เปิดใจเจ้าของเฟซบุ๊กวิจารณ์ “แด๊ก-ซิลลี่ฟูล” หลังร้องเพลงพระราชนิพนธ์ “ความฝันอันสูงสุด” ไม่ถูกต้อง

"ความรู้สึกแรกที่ผมได้ฟังการโชว์นั้น คือก่อนที่จะฟังจากคลิปวิดีโอ ผมได้ดูข่าวในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ในตอนนั้นด้วย ความรู้สึกแรกเลยคือไม่ใช่ผมแยกออกนะ กับการนำไปคัฟเวอร์ใหม่ การเอาไปแอพพลายใหม่ ซึ่งเพลงพระราชนิพนธ์เป็นเพลงที่มีศิลปินำไปคัฟเวอร์มากมาย เห็นได้จากในยูทูบ โดยจะเป็นไปในทางที่เปลี่ยนสีสีน เปลี่ยนรสชาติมากกว่า อันนี้ผมแยกแยะออก และเข้าใจ แต่อันนี้คือ หือ... มันอยู่ที่ความไม่พร้อมของนักร้อง นักดนตรี ผมมองในเรื่องของความไม่พร้อม ถ้าไม่พร้อมเพลงเหล่านี้ เราจะไม่เล่นไม่ร้องเด็ดขาด

ก่อนหน้านี้มีดราม่าต่างๆ มากมายที่ไม่ได้มีผลเสียอะไรกับประเทศชาติเลย เรายังถล่มเละเลย แต่นี่คือการร้องเพลงพระราชนิพนธ์ในช่วงเวลาไพร์มไทม์ ช่วงเวลาที่มีคนดูทีวีเยอะที่สุด แล้วจะให้เฉยๆ เหรอ คุณรู้ไหมว่าเพลงนี้เขาใช้เปิดตอนไหน เขาใช้เปิดในงานพระราชทานเพลิงศพทหารที่เสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ ทหารที่ตายโดยมีธงชาติคุม ผมเป็นทหาร ผมถึงกล้ายืดอก มีคนที่ไม่เห็นด้วยกับผมเข้ามาในเฟซบุ๊กของผม บอกว่า เก่งนักเหรอ เก่งนักก็มาร้องเอง ผมตอบไปว่าผมร้องหน้าพระที่นั่งหลายครั้ง

ร้องต่อหน้าพระพักตร์ผู้พระราชนิพนธ์เอง ผมมีหน้าที่ ผมเป็นหัวหน้าวงดนตรี ผมทำงานในวัง ผมอยู่กับเพลงพระราชนิพนธ์ ผมรับเงินเดือนหลวง ดาวที่ติดอยู่บนบ่าก็เป็นดาวพระราชทาน พอเห็นคนเอาเพลงพระราชนิพนธ์มาทำแบบไม่เหมาะสม ไม่ควร ผมก็ต้องท้วงติง จะให้ผมเฉยๆ ผมทำไม่ได้ ผมไม่ได้จะดราม่ากับแด๊ก หรือกับซิลลี่ฟูลเลย ที่ผมตำหนิ ผมตำหนิงานของพวกเขาที่ออกมาในวันนั้น สิ่งที่ผมกังวลมากในตอนนี้คือคนที่เข้ามาแบบไม่ได้ดูว่ามันเป็นยังไง มีคนเข้ามาบอกว่าจะสร้างความแตกแยกไปถึงไหน การที่ผมพูดในสิ่งที่ถูกต้อง คือการสร้างความแตกแยกเหรอ"
http://www.komchadluek.net/news/ent/250131

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 2
เท่าที่เข้าไปฟังเหมือนกัน ผมว่าสิ่งที่ท่านผู้แนะนำท่านนั้น แนะนำหรือติมาถูกต้องแล้วครับ สำหรับการร้องในวันนนั้น
ครั้งต่อไปหรือศิลปินท่านอื่นๆ ควรระวังด้วย ควรทำการบ้านให้มากกว่านี้

แต่สำหรับ คลิป ที่เอามาประกอบในกระทู้นี้ ทันทีที่เห็น สินใจ พงษ์พัฒน์ ออกมาพูด ก็ทำให้ผมเสียอารมณ์แล้ว
เพราะความเชื่อของดาราสองคนนี้ กับความจริง เธอและเขายังไม่เข้าใจการเมืองดีพอ รู้เพียงแค่เปลือก บอกตรงๆเลย
ก่อนนั้น ชื่นชมชอบ ดาราสองคนนี้ แต่ทุกวันนี้ ไม่อยากฟังทุกคำพูดที่หลุดออกมาจากปากเขาและเธอ มันเหมือน
ดาราสองคนนี้ รู้ไปหมดตัดสินได้เลยว่า ใครรัก ใครไม่รัก ไม่แยกแยะว่าจริงหรือเท็จ คุณเคยคิดบ้างมั้ยว่า คนที่คุณกล่าวหาว่า
เขาไม่รักนั้นเขาจะปวดร้าวขนาดไหน คุณไปกล่าวหาเขาทั้งๆที่เขาไม่ได้ทำ เหมือนคนอีสานถูกน้องเบสกล่าวหาว่าไม่รัก

และคุณรู้หรือไม่ว่า ทำไมคนที่หนีไปต่างประเทศ แล้วแสดงความโกรธเกลียดเหล่านั้น เพราะพวกคุณกล่าวหาเขา ขับไล่
ไสส่งเขาเอาผิดเขา ทั้งที่เขาไม่อยากทำ และมันมีเพียงส่วยน้อยนิดนับคนได้ มีไม่กี่สิบคน แต่คุณกำลังเหมาเป็นหลายสิบล้านคน
จึงเป็นความเชื่อที่ผิดมหันต์ !

ปล.   มิได้มีอคติต่อดาราทั้งสอง แต่อยากจะฝากบอกไปถึง ให้ลองกลับไปคิดดูว่า การกล่าวหาของน้องเบส ก็ไม่ต่างจากที่คุณสองคน
เคยกล่าวหาคนส่วนหนึ่งของประเทศ ที่คุณเรียกเขาว่า คนเสื้อแดง แน่นอนว่าอยู่อีสานมากที่สุดบางส่วนเหนือและภาคกลาง คุณว่า
มีเท่าไร ผมเชื่อว่ามีมากกว่าครึ่งค่อนประเทศ คนหกสิบกว่าล้าน เชื่อว่ามีเสื้อแดงไม่ต่ำกว่าสามสิบล้านคนทั่วทั้งประเทศ และที่ไม่เป็น
ทั้งเหลืองและแดง คือไม่ได้เป็นทั้งสองอย่าง อย่างผม อีกสักสิบเปอร์เซ็นต์ แต่เป็นคนดู และรู้ว่า คนเสื้อแดงเขาถูกพวกคุณ กล่าวหา
ใส่ร้าย ป้ายสี "ยัดเยียดคำว่าไม่รัก " ให้มาช้านาน คุณ สินใจ คุณ พงษ์พัฒน์ คุณเอาความเชื่อเช่นนั้นมาจากไหน ว่าพวกคนสามสิบกว่า
ล้านคนนั้นไม่รัก ถ้าคุณไม่รู้ หรือรู้ไม่จริง ถูกล้างสมองมา ด้วยเรื่องเท็จ ก็ขอให้รับรู้เอาใว้ด้วยว่า ประวัติศาสตร์จะบันทึกทุกสิ่งที่พวกคุณ
ทำเอาใว้ ในฐานะที่ผมเป็นคนกลาง และติดตามเรื่องราวข่าวสารมาโดยตลอด คุณฟังผมนะ ที่ผ่านมา ผมกล้าสาบานต้อฟ้าดินและสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ว่า ผมเห็นผมรู้เช่นนั้นจริงๆ คนเสื้อแดง ทักษิณ  ยิ่งลักษณ์ และคนไทยฝ่ายนี้มากมาย ถูกใส่ร้าย ป้ายสี ด้วยเรื่องเท็จ มาโดยตลอด และจุดกำเนิด
ของประวัติศาสตร์ อันเป็นเท็จนั้น ก็ด้วยเจ๊กลิ้ม ที่ต้องการเอาชนะและทำลาย แม้จะต้องแอบอ้างดึงฟ้าต่ำก็ตาม วิธีนั้นทำให้คนไทยที่รัก ยอมไม่ได้
จึงหลงเชื่อ ผมเชื่อว่าเวลาผ่านมานับสิบปี วันนี้เชื่อว่าพวกคุณ อาจจะพอรู้พอดูออก หลังจากคนต้นเรื่อง อย่างเจ๊กลิ้มเขาคุก ด้วยข้อหา โกง!

ทั้งๆที่คนๆนี้ กล่าวหาคนอื่นมาตลอด แต่วันนี้ความจริงปรากฎ ถ้าพวกคุณยังมีสติปัญญาอยู่บ้าง คุณจะไม่หยุดคิดสักนิดหรือว่า ตัวคนที่กล่าวหาคนอื่น
ปาวๆ ว่าโกงอย่างนั้น โกงอย่างนี้ เราตัวมันเองล่ะ โกงมาก่อนใคร แล้วคนอย่างนี้ มันจะมีความจริงอะไรมาทำให้เชื่อถือได้ และกี่ครั้งกี่อย่างที่กล่าวหา
เขา มันเท็จทั้งสิ้น เรื่องทำบุญวัดพระแก้ว เรื่อง ปฎิญญาฟินแลนด์ เรื่องล้ม เรื่องไม่รัก สมัยนี้ยุคนี้ คิดยากตรงไหนว่า ใครจะล้ม ล้มแล้ว
ได้อะไร เป็นประธานาธิบดี เป็นทำไมในเมื่อ นายก มันก็เทียบเท่ากัน คอมมิวนิสต์ ใครก็รู้ว่ามันหมดสมัยที่จะกล่าวหากัน สรุปแล้ว คุณ สินใจ คุณพงษ์พัฒน์ คุณควรจะเอา อคติ ออกจากใจแล้วย้อนคิดดูใหม่ว่า ที่ผ่านมาสิบปี ถ้าเรากล่าวหาเขา ขับไล่เขา โดยที่เขาไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด เราผิดหรือ
เราถูก และบาปกรรมนั้นจะหนักขนาดไหน ที่สำคัญประวัติศาสตร์จะบันทึก สิ่งที่คุณทำไปอีกหลายชั่วอายุคน !!!
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  เรื่องเล่าเช้านี้ รัฐศาสตร์
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่