สงครามเติมเงิน ระอุ! : DTAC เน้นคุณภาพและคุ้มมากขึ้น / TRUE ลดแลกแจกแถม / AIS ย้ำคุณภาพเครือข่ายต้องมาก่อน

กระทู้สนทนา
'ไอดีซี' ฟันธงฐานลูกค้าพรีเพด ชี้ชะตาดิจิตอลเซอร์วิส

หนึ่งในทิศทางที่ไอดีซีมองว่าจะเกิดอย่างชัดเจนมากขึ้นในปี 2017 คือเรื่องการปรับตัวของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากทิศทางของอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นแล้วคือรายได้จากวอยซ์ลดลงอย่างชัดเจน ในขณะที่ปริมาณการใช้งานดาต้าเพิ่มสูงขึ้น
       
       จาริตร์ สิทธุ ผู้จัดการฝ่ายงานวิจัย สายงานศึกษาตลาดไคลเอนต์ ดีไวซ์ ประจำไอดีซี คาดการณ์ว่า แนวโน้มการเติบโตของโอเปอเรเตอร์ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าจะไม่ค่อยมีการเติบโตเหมือนช่วงที่ผ่านมา เพราะเป็นวงจรของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่โอเปอเรเตอร์กำลังปรับตัวเข้ากับยุคดิจิตอล ด้วยการนำบริการดิจิตอลมาเสริม
       
       'ค่ายมือถือทั้งหลายจะต้องมีการเปลี่ยนผ่านรูปแบบการให้บริการ ด้วยการเปลี่ยนรูปแบบเป็นการให้บริการแพลตฟอร์ม ที่มีฐานลูกค้าจำนวนมากเป็นช่องทางให้พาร์ทเนอร์เข้ามาร่วมทำตลาด หรือร่วมกับพันธมิตรในการสร้างพฤติกรรมการใช้งานบริการดิจิตอลของผู้บริโภคให้กระจายไปสู่วงกว้าง'
       
       สิ่งที่เริ่มปรากฏชัดขึ้นในขณะนี้คือ โอเปอเรเตอร์ในไทยทั้ง 3 ราย ต่างมุ่งมั่นที่จะก้าวออกจากการเป็นผู้ให้บริการโทรคม (Telecom Provider) สู่การเป็นผู้ให้บริการดิจิตอล (Digital Service Provider) ด้วยการนำเสนอบริการดิจิตอลรูปแบบต่างๆให้ผู้บริโภคได้เลือกใช้งาน รวมถึงการเป็นผู้ให้บริการทางด้านไอทีโซลูชันเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าองค์กร
       
       'โอเปอเรเตอร์จะเริ่มมีการให้บริการไอทีโซลูชันเพิ่มมากขึ้นด้วยการร่วมมือกับเวนเดอร์ไอทีต่างๆ ทำให้ภาพของการเป็นผู้ให้บริการโทรคม และไอที เริ่มผสานเข้าหากัน เพื่อรับกับการมาของบริการคลาวด์ที่จะเข้าใกล้ผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น รวมถึงนวัตกรรม IoT ต่างๆที่จะทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง'
       
       ขณะเดียวกัน จำนวนลูกค้าในระบบของผู้ให้บริการแต่ละรายจะมีมูลค่ามากยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นช่องทางให้แก่พันธมิตร หรือผู้ให้บริการดิจิตอลในรูปแบบอื่นสามารถเข้าถึงลูกค้าได้โดยตรง ดังนั้น การที่โอเปอเรเตอร์ที่มีฐานข้อมูลลูกค้า ที่สามารถเจาะลึกไปถึงค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน พฤติกรรมการใช้งาน รูปแบบการใช้ชีวิตจากการใช้งานสิทธิพิเศษต่างๆ จะสร้างมูลค่ามหาศาล



***ตลาดพรีเพด ชี้ชะตาโอเปอเรเตอร์ ***



ส่วนในมุมของผู้ให้บริการเครือข่ายที่กำลังปรับตัวรับการมาของดิจิตอลสิ่งที่เห็นคือทั้งเอไอเอส และดีแทค มีทิศทางในการให้บริการดิจิตอลใกล้เคียงกันคือมุ่งหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อนำบริการต่างๆมาให้ลูกค้า ในขณะที่กลุ่มทรูก็จะเน้นการนำบริการภายในกลุ่มมาให้ลูกค้าได้ใช้งานแบบคอนเวอร์เจนซ์ที่ผสมผสานบริการให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น
       
       อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดในมุมของโอเปอเรเตอร์คือฐานลูกค้าที่อยู่ในระบบ ซึ่งปัจจุบันปริมาณลูกค้าส่วนใหญ่ของทั้ง 3 โอเปอเรเตอร์จะมาจากลูกค้าในระบบพรีเพด (เติมเงิน) เป็นหลัก เพียงแต่ว่าลูกค้าในกลุ่มนี้จะมีการหมุนเวียนใช้งานซิมการ์ดในการใช้งานตามโปรโมชัน แพกเกจ และบริการที่สนใจ



ปัญญา เวชบรรยงรัตน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงานขาย บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ให้มุมมองที่น่าสนใจถึงตลาดพรีเพดในปัจจุบันว่า โอเปอเรเตอร์ทุกรายต่างให้ความสำคัญกับลูกค้าพรีเพดในแง่ของการเพิ่มปริมาณลูกค้า เพราะปัจจุบันทั้งอุตสาหกรรมอาจจะมีการเปิดซิมเติมเงินใหม่ในแต่ละเดือนมากถึง 5-6 ล้านเลขหมาย
       
       'การให้ความสำคัญกับการเพิ่มปริมาณการขายซิมในตลาดพรีเพดเกินความสมดุลกับความต้องการแที่แท้จริงของลูกค้า ก็เปรียบเสมือนการที่โอเปอเรเตอร์สร้างกับดักที่ใหญ่ขึ้นในอุตสาหกรรม ซึ่งอาจจะทำให้ไม่เกิดการแข่งขันในแง่ของคุณภาพหรือการสร้างมูลค่าเพิ่มในการให้บริการใหม่ๆ แนวคิดของดีแทคคือการปรับเปลี่ยนจากการมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มพรีเพดเพียงอย่างเดียวให้รวมถึงการมุ่งเน้นให้ฐานลูกค้าปัจจุบันได้รับบริการที่มีคุณภาพมากขึ้น ใหม่ขึ้นและคุ้มขึ้น พร้อมไปกับการเข้าถึงลูกค้าที่ต้องการใช้งานจริง'

ดีแทคต้องมีการปรับกลยุทธ์ ในการรุกตลาดพรีเพด ด้วยการบริหารจัดการการขาย และการกระจายสินค้าให้เข้าถึงร้านค้า ซึ่งดีแทคจะทำให้ดีขึ้น ละเอียดขึ้น สม่ำเสมอมากขึ้น รวมถึงการที่จะต้องมีความต่อเนื่องในแง่ของแนวนโยบายในการทำงาน ให้เหมือนในช่วงก่อนหน้านี้ ที่ดีแทคมีความแข็งแกร่งในตลาดพรีเพด
       
       'สิ่งที่ต้องทำคือการศึกษาพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนรูปแบบในการเติมเงิน ด้วยการเพิ่มช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้น การเพิ่มช่องทางในรูปแบบอื่นๆ ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายสินค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อรักษาการเข้าถึงการกระจายซิม การสมัครใช้บริการ และการเติมเงินของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ'
       
       ดังนั้นสิ่งที่ทุกค่ายเน้นในตอนนี้คือการเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกค้าที่ใช้งานในระบบพรีเพด ให้มาใช้งานในรูปแบบของโพสต์เพดมากขึ้น จากการให้ส่วนลดค่าสมาร์ทโฟน เมื่อสมัครใช้งานแพกเกจ และชำระค่าบริการล่วงหน้า ซึ่งเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เพื่อทำให้อัตราการไหลออกของลูกค้าน้อยลง พร้อมไปกับการเพิ่มมูลค่าให้กับการใช้งานพรีเพดเพื่อให้สร้างรายได้มากขึ้น



แหล่งข่าวในวงการโทรคมนาคม ให้มุมมองถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับการเร่งเพิ่มลูกค้าของทรูมูฟ เอช ด้วยการลด แลก แจก แถม สมาร์ทโฟน ให้แก่ลูกค้าทั้งในระบบพรีเพด และโพสต์เพด อย่างรุนแรงในรอบปีที่ผ่านมา หลังจากเริ่มให้บริการเครือข่าย 4G บนคลื่น 1800 MHz ว่าเกิดจากการที่ปัจจุบันเครือข่ายที่ลงทุนไปยังรองรับลูกค้าได้เป็นจำนวนมาก
       
       'ถ้าทรูมูฟ เอช ปล่อยคาปาซิตี้ให้ว่างไว้ก็จะไม่เกิดประโยชน์ แต่ถ้าทำการแจก หรือให้ลูกค้าแลกซื้อเครื่องในราคาพิเศษ พร้อมสมัครโปรโมชันใช้งานในระยะยาวก็จะเป็นการการันตีได้ว่าจะมีลูกค้ามาใช้งานเครือข่ายแน่นอน และจะสามารถสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งปริมาณเงินที่ลงทุนในการนำเครื่องมาแจกก็สามารถหารเฉลี่ยเป็นค่าบริการในแต่ละเดือนได้ ทำให้ไม่ส่งผลกระทบกับงบดุลทางบัญชี'
       
       ดังนั้น การที่จะเห็นลูกค้าทรูมูฟ เอช มีจำนวนลูกค้าเพิ่มมากขึ้น จนแซงดีแทคขึ้นมาเป็นเบอร์ 2 ในตลาดในช่วงปลายปีนี้ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่สิ่งที่ต้องจับตามองในระยะยาวคือการสร้างรายได้จากลูกค้าในกลุ่มดังกล่าว ว่าจะสามารถรักษาให้ลูกค้าอยู่ในระบบต่อไปได้หรือไม่



ปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีแรกจะเห็นได้ว่าเอไอเอส จะเสียฐานลูกค้าในระบบเติมเงินไปค่อนข้างเยอะ เนื่องจากอยู่ในช่วงการขยายเครือข่ายให้ใช้งานได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ซึ่งให้ผลตอบรับกลับมาที่ดีในไตรมาส 3 ที่ผ่านมาที่มีลูกค้าเพิ่มขึ้นราว 5 แสนราย
       
       'เอไอเอสมั่นใจว่าพื้นฐานสำคัญของลูกค้าในการเลือกใช้บริการยังคงอยู่ที่คุณภาพของเครือข่าย ดังนั้นเมื่อเอไอเอสวางเครือข่ายกลับมาสมบูรณ์พร้อมตามแผนที่วางไว้คือให้บริการ 4G ครอบคลุมทั่วประเทศในสิ้นปีนี้ ลูกค้าก็จะกลับเข้ามาใช้งานในระบบ และให้ความไว้วางใจในการใช้บริการ'
       
       ส่วนในแง่ของการแข่งขันในตลาดพรีเพดก็เชื่อว่าจะยังคงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง จากการที่ทรูต้องการเพิ่มฐานลูกค้าให้มากขึ้น สิ่งที่เอไอเอสทำคือการขยายบริการดิจิตอลให้มากขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าให้แก่ลูกค้าให้ได้ใช้งานบริการที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการมุ่งไปในแนวของการนำคอนเทนต์มาให้ลูกค้าได้ใช้งานผ่านบริการต่างๆที่มี
       
       อย่างไรก็ตาม ด้วยการแข่งขันที่เกิดขึ้นทำให้ในช่วงต้นเดือนธ.ค.ที่ผ่านมาทั้ง 3 ค่าย ต่างเริ่มมีการออกโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าเติมเงิน ที่ต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบไม่จำกัดเพิ่มมากขึ้น ด้วยการเสนอแพกเกจอินเทอร์เน็ตเสริมไม่จำกัดปริมาณที่เริ่มมีให้เลือกมากขึ้นจากเดิมอยู่ที่ 384 kbps, 512 kbps มาเป็น 1 Mbps ในราคา 300 บาทต่อเดือนเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าที่ต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบไม่จำกัด มีการใช้งานเพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่ลูกค้าอาจจะมีความกังวลในแง่ของการใช้งานแล้วเน็ตหมด หรือติด FUP ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้ลื่นไหล ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่น่าสนใจในอนาคตของประโยชน์ของผู้บริโภคที่จะได้รับ
       
       สุดท้ายแล้ว การที่โอเปอเรเตอร์มีจำนวนลูกค้าในมือเพิ่มมากขึ้น โอกาสในการเปลี่ยนเข้าสู่การเป็นผู้ให้บริการดิจิตอลก็เพิ่มสูงขึ้น เพียงแต่ว่าจริงๆแล้วผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อจะตกไปอยู่ในฐานลูกค้าของโอเปอเรเตอร์รายใดจะเป็นสิ่งวัดความสำเร็จของเป้าหมายที่เห็นตรงว่ามุ่งสู่ดิจิตอลเพียงแต่วิธีการของใครจะตรงใจลูกค้ามากกว่ากัน

Power by MGR Online | Cyber weekend
http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9590000122736
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่