ถึงโค้ชและผู้เล่นทีมชาติไทยทุกคน ( กระทู้นี้อาจไร้คุณภาพ )

กระทู้สนทนา
..ก่อนอื่นต้องบอกก่อนครับว่ากระทู้นี้ไม่ได้สอนบอลและอาจไร้คุณภาพและยืดยาว แต่ข้อความในกระทู้นี้เป็นความคิดเห็นและเชื่อมั่นโดยส่วนตัวแบบน้องบอกพี่ พี่บอกน้อง เพื่อนบอกเพื่อน ซึ่งมีใจผูกพันกับฟุตบอลทีมชาติไทย..ในการแข่งขันฟุตบอล AFF SUZUKI CUP 2016
                 ==ผลการแข่งขันรอบ Final นัดแรก : มวลเหตุแห่งความพ่ายแพ้==
                                         1.ไม่ใช่ประมาทแต่เพราะ"กดดัน"
คำว่า"กดดัน"มันติดมาในสายเลือดนักฟุตบอลทีมชาติไทยทุกยุคสมัย มักจะแสดงออกมามากเวลาที่ต้องแบกรับกับคำว่าต้องชนะหรือพลาดไม่ได้ ประกอบกับสภาพแวดล้อมที่ต้องอดทน ทีมเราเล่นดี 60 นาทีตามที่หลายคนกล่าว เพราะยิงนำ 1-0 จึงนำมาซึ่งความผ่อนคลาย คุมจังหวะเกมส์ได้จนจบครึ่งแรกแบบสบายตัว แต่ความกดดันมันแฝงอยู่ในใจรอการปะทุออกม่า
                                   2.ผู้เล่นไม่พอใจในคำตัดสินของ"กรรมการ"
จบครึ่งแรกทีมเรา ทั้งโค้ชและผู้เล่นเก็บความรู้สึกไม่พอใจในบางจังหวะที่ไม่เห็นด้วยกับการตัดสิน นำมาสู่ความเครียดและกดดัน( ตามข้อ 1 )ในเกมส์มากขึ้นๆและมากขึ้น ( ลองกลับไปดูสีหน้าการแสดงออกอย่างชัดเจนของธีรศิลป์กับธีราทร เมื่อกรรมการเป่าฟาล์วในจังหวะที่ไม่เห็นด้วย ) แน่นอนทำให้การเล่นของทีมเราไม่ไหลลื่นอย่างที่ควรจะเป็น ดังคำที่ว่า..สติมาปัญญาเกิด สติเตลิดจะเกิดปัญหา..และนำมาซึ่งการเสีย 2 ประตู อีกทั้งรูปเกมส์ที่เสียไป
                                   3.คำว่า"โชคดี"ไปอยู่กับอินโดนีเซีย 90%
หลายคนที่ติดตามการเล่นของอินโดนีเซียทุกนัด ( ลองไปย้อนดูทุกนัดซึ่งจะไม่ขอกล่าวถึง )จะพบถึง "จังหวะแห่งโชค" เสมอๆ ฟุตบอลที่ไม่ห่างกันมาก คำว่าโชคดี มักจะทำให้ผลการแข่งขันแตกต่างกัน แน่นอน "ถ้า"ลูกนั้นไม่แฉลบหลังทริสตอง โด..และ"ถ้า"อีกเช่นกัน ที่ธีราทรจะไม่จ่ายบอลเสีย ให้อินโดฯ ยิงอีกสิบที ยิงให้แฉลบเปลี่ยนทางทุกลูกจะยิงได้มั้ย แล้วก็นั่นหล่ะ ให้ธีราทรจ่ายบอลอีกสิบที จะจ่ายบอลไปให้ผู้เล่นตรงข้ามแบบนั้นอีกมั้ย นั่นไงที่ว่า โชคดีเป็นของอินโดนีเซีย 90% ส่วนอีก 10%นั้น ก็คือโชคดีของไทย ที่ไม่โดนลูกที่ 3
                                         4.ธีรศิลป์กับกองหน้าอันโดดเดี่ยว
การยืนตรงกลางคนเดียวและโดนประกบ ถ้าคุณไม่ใช่หลุยส์ ซัวเรซ หรือเป็นกองหน้าร่างใหญ่ยักษ์ ทักษะเกินร้อย เวลาได้บอลแต่ละครั้งก็เหมือนกับสิ่งทีธีรศิลป์แสดงออกในเกมส์นี้
      ==ผลการแข่งขันรอบ Final ในนัดที่สอง : พยายามทำ(และขอให้)ทุกอย่างตรงข้ามกับนัดแรก==
                                              1.สมาธิและการผ่อนคลาย
การได้เล่นในบ้านจะช่วยสร้างบรรยากาศอันคุ้นเคย สิ่งเดียวที่โค้ชและผู้เล่นต้องพยายามทำให้ได้คือการผ่อนคลาย สร้างแรงฮึด แพ้ชนะไม่เป็นไร คุณแค่ลงไปทุ่มเท สนุกกับฟุตบอลแค่นั้น ถ้าทำไม่ได้ ผลการแข่งขันจะไม่ต่างจากนัดแรก
                                                   2.อย่าสนใจกรรมการ
ถ้าไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน คิดอย่างเดียวคือ"ช่างมัน" ระวังและป้องกันทีมของตัวเองให้ดีที่สุด
                                   3.ข้อนี้ต้องขอ..ให้เป็นวันของทีมชาติไทย
ถ้าทุกอย่างสมบูรณ์แบบ สิ่งเดียวที่ตัดสินแชมป์คือ "จังหวะแห่งโชค" แบบที่อินโดนีเซีย มีในนัดแรก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพวกคุณทั้งโค้ชและผู้เล่นต้องสร้างโอกาสแห่งจังหวะนั้นด้วย รวมถึงการฉกฉวยโอกาสความผิดพลาดของอินโดนีเซียให้จงได้
                                                   4.ธีรศิลป์ต้องมีเพื่อน
ขอแค่กองหน้าอีกสักคน จะใครก็ได้มายืนคู่กัน คุณจะได้เห็นธีรศิลป์ในบทบาทที่ควรเป็น นั่นกำลังจะบอกว่า จะเล่นระบบใดก็ได้ แต่ขอแค่ธีรศิลป์มีกองหน้าคู่หูอีกคนเคียงข้างก็พอ
       ...ทั้งหมดนี้เป็นความเชื่อมั่นและความรู้สึกโดยส่วนตัว ผมอยากให้ทีมชาติไทยเป็นแชมป์ไม่น้อยไปกว่าใคร ขอให้กระทู้ข้อความนี้เป็นอีกหนึ่งกำลังใจส่งผ่านถึงสายตาของโค้ชเกียรติศักดิ์และนักฟุตบอลทีมชาติไทยทุกคน...
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่