
เริ่มต้นจากตัวบ้านก่อนนะครับ ต้องบอกว่าก่อนแต่งบ้าน ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเก็บใว้ รูปนี้ต้องไปก๊อบเค้ามาเพื่อเอามาเปรียบเทียบให้ทุกท่านเห็นภาพ Before & After
อย่างที่แจ้งใว้ด้านบนครับ ตัวบ้านตอนซื้อมาใหม่ๆคือเป็นบ้านเดี่ยว สองชั้นภายในเนื่อที่ 53 ตรว. ภายนอกตัวบ้านแถมต้นปาล์มสามต้น ภายในมีผนังกับฝ้าที่ทาสีขาวใว้ให้ พร้อมไฟนีออนกลมติดเพดานอีกห้องละ 1 ดวง

ทำนองนี้ครับ
ขออนุญาตไม่เรียงตามระยะเวลาก่อนหลังนะครับ เพราะค่อยๆแต่งมาเรื่อยๆ ใช้เวลาวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ลงมือเก็บเล็กเก็บน้อย หลายๆขั้นตอนก็ลืมๆไปบ้าง สลับกัน เอาเป็นว่าเจอรูปใหนก็อธิบายรูปนั้นนะครับ

ขอเริ่มจากห้องนั่งเล่นนะครับ จากห้องสี่เหลี่ยมยาวๆ ผนังขาวๆ ไฟนีออนกลมๆ ผมลงทุนก่ออิฐเป็นประตูโค้งเพื่อกั้นระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องทานอาหารให้เป็นสัดส่วน ใหนๆก่อผนังโค้งแล้วก็ทำเป็นเตาผิงซะเลย
ส่วนที่ก่อก็ทำกันเองครับ สองคนแม่ลูก ไม่มีช่างปนเลย เตาผิงจขกททำเองล้วนๆ ซื้อกระเบื้องปูพื้นมาวางบนกรอบไม้ปิดของด้วยไม้บัวทาสีดำ กลไกเตาผิงเป็นของปลอมนะครับ ทำจากพัดลมเป่าคอมพ์ตัวละสองร้อยเอาแบบที่ไม่ต้องผ่านหม้อแปลง ต่อผ่านดิมเมอร์เพื่อปรับความแรงได้ ติดตั้งใว้ในเตาผิงโดยเอาผ้าแพรสีเหลืองๆส้มๆมาแปะใว้บนพัดลม ด้านล่างก็เอาไฟฮาโลเจนส่องให้แสงกระทบกับผ้า เปิดสวิทช์ลมจะพัดผ้าแพรสะบัดพร้อมไฟที่ส่งมาจากด้านล่าง ถ้าไม่สังเกตก็เปลวไฟดีๆนี่เองครับ จะเอาไฟแรงไฟค่อยก็หมุนดิมเมอร์เอา
มุมห้องจะเห็นรูปปั้นเดวิดไม้สัก ฝีมือพ่อแม่จขกทแกะด้วยกันสมัยทั้งสองท่านเรียนเพาะช่างครับ จขกทเคยลองดีตอนเด็กขึ้นไปยืนบนหัว ตกดึกนอนไม่ได้ ปวดหัวเหมือนมีใครมาเหยียบ คุณแม่นึกได้ให้ไปใหว้ขอโทษเดวิด หายเป็นปลิดทิ้งเลยครับ

อันนี้มองอีกมุมนึงครับ ม่านสีเขียวซื้อจากโฮมโปร จำได้ว่าผืนละเจ็ดแปดร้อย ราวม่านซื้อจากร้านไม้แถวบ้านที่เค้ากลึงสำเร็จใว้แล้ว เลือกที่ท่อนใหญ่ๆหน่อย ดูแข็งแรงดี จขกทปีนติดตั้งเองครับ ไม่เสียตังจ้างช่าง

มุมน้ำชา เนื่องจากมีคนแอบเห็นแล้วไปบอกต่อๆกัน จนมีคนมาขอดูบ้านบ่อยๆ ตัวจขกทเช้าก็ออกทำงานเย็นๆกลับมาคุณแม่จะเล่าให้ฟังบ่อยๆว่ามีคนมาด้อมๆมองๆที่หน้าบ้าน แม่เลยเชิญเข้ามาข้างใน บ่อยๆเข้าเลยมีโต๊ะนำชาใว้ชงรับแขกซะเลย

อีกมุมของห้องนั่งเล่นครับ ชั้นวางทีวีก็ทำกันเองสองคนแม่ลูก เริ่มจากคุณแม่ไปได้ไม้เก่ามาจากจตุรจักร จขกทเลยยึดมาแปรรูปเป็นชั้นวางทีวีซะเลย เสากลมๆก็ซื้อจากร้านไม้เจ้าเดิมที่ทำราวม่าน แต่เอาท่อนใหญ่กว่า
ของตกแต่งจุกๆจิกๆก็สะสมมาเรื่อยๆครับ ไม่ใช่ของแพง จานที่แปะผนังก็ร้านขายจานที่แฟชั่นไอส์แลนด์ ใบละสองร้อยกว่าบาท

มุมนี้มองเข้าไปจะเห็นทะลุไปถึงส่วนที่เป็นห้องทานข้าว มีชั้นเก็บใวน์ (คุณแม่เรียกชั้นวางขวดน้ำปลา) ดูหรูหรา แต่จริงๆจะบอกว่าลงทุนน้อยมาก ซื้อชั้นวางขวดมาจากไอเกียอันละสามร้อยกว่าบาทมาวางต่อๆกัน เอาไม้บัวที่เอาใว้เก็บมุมยึดขาตั้งของแต่ละชั้นให้ต่อๆกันเป็นแนวยาว ตั้งขึ้นโดยใช้เหล็กตัวแอลยิงยึดขาด้านที่ติดผนังด้วยพุกให้ติดกับกำแพง รับรองความปลอดภัย ไม่ล้มแน่นอนครับ ไวน์ที่เก็นก็มีทั้งถูกและแพง มีกรองครูส์ปนมาสองสามตัวเก็บมาสิบกว่าปีไม่กล้าเปิด ปีเตอร์เวลล่าขวดละ 299 ก็มีนะครับ ทานง่าย

เล่นไลท์ติ้งส่องมาจากด้านล่าง ดู(เหมือนจะ)แพง
มองทะลุไปเห็นห้องครัวแว๊บๆ พรุ่งนี้มาต่อห้องครัวครับ
[SR] แต่งบ้านสไตล์อังกฤษ ด้วยตัวเอง
เริ่มต้นจากตัวบ้านก่อนนะครับ ต้องบอกว่าก่อนแต่งบ้าน ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเก็บใว้ รูปนี้ต้องไปก๊อบเค้ามาเพื่อเอามาเปรียบเทียบให้ทุกท่านเห็นภาพ Before & After
อย่างที่แจ้งใว้ด้านบนครับ ตัวบ้านตอนซื้อมาใหม่ๆคือเป็นบ้านเดี่ยว สองชั้นภายในเนื่อที่ 53 ตรว. ภายนอกตัวบ้านแถมต้นปาล์มสามต้น ภายในมีผนังกับฝ้าที่ทาสีขาวใว้ให้ พร้อมไฟนีออนกลมติดเพดานอีกห้องละ 1 ดวง
ทำนองนี้ครับ
ขออนุญาตไม่เรียงตามระยะเวลาก่อนหลังนะครับ เพราะค่อยๆแต่งมาเรื่อยๆ ใช้เวลาวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ลงมือเก็บเล็กเก็บน้อย หลายๆขั้นตอนก็ลืมๆไปบ้าง สลับกัน เอาเป็นว่าเจอรูปใหนก็อธิบายรูปนั้นนะครับ
ขอเริ่มจากห้องนั่งเล่นนะครับ จากห้องสี่เหลี่ยมยาวๆ ผนังขาวๆ ไฟนีออนกลมๆ ผมลงทุนก่ออิฐเป็นประตูโค้งเพื่อกั้นระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องทานอาหารให้เป็นสัดส่วน ใหนๆก่อผนังโค้งแล้วก็ทำเป็นเตาผิงซะเลย
ส่วนที่ก่อก็ทำกันเองครับ สองคนแม่ลูก ไม่มีช่างปนเลย เตาผิงจขกททำเองล้วนๆ ซื้อกระเบื้องปูพื้นมาวางบนกรอบไม้ปิดของด้วยไม้บัวทาสีดำ กลไกเตาผิงเป็นของปลอมนะครับ ทำจากพัดลมเป่าคอมพ์ตัวละสองร้อยเอาแบบที่ไม่ต้องผ่านหม้อแปลง ต่อผ่านดิมเมอร์เพื่อปรับความแรงได้ ติดตั้งใว้ในเตาผิงโดยเอาผ้าแพรสีเหลืองๆส้มๆมาแปะใว้บนพัดลม ด้านล่างก็เอาไฟฮาโลเจนส่องให้แสงกระทบกับผ้า เปิดสวิทช์ลมจะพัดผ้าแพรสะบัดพร้อมไฟที่ส่งมาจากด้านล่าง ถ้าไม่สังเกตก็เปลวไฟดีๆนี่เองครับ จะเอาไฟแรงไฟค่อยก็หมุนดิมเมอร์เอา
มุมห้องจะเห็นรูปปั้นเดวิดไม้สัก ฝีมือพ่อแม่จขกทแกะด้วยกันสมัยทั้งสองท่านเรียนเพาะช่างครับ จขกทเคยลองดีตอนเด็กขึ้นไปยืนบนหัว ตกดึกนอนไม่ได้ ปวดหัวเหมือนมีใครมาเหยียบ คุณแม่นึกได้ให้ไปใหว้ขอโทษเดวิด หายเป็นปลิดทิ้งเลยครับ
อันนี้มองอีกมุมนึงครับ ม่านสีเขียวซื้อจากโฮมโปร จำได้ว่าผืนละเจ็ดแปดร้อย ราวม่านซื้อจากร้านไม้แถวบ้านที่เค้ากลึงสำเร็จใว้แล้ว เลือกที่ท่อนใหญ่ๆหน่อย ดูแข็งแรงดี จขกทปีนติดตั้งเองครับ ไม่เสียตังจ้างช่าง
มุมน้ำชา เนื่องจากมีคนแอบเห็นแล้วไปบอกต่อๆกัน จนมีคนมาขอดูบ้านบ่อยๆ ตัวจขกทเช้าก็ออกทำงานเย็นๆกลับมาคุณแม่จะเล่าให้ฟังบ่อยๆว่ามีคนมาด้อมๆมองๆที่หน้าบ้าน แม่เลยเชิญเข้ามาข้างใน บ่อยๆเข้าเลยมีโต๊ะนำชาใว้ชงรับแขกซะเลย
อีกมุมของห้องนั่งเล่นครับ ชั้นวางทีวีก็ทำกันเองสองคนแม่ลูก เริ่มจากคุณแม่ไปได้ไม้เก่ามาจากจตุรจักร จขกทเลยยึดมาแปรรูปเป็นชั้นวางทีวีซะเลย เสากลมๆก็ซื้อจากร้านไม้เจ้าเดิมที่ทำราวม่าน แต่เอาท่อนใหญ่กว่า
ของตกแต่งจุกๆจิกๆก็สะสมมาเรื่อยๆครับ ไม่ใช่ของแพง จานที่แปะผนังก็ร้านขายจานที่แฟชั่นไอส์แลนด์ ใบละสองร้อยกว่าบาท
มุมนี้มองเข้าไปจะเห็นทะลุไปถึงส่วนที่เป็นห้องทานข้าว มีชั้นเก็บใวน์ (คุณแม่เรียกชั้นวางขวดน้ำปลา) ดูหรูหรา แต่จริงๆจะบอกว่าลงทุนน้อยมาก ซื้อชั้นวางขวดมาจากไอเกียอันละสามร้อยกว่าบาทมาวางต่อๆกัน เอาไม้บัวที่เอาใว้เก็บมุมยึดขาตั้งของแต่ละชั้นให้ต่อๆกันเป็นแนวยาว ตั้งขึ้นโดยใช้เหล็กตัวแอลยิงยึดขาด้านที่ติดผนังด้วยพุกให้ติดกับกำแพง รับรองความปลอดภัย ไม่ล้มแน่นอนครับ ไวน์ที่เก็นก็มีทั้งถูกและแพง มีกรองครูส์ปนมาสองสามตัวเก็บมาสิบกว่าปีไม่กล้าเปิด ปีเตอร์เวลล่าขวดละ 299 ก็มีนะครับ ทานง่าย
เล่นไลท์ติ้งส่องมาจากด้านล่าง ดู(เหมือนจะ)แพง
มองทะลุไปเห็นห้องครัวแว๊บๆ พรุ่งนี้มาต่อห้องครัวครับ