ช่วงเย็นของวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๙ มีโอกาสได้ไปกราบพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ณ สนามหลวง พระบรมมหาราชวัง เลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ให้ฟัง อาจไม่ละเอียดนักแต่ถ้าอ่านจบแล้วสามารถตามไปได้เลยค่ะ
วันนี้เราไปกัน 3 คน ออกจากบ้านตอนเย็นประมาณ 6 โมงกว่า จุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่วัดพระแก้วค่ะ จากการคิดสรตะดูแล้วเราเลือกเดินทางด้วยรถสาธารณะไปลงที่ปากคลองตลาด เพราะจำได้ว่าตรงแถวๆ หน้าโรงเรียนราชินีมีจุดจอดรถที่พี่ๆ จิตอาสามอเตอร์ไซด์รับส่ง(ฟรี) ให้บริการอยู่ แล้วก็ไม่ผิดหวังมีพี่ๆ จอดรถรออยู่ เมื่อเข้าไปสอบถามพี่ๆ ก็จัดคิวให้แล้วไปส่งเรายังจุดที่ใกล้จุดเข้าคิวมากที่สุด แต่เนื่องด้วยมีการปิดการจราจรรอบพระบรมหาราชวังระยะทางที่เราจะต้องเดินเข้าไป ณ จุดต่อคิวยังไกลพอสมควร ซึ่งหนึ่งในผู้ร่วมเดินทางของเราวันนี้คือ คุณนายแม่ของเราเองนางอายุ 60 ปีละ แข้งขาก็ไม่ค่อยจะดีถ้าจะต้องเดินเข้าไปมีหวังหัวเข่าบวมเป็นแน่ ตรงนั้นมีรถเข็นสำหรับคนชราจอดอยู่ เราเลยหันไปถามนางว่านั่งรถเข็นมั้ย นางสายหัวแล้วตอบว่า "ไม่ต้องฉันไหว" เราถามย้ำอีกทีไหวแน่นะเดินอีกไกลนะ นางเดินฉับๆ ต่อไปอีกสัก 2 ก้าว ทันใดนั้นเรากวาดสายตาไปเห็นรถกอล์ฟที่ให้บริการรับส่งบริเวณที่ปิดการจราจรพอดี สอบถามได้ความว่าผ่านจุดที่ต่อคิวเข้าพระบรมหาราชวังจึงชวนกันขึ้นรถกอล์ฟไปดีกว่า
เราลงรถกอล์ฟตรงทางเข้าสนามหลวง อยู่ช่วงกลางๆ ของสนามหลวงก่อนถึงโรงแรมรัตนโกสินธ์ จากนั้นให้มองหาป้ายที่เขียนว่า จุดต่อคิวเข้าพระบรมหาราชวัง หรือสังเกตที่บอลลูนกองอำนวยการก็ได้ค่ะ อยู่ไม่ไกลกันมากนักหรือจะให้ดีถามใครแถวนั้นได้เลยค่ะ คนไทยมีน้ำใจพร้อมจะช่วยเหลือกันตลอดเวลา
เราไปถึงจุดต่อคิวประมาณ 1 ทุ่มซึ่งวันนั้นโชคดีมาก คนไม่เยอะเราจึงไม่ต้องยืนรอที่จุดต่อคิว สามารถเดินเข้าไปนั่งรอในเต๊นได้เลย จุดนี้เดินตามๆ กันไปค่ะ ไม่ต้องกลัวหลง ทุกคนมีจุดหมายปลายทางและหัวใจดวงเดียวกัน
ลักษณะของเต๊นที่จัดไว้ให้นั่งรอคิวมีการแบ่งเป็นตัวอักษร ก-ซ โดยจะเรียกเข้าเรียงตามลำดับอักษรพอถึง ซ. ก็เริ่ม ก. ใหม่เต๊นที่เรานั่งรอเป็นเต๊น ข. ซึ่งคิวที่พึ่งถูกเรียกออกไปน่าจะเป็น ง. หรือ จ. ระหว่างนั่งรอจะมีจิตอาสาจากหลายที่ รวมทั้งเจ้าหน้าที่คอยเอาอาหาร น้ำดื่ม ขนม ผลไม้และยามาแจก รวมทั้งมาช่วยกันเก็บขยะตลอดเวลา ดูแลกันดีมากๆ แจกกันกระทั่งยานวดคลายปวด จนถึงยืนบริการกระดาษทิชชู่หน้ารถสุขา พูดถึงรถสุขามีให้บริการอย่างเพียงพอค่ะ แต่เรื่องกลิ่นคงต้องทำใจนิดนึง 123 ...รีบเข้า รีบออก พอผ่านไปได้อยู่ค่ะ
แม้วันนั้นสภาพอากาศจะไม่ร้อน แดดไม่ค่อยมี แต่อากาศในเต๊นค่อนข้างอบอ้าว ติดพัดไปด้วยก็ดีนะคะเตรียมพร้อมไว้ก่อน ระหว่างนั่งรอก็คุยกันไป กินกันไป ออกไปเดินเล่นก็ได้ แต่ควรจำที่นั่งไว้ให้ดีจะได้เดินกลับมาถูก
ผู้คนยังทะยอยกันมาอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่บอกว่าปิดการรับคิวตอน 3 ทุ่ม หากใครมาถึงก่อน 3 ทุ่มได้เข้าพระบรมหาราชวังทุกคน อยู่ที่ว่าวันนั้นมีคิวสะสมเยอะหรือป่าว มีบางวันได้เข้ากันตอนตี 2 ตี 3 ก็มี ฉะนั้นใครอยากลองไปช่วงเย็นแบบเรา เจ้าหน้าที่แนะนำให้ไปวันธรรมดา จันทร์-พฤหัส ซักช่วง 4 โมงเย็นเป็นต้นไปจะดีกว่า นั่งรอไม่กี่อึดใจก็ได้เข้าแล้ว
พอซัก 4 ทุ่มก็เริ่มได้ยินเสียงเฮจากทางเต๊น ก.แถวของเต๊น ก. เริ่มเดินเข้าไปแล้วค่ะ หัวใจเราเต้นรัวๆ เลย ใกล้แล้วเราใกล้ได้ไปเข้าเฝ้าแล้ว ครั้งนึงในชีวิตที่เราต้องทำให้ได้ เต๊น ข. แถวที่เรานั่งถูกเรียกให้เดินเข้าเขตวัดพระแก้วทางประตูวิเศษไชยศรีตอนประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง ซึ่งในพื้นที่วัดพระแก้วยังอนุญาตให้ถ่ายภาพได้อยู่ แต่ในเขตพระราชวังที่ประทับของพระบรมโกศ ห้ามถ่ายภาพอย่างเด็ดขาด ควรให้ความเคารพและเข้มงวดต่อกฎระเบียบด้วยนะคะ
จาก 4 ทุ่มครึ่งที่เรียกแถวให้เข้าเขตวัดพระแก้ว ก็มีหยุดยืนรอบ้างเดินบ้างจนเข้าในเขตพระราชวังทางประตูพิมานไชยศรี แถวที่เดินจะมีลักษณะอ้อมไปมาเพื่อให้คนเข้ามารอได้มากที่สุด เลี้ยวไปเลี้ยวมาถือโอกาสชมวังไปในตัว
ประมาณ 5 ทุ่มครึ่งแถวเราได้ไปรออยู่หน้าบันไดทางขึ้นละค่ะ โดยให้ถอดรองเท้าก่อนขึ้นแล้วนำรองเท้าใส่ในถุงที่ได้รับแจกหิ้วขึ้นไปด้วย เมื่อลงมาแล้วก็นำถุงหิ้วลงมาคืนยังจุดที่มีการเตรียมไว้อย่างเป็นระเบียบ
การกราบพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศจะมีเจ้าหน้าที่ให้สัญญาณกราบพร้อมๆ กัน 1 ครั้ง โดยไม่แบมือ
แม้จะเป็นเวลาเพียงไม่กี่นาทีที่ได้อยู่บนที่ประทับของพระองค์ แต่ก็ทำให้ตื้นตันในหัวใจได้ไม่รู้ลืม ภาพพระบรมโกศที่เห็น ยิ่งทำให้คิดถึงพ่อผู้มีเมตตา ผู้สร้าง ผู้พัฒนา ผู้เป็นแบบอย่าง ท่านมีแต่ความดีให้เราคิดถึง
#คิดถึงในหลวงรัชกาลที่ ๙ สุดหัวใจ
เมื่อออกมาแล้วจะมีจุดแจกพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ ๙ และข้าวพอเพียง แต่ๆๆๆๆๆๆ หากไปถึงจุดนี่หลัง 4 ทุ่มจะได้เพียงพระบรมฉายาลักษณ์เท่านั้นนะคะ ข้าวพอเพียงจะแจกถึงแค่ 4 ทุ่ม วันนั้นเราออกมาเกือบเที่ยงคืนละ จึงได้แค่พระบรมฉายาลักษณ์กับนมไวตามิ้ลเป็นของปลอบใจ ไม่เป็นไรค่ะโอกาสหน้ายังมีต้องไปรับข้าวพอเพียงให้ได้ค่ะ
วันนี้เราใช้เวลาในการรอคิวจนกลับออกมาประมาณเกือบ 5 ชม. ไม่มากไม่น้อยนะคะ การเดินทางขากลับออกมาประตูอะไรจำไม่ได้ค่ะ แต่มีรถเมล์และรถ shuttle bus ไว้ให้บริการไปส่งยังป้ายรถเมล์หลัก และมีรถแท๊กซี่ ตุ๊กตุ๊กผ่านบริเวณนั้นเลือกทางที่สะดวกได้เลยค่ะ
เรื่องการแต่งการควรใส่สีดำสนิทไม่มีลาย หรือสีสุภาพ ชุดนักเรียน นักศึกษา ชุดยูนิฟอร์ม ก็สามารถเข้าได้ค่ะ
ผู้หญิง ให้ใส่เสื้อมีแขน กระโปรงยาวคลุมเข่า รองเท้าหุ้มส้น (บางคนใส่ถุงเท้าสีดำและใส่รองเท้าแตะเจ้าหน้าที่ก็อนุญาตนะคะเพราะอย่างไรก็ต้องถอดรองเท้าก่อนขึ้น) มีผ้าถุงให้ยืมสำหรับคนไม่มีกระโปรงคลุมเข่า หรือใส่กางเกงมาด้วยค่ะ
ผู้ชาย ให้ใส่เสื้อคอปกสีดำหรือสีสุภาพแขนสั้นหรือยาวก็ได้ กางเกงผ้าสีดำ รองเท้าหุ้มส้น ห้ามใส่กางเกงยีนนะคะ
นี่เป็นการตั้งกระทู้ครั้งแรกของเราสามารถแนะนำ ติชมกันได้นะคะ หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ
[CR] แชร์ประสบการณ์การเข้าไปกราบพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙
วันนี้เราไปกัน 3 คน ออกจากบ้านตอนเย็นประมาณ 6 โมงกว่า จุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่วัดพระแก้วค่ะ จากการคิดสรตะดูแล้วเราเลือกเดินทางด้วยรถสาธารณะไปลงที่ปากคลองตลาด เพราะจำได้ว่าตรงแถวๆ หน้าโรงเรียนราชินีมีจุดจอดรถที่พี่ๆ จิตอาสามอเตอร์ไซด์รับส่ง(ฟรี) ให้บริการอยู่ แล้วก็ไม่ผิดหวังมีพี่ๆ จอดรถรออยู่ เมื่อเข้าไปสอบถามพี่ๆ ก็จัดคิวให้แล้วไปส่งเรายังจุดที่ใกล้จุดเข้าคิวมากที่สุด แต่เนื่องด้วยมีการปิดการจราจรรอบพระบรมหาราชวังระยะทางที่เราจะต้องเดินเข้าไป ณ จุดต่อคิวยังไกลพอสมควร ซึ่งหนึ่งในผู้ร่วมเดินทางของเราวันนี้คือ คุณนายแม่ของเราเองนางอายุ 60 ปีละ แข้งขาก็ไม่ค่อยจะดีถ้าจะต้องเดินเข้าไปมีหวังหัวเข่าบวมเป็นแน่ ตรงนั้นมีรถเข็นสำหรับคนชราจอดอยู่ เราเลยหันไปถามนางว่านั่งรถเข็นมั้ย นางสายหัวแล้วตอบว่า "ไม่ต้องฉันไหว" เราถามย้ำอีกทีไหวแน่นะเดินอีกไกลนะ นางเดินฉับๆ ต่อไปอีกสัก 2 ก้าว ทันใดนั้นเรากวาดสายตาไปเห็นรถกอล์ฟที่ให้บริการรับส่งบริเวณที่ปิดการจราจรพอดี สอบถามได้ความว่าผ่านจุดที่ต่อคิวเข้าพระบรมหาราชวังจึงชวนกันขึ้นรถกอล์ฟไปดีกว่า
เราลงรถกอล์ฟตรงทางเข้าสนามหลวง อยู่ช่วงกลางๆ ของสนามหลวงก่อนถึงโรงแรมรัตนโกสินธ์ จากนั้นให้มองหาป้ายที่เขียนว่า จุดต่อคิวเข้าพระบรมหาราชวัง หรือสังเกตที่บอลลูนกองอำนวยการก็ได้ค่ะ อยู่ไม่ไกลกันมากนักหรือจะให้ดีถามใครแถวนั้นได้เลยค่ะ คนไทยมีน้ำใจพร้อมจะช่วยเหลือกันตลอดเวลา
เราไปถึงจุดต่อคิวประมาณ 1 ทุ่มซึ่งวันนั้นโชคดีมาก คนไม่เยอะเราจึงไม่ต้องยืนรอที่จุดต่อคิว สามารถเดินเข้าไปนั่งรอในเต๊นได้เลย จุดนี้เดินตามๆ กันไปค่ะ ไม่ต้องกลัวหลง ทุกคนมีจุดหมายปลายทางและหัวใจดวงเดียวกัน
ลักษณะของเต๊นที่จัดไว้ให้นั่งรอคิวมีการแบ่งเป็นตัวอักษร ก-ซ โดยจะเรียกเข้าเรียงตามลำดับอักษรพอถึง ซ. ก็เริ่ม ก. ใหม่เต๊นที่เรานั่งรอเป็นเต๊น ข. ซึ่งคิวที่พึ่งถูกเรียกออกไปน่าจะเป็น ง. หรือ จ. ระหว่างนั่งรอจะมีจิตอาสาจากหลายที่ รวมทั้งเจ้าหน้าที่คอยเอาอาหาร น้ำดื่ม ขนม ผลไม้และยามาแจก รวมทั้งมาช่วยกันเก็บขยะตลอดเวลา ดูแลกันดีมากๆ แจกกันกระทั่งยานวดคลายปวด จนถึงยืนบริการกระดาษทิชชู่หน้ารถสุขา พูดถึงรถสุขามีให้บริการอย่างเพียงพอค่ะ แต่เรื่องกลิ่นคงต้องทำใจนิดนึง 123 ...รีบเข้า รีบออก พอผ่านไปได้อยู่ค่ะ
แม้วันนั้นสภาพอากาศจะไม่ร้อน แดดไม่ค่อยมี แต่อากาศในเต๊นค่อนข้างอบอ้าว ติดพัดไปด้วยก็ดีนะคะเตรียมพร้อมไว้ก่อน ระหว่างนั่งรอก็คุยกันไป กินกันไป ออกไปเดินเล่นก็ได้ แต่ควรจำที่นั่งไว้ให้ดีจะได้เดินกลับมาถูก
ผู้คนยังทะยอยกันมาอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่บอกว่าปิดการรับคิวตอน 3 ทุ่ม หากใครมาถึงก่อน 3 ทุ่มได้เข้าพระบรมหาราชวังทุกคน อยู่ที่ว่าวันนั้นมีคิวสะสมเยอะหรือป่าว มีบางวันได้เข้ากันตอนตี 2 ตี 3 ก็มี ฉะนั้นใครอยากลองไปช่วงเย็นแบบเรา เจ้าหน้าที่แนะนำให้ไปวันธรรมดา จันทร์-พฤหัส ซักช่วง 4 โมงเย็นเป็นต้นไปจะดีกว่า นั่งรอไม่กี่อึดใจก็ได้เข้าแล้ว
พอซัก 4 ทุ่มก็เริ่มได้ยินเสียงเฮจากทางเต๊น ก.แถวของเต๊น ก. เริ่มเดินเข้าไปแล้วค่ะ หัวใจเราเต้นรัวๆ เลย ใกล้แล้วเราใกล้ได้ไปเข้าเฝ้าแล้ว ครั้งนึงในชีวิตที่เราต้องทำให้ได้ เต๊น ข. แถวที่เรานั่งถูกเรียกให้เดินเข้าเขตวัดพระแก้วทางประตูวิเศษไชยศรีตอนประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง ซึ่งในพื้นที่วัดพระแก้วยังอนุญาตให้ถ่ายภาพได้อยู่ แต่ในเขตพระราชวังที่ประทับของพระบรมโกศ ห้ามถ่ายภาพอย่างเด็ดขาด ควรให้ความเคารพและเข้มงวดต่อกฎระเบียบด้วยนะคะ
จาก 4 ทุ่มครึ่งที่เรียกแถวให้เข้าเขตวัดพระแก้ว ก็มีหยุดยืนรอบ้างเดินบ้างจนเข้าในเขตพระราชวังทางประตูพิมานไชยศรี แถวที่เดินจะมีลักษณะอ้อมไปมาเพื่อให้คนเข้ามารอได้มากที่สุด เลี้ยวไปเลี้ยวมาถือโอกาสชมวังไปในตัว
ประมาณ 5 ทุ่มครึ่งแถวเราได้ไปรออยู่หน้าบันไดทางขึ้นละค่ะ โดยให้ถอดรองเท้าก่อนขึ้นแล้วนำรองเท้าใส่ในถุงที่ได้รับแจกหิ้วขึ้นไปด้วย เมื่อลงมาแล้วก็นำถุงหิ้วลงมาคืนยังจุดที่มีการเตรียมไว้อย่างเป็นระเบียบ
การกราบพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศจะมีเจ้าหน้าที่ให้สัญญาณกราบพร้อมๆ กัน 1 ครั้ง โดยไม่แบมือ
แม้จะเป็นเวลาเพียงไม่กี่นาทีที่ได้อยู่บนที่ประทับของพระองค์ แต่ก็ทำให้ตื้นตันในหัวใจได้ไม่รู้ลืม ภาพพระบรมโกศที่เห็น ยิ่งทำให้คิดถึงพ่อผู้มีเมตตา ผู้สร้าง ผู้พัฒนา ผู้เป็นแบบอย่าง ท่านมีแต่ความดีให้เราคิดถึง
#คิดถึงในหลวงรัชกาลที่ ๙ สุดหัวใจ
เมื่อออกมาแล้วจะมีจุดแจกพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ ๙ และข้าวพอเพียง แต่ๆๆๆๆๆๆ หากไปถึงจุดนี่หลัง 4 ทุ่มจะได้เพียงพระบรมฉายาลักษณ์เท่านั้นนะคะ ข้าวพอเพียงจะแจกถึงแค่ 4 ทุ่ม วันนั้นเราออกมาเกือบเที่ยงคืนละ จึงได้แค่พระบรมฉายาลักษณ์กับนมไวตามิ้ลเป็นของปลอบใจ ไม่เป็นไรค่ะโอกาสหน้ายังมีต้องไปรับข้าวพอเพียงให้ได้ค่ะ
วันนี้เราใช้เวลาในการรอคิวจนกลับออกมาประมาณเกือบ 5 ชม. ไม่มากไม่น้อยนะคะ การเดินทางขากลับออกมาประตูอะไรจำไม่ได้ค่ะ แต่มีรถเมล์และรถ shuttle bus ไว้ให้บริการไปส่งยังป้ายรถเมล์หลัก และมีรถแท๊กซี่ ตุ๊กตุ๊กผ่านบริเวณนั้นเลือกทางที่สะดวกได้เลยค่ะ
เรื่องการแต่งการควรใส่สีดำสนิทไม่มีลาย หรือสีสุภาพ ชุดนักเรียน นักศึกษา ชุดยูนิฟอร์ม ก็สามารถเข้าได้ค่ะ
ผู้หญิง ให้ใส่เสื้อมีแขน กระโปรงยาวคลุมเข่า รองเท้าหุ้มส้น (บางคนใส่ถุงเท้าสีดำและใส่รองเท้าแตะเจ้าหน้าที่ก็อนุญาตนะคะเพราะอย่างไรก็ต้องถอดรองเท้าก่อนขึ้น) มีผ้าถุงให้ยืมสำหรับคนไม่มีกระโปรงคลุมเข่า หรือใส่กางเกงมาด้วยค่ะ
ผู้ชาย ให้ใส่เสื้อคอปกสีดำหรือสีสุภาพแขนสั้นหรือยาวก็ได้ กางเกงผ้าสีดำ รองเท้าหุ้มส้น ห้ามใส่กางเกงยีนนะคะ
นี่เป็นการตั้งกระทู้ครั้งแรกของเราสามารถแนะนำ ติชมกันได้นะคะ หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น