่วยให้กับคนที่ใกล้ชิดกับเราเสมอ แม้กระทั่งการทำผิด ถึงช่วยให้พ้นผิดไม่ได้ แต่อย่างน้อยๆ ก็ต้องพยายามผ่อนหนักให้เป็นเบา หรือถ้าเป็นเรื่องเล็กๆ หน่อย อาจจะมองเป็นแค่ขำๆ ฉะนั้นจะหวังให้การใช้กฎหมายเกิดขึ้นจริงจัง เคร่งครัด และตรงไปตรงมาคงยากหน่อย
จะเห็นว่า
1.สภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ ก็ไม่เอื้อให้คนไทยเกิดสำนึกว่าต้องมีวินัย
2.สภาพแวดล้อมด้วยวิธีการบริหารจัดการของมนุษย์ ก็เลยช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการสร้างวินัยมาแล้ว
3.ภาพลักษณ์-ภาพพจน์ ของคนแต่ละคน ไม่ว่าระดับไหน กระจกสะท้อนที่ดีด้านวินัยไม่มี หรือมีก็คงน้อย ยิ่งถ้าคนใหญ่คนโตยังเป็นแบบอย่างที่ดีไม่ได้ ยังมีเรื่องให้ครหา คนตัวเล็กๆ ก็ย่อมทำตามแบบอย่างจากคนใหญ่คนโตนั่นแหละ
คนถูกปกครองก็คนไทย ผู้ปกครองก็คนไทย เราต่างถูกหล่อหลอมมาในสังคมเดียวกัน อบรมอะไรมา ในสถานที่ปิดอย่างโรงเรียนก็ดี หรือไปใช้ชีวิตในประเทศที่เจริญกว่าก็ดี พอออกมา-กลับมาอยู่สังคมไทย เจอสภาพแวดล้อมแบบไทยๆ สุดท้ายก็มักจะถูกกลืน กลายเป็นผู้ส่งผ่านความเคยชินนี้ไปยังลูกหลาน
เห็นชอบบ่นกัน..มาลองคิดกันดีกว่า ถ้าเป็นคุณ คุณจะเปลี่ยนให้คนไทย มีวินัยไหลเวียนใน DNA ได้อย่างไร ภายใต้สารพัดปัจจัยตัวแปรแบบนี้
[ชวนให้ลองคิดเล่นๆ] วินัยคนไทยภายใต้ตัวแปรแบบนี้ จะสร้างกันได้จริงๆ หรือ?
ลองมาดูตัวแปร ปัจจัยต่างๆ ที่บ้านเรามีนะครับ
- เมืองไทยอุดมสมบูรณ์ อยู่ได้หาของกินได้แทบทุกที่ ภัยพิบัติแรงๆ ก็มีแค่นานๆ หน : มีทฤษฎีหนึ่งเชื่อว่าวินัยเกิดมาจากความลำบาก ข้อจำกัดทางสภาพแวดล้อม เช่น ญี่ปุ่นมีสารพัดภัยพิบัติบ่อยๆ แถมประชากรเยอะบนพื้นที่จำกัด , ยุโรปเมืองหนาว เวลาเพาะปลูกก็มีจำกัด , สิงคโปร์ไม่มีทรัพยากรอะไรอื่น ฯลฯ ถ้าไม่มีกฎระเบียบเคร่งครัดมันก็อยู่กันไม่ได้ วินัยจึงกลายเป็นสำนึกร่วมของชาติไปโดยปริยาย
- การสร้างสังคมด้วยคุณค่าใหม่มักเกิดในยุคเผด็จการที่ปัจเจกชนยังไม่มีความตื่นตัวในสิทธิของตนมากนัก: สิงคโปร์ตอนตั้งประเทศใหม่ๆ ประเด็นสิทธิทั้งหลายยังไม่หนักแน่นนัก ลีกวนยูจึงใช้นโยบายควบคุมพฤติกรรมประชาชนแบบเบ็ดเสร็จ เช่นกัน ไทยเคยมีการปฏิวัติวัฒนธรรมแค่ยุครัฐนิยมของจอมพล ป. ที่สลายความเป็นท้องถิ่นหมดให้เป็นไทยเดียว และไม่มีการสานต่อในด้านอื่นๆ อีก สิ่งเหล่านี้ถ้ามาทำในยุคปัจจุบัน คงโดน NGO นักวิชาการและสื่อมวลชนปั่นกระแส บอกละเมิดสิทธินั่นเสรีภาพนี่
- ผู้ปกครองยุคโลกาภิวัฒน์ไม่ง่ายในการใช้อำนาจ : ในอดีตผู้ปกครองมีอำนาจล้นฟ้า เพราะรัฐต่างๆ ต่างคนต่างอยู่ แต่ยุคปัจจุบัน ทุกรัฐและทุกระบอบการปกครองง่ายต่อการถูกบ่อนเซาะทำลาย เช่น ถ้าเลือกปกครองด้วยเผด็จการ หากเผด็จการออกนโยบายอะไรที่ขัดกับความเคยชินของประชาชน ประชาชนอาจร่วมมือกับ NGO หรือกลไกระหว่างประเทศอื่นๆ ซึ่งมหาอำนาจบางชาติพร้อมแอบแทรกแซงอยู่แล้ว ไม่นานก็คงโดนโค่นล้ม หรืออย่างน้อยๆ ก็ไม่กล้าอยู่ยาว แต่ถ้าเลือกปกครองด้วยประชาธิปไตย นักการเมืองย่อมไม่มีทางออกนโยบายที่ขัดกับจริตของประชาชน ตรงกันข้ามมีแต่จะยิ่งส่งเสริมสิ่งที่ตรงจริต เพราะนั่นคือคะแนนเสียง คือฐานเสียง ไปขัดกับจริตเดี๋ยวไม่ได้รับเลือกตั้ง
- สังคมไทยยึดความสัมพันธ์ส่วนบุคคลมากกว่าระบบ" : ไม่ว่าคนธรรมดาหรือคนใหญ่คนโต ในเรื่องเดียวกันเรามักจะอะลุ้มอล่วยให้กับคนที่ใกล้ชิดกับเราเสมอ แม้กระทั่งการทำผิด ถึงช่วยให้พ้นผิดไม่ได้ แต่อย่างน้อยๆ ก็ต้องพยายามผ่อนหนักให้เป็นเบา หรือถ้าเป็นเรื่องเล็กๆ หน่อย อาจจะมองเป็นแค่ขำๆ ฉะนั้นจะหวังให้การใช้กฎหมายเกิดขึ้นจริงจัง เคร่งครัด และตรงไปตรงมาคงยากหน่อย
จะเห็นว่า
1.สภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ ก็ไม่เอื้อให้คนไทยเกิดสำนึกว่าต้องมีวินัย
2.สภาพแวดล้อมด้วยวิธีการบริหารจัดการของมนุษย์ ก็เลยช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการสร้างวินัยมาแล้ว
3.ภาพลักษณ์-ภาพพจน์ ของคนแต่ละคน ไม่ว่าระดับไหน กระจกสะท้อนที่ดีด้านวินัยไม่มี หรือมีก็คงน้อย ยิ่งถ้าคนใหญ่คนโตยังเป็นแบบอย่างที่ดีไม่ได้ ยังมีเรื่องให้ครหา คนตัวเล็กๆ ก็ย่อมทำตามแบบอย่างจากคนใหญ่คนโตนั่นแหละ
คนถูกปกครองก็คนไทย ผู้ปกครองก็คนไทย เราต่างถูกหล่อหลอมมาในสังคมเดียวกัน อบรมอะไรมา ในสถานที่ปิดอย่างโรงเรียนก็ดี หรือไปใช้ชีวิตในประเทศที่เจริญกว่าก็ดี พอออกมา-กลับมาอยู่สังคมไทย เจอสภาพแวดล้อมแบบไทยๆ สุดท้ายก็มักจะถูกกลืน กลายเป็นผู้ส่งผ่านความเคยชินนี้ไปยังลูกหลาน
เห็นชอบบ่นกัน..มาลองคิดกันดีกว่า ถ้าเป็นคุณ คุณจะเปลี่ยนให้คนไทย มีวินัยไหลเวียนใน DNA ได้อย่างไร ภายใต้สารพัดปัจจัยตัวแปรแบบนี้