ห่างเพื่อนสนิท...แก้ไม่ยาก ใครเคยห่างเพื่อนเชิญทางนี้!!!

กระทู้คำถาม
คือต้องบอกก่อนว่าตอนนี้เราอายุ 18 แล้ว ตอนนี้เราเรียนอยู่ม.6 เหลืออีกเทอมเดียวก็จะจบแล้ว แต้เรายังหาที่เรียนไม่ได้เลย 5555555 รอผลประกาศอยู่ไม่รู้ว่าติดมั้ย
   เราขอเล่าเรื่องเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่กับเพื่อนกลุ่มใหญ่เลยแล้วกัน เริ่มจากสมัยม.ต้น คือเราแปลกนะ จะอยู่ม.ไหนเราก็มีแต่เพื่อนกลุ่มใหญ่ ม.ต้นเรามีเพื่อนในกลุ่ม 8 คน คือในห้องกลุ่มเรามีคนเยอะสุดแล้ว จนได้ว่าตอนนั้นเรากับเพื่อนอยู่ด้วยความรักความสุข คือต่างคนต่างช่วยเหลือกัน ทำงานกันอย่างเต็มที่ เรื่องเพื่อนตอนนั้นเราโอเคมาก มันอาจจะมีโกรธเคืองกันบ้างแต่เราก็คุยกันให้อภัยกันและกัน
แล้วพอเราเข้ามาช่วงม.4 เราเรียนโรงเรียนเดิมกับม.ต้น แล้วเราก็ได้อยู่ห้องเดียวกับกลุ่มเพื่อนอีก 3 คน รวมเป็น 4 คน ส่วนอีก 4 คนแยกย้ายกันไปเรียนที่อื่นบ้าง อยู่คนละห้องบ้าง แต่เราก็ยังติดต่อกันอยู่เสมอ เราขึ้นม.4 เราได้เจอกับเพื่อนใหม่ๆ แต่เราก็ยังอยู่กับเพื่อนกลุ่มเดิมด้วย คือในห้องมีผญ.20คน ผช.11 คน คือผช.ก็จะแบ่งกลุ่มเป็นสองกลุ่มอยู่แล้วแต่ไม่ได้ทะเลาะกันน่ะ เค้าแบ่งเรียนกับไม่เรียน ส่วนผญ.ที่แรกก็อยู่กันหลายๆกลุ่ม แล้วพออยู่ๆไป  มีเพื่อนอยู่ 5 คนที่จะถูกแบนอะ ละเหมือนเพื่อนที่เหลือก็มีเป้าหมายเดียวกันคือว่าไม่ชอบคนนี้นะ อะไรแบบนี้ ที่เหลือ 15 คนก็เลยมารวมเป็น 1กลุ่ม ช่วงม.4 เรายังไม่ได้สนิทกันมาก แต่ก็ไม่เคยนอยหรือทะเลาะกันเลย เราขอแทนกลุ่ม 5 คนว่ากลุ่มแบนนะ คือระหว่างนั่นกลุ่มเรากับกลุ่มแบนก็ไม่ถูกกันมากๆ แต่ถ้ามีงานก็ต้องคุย แขวะไปแขวะมา ชนกันบ้างก็มี เราไม่ชอบกลุ่มแบนเพราะเค้าเห็นแก่ตัว ช่วงม.4เหมือนเป็นช่วงปรับกัน พอขึ้นมา ม.5 ก็เริ่มสนิทกับกลุ่มมากขึ้นเรื่อย เราพูดได้เต็มปากว่าเพื่อนที่เรารักมากๆมี 15 คน เป็นเพื่อนที่เราพร้อมจะช่วยเหลือทุกอย่าง เรามีความสุขมากช่วงม.5 แต่เอาจริงๆช่วงม.5 เทอม1เหมือนอยู่ด้วยความไว้ใจ อะไรๆก็ไม่คิดมาก อภัยกันได้ พอเทอม2เหมือนเริ่มออกลายของแต่ละคน คือเวลาทำงานเราจะจับฉลากเพื่อแบ่งกลุ่มกัน คือตอนนั้นอยู่กับใครก็ได้ในกลุ่ม เพราะไว้ใจกันแล้ว แต่พอได้มาทำงานคือรู้เลยว่าใครทำใครไม่ทำ คือเราเหนื่อยมากๆเวลาทำงานกับคนที่ไม่ทำงานอะ เช่น เรามอบงานให้เพื่อนทำ บางทีเพื่อนไม่ทำ เสร็จไม่ทันบ้าง อะไรบ้างแล้วมันก็เลยกำหนดส่ง เราก็หงุดหงิดเพราะเราิยากให้ส่งตรงเวลา ตั้งแต่เราม.ต้นเราตั้งใจเรียนตั้งใจทำงานส่งเชื่อฟังครูพ่อแม่ทุกอย่าง เราไม่เคยส่งงานช้ากว่ากำหนดเลย เราค่อนข้างซีเรียสเรื่องวิยัน คือใครทำงานกับเราคนๆนั้นต้องพร้อมรบกับงานเลย แล้วจะทำงานส่งๆไปไม่ได้ เรารู้ตัวเราว่าเราสอบคะแนนได้ไม่ดีมาก เราเลยต้องตั้งใจทำงานเพื่อเอาคะแนนทำงานไว้เป็นทุน เราได้ที่ 1 ทุกเทอม เราเรียนสายวิทย์-คณิต แต่ช่วงนั้นก็ไม่ได้อะไร ก็อดทนเอา เราไม่อยากให้เพื่อนแตกหักกัน และก็ต้องเลือกประธานใหม่ เพื่อนเราผช.ก็ลงเเล้วเราอยากให้เค้าได้เป็นประธาน กลุ่มเราสนับสนุนเต็มที่ ร่วมยินดีร่วมเชียร์จนได้เป็นประธาน แต่ก็มีเพื่อนอยู่คนนึง เพื่อนคนนี้เค้าพร้อมรบกับเรามาก เค้ามักจะทำงานดึกกับเราเสมอ เค้ากับเรามักจะต้องทำงานส่วนรวมดึกๆกันสองคน เพราะคนอื่นไม่ได้ว่างแบบเรา เค้าเป็นคนที่ดีมากเลยนะ เราสนิทกัน ได้ไปค่ายไปไหนมาไหนกันสองคนเสมอ เราชอบช่วงเวลานั้นมากๆ บางที่ต้องทำพานทำกระทงเราก็ต้องไปปากคลองกันตอน 4-5 ทุ่ม กลับถึงบ้านก็ตี 2 ตอนนั้นเรามีความสุขทุกอย่างทั้งเพื่อนสนิทและเพื่อนในกลุ่ม
พอมาม.6 เราเหมือนเป็นคนหลักในห้องอะ เราเหนื่อยมากที่ต้องจัดการอะไรหลายๆอย่าง เปิดเทอมมาได้ 2 เดือนก็ต้องจัดงานกีฬาสี เรากับเพื่อนเราเป็นสภาด้วยนะ เราต้องจัดการงานเดี่ยว กลุ่ม ห้อง สภา โรงเรียนกันสองคนบ่อยๆ คือแบบเป็นงานจัดซุ้มจัดงานนู้นนี้ เหมือนเป็นแม่งานกัน พอใกล้ถึงกีฬาสี ห้องเราไม่มีทะเลาะกันเลย เเต่อาจจะมีบ้างทีนอยๆกัน คือเหมือนเพื่อนหลายๆคนก็เรื่มสนิทกันสองคนเเล้วพอห่างกันก็มีนอยๆ แต่เราไม่ได้ห่างกับเพื่อนสนิทเรานะตอนนั้น เราทำงานกีฬาสีจนงานเริ่ม ตอนนั้นเราสามัคคีกันมาก ช่วยเหลือกัน จนงานจบ เราก็ไปเลี้ยงกัน ตอนนั้นเราไปเลี้ยงกัน 4 คน ส่วนที่เหลือแยกย้ายกันไป เรา 4 คนก็ไปกินเลี้ยง ในนั้นก็มีเพื่อนสนิทเรา จนอีกสองสามวัน เราเเทนเพื่อนอีกสองคนว่าขาวกับดำนะ คือขาวก็อยากกินอีก ก็เลยชวนเพื่อนๆไปกินแต่ไม่มีใครไป มีแต่ดำ เราเเทนเพื่อนสนิทว่า เอน่ะ คือสรุปวันนั้นไปกินกัน 3 คน มีดำขาวเอ เราไม่ได้ไปเพราะเราช็อตมากตอนนั้น เราเลยต้องประหยัดทุกอย่าง เค้าสามคนก็เริ่มอยู่ด้วยกันมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ จนตัวเราเองเหมือนโดนถีบออกมา ตอนนั้นเราเหมือนอยู่คนเดียวอะ คนเพื่อนทุกคนจะมีเบสเฟรนซึ่งกันและกัน คือต่างคนก็จะอยู้กับเพื่อนสนิท ส่วนเราอะหรอ อยู่คนเดียวไงไม่มีเบสเฟรน อยู่ๆกับกลุ่มเพื่อนไปวันๆ เรานอยมากที่เอห่างเรา เอก็รู้ว่าเอทิ้งเรา เอก็มาขอโทษมาอะไร เราก็เข้าใจกัน แต่เอก็ไม่ได้กลับมาเป็นเหมือนเดิม ถามว่าเราโอเคมั้ย เราไม่โอเค เเต่เราต้องบอกเค้าว่าโอเค เพราะเรากลัวเค้าอึดอัด กลัวจะยิ่งเสียเพื่อนไป กลุ่มเริ่มไม่สนิทใจกัน เริ่มนินทากัน แต่ก็ปรับความเข้าใจกันได้ เรากับเอต่างคนต่างคถ.กันแต่มันก็ต้องห่างกันเวลาอยู่รร.  เรากับเอทะเลาะกัน 4-5 ครั้งกับเรื่องเดิมๆ เราไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับเอ เอเองก็บอกว่าเอก็หึงเราเวลาเราสนิทกับคนอื่น เรารักเอมาก เราให้เอได้ทุกอย่าง เอดีมากๆสำหรับเรา เออยู่ข้างเราเสมอ แล้วเอก็มักจะถูกเพื่อนเข้าใจผิด เราก็มักจะเเก้ต่างให้เพราะเราคุยกันตลอดว่าอะไรเป็นอะไร เราไม่ชอบให้ใครมาว่าเอ เรารักเอ เอทำอะไรที่ทำให้คนอื่นมองไม่ดีเรากล้าเตือนเอ เราไม่อยากให้เอโดนมองไม่ดี จนมาถึงตอนนี้ กลุ่มเราเหมือนแบ่งเป็นสองกลุ่ม เราอยู่กลุ่มนึง เออยู่กลุ่มนึง แต่เรากับเอก็คุยกันตกลงกันว่าถ้าอยู่รร.แล้วห่างกันเราต้องกอดกันทุกวัน เราสองคนโอเค เอเป็นคนเข้าได้กับทุกคน ใครชวนไปไหนก็ไป เอโดนพวกขาวดำชักชวนไปนุ้นนี้จนทำให้เราห่างมาก่อนหน้านี้ พิมพ์ไปก็น้ำตาไหลไป 555555 แล้วตอนนี้เราก็ตกลงกันว่าถึงจะอยู่คนละกลุ่มแต่เราต้องทำงานกลุ่มเดียวกัน งานคู่ ทำคู่กัน ส่งท้ายเทอมสุดท้าย เราสนิทเพราะงาน เราอยากให้งานเป็นสิง่สุดท้ายที่ทำร่วมกัน เราแบ่งสองกลุ่มเพราะหลายๆคนสนิทห่างกัน เรารู้ว่าต่างกลุ่มต่างก็นินทากัน แต่เราเว้นเอไว้คนเดียว เราไม่ว่าร้ายเอ เรารักเอแล้วยังเหมือนเดิมเสมอ เวลาอยู่รร.เราห่างกันเอก็จริง แต่เราก็คุยกันทุกวันผ่านเฟส เวลาเรามีอะไรเอเป็นคนแรกๆที่จะได้รู้เรื่องราวของเราอีกไม่กี่เดือนจะจบม.6 แล้ว เราก็รอเวลาเท่านั้น เรากับเอสัญญากันว่าเราจะไม่ลืมกัน เราเชื่อใจเอ เอเชื่อใจเรา เราก็อยู่กันแบบนสนิทใจกันจนถึงทุกวันนี้....

ปล.อยากฝากถึงคนห่างเพื่อนสนิท ในยอมคุยกัน อย่าวางฟอร์ม ต้องลดแล้วกล้าคุยกัน
ปล.จงรักษาเพื่อนที่ดีที่สุดไว้ ถึงแม้จะทะเลาะกันแค่ไหนก็ต้องคุย
ปล.ถึงแม้กายจะห่างแต่ขอให้รู้ไว้ว่าใจเราอยู่ด้วยกันเสมอ
ปล.ถ้าเอเข้ามาอ่านอยากให้เอรู้ไว้ว่าเอคือเพื่อนที่ดีที่สุด รักเอมากๆน่ะ
#แล้วคุณละรักษาเพื่อนที่ดีไว้หรือยัง

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่