ไม่เคยเข้าใจ ผมนั้นมีคำถามอยู่เสมอ เราไม่ดีพอ หรือไม่พอดีกันแน่

base on true story
ผมนั้นมีคำถามในใจอยู่เสมอ เราไม่ดีพอ หรือไม่พอดีกันแน่ หลายคนเคยบอกไว้ คนเราทุกคนมีเนื้อคู่อยู่แล้ว มันอยู่ที่จังหวะเวลา และบุญนำกรรมส่ง คือผมเคยคิดแบบนั้นนะ ตลอดระยะเวลาหลายๆปีที่ผ่านมา ผมมักจะเจอแต่สิ่งที่ผิดหวัง ไม่เป็นไปอย่างใจ ชอบใครก็ไม่สมหวัง ผมว่ามันคงมีองค์ประกอบหลายๆอย่าง เรื่องนี้ที่ผมไม่เข้าใจ ผมพยายามที่จะเข้าใจมันนะ แต่เหมือนยิ่งพยายามเข้าใจมากเท่าไหร่ ผมกลับยิ่งไม่เข้าใจเท่านั้น สำหรับการชอบคนๆนึง มันเกิดได้ทุกที่นะผมว่า เหมือนเวลาเราเดินผ่านคนๆหนึ่ง แล้วรู้สึกชอบ แต่เราก็มักจะทำได้แค่นั้น(ส่วนใหญ่) ผมเคยนะ เห็นผู้หญิงคนนึงที่รถไฟฟ้า เห็นแล้วแบบ ชอบหว่ะ ลองดู สรุป เดินหนีเลยครับ นี่อาจเป็นเพราะผมหน้าโหด น่ากลัวมั้งครับ หลังจากผ่านประสบการณ์ที่ไม่สมหวังมาตลอด มันก็เลยทำให้ความมั่นใจของตัวผม ค่อยๆลดลงๆ จน ณ ตอนนี้ ผมคิดว่าตัวเองไม่เหลือความมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็น ชอบคนที่ใกล้ๆตัว อาทิเช่น เพื่อน น้อง อะไรประมาณนี้ เพราะคิดว่าอย่างน้อยๆเขาก็คุยกับเราแน่นอน แต่คิดในฐานะอะไรอีกเรื่อง ส่วนใหญ่ที่ผมเจอ ก็มักจะเพิ่มขั้นสถานะไม่ได้ หรือถ้าร้ายแรงไปเลยก็คงเสียเพื่อน เสียน้อง อะไรแบบนั้น ผมว่าตัวผมเองนั้นสับสนในความคิดพอสมควร มีคนเคยบอกว่า ถ้าชอบใครก็ให้เราบอกไปเลย เดี๋ยวหมามันจะคาบไป หรืออีกกระแสนึง อย่าใจร้อน อย่าจู่โจม ค่อยๆดูกันไป หลังจากที่ลองสองวิธีนี้ ทำให้ได้รู้เลยว่า 98% ไม่เกี่ยวเรื่องบอกก่อนหรือหลัง แต่มันน่าจะเกิดจากตัวบุคคล ความหมายก็คงประมาณว่าถ้าคนที่ไม่ได้ชอบ พยายามแค่ไหนมันก็ไร้ความหมาย มักจะกลายเป็นรำคาญ กลายเป็นเยอะ ส่วนอีก2%ที่เหลือ ก็เผื่อไว้ เพราะคงมีคนเจออีกแบบเหมือนกันแต่น้อย  ก็เลยลองมาคิดเพิ่มเติมดูว่า ถ้าคนที่เรารู้จักมันไม่โอเค (ส่วนใหญ่มักจะให้เหตุผลกลางๆไว้ก่อน เราคิดกับคุณแค่พี่/เพื่อน ไม่อยากสียพี่/เพื่อน แต่จริงๆเธอก็นิสัยดีนะ อย่างเธอต้องหาคนดีๆได้แน่นอน)เลยมีความคิดจะลองจีบคนที่ไม่รู้จักดูบ้าง คุณเคยทำอะไรแล้วมันล้มเหลวตลอดมั้ยครับ มันจะยิ่งทำให้ใจของเรามันท้อ มันฝ่อ ไม่มั่นใจ กลัวการคุยกับคนอื่น(ที่ชอบ) เก็บตัว ถ้านับจริงๆ ชีวิตนี้ ผมคงมีแฟนเป็นตัวเป็นตัวแค่คนเดียวจริงๆ ถ้านับจากวันนี้ย้อนไป ก็คงสิบ10กว่าปี นานเนอะ แต่รู้มั้ย ผมไม่เคยจะชินความรู้สึกนี้เลย ยิ่งนานยิ่งอยากจะหาคนมาเติมเต็ม แต่ยิ่งหา ก็ยิ่งหาย  ยิ่งพยายาม ทุกครั้งมันก็ล้มไม่เป็นท่า แล้วแฟนคนเดียวที่ผมพอจะใช้คำนี้ได้ ก็คบกันแค่2เดือน ครับ ไม่ผิดครับ เผลอๆอาจะไม่ถึง2เดือนดี แล้วก็พังไม่เป็นท่าเหมือนเคย แต่กรณีนี้ผมก็มีส่วนผิดพอสมควรเลยหล่ะ ความเข้าใจคนละแบบ หลังจากนั้น มาจนถึงวันนี้ ก็ครองสถานะนี้มาตลอด
    หลังจากที่ลองพยายามจีบหรือพัฒนาความสัมพันธ์กับคนรู้จัก คิดไปคิดมา หรือมันไม่เวิร์ค เลยลองเปลี่ยนมุมมอง งั้นต้องเป็นคนที่ไม่เคยรู้จัก งานยากครับ ลองคิดดูนะครับ ขนาดคนที่รู้จักกันมาก่อนยังไม่สำเร็จหรือเฉียดเลย คนไม่รู้จักจะเหลืออะไรครับ เละเป็นน้ำข้าวต้มเลย โซเชี่ยวเดี๋ยวนี้ก็เยอะ เฟสบุ๊ค แต่อะไรคือการที่ทักไป ไม่ตอบ หรือตอบบ้างแต่ก็ไม่นาน ตอบโต้กันไม่เกิน3ประโยค เท่านั้น ก็นะ พอเราทักไป เขาไม่รู้จักเรา เขาก็ดูรูปโฟรไฟล์ของเรา ถ้าเขาไม่ชอบ เขาก็ไม่คุย ผมเหลืออะไรให้ผมพอทำได้บ้าง หรือเราคุยไม่รู้เรื่อง เอาจริงๆนะครับ เหงาครับ อยากมีมุมแบบ มุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งกับคนอื่นเขาบ้าง เรียกตัวเองว่าเค้า แทนเค้าต้วยตัวเอง คนเรามันใช่ชีวิตโดยไม่มีความรักได้ครับ ไม่มีใครตายเพราะความรัก(ที่ตายส่วนใหญ่ไม่คิดหรือคิดสั้น) แต่ในขณะที่ไม่ตาย มันก็ไม่มีกำลังใจ แรงผลักดัน ก็จะเฉาไปเรื่อยๆอย่างที่ผมเป็นอยู่ทุกวันนี้ กล้าพูดตรงนี้เลยครับ ว่าจีบผญ.ไม่เป็นแล้ว เริ่มยังไง ต่อยังไง จบยังไง
    หลังจากที่ความคิดฟุ้งไปเรื่อย ผมก็เลยลองกลับมามองคนรอบตัวแบบกว้างๆ จะบอกว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรมก็ไม่ถูก แต่ในใจคิดแบบนั้น บางคนที่รู้จัก ไม่เคยเว้นว่างจากการมีคนรัก เลิกกับคนหนึ่ง แล้วไปคบกับอีกคนหนึ่งในเวลาที่ไม่นานเลย คือไปจีบกันตอนไหน บางคนคบซ้อม หรือเจอกันปุ๊ป บอกไม่มีแฟนทั้งคู่ ก็เลยคบกัน คลิ๊ก แบบนี้ก็ได้หรอ คนอื่นพยายามแทบกระอัก แต่คนบางคนไม่ต้องพยายามมาก บางคนไม่ต้องพยายามเลยสักนิด ใครที่บอกว่าผู้หญิงคบคนที่หน้าตาดี เลือกเพราะรวย นิสัยก็อีกเรื่อง อย่าไปคิดแบบนั้นเลยครับ เพราะจริงๆแล้ว ทุกคนไม่เว้นชายหญิง ล้วนชอบของสวยงามกันอยู่แล้ว ความรวยหรือฐานะมันก็เป็นข้อค้ำประกันให้สบายใจได้ว่าจะไม่ต้องลำบาก  หน้าตานี่มันเป็นด่านแรกในการสร้างความประทับใจเลยนะ ผมก็เป็นนะ แต่ที่ส่วนใหญ่ผมไม่ค่อยจะเข้าใจ และมองว่าทำลายโอกาสของคนอื่นๆ คือการที่คุณมีแฟนอยู่แล้ว คุณก็ไปคบซ้อน มีกิ๊ก หรือต่างๆนาๆ สำหรับผู้หญิงบางคน ก็โคตรที่จะยอม กิ๊กก็ได้ แอบก็ได้ เมียน้อยก็ได้ ขอให้ได้อยู่ด้วยกัน บอกให้รู้นะตอนนี้เลยว่าถ้าผู้ชายมีคนของตัวเองอยู่แล้ว แล้วยังสรรหาเพิ่มมาเรื่อย เขาอาจจะให้คำสัญญิงสัญญากับคุณ เช่น จะเลิกกับคนเก่า คิดเยอะๆครับ ถ้าเขาจงใจเลิกกับคนเก่าแล้วมาคบคนใหม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าเขาจะมีโค้วต้าทำแบบนี้ได้ครั้งเดียว เขาทำกับคนก่อนได้ เขาก็ทำกับคุณได้เช่นกัน พอผู้หญิงเจอผู้ชายแบบนี้เยอะๆ ก็จะเกิดกำแพงขึ้นมา ความหนาบางของกำแพงขึ้นอยู่กับว่าเจอมามากหรือน้อย(ความสามารถในการเจาะกำแพงของผมเอานิ้วดีด55 *แล้วกำแพงมันจะพังได้ไง) บางคนอคติผู้ชายไปเลย เห็นแบบนี้ก็เยอะ อีกแบบที่เจอเยอะๆคือ ผู้หญิงโดนทำร้ายร่างกายจากแฟน หรือสามี หลายคนที่เจอแบบนี้ คนที่ทนส่วนใหญ่จะทนเพราะหลายๆเหตุผลเช่น ถ้ามีลูกก็บอกว่าทนเพื่อลูก บางคนคิดแง่ดี เขาอาจจะเครียด เดี๋ยวก็เลิกทำ เพราะรักจึงยอม ต่างๆนาๆ แล้วพอเจอเยอะๆจนใจมันเปลี่ยน ความคิดเปลี่ยน ทีนี้แหละ กำแพงหนาจนทำลายยากเลยหล่ะ เอาแค่สองการณีนี้ที่ผมสังเกตเห็นก็พอจะสรุปคร่าวในตอนนี้ว่า ยังไงหน้าตาก็สำคัญ นิสัยก็มีส่วนมากพอสมควร แต่ไม่ได้มากที่สุด อนุโลมได้ รวย(อันนี้ไม่รู้ เพราะทุกวันที่เราทำงานกันจะเป็นจะตายนี้ไม่ใช่เพราะความรวยหรือความสุขสบายหรอ)
    ที่เขียนมามันก็เหมือนเป็นการระบาย ก็ไม่รู้จะทำยังไง จิตวิญญาณการใช้ชีวิตเริ่มหายไป สิ่งบางสิ่งเราอาจะมองว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย แต่มันจะส่งผมกระทบเปนลูกโซ่ จากสิ่งหนึ่งไปสู่อีกสิ่ง ไปเรื่อยๆ ผมก็ได้แต่หวัง(เพราะความพยายามไม่มีความหมาย)ว่าผมจะเจอคนที่พร้อมจะยอมรับ และช่วยมาทำให้ผมรู้สึกสดใสอีกครั้ง หลายคนบอกเดี๋ยวมาเองไม่ต้องรีบ หรือยิ่งหายิ่งหนี ขอบคุณสำหรับทุกๆคำปลอบใจครับ สิบกว่าปีไม่นานพออีกหรอ หรือการที่ไม่มีคู่หรือแฟนหรืออะไรที่หลายๆคนเรียกมา10กว่าปีมันเป็นเรื่องปกติ
    ที่ผมพิมพ์มาครั้งนี้ มันก็แค่ความอึดอัดที่ไม่รู้ว่าใครจะเข้าใจบ้างหรือไม่เพราะไม่ได้หวังว่าใครจะเข้าใจ ที่พิมพ์ในนี้ เพราะผมคุยเรื่องนี้กับใครไม่ได้เลย -*-
ปล.ก่อนจะจากลากันไป อยากถามความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในความคิดเห็นของทุกคนหน่อยครับ
ปล.2. คหสต.ของทุกคนไม่มีผิดครับ ไม่มีมาม่า อยากฟังจริงๆครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่