ปลายปีแล้วระวังด้วย แชร์ประสบการณ์แบงค์หลอกขายประกันและตามเงินจนได้คืน

ก่อนอื่นต้องขอบคุณคำแนะนำในชุมชนพันธุ์ทิพย์  กระทู้เด็ดพันธุ์ทิพย์  และที่สำคัญไทยรัฐ TV ออนไลน์ ที่ช่วยออกข่าว  จนถึงเจ้าหน้าที่ คปภ. ทุกท่านที่ช่วยเหลือ ให้คำแนะนำต่างๆ  จนได้เงินคืนครบทุกบาททุกสตางค์ (แม้ไม่ได้ดอกเบี้ย แค่คืนครบหมดเวรหมดกรรมต่อกันก็พอละ)

นานาขอบคุณ

รายละเอียดอ่านได้จากกระทู้เก่า เรื่องเกิดเมื่อปีที่แล้ว...จึงอยากแบ่งปัน
"เครียดมากโดนหลอกให้เปิดบัญชี...แบงค์ใหญ่แค่ไหนก็เชื่อใจไม่ได้ทั้งนั้น!!! ทำไงดีใครก็ได้ช่วยแนะนำด้วยค่ะ"
http://pantip.com/topic/33408521

"ชาวเน็ตโวย โดนหลอกให้เปิดบัญชีเงินฝากประจำพ่วงประกัน"
http://www.thairath.co.th/content/489257

เนื่องจากใกล้ปลายปี  เพิ่งนึกได้ว่าเทศกาลทำประกันเพื่อลดภาษีก็กำลังมา....เจ้าหอบเงิน

เจ้าของกระทู้ไม่รู้ว่าปีนี้ การเปิดบัญชีกับแบงค์จะมีการปรับปรุงระบบให้ดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน จึงอยากจะเตือนผู้อ่านและแบ่งปันประสบการณ์เรื่องแบงค์หลอกขายประกันเมื่อปีที่แล้ว เพื่อเป็นอุทาหรณ์และแนวทางแก้ไขว่าหากเราพลาดโดนหลอกเปิดบัญชีทำประกันไปแล้ว จะยังพอแก้ไขอะไรได้บ้างอย่างไร หากคุณไม่รู้ตัวว่าการเปิดบัญชีของคุณเป็นการทำประกัน ให้ระวังดังนี้

1. เอกสารกรมธรรม์ประกันธนาคารจะถูกส่งมาที่บ้าน หลังคุณเปิดบัญชี ภายใน 15 วันที่เราได้รับ เราควรต้องรีบแจ้งกลับ เพื่อยกเลิกการทำประกันเป็นกฎบังคับ จริง ตามกฎฟรีลุกซ์ อันนี้ปลอดภัยสุด  (ฝากบอกผู้หลักผู้ใหญ่ พ่อแม่โดนหลอกเยอะเพราะทนลูกสงสารพนักงานธนาคารไม่ไหว)เม่าอ่าน

2. กรณีเลย 15 วัน การส่งจดหมายร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ ช่วยเหลือได้ในระดับหนึ่ง แต่อย่าคาดหวังอะไรมาก ต้องดูเป็นกรณีไป และแม้ว่าจะส่งไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยก็ทำได้เพียงรับเรื่องและส่งเรื่องไปถามทางธนาคารต้นเรื่องอีกที  สำหรับกรณีเจ้าของกระทู้ ช่องทางนี้คาดหวังอะไรไม่ได้มากกว่านี้    (มุมมองส่วนตัว แต่ละปีธนาคารได้รายได้จากการทำประกันผ่านธนาคารมหาศาลยังไงเค้าคงไม่ยกเลิกหรอก ผู้สนใจลอง Search หาดูตามข่าวเศรษฐกิจ จะรู้ว่ารายได้มหาศาลจริงๆ)  
ทางที่ดีรีบแจ้ง คปภ. คะ
เม่าขายหมู

3. การร้องเรียนบน Website สาธารณะ ทำได้แต่ห้ามพูดชื่อ ธนาคารตรง ๆ เด็ดขาด เม่าแพนด้า คุณเสี่ยงมากถ้าคุณแพ้และคุณอาจโดนอีกกระทงได้ บางธนาคารโจทก์เยอะ จะมีคนช่วยคุณมากๆ มาร่วมแชร์ประสบการณ์ มีคนดีๆมีน้ำใจ มีความรู้ด้านการเงิน มาแนะนำด้วยความจริงใจ ติดต่อช่วยเหลือหลังไมค์แม้ว่าตุณจะไม่รู้จักเขาก็ตาม แน่นอนว่า คุณอาจได้พบคนที่สงสาร และคนที่ซ้ำเติม คนเก่งวิเคราะห์ทุกเรื่องแต่ไม่ได้ให้ทางออกอะไร คือเข้ามาเม้นท์เอามันส์ (ทำใจร่มๆ อันนี้มีทุกที่คะ)

4. การเข้าพบ คปภ. เตรียมเอกสารให้พร้อม ลำดับเรื่องที่มาที่ไปให้ดี ค่อยๆ ทวนการให้ปากคำ  อ่านให้รัดกุม ทุกภาษาว่าอะไร ไม่ต้องรีบ คปภ.จะรับฟังเรื่องของเรา แต่เค้งก็คงต้องฟังความทั้ง 2 ฝ่าย เผื่อเราเป็นฝ่ายผิดแต่มาแอบอ้าง แล้วธนาคารเป็นฝ่ายถูก  ทาง คปภ. จะเป็นฝ่ายสอบถามไปทาง ธนาคารอีกครั้ง (อ้อ ณ จุดนี้สิ่งทีเป็นเรื่องของความคิดเห็น หรือการใช้ความรู้สึกทางอารมณ์ไม่ช่วยอะไรคะ)เม่าสงสัย

5. กรณีเจ้าของกระทู้พบว่า หลังจากพบ คปภ. ไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่ธนาคารโทรมาแจ้งว่าจะคืนเงินให้ ให้ไปพบกับที่คปภ. เจ้าของกระทู้ดีใจ คิดว่าเรื่องจะจบในไม่ช้า จึงรับนัดไปพบกับคู่กรณี ที่คปภ. พอรับได้ที่ไม่วุ่นวายมาก

6. วันที่ทั้ง 2 ฝ่ายมาไกล่เกลี่ย ซึ่งถ้าท่านมาถึง ณ จุดนี้  ต้องเข้าใจก่อนว่าเหมือนเราขึ้นเวที นาที่เผชิญหน้ากันขอให้คุณเตรียมใจไว้ด้วยว่า คุณกำลังเจอกับมืออาชีพทางการเงิน ดังนั้นหลายอย่างอาจไม่ใช่อย่างที่เราคิด เช่น
เจ้าเริงร่า

   -  กรณีเจ้าของกระทู้คิดว่าจะจบเรื่อง แต่ทางธนาคาร กลับส่งเจ้าหน้าที่ที่ดูแลด้านกฎหมายประกันมา 1 คน พร้อมด้วยทีมบัญชีอีก 2 คน (ทั้ง 3 คนนี้ไม่ใช่พนักงานขายที่ขายเรา ) และที่สำคัญคือมาเพื่อยืนยันว่าไม่คืน และไม่ได้ทำผิดกฎอะไร.... ทุกคนในครอบครัว ยันเจ้าหน้าที่ งงมากเหมือนหนังคนละม้วน (ก็เงินอยู่ในกระเป๋าเข้าแล้วคิดรึว่าจะออกง่ายๆ ) จุดที่เด็ดสุด... Drama ระดับ 10 คือ วันที่เจอคู่กรณี พนักงานขายกับผู้จัดการสาขา มาให้ปากคำ เอา Oscar ไปเลยจ้า  การเล่า Story ของอีกฝ่ายบางทีก็กลายเป็น Strawberryได้  สำหรับกรณีเจ้าของกระทู้ Strawberry อย่างไร ได้แก่  เจ้าหน้าที่ธนาคาร จะให้การว่าตัวเองทำถูกต้อง อธิบายทุกอย่างชัดเจนกับผู้ทำประกันแล้ว ปฎิบัติตาม ขั้นตอนตามกฎระเบียบทุกอย่าง ซึ่งแน่นอนว่าต้องตอบแบบนั้น เพราะถ้าไม่ตอบแปลว่าทำผิดกฎ นอกจากจะถูกถอดถอน และธนาคารจะโดนลงโทษไปด้วย  ดังนั้นคุณจะไม่มีวันได้ยินเรื่องจริงจากอีกฝ่าย
เจ้าคิกคัก
(บางคู่กรณี แทบจะวางมวยกันในห้องทีเดียว  ถ้ามีปืนคงมียิงกันแน่นอน  ไม่แนะนำให้พกอาวุธไป เพราะอาจกลายเป็นอีกคดีแทน)  

7. เมื่อต่างฝ่ายให้ข้อมูลเสร็จ ถ้ามันคือหนังคนละม้วน  แปลว่าเรื่องของคุณไม่อาจจบใน Season เดียว อันนี้ต้องเข้าใจ และต้องเห็นใจ คปภ. เค้าเป็นคนกลาง เค้าไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์แต่ต้องเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทางรอดคือ...ทุกอย่างต้องว่ากันไปตามหลักฐาน  อะไรทีเป็นเรื่องที่เกิดโดยคน 2 คนไม่อาจช่วยได้  **ขอย้ำเรื่องที่เกิดคน 2 คน** คุณไม่อาจอ้างว่าใครพูดอะไรได้เหมือนคน 2 คนต่อยกันไม่มีคนรู้เห็น   นวม

จุดนี้แหละที่เจ้าหน้าที่ธนาคารมั่นใจนักหนา ถึงกับท้าเจ้าของกระทู้ให้ไปฟ้อง คปภ. มาแล้ว ดังนั้นทุกอย่างจึงอยู่ที่หลักฐานเท่านั้น  สำหรับกรณีเจ้าของกระทู้ พนักงานธนาคารและผู้จัดการทำผิดกฎระเบียบการขาย ชัดเจนว่า  
  
7.1 การขายประกันต้องเกิดขึ้นในธนาคาร "ไม่ใช่การขับรถไปนอกธนาคารข้ามจังหวัดไปยัง Site งานที่ระยอง"  
7.2 การให้เจ้าของบัญชีทำสัญญา ต้องอธิบายให้ทราบว่าคุณกำลังทำประกันอันนี้แค่จับเซ็นต์ชื่อเสร็จก็กลับ ไม่ถึง 3 นาที (มาม่ายังไม่สุกเรย) คนเปิดบัญชียังไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำว่าทำประกัน
7.3 รายละเอียดผู้ประกันเป็นอย่างไร ตลอดจนการกรอกข้อมูลถูกกระทำโดยพนักงานธนาคาร เช่นไม่มีญาติป่วยโรคร้ายใดๆ (แต่พ่อสามีเพิ่งผ่าตัดหัวใจ เพราะสูบบุหรี่และกินเหล้า)

ต้องขอบคุณกฎข้อบังคับของ คปภ. ใบแดง

8. แม้ว่าจะมีหลักฐานชัดเจน  อย่าคิดว่าเรื่องจะจบง่ายๆ  เจ้าของกระทู้และครอบครัวต้องไป คปภ. ไม่ต่ำกว่า 3 รอบ ติดตามเรื่องจากนั้นอีกหลายเดือน  จนแทบจะถอดใจ แม้ว่าจะสรุปได้ว่าใครเป็นฝ่ายผิด การจ่ายเงินคืนไม่ง่าย เชื่อไหมว่าที่ คปภ. มีห้องไกล่เกลี่ย ราวๆ 10 ห้องได้ และทุกวันที่เจ้าของกระทู้ไป พบว่ามันเต็มทุกห้อง  ข้อมูลที่ได้รู้เพิ่มคือ แต่ละปีจะมีผู้โดนหลอกซื้อประกัน แต่มีแค่ 10% ของผู้ที่โดนหลอกเท่านั้นที่มาร้องเรียน  (ส่วนใหญ่ผู้ทิ้งเงินจะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ คิดว่าเงิน 1-2 หมื่นบาท จ่ายปี-ไม่เกิน 5 ปี ช่างมันเถอะไม่อยากเอาความ ไม่อยากเสียเวลา หรือไม่ก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร)  คุณรู้ไหมปีนึงรายได้จากการขายประกันผ่านธนาคารราว 3 หมื่นล้าน 10% ผู้ที่โดนหลอกจะเป็นเท่าไหร่ ยังไม่นับคนที่ไม่มาร้องเรียนนะ แถมพนักงานบางธนาคารโดนบังคับขายประกัน หาอ่านเอาตามกระทู้ใน pantip ได้  

9. บอกแล้วว่าคุณกำลังเผชิญหน้ากับมืออาชีพทางการเงิน  ยามเค้าอยากได้เงินคุณเค้าจะพูดจาหว่านล้อมสารพัด เมื่อได้เงินไปแล้วเขี้ยวจะงอก หางจะโผล่  ในวันคืนเงิน เราจะพบว่าเราจะต้องเซ็นต์เอกสารว่าจะไม่เรียกร้องอะไรใดๆ กับทางธนาคารเพิ่มอีกวีไอกับเทคนิค แน่นอนว่าเขาพลาดแต่เห็นไหมว่าเค้ารัดกุมกับเงินของเขามากเราเองก็ต้องระวังของเรา

หวังว่าเรื่องทั้งหมดคงจะพอเตือนทุกท่านที่กำลังมองหาการลดหย่อนภาษี ให้ระวังการเปิดบัญชีต่างๆ ตรวจสอบความชัดเจน หาข้อมูลให้ครบก่อนตัดสินใจ ขอดูเอกสารทุกอย่างให้ครบ แม้ว่าจะพึงระวัง แต่คนเราพลาดได้เพราะเราเจอกับมืออาชีพ ทุกอาชีพมีคนดีและคนไม่ดี ถ้าพลาดมาให้รีบตั้งสติ รวมหลักฐานทุกอย่างที่สำคัญ แล้วรีบแจ้งยกเลิกหรือไม่ก็รีบปรึกษา คปภ.  บางครั้งต้องยอมรับความวุ่นวายบ้าง เพราะเราประมาทหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดวงไม่ดี จะอะไรก็ตาม ทุกสิ่งก็ย่อมต้องมีค่าโง่ ค่าเสียเวลา อันนี้เจ้าของกระทู้ก็รับกรรมเป็นตัวอย่าง  แต่สิ่งนึงคือ...ขอให้เราอย่ายอมปล่อยให้ใครมาเอาเปรียบ ใช้ประโยชน์จากความรู้ไม่เท่าทัน กับน้ำพักน้ำแรงของเราคะ

ขอให้โชคดี ศึกษาทุกเรื่องให้ดีๆ และลดหย่อนภาษีอย่างมีสติคะ

เม่าปัดรังควาน

ปล. ความเห็นส่วนตัว เจ้าของกระทู้อัดคลิปทุกธุรกรรม ลดหย่อนภาษีไว้ ทุกหลักฐานจะช่วยได้ เผื่อบางเรื่องเจ้าหน้าจะได้ Strawberry ไม่ได้แบบที่เจ้าของกระทู้เจอ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่