พระเอกคนไหนจะมาเดินชนกันที่ "บางระจัน" มีคำตอบ

จากเนื้อหาของเรื่องสายโลหิต ขณะกำลังโพสท์ น่าจะเข้าสู้ช่วงบท"บางระจัน" คาดว่า ไม่ช้าก็เร็วจะมีคุณผู้หญิงอาจสงสัยว่า พระเอกจากจักรวาลไหนจะโคจรเดินปาดหน้ากันที่บางระจัน

ก็จะขอเรียบเรียงเนื้อหาแต่ละราย เทียบกับ time line ให้ไว้ละกัน  นับเฉพาะ รายที่เกี่ยวข้องกับบางระจันโดยตรงเท่านั้น  ข้ามคนที่มีชีวิตคาบเกี่ยวช่วงเวลาแต่ไม่เคยไปเหยียบบางระจัน เช่น พระอรรค ,เทียน, พระยาตาก ไป

ต้นเดือนมกราคม พ.ศ. 2308 กองทัพของเนเมียวสีหบดีรุกเข้าสู่อาณาจักรอยุธยา ได้มาหยุดอยู่ที่เมืองวิเศษชัยชาญ และจัดให้ทหารพม่ากองหนึ่งเที่ยวกวาดต้อนทรัพย์สินและผู้คนทางเมืองวิเศษชัยชาญ ราษฎรต่างพากันโกรธแค้นต่อการกดขี่ข่มเหงของทหารพม่า  จึงได้หลอกลวงทหารพม่านำไปหาทรัพย์สิ่งของที่ต้องการ ทหารพม่าหลงเชื่อตามไป ก็ถูกนายโชติและพรรคพวกซุ่มอยู่บุกเข้ามาฆ่าฟันพม่าตายประมาณ 20 คน แล้วจึงพากันหนีไปยังบางระจัน
= เมืองใจ(อตีตา) เข้ามาร่วมตั้งแต่ช่วงที่ชาวบ้านเริ่มต่อต้านทหารพม่า

การรบครั้งที่ 1ทหารพม่าที่เมืองวิเศษชัยชาญยกพลมาประมาณ 100 เศษ มาตามจับพันเรืองเมื่อถึงบ้านบางระจัน ก็หยุดอยู่ ณ ฝั่งลำธารบางระจัน นายแท่นจัดคนให้รักษาค่ายแล้วนำคน 200 ข้ามแม่น้ำไปรบกับพม่า ทหารพม่าล้มตายหมดเหลือแต่ตัวนายสองคนขึ้นม้าหนีไปได้
= ส่วนนี้ อยู่ในฉากแรกของละคร"บางระจัน"ตอนที่ 1 เลย  แต่ย่อสเกล ที่ควรจะเป็นการจ่อสู้ของคนนับร้อยๆ เหลือแค่ ทหารม้าสิบกว่าคนตามล่าพันเรือง จนถูกวีรชนที่เหลือเข้ามารุมรบจนตายหมด

การรบครั้งที่ 2เนเมียวสีหบดีจึงแต่งให้งาจุนหวุ่น คุมพล 500 มาตีค่ายบางระจัน นายแท่นก็ยกพลออกรบ ตีทัพพม่าแตกพ่ายล้มตายเป็นอันมาก
= ทัพ(บางระจัน) และ กองม้าคำหยาดเข้าร่วมกับคนระจันตั้งแต่ศึกนี้ ฉ.นิยาย จะเปิดสำแดงกลยุทธ์ใช้กองม้าคำหยาดของตัวเอง 30 นาย จัดการกับ ทหารม้าพม่า 50 นาย จนอยู่หมัด

ทัพพม่าได้เกณฑ์ทหารเพิ่มเป็น 700 คน ให้เยกินหวุ่นคุมพลยกมาตีค่ายบางระจัน ทัพพม่าก็ถูกตีแตกพ่ายอีกเป็นครั้งที่ 2
= ฉบับนิยาย ทัพจิตตกเรื่องจึงไม่ได้ออกไปรบในรอบนี้  เพื่อน 2 จึงออกไปคุมกองม้าแทน แต่ครั้งนี้ เนื่องจากขาดหัวหน้าที่มีฝีมือคุมกำลังไป ทำให้กองม้าคำหยาดละลายแลกกันตายไปกับกองม้าพม่า ซึ่งเจ้าเลา(ม้า)ก็ล้มศึกนี้ด้วย   สังข์ ไม่ก็ ขาบ(จำคลาดเคลื่อน) เสียชีวิตลงที่เนื้อเรื่องตรงนี้ ส่วนเวอร์ชั่นโทรทัศน์จะยืดอายุคู่นี้ และ พรรคพวกของทัพไปอีกหน่อย เนืองจากมีการปรับเนื้อหาที่แตกต่างจากต้นฉบับ


การรบครั้งที่ 3 แม่ทัพพม่า คือ ติงจาโบ กำลังพล 900 นาย บุกมาต่อหมายไม่ให้ ฝ่ายชาวค่ายหยุดพักหายใจ
= หลังจากเสียกองม้าไป หลังจากนี้ ทัพจะแปรสภาพไปเป็นพลรบเดินเท้าแทน แล้วจะแสดงฝีมือการรบแบบกองโจรในศึกนี้
จบศึกนี้นี้เอง ที่ชื่อเสียงบ้านระจันเริ่มกล่าวถึงไปถึงที่ต่างๆ คนจากที่ต่างๆเริ่มมารวมมากขึ้น ซึ่งจากตรงนี้ไป ขุนไกร(สายโลหิต) และ หลวงแสน(กรุงแตก) ซึ่งพ่ายมาจากป้อมวิไชยประสิทธ์ เมืองธนบุรี จะเข้ามาร่วมกับบ้านระจัน และ เริ่มต่อสู้กับพม่าตั้งแต่หลังจากนี้ โดยทั้งคู่(?)มีงานสำรองเวลาว่างคือ สอนอาวุธให้ชาวค่าย
ที่ตำบลป่าโมก(นายขนมต้ม) ก็รู้เรื่องบ้านระจันต่อสู้กับพม่า แต่เนื่องจากอยู่ระหว่างตระเตรียมคนและยังมีปัญหาภายในสุดท้ายก็ไม่ได้นำคนไปรวมกับบ้านระจัน แต่ก็ตัดสินใจจะช่วยเหลือบ้านระจันหนทางอื่น คือ ช่วยตีตัดกำลังพม่าที่จะยกพลไปถล่มค่ายระจัน
โดยที่ ขนมต้ม อาสาเป็นคนสอดแนม ให้ป่าโมก

การรบครั้งที่ 4การที่พม่าแพ้ไทยหลายครั้งเช่นนี้ ทำให้พม่าเริ่มจัดเต็ม โดยส่งทหาร 1,000 คน ทหารม้า 60 สุรินจอข่องเป็นนายทัพ พม่ายกทัพมาตั้งที่บ้านห้วยไผ่ (ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง) ในขณะที่บ้านระจันก็ตอบโต้อย่างเต็มเหนี่ยว การสู้รบรอบนี้ถูกบึนทึกโดยละเอียด แต่ขอสรุปผลย่นย่อ คือ พ่อบ้านแท่นโดน=ลูกปืนปักเข่า= ส่วนสุรินจอข่องตายในที่รบ ทัพพม่าถูกโจมตีขณะพักทัพจนแตกพ่าย

= ทัพ กลายเป็นหัวหอกในการต่อสู้ ใน โดยใน=บางระจัน=เป็นคนนำกลุ่มมือดาบที่สอนมาใหม่ บุกฝ่าไปตัดหัวสุรินจอข่องได้( เนื่องจากบันทึกบอกแค่ว่า "พลรบ" ไม่ได้ระบุชื่อ  อ.ก้าน จึง วางตัวเป็น ทัพ)
ส่วนขุนไกร,หลวงแสน ก็ได้เข้าร่วมการรบเช่นกัน ถึงจะไม่ได้เป็นคนนำกำลัง แต่ก็น่าจะหัวหอกของกลุ่มนักรบชาวบ้านที่มีส่วนในการฆ่าทหารพม่าได้มาก
-จุดจบสุรินจอข่องอื่นๆนั้น ภาพทั่วไปมักจะให้บทเป็นพ่อแท่น บุกไปฆ่าสุรินทจอข่อง( สายโลหิต,ฟ้าใหม่,อตีตา)
- เวอร์ชั่นภาพยนตร์ ตุณธนิตย์(2542) สุรินจอข่อง ถูกขุนสรรค์ยิงปืนเข้าใกล้ปอดอาการสาหัส กลับไปตายที่ค่าย ก่อนจะปิดฉากตามพงศาวดาร คือ ถูก คนระจันตามมาถล่มทัพถึงป่าก่อนจะได้ตั้งหลัก จริงๆแม่ทัพพม่าที่ถูกฆ่ารูทนี้ คือ อากาปันคยี

เมื่อการต่อสู้จบลง ผู้นำค่ายปรึกษากันว่าพม่าเริ่มลงมือโจมตีจริงจังแล้ว สมควรจะมีปืนใหญ่ ด้วยเหตุนี้ วินัย ไกรบุตร(พ่ออิน+เมืองใจ) ก็ได้ควบม้าไปยังพระนครฯ
แต่กลับกลายเป็นว่า เมื่อ วินัย/เมืองใจ ไปถึงกรุงศรีฯกลับไม่พบนครหลวงอโยธา กลับไปเจอ ซากหิน,วัง,กำแพง รายรอบไปด้วยคนที่แต่งกายพูดจาสำเนียงที่ไม่คุ้นเคยแทน  ส่วนวินัย/อิน ไปถึงกรุงศรีฯสำเร็จ แต่ได้คำตอบปฎิเสธการส่งปืนใหญ่มาในเบื้องต้น
ขนมต้ม กับ เพื่อนสนิท เริ่มงานในการออกสอดแนมกองทหารพม่า
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  อตีตา สายโลหิต ละครโทรทัศน์ บางระจัน (ละคร)
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่