#ผมขอแชร์ครับ มันคือเรื่องการจับหนู ผมเห็นน้องชายของผม มีความมุ่งมั่นที่จะจับหนู เพราะที่ออฟฟิตเริ่มมีข้อสังเกตให้เห็นหลายอย่าง ว่ามีหนูแน่ๆ
นั่นก็คือ แม่บ้านที่บริษัทของผม ทำความสะอาด แล้วพบว่า มักมีเปลือกกล้วย ชิ้นกล้วย มาโผล่อยู่ตามใต้โต๊ะ
ซึ่งมันก็คือ "กล้วยหอม" ที่ผมชอบซื้อ มาจากร้านสะดวกซื้อ อยู่เป็นประจำ และมักจะวางทิ้งไว้ในห้องครัว เพราะผมชอบออกกำลังกายและทานมันเพื่อเพิ่มพลังงาน ซึ่งบางครั้ง จำได้ก็จะรีบกินทันที ถ้าจำไม่ได้เลย ก็ปล่อยทิ้งไว้จนเน่า หรือ ไม่ก็อาจกลายเป็นอาหารอันโอชะของเจ้าหนูตัวนี้ไป
น้องผมจึงใช้ไส้กรอก และ หมูปิ้ง เป็นเหยื่อ เพราะ เป็นวิธีที่จับได้ผลมาตลอด แต่กลับเจ้าหนูตัวล่าสุด ผ่านมาเกือบจะ 2 อาทิตย์ เหยื่อแบบเดิมกลับใช้ไม่ได้ผล (จับยากชะมัด) เพราะ แม่บ้านมารายงานทุกวัน ว่า ขยะถูกคุ้ย หกเลอะเทอะ กัดนู้น กัดนี่ ทำให้เหมือนพวกเรา ถูกบีบคั้น ว่า ต้องทำอะไรสักอย่างหนึ่ง ในการแก้ปัญหานี้
ผมจึงแนะนำน้อง ให้ลองเปลี่ยนเป็นกล้วยหอมดู ผลที่ออกมาก็คือ เราก็ยังโต้เถียงกันไปกันมาอยู่ดี ว่าวิธีการของใครดีกว่าอย่างไร? โดยไม่ฟังคำจากแม่บ้านที่แนะนำว่า "ลองใช้ปลาทูดู" (ผมแอบคิด ในใจว่า หนูนะ ไม่ใช่แมว)
ในที่สุดผมก็ตัดสินใจทำเองซะเลย และผมก็เพิ่งรู้ตัวว่า ผมไม่เคยรู้เลย ว่าการเปิดกรงดักหนู และใส่เหยื่อ มันต้องทำอย่างไร
ผมจึงเรียกน้องชายให้มาสอนผม และพร้อมเรียนรู้การใส่เหยื่อในกรงอย่างถูกต้องเป็นครั้งแรกอย่างตั้งใจ
เมื่อถึงเช้าวันใหม่ ผมเข้ามาในออฟฟิศ แล้วก็พบว่า มีหนูตัวใหญ่มากติดอยู่ในกรง ผมดีใจมาก ที่การจับหนูครั้งแรกในชีวิตเป็นผลสำเร็จ ผมรีบไปบอกน้อง น้องผมเงียบ และไม่พูดอะไร (ผมคิดว่า เขายอมรับวิธีการนี้แล้วละ)
ผมคิดว่า กล้วยหอมอาจไม่สามารถใช้ได้ผลกับทุกบ้านนะครับ น่าจะเป็นเพราะ หนูมันใช้สัญชาตญาณของตัวเองในการเอาชีวิตรอด ว่ากินกล้วยจะไม่ถูกจับเหมือนกินไส้กรอก และหมูปิ้ง
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
1. อย่าหวังผลลัพธ์เดิมๆ จากการกระทำแบบเดิมๆ ลองเปลี่ยนวิธีการดู
2. อย่าคิดว่ารู้ดี จนกว่าจะได้ลงมือทำ
3. หัดลองเปิดใจรับฟังคนอื่นบ้าง
4. บางครั้ง ปัญหาจุดเล็กๆ ก็สร้างความรำคาญใจให้กับเราได้เหมือนกัน ดังนั้น ต้องรีบแก้ไข
5.การมีปัญหาก็มีประโยชน์ เพราะทำให้เกิดการสามัคคี
และถ้าครั้งนี้ กล้วยหอมมันไม่ได้ผลจริงๆ ผมคงต้องเชื่อแม่บ้านแล้วละ
ส่วนเจ้าหนูตัวนั้น ก็ไม่ได้ฆ่ามันนะครับ ผมนำไปปล่อยในที่ไกลๆ ให้มันไปลุยใช้ชีวิตใหม่ของมันต่อไป โชคดีนะ!!
วันต่อมา ผมก็ลืมกล้วยหอมไว้ในห้องครัวตามเดิม แต่ไม่มีใครเอากล้วยหอมของผมไป หลังจากมาอ่าน comment ที่ได้แชร์ ทำให้คิดได้ว่า เราอาจคิดไปเอง แต่จริงๆ เราเอาชนะน้องอีกแล้ว ผมจึงรีบไปขอโทษ และถามน้องตรงๆว่า ที่เงียบไป ความหมายจริงๆที่เขาคิดอยู่ คือ อะไร ? เขาตอบว่า ไม่ได้รู้สึกว่า ผมข่มเขา ดีใจที่รู้จักหัดทำเอง และช่วยกัน
(บทความนี้ ได้รับการปรับแก้เพิ่มเติม จากคำแนะนำของคุณ Fiorina ขอบคุณมากๆครับ)
เวลาเจอหน้าเขาทีไร ต้องจบด้วยการทะเลาะกันอยู่เสมอ ไม่เคยเลยที่จะได้พูดกันดีๆ ทำไงดี? ผมมีวิธีแก้
นั่นก็คือ แม่บ้านที่บริษัทของผม ทำความสะอาด แล้วพบว่า มักมีเปลือกกล้วย ชิ้นกล้วย มาโผล่อยู่ตามใต้โต๊ะ
ซึ่งมันก็คือ "กล้วยหอม" ที่ผมชอบซื้อ มาจากร้านสะดวกซื้อ อยู่เป็นประจำ และมักจะวางทิ้งไว้ในห้องครัว เพราะผมชอบออกกำลังกายและทานมันเพื่อเพิ่มพลังงาน ซึ่งบางครั้ง จำได้ก็จะรีบกินทันที ถ้าจำไม่ได้เลย ก็ปล่อยทิ้งไว้จนเน่า หรือ ไม่ก็อาจกลายเป็นอาหารอันโอชะของเจ้าหนูตัวนี้ไป
น้องผมจึงใช้ไส้กรอก และ หมูปิ้ง เป็นเหยื่อ เพราะ เป็นวิธีที่จับได้ผลมาตลอด แต่กลับเจ้าหนูตัวล่าสุด ผ่านมาเกือบจะ 2 อาทิตย์ เหยื่อแบบเดิมกลับใช้ไม่ได้ผล (จับยากชะมัด) เพราะ แม่บ้านมารายงานทุกวัน ว่า ขยะถูกคุ้ย หกเลอะเทอะ กัดนู้น กัดนี่ ทำให้เหมือนพวกเรา ถูกบีบคั้น ว่า ต้องทำอะไรสักอย่างหนึ่ง ในการแก้ปัญหานี้
ผมจึงแนะนำน้อง ให้ลองเปลี่ยนเป็นกล้วยหอมดู ผลที่ออกมาก็คือ เราก็ยังโต้เถียงกันไปกันมาอยู่ดี ว่าวิธีการของใครดีกว่าอย่างไร? โดยไม่ฟังคำจากแม่บ้านที่แนะนำว่า "ลองใช้ปลาทูดู" (ผมแอบคิด ในใจว่า หนูนะ ไม่ใช่แมว)
ในที่สุดผมก็ตัดสินใจทำเองซะเลย และผมก็เพิ่งรู้ตัวว่า ผมไม่เคยรู้เลย ว่าการเปิดกรงดักหนู และใส่เหยื่อ มันต้องทำอย่างไร
ผมจึงเรียกน้องชายให้มาสอนผม และพร้อมเรียนรู้การใส่เหยื่อในกรงอย่างถูกต้องเป็นครั้งแรกอย่างตั้งใจ
เมื่อถึงเช้าวันใหม่ ผมเข้ามาในออฟฟิศ แล้วก็พบว่า มีหนูตัวใหญ่มากติดอยู่ในกรง ผมดีใจมาก ที่การจับหนูครั้งแรกในชีวิตเป็นผลสำเร็จ ผมรีบไปบอกน้อง น้องผมเงียบ และไม่พูดอะไร (ผมคิดว่า เขายอมรับวิธีการนี้แล้วละ)
ผมคิดว่า กล้วยหอมอาจไม่สามารถใช้ได้ผลกับทุกบ้านนะครับ น่าจะเป็นเพราะ หนูมันใช้สัญชาตญาณของตัวเองในการเอาชีวิตรอด ว่ากินกล้วยจะไม่ถูกจับเหมือนกินไส้กรอก และหมูปิ้ง
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
1. อย่าหวังผลลัพธ์เดิมๆ จากการกระทำแบบเดิมๆ ลองเปลี่ยนวิธีการดู
2. อย่าคิดว่ารู้ดี จนกว่าจะได้ลงมือทำ
3. หัดลองเปิดใจรับฟังคนอื่นบ้าง
4. บางครั้ง ปัญหาจุดเล็กๆ ก็สร้างความรำคาญใจให้กับเราได้เหมือนกัน ดังนั้น ต้องรีบแก้ไข
5.การมีปัญหาก็มีประโยชน์ เพราะทำให้เกิดการสามัคคี
และถ้าครั้งนี้ กล้วยหอมมันไม่ได้ผลจริงๆ ผมคงต้องเชื่อแม่บ้านแล้วละ
ส่วนเจ้าหนูตัวนั้น ก็ไม่ได้ฆ่ามันนะครับ ผมนำไปปล่อยในที่ไกลๆ ให้มันไปลุยใช้ชีวิตใหม่ของมันต่อไป โชคดีนะ!!
วันต่อมา ผมก็ลืมกล้วยหอมไว้ในห้องครัวตามเดิม แต่ไม่มีใครเอากล้วยหอมของผมไป หลังจากมาอ่าน comment ที่ได้แชร์ ทำให้คิดได้ว่า เราอาจคิดไปเอง แต่จริงๆ เราเอาชนะน้องอีกแล้ว ผมจึงรีบไปขอโทษ และถามน้องตรงๆว่า ที่เงียบไป ความหมายจริงๆที่เขาคิดอยู่ คือ อะไร ? เขาตอบว่า ไม่ได้รู้สึกว่า ผมข่มเขา ดีใจที่รู้จักหัดทำเอง และช่วยกัน
(บทความนี้ ได้รับการปรับแก้เพิ่มเติม จากคำแนะนำของคุณ Fiorina ขอบคุณมากๆครับ)