คือวันนี้เราไปเข้าค่ายธรรมมะเป็นวันสุดท้าย แล้วตอนเช้าเขาให้ตื่นตี 4 ค่ะ พอตื่นมาเราก็ไม่รู้สึกง่วงหรือมึนหัวอะไรปกติดี แต่เราตื่นมาเราก็ปวดท้องเลย ไม่ใช่ปวดท้อง ปจด. นะคะ แล้วครูก็เลยเอายาธาตุน้ำขาวมาให้เรากิน เพราะตอนตี 4.30 พระท่านจะพาเดินไปจุดเทียนถวายความอาลัยที่องค์พระค่ะ
ซึ่งระยะทางจากที่พักถึงองค์พระก็ไม่ไกลมากนะคะประมาณไม่เกิน 1 กม. ค่ะ จากนั้นเมื่อถึงเวลาเราก็เข้าแถวเพื่อเดินเท้าไปยังองค์พระ ตอนนั้นเรารู้สึกปวดท้องอยู่ค่ะ แต่พอเดินได้ แต่ต้องเดินช้าๆและใช้มือกุม เมื่อไปถึงประมาณกลางทางเราก็ต้องเดินเร็วขึ้นค่ะ เพราะเพื่อนข้างหน้าเขาไปไกลแล้ว เดินเร็วไปจนต้องวิ่ง
พอเราวิ่งได้สักพักเราก็รู้สึกหน้ามืดค่ะ มองอะไรไม่เห็น เดินไม่ไหวแล้วต้องจับมือเพื่อนแยกตัวออกมาข้างทางแล้วนั่งลงยองๆ ยืนไม่ได้เลยค่ะ ตอนนั้นมันมึนไปหมดเลย จะร้องไห้เราจึงหาว(ปกติเวลาเราจะร้องไห้เราจะหาวค่ะไม่รู้เป็นอะไร) ใครพูดอะไรก็ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องแล้ว หายใจก็ไม่ออก มีอาการหูอื้อและเหมือนจะขาดใจตายเหมือนเป็นวินาทีสุดท้ายด้วยค่ะ จนครูเอายาดมมาให้ดมแล้วให้ขี่หลังไปเราก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นค่ะ
***ดังนั้นจึงอยากทราบว่า นี่เป็นอาการของโรคร้ายอะไรรึเปล่าคะ? เพราะเราไม่เคยเป็นลมหน้ามืดมาก่อน ขนาดเราไปค่ายลูกเสือวิ่งเร็วกว่านี้ เดินทางไกลกว่านี้เรายังไม่เป็นอะไรเลยค่ะ
อาการแบบนี้คืออาการของโรคอะไรคะ?
ซึ่งระยะทางจากที่พักถึงองค์พระก็ไม่ไกลมากนะคะประมาณไม่เกิน 1 กม. ค่ะ จากนั้นเมื่อถึงเวลาเราก็เข้าแถวเพื่อเดินเท้าไปยังองค์พระ ตอนนั้นเรารู้สึกปวดท้องอยู่ค่ะ แต่พอเดินได้ แต่ต้องเดินช้าๆและใช้มือกุม เมื่อไปถึงประมาณกลางทางเราก็ต้องเดินเร็วขึ้นค่ะ เพราะเพื่อนข้างหน้าเขาไปไกลแล้ว เดินเร็วไปจนต้องวิ่ง
พอเราวิ่งได้สักพักเราก็รู้สึกหน้ามืดค่ะ มองอะไรไม่เห็น เดินไม่ไหวแล้วต้องจับมือเพื่อนแยกตัวออกมาข้างทางแล้วนั่งลงยองๆ ยืนไม่ได้เลยค่ะ ตอนนั้นมันมึนไปหมดเลย จะร้องไห้เราจึงหาว(ปกติเวลาเราจะร้องไห้เราจะหาวค่ะไม่รู้เป็นอะไร) ใครพูดอะไรก็ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องแล้ว หายใจก็ไม่ออก มีอาการหูอื้อและเหมือนจะขาดใจตายเหมือนเป็นวินาทีสุดท้ายด้วยค่ะ จนครูเอายาดมมาให้ดมแล้วให้ขี่หลังไปเราก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นค่ะ
***ดังนั้นจึงอยากทราบว่า นี่เป็นอาการของโรคร้ายอะไรรึเปล่าคะ? เพราะเราไม่เคยเป็นลมหน้ามืดมาก่อน ขนาดเราไปค่ายลูกเสือวิ่งเร็วกว่านี้ เดินทางไกลกว่านี้เรายังไม่เป็นอะไรเลยค่ะ