สวัสดียามเช้าวันจันทร์ วันแรกของสัปดาห์การทำงาน ครับ พี่ๆน้องๆ ชาว ขาS และ ขาL & ชาว Put,Call ทุกๆท่านครับ
เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนี SET index ก็ยังคงเคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบแคบๆ (1465 - 1475 จุด) แม้จะมีปัจจัยจากภาคนอก
นั้นก็คือคุณ Janet Yellen ได้แถลงต่อสภาครองเกรส ว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วๆนี้ และ ยืนยันจะอยู่ครบวาระ แม้จะมีกระแสข่าวว่า
อาจจะถูกปลดออกจากตำแหน่ง เมื่อคืนวันพฤหัส ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย ก็ไม่ได้ทำให้ตลาดหุ้นไทย เคลื่อนไหวได้หวือหวา
เท่าไรนัก และปิดตัวไปที่ระดับ 1473 จุด +0.01 จุด วันนี้มาติดตามกันต่อ ว่าดัชนี SET index จะสามารถฟื้นตัวยืนเหนือ
ระดับ 1480 จุด ได้หรือไม่
Fundamental
"เอเชียเช้านี้" ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดปรับตัวขึ้นในวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากเงินเยนที่อ่อนค่าลงแตะระดับ 111 เยน/ดอลลาร์
ในการซื้อขายเช้านี้ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือนสำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดบวก 70.68 จุด หรือ 0.39% แตะที่
18,038.09 จุด ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นนำโดยหุ้นกลุ่มประกันภัย กลุ่มเหมือง และกลุ่มส่งออกยานยนต์
"ฝั่งสหรัฐ" ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อวันศุกร์ (18 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหุ้นกลุ่มเวชภัณฑ์ หลังจาก
ที่หุ้นกลุ่มดังกล่าวทะยานขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้ อันเนื่องมาจากความหวังที่ว่า นโยบายเศรษฐกิจของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ
จะเอื้อประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมเวชภัณฑ์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลที่ว่า การแข็งค่าอย่างต่อเนื่องของสกุลเงิน
ดอลลาร์อาจจะส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทที่ต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นรายได้หลัก
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 18,867.93 จุด ลดลง 35.89 จุด หรือ -0.19%
ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 5,321.51 จุด ลดลง 12.46 จุด หรือ -0.23%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,181.90 จุด ลดลง 5.22 จุด หรือ -0.24%
ตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น 0.1% ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 0.8% และดัชนี NASDAQ ปรับตัวขึ้น 1.6%
นักลงทุนเทขายทำกำไรหุ้นกลุ่มเวชภัณฑ์ หลังจากที่หุ้นกลุ่มดังกล่าวพุ่งขึ้นแข็งแกร่งในช่วงก่อนหน้านี้ โดยหุ้นเมอร์ค แอนด์ โค บริษัทผลิต
ยารายใหญ่ของสหรัฐ ร่วงลงกว่า 2% หุ้นอัลเลอร์แกน ผู้ผลิตโบท็อกซ์ ดิ่งลง 4.1% หุ้นแอมเจน ปรับตัวลง 1.4% หุ้นจีเลียด ซายส์ ผู้ผลิต
ยารักษาไวรัสตับอักเสบ C
ก่อนหน้านี้หุ้นกลุ่มเวชภัณฑ์ทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ขานรับความคาดหวังที่ว่าคณะทำงานของทรัมป์จะผ่อนคลายกฎข้อบังคับด้านการกำหนด
ราคายา ซึ่งตรงข้ามกับฮิลลารี คลินตันที่พยายามเดินหน้าควบคุมราคายามาโดยตลอด
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า การแข็งค่าอย่างต่อเนื่องของสกุลเงินดอลลาร์อาจจะส่งผลกระทบต่อกำไรของ
บริษัทที่ต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นรายได้หลัก โดยดัชนีดอลลาร์ดีดตัวขึ้นทะลุระดับ 101 เมื่อวันศุกร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2003
เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในตะกร้าเงิน เนื่องจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้น หลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI ตลาดนิวยอร์กฟื้นตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ อันเนื่องมาจากการคาดการณ์ที่ว่า
กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะสามารถบรรลุข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน ทั้งนี้ หุ้นเชฟรอน ปรับตัวขึ้น 1% และหุ้น
โคโนโคฟิลิป พุ่งขึ้น 2.6%
นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายหลังจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนของเฟดได้ออกมาส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า
โดยนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด นางเอสเธอร์ จอร์จ ประธานเฟดสาขาแคนซัส ซิตี้ และนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์
ต่างก็ออกมาสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. พร้อมกับเตือนว่า เศรษฐกิจสหรัฐอาจเผชิญความเสี่ยงหากเฟดชะลอการ
ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไป เนื่องจากจะทำให้เฟดจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วยิ่งขึ้นในอนาคต
ส่วนในการประชุมเมื่อช่วงต้นเดือนพ.ย.ที่ผ่านมานั้น คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ มีมติด้วยคะแนนเสียง
8-2 ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอยู่ในช่วง 0.25-0.50% ขณะเดียวกัน FOMC ส่งสัญญาณว่าอาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. โดยระบุว่าเศรษฐกิจมีการปรับตัวดีขึ้น และอัตราเงินเฟ้อกำลังดีดตัวขึ้นเข้าใกล้ระดับ 2% ซึ่งเป็นเป้าหมายของเฟด
"ฝั่งยุโรป" ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเมื่อคืนนี้ (18 พ.ย.) โดยหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ร่วงลงเนื่องจากความวิตกกังวลที่ว่า การแข็งค่าของสกุล
เงินดอลลาร์อาจส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทเหมืองแร่ที่ต้องพึ่งพาการส่งออก นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้น
กลุ่มธนาคารของอิตาลี
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,504.35 จุด ลดลง 23.42 จุด หรือ -0.52%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 10,664.56 จุด ลดลง 20.98 จุด หรือ -0.20%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,775.77 จุด ลดลง 18.94 จุด หรือ -0.28%
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ร่วงลง โดยหุ้นบีเอชพี บิลลิตัน ร่วงลง 1.2% หุ้นเทนาริส ดิ่งลง 1.8% หุ้นแรนโกลด์ รีซอส ร่วงลง 4.9% และหุ้นเฟรสนิลโ
ดิ่งลง 6.9%ปัจจัยที่ทำให้หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ร่วงลงนั้น มาจากความวิตกกังวลที่ว่าการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์อาจส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทเหมืองแร่ที่ต้องพึ่งพาการส่งออก โดยดัชนีดอลลาร์ดีดตัวขึ้นทะลุระดับ 101 เมื่อคืนนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2003 เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในตะกร้าเงิน หลังจากมีกระแสคาดการณ์เป็นวงกว้างว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า
หุ้นกลุ่มธนาคารของอิตาลีร่วงลง โดยหุ้นบังคา ป๊อปปูเลร์ เดอ มิลาโน ร่วงลง 5.2% หุ้นบังโค ป๊อปปูเลร์ โซเซียตา ดิ่งลง 5.1% และหุ้นยูนิเครดิต
ปรับตัวลง 0.9%
สาเหตุที่ทำให้หุ้นกลุ่มธนาคารอิตาลีร่วงลงนั้น มาจากความกังวลที่เพิ่มขึ้นก่อนการลงประชามติในวันที่ 4 ธ.ค.เกี่ยวกับการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ
ซึ่งอาจส่งผลให้นายกรัฐมนตรีมัตเตโอ เรนซี หลุดจากตำแหน่ง ขณะที่นักลงทุนวิตกว่าการลาออกของนายเรนซีจะยิ่งสร้างความยากลำบาก
ในการแก้ไขปัญหาในภาคธนาคาร
ทั้งนี้ ผลการสำรวจล่าสุดบ่งชี้ว่า ชาวอิตาลีจะลงประชามติคัดค้านแผนการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะส่งผลให้นายเรนซีต้องลาออกจากตำแหน่งตามคำ
สัญญาก่อนหน้านี้
หุ้นโฟล์คสวาเกน ปรับตัวลง 0.3% หลังจากประกาศปลดพนักงาน 30,000 คนในการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ โดยหวังว่าจะช่วยให้บริษัทฟื้นตัวขึ้นจากวิกฤตการณ์โกงการรายงานผลตรวจสอบไอเสียของรถยนต์ดีเซล ซึ่งทำให้บริษัทต้องจ่ายค่าปรับแก่รัฐบาล และจ่ายเงินชดเชยแก่ลูกค้าจำนวนมาก
โฟล์คสวาเกนระบุว่า บริษัทจะปลดพนักงานจำนวน 23,000 คนในเยอรมนี ซึ่งจะช่วยให้บริษัทประหยัดรายจ่าย 3.7 พันล้านยูโร (4 พันล้านดอลลาร์)
ต่อปีจนถึงปี 2020 นอกจากนี้ บริษัทจะมีการปลดพนักงานในอเมริกาเหนือ บราซิล และอาร์เจนตินา
Credit : สำนักข่าวอินโฟวเควสท์
Technical Analysis
SET index TF day : ตลอดทั้งวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนียังคงเคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบแคบๆ (1465 - 1475 จุด)
อีกทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดแท่งเทียนรูปแบบพิศดารซับซ้อนเหลือเกิน ไม่สามารถบอกได้เลยว่าตลาดอยากจะเลือกไป
ในทิศทางใด ก็ต้องมาลุ้น มาเชียร์กันว่า วันนี้จะสามารถทะลุเส้น EMA25,75 วัน ขึ้นไปได้หรือไม่ ถ้าหากทะลุขึ้นไปได้
ก็จะทำให้ภาพสัญญาณดูสวยงามขึ้น แต่หากย่อต่อหลุด 1460 ลงไป ก็ให้ระวังแรง Panic ที่จะตามมา ก็เป็นได้
S50Z16 TF day : ตลอดทั้งวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนียังคงเคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบแคบๆ (906 - 916 จุด)
อีกทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดแท่งเทียนรูปแบบพิศดารซับซ้อนเหลือเกิน ไม่สามารถบอกได้เลยว่าตลาดอยากจะเลือกไป
ในทิศทางใด ก็ต้องมาลุ้น มาเชียร์กันว่า วันนี้จะสามารถทะลุเส้น EMA25,75 วัน ขึ้นไปได้หรือไม่ ถ้าหากทะลุขึ้นไปได้
ก็จะทำให้ภาพสัญญาณดูสวยงามขึ้น แต่หากย่อต่อหลุด EMA200 วัน หรือ 900 จุด ลงไป ก็ให้ระวังแรง Panic
ที่จะตามมา ก็เป็นได้
TF60 : ตลอดทั้งสัปดาห์ก่อน ดัชนียังคง Sideway เคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบ (905 - 926 จุด) อย่างไรทิศทาง
ก็ต้องมาดูกันว่า ตลาดจะเลือกทางทิศใด หากวันนี้สามารถขึ้นไปยืนเหนือ 920+ ได้ ในวันถัดไปก็มีความเป็นไปได้ที่จะ
ฟื้นตัวขึ้นไปต่อ และตรงนี้ก็จะกลายเป็น Adam & Eve Double Bottom // แต่ถ้าหากหลุด 905 ลงไป
ก็ให้ระวังแรง Panic ที่จะตามมาก็เป็นได้
Resistance 916 920 926 930 / 1477 1484 1490
Support 905 900 895 890 / 1469 1466 1460
*EOD End of day
ผิดพลาดประการใดโปรดชี้แนะ
สำหรับพี่ๆ น้องๆ ที่ เล่น Put,Call Option ครับ ผมอาจจะไม่ ถนัดด้านนี้
แต่ ในกระทู้นี้ รับรองว่ามี จอมขมังเวทย์ Option เยอะครับ เชิญแชร์ iDea เจ๋งๆ เด็ดๆ / หรือข้อสงสัย สอบถามกันตามสบายเลยครับ
กู๊ดมอนิ่ง ชาว ขาS และ ขาL & ชาว Put,Call (21 Nov 16)
เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนี SET index ก็ยังคงเคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบแคบๆ (1465 - 1475 จุด) แม้จะมีปัจจัยจากภาคนอก
นั้นก็คือคุณ Janet Yellen ได้แถลงต่อสภาครองเกรส ว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วๆนี้ และ ยืนยันจะอยู่ครบวาระ แม้จะมีกระแสข่าวว่า
อาจจะถูกปลดออกจากตำแหน่ง เมื่อคืนวันพฤหัส ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย ก็ไม่ได้ทำให้ตลาดหุ้นไทย เคลื่อนไหวได้หวือหวา
เท่าไรนัก และปิดตัวไปที่ระดับ 1473 จุด +0.01 จุด วันนี้มาติดตามกันต่อ ว่าดัชนี SET index จะสามารถฟื้นตัวยืนเหนือ
ระดับ 1480 จุด ได้หรือไม่
Fundamental
"เอเชียเช้านี้" ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดปรับตัวขึ้นในวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากเงินเยนที่อ่อนค่าลงแตะระดับ 111 เยน/ดอลลาร์
ในการซื้อขายเช้านี้ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือนสำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดบวก 70.68 จุด หรือ 0.39% แตะที่
18,038.09 จุด ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นนำโดยหุ้นกลุ่มประกันภัย กลุ่มเหมือง และกลุ่มส่งออกยานยนต์
"ฝั่งสหรัฐ" ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อวันศุกร์ (18 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหุ้นกลุ่มเวชภัณฑ์ หลังจาก
ที่หุ้นกลุ่มดังกล่าวทะยานขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้ อันเนื่องมาจากความหวังที่ว่า นโยบายเศรษฐกิจของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ
จะเอื้อประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมเวชภัณฑ์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลที่ว่า การแข็งค่าอย่างต่อเนื่องของสกุลเงิน
ดอลลาร์อาจจะส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทที่ต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นรายได้หลัก
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 18,867.93 จุด ลดลง 35.89 จุด หรือ -0.19%
ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 5,321.51 จุด ลดลง 12.46 จุด หรือ -0.23%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,181.90 จุด ลดลง 5.22 จุด หรือ -0.24%
ตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น 0.1% ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 0.8% และดัชนี NASDAQ ปรับตัวขึ้น 1.6%
นักลงทุนเทขายทำกำไรหุ้นกลุ่มเวชภัณฑ์ หลังจากที่หุ้นกลุ่มดังกล่าวพุ่งขึ้นแข็งแกร่งในช่วงก่อนหน้านี้ โดยหุ้นเมอร์ค แอนด์ โค บริษัทผลิต
ยารายใหญ่ของสหรัฐ ร่วงลงกว่า 2% หุ้นอัลเลอร์แกน ผู้ผลิตโบท็อกซ์ ดิ่งลง 4.1% หุ้นแอมเจน ปรับตัวลง 1.4% หุ้นจีเลียด ซายส์ ผู้ผลิต
ยารักษาไวรัสตับอักเสบ C
ก่อนหน้านี้หุ้นกลุ่มเวชภัณฑ์ทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ขานรับความคาดหวังที่ว่าคณะทำงานของทรัมป์จะผ่อนคลายกฎข้อบังคับด้านการกำหนด
ราคายา ซึ่งตรงข้ามกับฮิลลารี คลินตันที่พยายามเดินหน้าควบคุมราคายามาโดยตลอด
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า การแข็งค่าอย่างต่อเนื่องของสกุลเงินดอลลาร์อาจจะส่งผลกระทบต่อกำไรของ
บริษัทที่ต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นรายได้หลัก โดยดัชนีดอลลาร์ดีดตัวขึ้นทะลุระดับ 101 เมื่อวันศุกร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2003
เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในตะกร้าเงิน เนื่องจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้น หลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI ตลาดนิวยอร์กฟื้นตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ อันเนื่องมาจากการคาดการณ์ที่ว่า
กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะสามารถบรรลุข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน ทั้งนี้ หุ้นเชฟรอน ปรับตัวขึ้น 1% และหุ้น
โคโนโคฟิลิป พุ่งขึ้น 2.6%
นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายหลังจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนของเฟดได้ออกมาส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า
โดยนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด นางเอสเธอร์ จอร์จ ประธานเฟดสาขาแคนซัส ซิตี้ และนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์
ต่างก็ออกมาสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. พร้อมกับเตือนว่า เศรษฐกิจสหรัฐอาจเผชิญความเสี่ยงหากเฟดชะลอการ
ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไป เนื่องจากจะทำให้เฟดจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วยิ่งขึ้นในอนาคต
ส่วนในการประชุมเมื่อช่วงต้นเดือนพ.ย.ที่ผ่านมานั้น คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ มีมติด้วยคะแนนเสียง
8-2 ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอยู่ในช่วง 0.25-0.50% ขณะเดียวกัน FOMC ส่งสัญญาณว่าอาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. โดยระบุว่าเศรษฐกิจมีการปรับตัวดีขึ้น และอัตราเงินเฟ้อกำลังดีดตัวขึ้นเข้าใกล้ระดับ 2% ซึ่งเป็นเป้าหมายของเฟด
"ฝั่งยุโรป" ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเมื่อคืนนี้ (18 พ.ย.) โดยหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ร่วงลงเนื่องจากความวิตกกังวลที่ว่า การแข็งค่าของสกุล
เงินดอลลาร์อาจส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทเหมืองแร่ที่ต้องพึ่งพาการส่งออก นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้น
กลุ่มธนาคารของอิตาลี
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,504.35 จุด ลดลง 23.42 จุด หรือ -0.52%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 10,664.56 จุด ลดลง 20.98 จุด หรือ -0.20%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,775.77 จุด ลดลง 18.94 จุด หรือ -0.28%
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ร่วงลง โดยหุ้นบีเอชพี บิลลิตัน ร่วงลง 1.2% หุ้นเทนาริส ดิ่งลง 1.8% หุ้นแรนโกลด์ รีซอส ร่วงลง 4.9% และหุ้นเฟรสนิลโ
ดิ่งลง 6.9%ปัจจัยที่ทำให้หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ร่วงลงนั้น มาจากความวิตกกังวลที่ว่าการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์อาจส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัทเหมืองแร่ที่ต้องพึ่งพาการส่งออก โดยดัชนีดอลลาร์ดีดตัวขึ้นทะลุระดับ 101 เมื่อคืนนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2003 เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในตะกร้าเงิน หลังจากมีกระแสคาดการณ์เป็นวงกว้างว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า
หุ้นกลุ่มธนาคารของอิตาลีร่วงลง โดยหุ้นบังคา ป๊อปปูเลร์ เดอ มิลาโน ร่วงลง 5.2% หุ้นบังโค ป๊อปปูเลร์ โซเซียตา ดิ่งลง 5.1% และหุ้นยูนิเครดิต
ปรับตัวลง 0.9%
สาเหตุที่ทำให้หุ้นกลุ่มธนาคารอิตาลีร่วงลงนั้น มาจากความกังวลที่เพิ่มขึ้นก่อนการลงประชามติในวันที่ 4 ธ.ค.เกี่ยวกับการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ
ซึ่งอาจส่งผลให้นายกรัฐมนตรีมัตเตโอ เรนซี หลุดจากตำแหน่ง ขณะที่นักลงทุนวิตกว่าการลาออกของนายเรนซีจะยิ่งสร้างความยากลำบาก
ในการแก้ไขปัญหาในภาคธนาคาร
ทั้งนี้ ผลการสำรวจล่าสุดบ่งชี้ว่า ชาวอิตาลีจะลงประชามติคัดค้านแผนการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะส่งผลให้นายเรนซีต้องลาออกจากตำแหน่งตามคำ
สัญญาก่อนหน้านี้
หุ้นโฟล์คสวาเกน ปรับตัวลง 0.3% หลังจากประกาศปลดพนักงาน 30,000 คนในการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ โดยหวังว่าจะช่วยให้บริษัทฟื้นตัวขึ้นจากวิกฤตการณ์โกงการรายงานผลตรวจสอบไอเสียของรถยนต์ดีเซล ซึ่งทำให้บริษัทต้องจ่ายค่าปรับแก่รัฐบาล และจ่ายเงินชดเชยแก่ลูกค้าจำนวนมาก
โฟล์คสวาเกนระบุว่า บริษัทจะปลดพนักงานจำนวน 23,000 คนในเยอรมนี ซึ่งจะช่วยให้บริษัทประหยัดรายจ่าย 3.7 พันล้านยูโร (4 พันล้านดอลลาร์)
ต่อปีจนถึงปี 2020 นอกจากนี้ บริษัทจะมีการปลดพนักงานในอเมริกาเหนือ บราซิล และอาร์เจนตินา
Credit : สำนักข่าวอินโฟวเควสท์
Technical Analysis
SET index TF day : ตลอดทั้งวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนียังคงเคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบแคบๆ (1465 - 1475 จุด)
อีกทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดแท่งเทียนรูปแบบพิศดารซับซ้อนเหลือเกิน ไม่สามารถบอกได้เลยว่าตลาดอยากจะเลือกไป
ในทิศทางใด ก็ต้องมาลุ้น มาเชียร์กันว่า วันนี้จะสามารถทะลุเส้น EMA25,75 วัน ขึ้นไปได้หรือไม่ ถ้าหากทะลุขึ้นไปได้
ก็จะทำให้ภาพสัญญาณดูสวยงามขึ้น แต่หากย่อต่อหลุด 1460 ลงไป ก็ให้ระวังแรง Panic ที่จะตามมา ก็เป็นได้
S50Z16 TF day : ตลอดทั้งวานศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนียังคงเคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบแคบๆ (906 - 916 จุด)
อีกทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดแท่งเทียนรูปแบบพิศดารซับซ้อนเหลือเกิน ไม่สามารถบอกได้เลยว่าตลาดอยากจะเลือกไป
ในทิศทางใด ก็ต้องมาลุ้น มาเชียร์กันว่า วันนี้จะสามารถทะลุเส้น EMA25,75 วัน ขึ้นไปได้หรือไม่ ถ้าหากทะลุขึ้นไปได้
ก็จะทำให้ภาพสัญญาณดูสวยงามขึ้น แต่หากย่อต่อหลุด EMA200 วัน หรือ 900 จุด ลงไป ก็ให้ระวังแรง Panic
ที่จะตามมา ก็เป็นได้
TF60 : ตลอดทั้งสัปดาห์ก่อน ดัชนียังคง Sideway เคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบ (905 - 926 จุด) อย่างไรทิศทาง
ก็ต้องมาดูกันว่า ตลาดจะเลือกทางทิศใด หากวันนี้สามารถขึ้นไปยืนเหนือ 920+ ได้ ในวันถัดไปก็มีความเป็นไปได้ที่จะ
ฟื้นตัวขึ้นไปต่อ และตรงนี้ก็จะกลายเป็น Adam & Eve Double Bottom // แต่ถ้าหากหลุด 905 ลงไป
ก็ให้ระวังแรง Panic ที่จะตามมาก็เป็นได้
Resistance 916 920 926 930 / 1477 1484 1490
Support 905 900 895 890 / 1469 1466 1460
*EOD End of day
ผิดพลาดประการใดโปรดชี้แนะ
สำหรับพี่ๆ น้องๆ ที่ เล่น Put,Call Option ครับ ผมอาจจะไม่ ถนัดด้านนี้
แต่ ในกระทู้นี้ รับรองว่ามี จอมขมังเวทย์ Option เยอะครับ เชิญแชร์ iDea เจ๋งๆ เด็ดๆ / หรือข้อสงสัย สอบถามกันตามสบายเลยครับ