เรียนท่านผู้อ่านทุกท่านคะ
เรื่องที่เขียนมาจากชีวิตของตัวข้าพเจ้าเอง จากประสบการณ์จริง ที่มีเจตนาให้ ผญ ทุกคนรักตัวเองกับลูกให้มาก และเตือนสติว่าอย่ารักและไว้ใจ ผช ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีคะ ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนนะคะ ฉันชื่อ ญ คะ อายุ 36 ปี ปัจจุบันมีบุตร 2คน คนโต ผญ คนเล็ก ผช ความฝันของ ผญ ทุกคนก็คือ มีครอบครัวที่ดีและอบอุ่นใช่มั้ยคะ ฉันเคยมีคะแต่ตอนนี้ได้ถูก ผช คนนึงมันทำร้ายและทำลายความฝันของฉันลงคะ ผช คนนั้นก็คือ คนที่เป็นพ่อของลูกฉันนั้นเอง ฉันแต่งงานอยู่กินมากับเขา 13ปี สามีของฉันเป็นคนเพชรบูรณ์คะ ฐานนะทางบ้านยากจน ตัวเขามาอยู่กรุงเทพกับพี่สาวเขาก็ทำงานไปเรียนไปตอนที่เจอกัน เราคบกับไม่นานเจอกันครั้งแรกที่เซนทรัลปิ่นเกล้าวันที่ 29 ธค 2545 และเราก็แต่งงานกันวันที่ 21 มค 2546 ตอนนั้นฉันทำงานเป็นซัพให้กับธนาคารแห่งนึง เขาอายุน้อยกว่าฉัน 2ปี ด้วยครอบครัวและวัฒนธรรมที่ต่างกัน ฉันครอบครัวคนจีน เขาจะออกไปทางอีสานหน่อย แต่ก็ปรับตัวเขาหากัน สามีฉันเปนคนหน้าตาดี มาดดี บุคคลิกดี แต่งตัวพูดจาดูดีไปหมดคะ แต่ด้วยระยะเวลาพอเรียนจบได้ทำงานที่ดีๆ สันดานและนิสัยที่แท้จริงก็เริ่มออก ทำงานที่แรกก็เปนฝ่ายบุคคลของบริษัทมหาชนแห่งนึง อยู่ไปไม่นานก็หาเรื่องมาเลิกกับฉันเพราะไปกิ๊กกับรุ่นพี่บัญที่ทำงานด้วยกัน พอจับได้ให้เลิกก็จบไปถ้าไม่เลิกก็ต้องออกงานทั้งคู่ ทำที่นี้ได้ประมาณ 5ปี ก็เปลี่ยนงานใหม่ เพราะอยากได้งานที่มีเงินเดือนสูงขึ้น ที่ใหม่ก็เปนฝ่ายบุคคลเหมือนเดิมคะ แต่ที่นี้ได้ใจเขายิ่งกว่าเงินเดือนเยอะแถมยังได้หยุดเสาร์อาทิตย์อีกคะ ทำได้สักระยะนึงก็มี ผญ โทรมาหาบอกขอซิ้อผัวฉันในราคา 5แสนบาท อีคนนี้เปนพยาบาลคะอยู่แถวๆบางปู สมุทรปราการมันเจอกันทางบีทอล์คคะ ฉันตกลงขายเพื่อเอาเงินมาใช้หนี้และไม่อยากเสียใจกับผัว

ๆคนนี้อีก แต่มันไม่ไปคะมันบอกเลือกครอบครัวก็จบให้อภัยกันไป ทำงานที่นี้ได้3ปีกว่าก็ออกจากงานเพราะมันบอกไม่ถูกกับหัวหน้าคนใหม่ ออกจากงานสิ้นเดือน มีค ที่ผ่านมา ที่ต้องระบุเดือนเพื่อทุกคนจะได้รู้ถึงจุดเปลี่ยนคะ ก่อนหน้าที่มันจะออกจากงานมันก็บอกว่าจะไปหาดูที่ขายกาแฟแถวๆ นครนายก ก็ถามไปว่าจะไปขายจริงเหรอทำไมต้องไปแถวนั้น มันบอกว่าน้องที่ทำงานมีญาติคนรู้จักอยู่แถวๆนั้น แพลนมันว่ารับโบนัสใหญ่สิ้นเดือน มีค ก็จะไปขายเลยมีทุนสักก้อน ให้ฉันทำงานเป็นหลักอยู่บ้านกับลูกทางนี้ ส่วนตัวมันจะไปขายของทางนู้นเอง ปลายๆเดือน มีค มันก็เริ่มหาเรื่องทะเลาะ และก็วันที่ 2เมย.พาไปหย่าที่อำเภออ้างเรื่องภาษีว่าเบิกคืนได้น้อยเพราะเมียมีรายได้ ตอนนั้นก็ไปหย่าแบบงงนะคะแต่ก็ตัดปัญหาเหนมันบ่นอยู่นั้นรำคาญ ตกงานอยู่ 2เดือน เมย. พค. ระหว่างนั้นมันก็ชอบไปหาสมัครงานตาม ตจว มันบอกว่ากระทรวงนั้นนี้เปิดรับสมัคร ไปที่ 3-4วัน ค้างตามจังหวันต่างๆมั้ง ก็คิดแต่ว่ามันอยากทำงานราชการก็ช่างมัน เหนมันไม่มีงานทำก็ไม่อยากไปเซ้าซี้ พอเดือน มิย. มันได้งานใหม่เป็นฝ่ายบุคคลเหมือนเดิมคะช่องเคเบิ้ลจีน แรกๆก็ไปทำงานแถวๆพระราม3ตรงถนนตก พอทำได้ถึงสิ้นเดือนที่ทำงานก็ย้ายไปอยู่แยกกรุงเทพกรีฑา คราวนี้บอกไปกลับเหนื่อยเปลือง คชจ ขอไปเช่าห้องอยู่แถวๆนั้น วันไปหาห้องเช่ามันก็พาฉันกับพี่สาวมันไปดูด้วย มันบอกว่าบริษัทมีงบให้เช่าห้อง 5พันบาท เดือน กค. มันได้ห้องเช่าแต่มันไม่เคยพาไป พอวันที่ 2สค. เปนวันวิปโยกของฉันกับลูก มันขอเลิกฉันลางานตั้งแต่4โมงเยนนั่งรถตู้ไปหามันที่ทำงาน นั่งรอมันอยู่ฝั่งตรงข้ามตรงวินมอไซถึงทุ่มครึ่ง ไลน์ถามว่ากลับห้องยังมันบอกกำลังจะกลับ นั่งรออยู่สักพักนึงโทรถามเท่านั้นแหละ มันด่าสะมันบอกมาทำไมก็คุยกันแล้ว คือมันบอกเลิกฉันตอนเช้า ฉันบอกมันว่ามาหามาคุย จริงๆก็จะมาขอร้องมันนั่นแหละว่าอย่าเลิกเลย ก็ไปนั่งรอมันอยู่ใต้ตึกห้องเช่าจนเกือบ4ทุ่ม โทรหามันหาแม่มันนั่งร้องไห้เหมือนคนบ้า พอมันมาถึงพาขึ้นห้องมันอาละวาดใส่จะเอาตระกร้าผ้ามาตี บอกมัมว่าทำเลยยอมทุกอย่าง ถามมันว่าฉันทำไรผิด ฉันผิดตรงไหน ฉันจะปรับปรุงตัว มันบอก ไม่ผิด เปนเมียเปนแม่ที่ดีมาตลอด แต่กูเบื่อชีวิตคู่ อยากใช้ชีวิตคนเดียว อยากทำไรคนเดียว ไม่ต้องห่วงไม่ต้องบอกโทรรายงานใคร ก็ถามมันทำไมไม่บอกตั้งหลายปีก่อน มันบอกเคยรักแต่ตอนนี้มันไม่ได้รักแล้ว ตอนได้ยินจากปากมันอึ้งไปเลยไม่คิดว่าคำพูดเหล่านี้จะออกมาจาก ผช ที่เปนผัวและพ่อของลูก ที่หวังจะฝากชีวิตและอนาคตไว้ด้วย คืนนั้นมันก็พยายามไล่ให้ฉันกลับบ้าน แต่ฉันกลับไม่ไหวมันมืดแล้วและค่าแท็กซี่ก็แพงจากแยกกรุงเทพกรีฑามาไทรน้อยก็ตั้งหลายบาท ก็ได้นอนค้างที่ห้องกับมันเปนคืนสุดท้าย มันก็ลงไปซื้อข้าวกับน้ำที่เซเว่นมาให้กิน แต่วันนั้นเปนวันเงินเดือนออกของมัน แม้แต่เงินสักบาทยังไม่ได้จากมันเลย เช้าออกมาพร้อมกันมันยืนส่งเรียกวินมอไซให้ ยืนอยู่ด้านหลังมองตั้งแต่หัวจดเท้า และก็พูดกับตัวเองในใจว่าจะไม่มี ผช คนนี้อยู่ในชีวิตแล้วเหรอ พอนั่งวินเท่านั้นแหละมองมันจนหลับสายตาก็ร้องไห้ถึงหน้าปากซอย หลังจากกลับมาบ้านก็นอนร้องไห้อยู่หลายคืน ก็ตัดสินใจย้ายไปอยู่ข้างนอกเพราะทนเห็นภาพเดิมๆ ไม่ไหว มีแวบนึงคิดสั้นจะฆ่าตัวตายแต่พอนึกถึงลูกก็มีสติขึ้นมา ผ่านไปหลายวันก็เริ่มติดต่อไม่ได้เปลี่ยนเบอร์หมด วันที่ 9สค ก็เลยตัดสินใจไปหาที่ทำงานเพราะก่อนหน้านี้ได้คุยให้ไปเซนที่โรงพักเรื่องทรัพย์สินหนี้สิ้นต่างๆ แต่ไปหาที่ทำงานไม่เจอเขาบอกว่าลามาเคลียเรื่องครอบครัว ก็เลยได้คุยกับหัวหน้าของมันพร้อมลูกน้องอีกคน ก็ถามเขาทุกเรื่องอ่ะคะ เรื่องเงินเดือนว่าได้เท่าไรเพราะคนเปนเมียไม่เคยเหนสลิป มีสวัสดิการบ้านเช่ามั้ย มีรถประจำแต่งหรือป่าว มีงานต้องไปทำเสาร์อาทิตย์จริงมั้ย คำตอบตรงกันข้ามกันหมดทุกอย่างที่มันบอกฉันมันแต่งเรื่องโกหกทั้งนั้น หลังจากออกจากที่ทำงานมันก็ไปหามันที่ห้องไม่เจอ สักพักก็ติดต่อมันได้ให้มันไปเจอที่ สน. หัวหมาก ก็นั่งรอมันถึง 4โมงเยนมันก็มา ตกลงเรื่องบ้าน รถ2คัน หนี้สินทั้งหมดและก็ลูก ทุกอย่างมันก็สักแต่เซนๆไปเพื่อให้มันจบ แต่มันไม่ทำตามสักข้อตามที่ตกลงไว้ เลิกกับมาได้ 3พย. นี้ ก็ 3เดือนเต็ม ก็มานั่งคิดดูว่ามันต้องมีคนใหม่แน่ๆ แต่คนนี้คือใคร ก็ไปสงสัยน้องที่มันสนิทที่อยู่บัญชี (ถ้าเขาได้อ่านก็ขอโทษเขาด้วยคะ) แต่ไม่ใช่ วันที่ 29-30 ตค.ที่ผ่านมามันกลับเพชรบูรณ์กับพี่สาวมันพร้อมกับเปิดตัวเมียใหม่ของมันชื่อ อีครูดาว พอฉันรู้ว่าชื่อครูดาวเท่านั่นแหละคะ หายโง่ขึ้นมาเลย อีครูดาวมันสอนอยู่ที่นครนายก ขับรถฮอนด้าซิตี้สีขาวแม็กดำ แม่มันดีใจใหญ่คะทำขนมจีนเลี้ยงทั้งหมู่บ้านแต่ไม่มีใครไป- แม่มันบอกว่าเขาคบกันมาเปนปีแล้ว อีครูดาวเคยโดนฉันด่าไปแล้วครั้งนึงคะ คืนนั้นมันโทรมาหาไอ้ผัว

ๆของฉันนั้นแหละ มันอาบน้ำอยู่ฉันรับฟังมันมันเงียบ และฉันก็โทรกลับไปด่ามัน บอกมันว่าเขามีเมียมีลูกแล้วไม่รู้เหรอ พอมันออกจากห้องน้ำเท่านั้นแหละก็ทะเลาะกัน บอกเอาอีกแล้วเหรอขนาดกูเพื่งออกจาก รพ. คืนแรกนะนี้ มันก็ไม่ยอมรับบอกว่าเปนรุ่นน้องที่ รร. และก็เปนครูอยู่ที่ รร. ลูกชาย พี่สาวมันก็มาห้ามตอนทะเลาะกัน ลูกสาวมาบอกว่า เสาร์อาทิตย์ป๊าคุยกะใครไม่รู้ชื่อครูดาวคุยทั้งวันเลย พอม๊ากลับมาบ้านก็จะเปนอีกคนนึง ผช คนนี้แสดงละครเก่งมากนะ นี้คือคำพูดของลูก คราวนี้ทุกคนคงลำดับเหตุการณ์ถูกนะคะว่า ช่วงเวลาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนถึงวันที่ 2สค. เปนการวางแผนอย่างแนบเนียนของผัว

ๆ ของฉัน ไม่รู้ว่าแผนการมันมาจากอีครูดาว หรือ ไอ้ผัวสาระเลวของฉัน ฉันโง่ที่รักและไว้ใจมันมากเกินไป ไม่คิดว่า ผช ที่กินอยู่หลับนอนมากับฉัน 13ปีมันจะทำได้ถึงขนาดนี้ วางแผนเปนปีๆ เพื่อทำร้ายฉันกับลูก พ่อแม่พี่น้องมันก็สมรู้เปนใจสงเสริมให้ลูกมันทำชั่ว เพราะอะไรรู้ไหมคะ เพราะแม่มันอยากได้สะใภ้รวยๆมีเงิน ครอบครัวนี้ถมเท่าไรก็ไม่รู้จักเต็มหรอกคะ ฉันอยู่กับมันมา 13ปีทองเส้นเท่าหนวดกุ้งยังไม่มีใส่เลย มีแต่หนี้สินมากมาย เพราะอีผัวฉันมันเปนคนติดเวอร์ ชอบกินชอบเที่ยว นักสังคมสงเคราะห์ อยากมีอยากได้แต่ไม่ดูรายได้คัวเอง มาดดี แต่สันดานชั่ว ตบตีเมียมันก็ทำ พูดกับคนอื่นดี แต่พูดกับเมียเหมือนด่าหมา ตอนนี้มันทั้งคู่ก็เริงร่ากันอยู่แถวๆนครนายกนั้นแหละ ถ้าใครเจอรู้จักฝากบอกอีครูดาวที่นะคะ ถามมันว่ามีตวามสุขบนความทุกข์ของคนอื่นมันสุขจริงๆมั้ย ตัวเปนครูยังไม่มีศีลธรรมจิตสำนึกในใจเลย แล้วจะไปสอนเด็กๆผ้าขาวเยาวชนของชาติได้ไง ทำไรไม่นึกถึงพ่อกับแม่บ้างเหรอ ถามมันส่าแผนการนี้มันเปนคนคิดหรือผัว

ๆของฉันมันคิด ก็อวยพรให้มันทั้งคู่เจ็บปวดทุกข์ทรมานมากกว่าฉันกับลูก หมื่นเท่า แสนเท่า ล้านเท่า ด้วยเทอญ ลูกสาวฉันบอกว่า ม๊าเวรกรรมมันมีจริงนะ มาช้าแต่มาชัวร์ ฉันจะรอดูเวรกรรมของพวกมัน เรื่องนี้อาจเปนอุทาหร์สอน ผญ อย่างๆเราได้นะคะ ขนาดเรารักและเปนเมียเปนแม่ที่ดีของลูกมาตลอด 10กว่าปี คนที่เปนผัวยังทำเลวๆได้ขนาดนี้ ดังนั้นเราต้องรักตัวเองกับลูกให้มากๆ เพราะเราไม่รู้อนาคตเลยจริงๆคะ
# FB aoraya jatikanon #
ความรักโง่ๆ (ตอนที่1) เตือน ผญ ที่เป็นเมียและแม่คะ
เรื่องที่เขียนมาจากชีวิตของตัวข้าพเจ้าเอง จากประสบการณ์จริง ที่มีเจตนาให้ ผญ ทุกคนรักตัวเองกับลูกให้มาก และเตือนสติว่าอย่ารักและไว้ใจ ผช ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีคะ ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนนะคะ ฉันชื่อ ญ คะ อายุ 36 ปี ปัจจุบันมีบุตร 2คน คนโต ผญ คนเล็ก ผช ความฝันของ ผญ ทุกคนก็คือ มีครอบครัวที่ดีและอบอุ่นใช่มั้ยคะ ฉันเคยมีคะแต่ตอนนี้ได้ถูก ผช คนนึงมันทำร้ายและทำลายความฝันของฉันลงคะ ผช คนนั้นก็คือ คนที่เป็นพ่อของลูกฉันนั้นเอง ฉันแต่งงานอยู่กินมากับเขา 13ปี สามีของฉันเป็นคนเพชรบูรณ์คะ ฐานนะทางบ้านยากจน ตัวเขามาอยู่กรุงเทพกับพี่สาวเขาก็ทำงานไปเรียนไปตอนที่เจอกัน เราคบกับไม่นานเจอกันครั้งแรกที่เซนทรัลปิ่นเกล้าวันที่ 29 ธค 2545 และเราก็แต่งงานกันวันที่ 21 มค 2546 ตอนนั้นฉันทำงานเป็นซัพให้กับธนาคารแห่งนึง เขาอายุน้อยกว่าฉัน 2ปี ด้วยครอบครัวและวัฒนธรรมที่ต่างกัน ฉันครอบครัวคนจีน เขาจะออกไปทางอีสานหน่อย แต่ก็ปรับตัวเขาหากัน สามีฉันเปนคนหน้าตาดี มาดดี บุคคลิกดี แต่งตัวพูดจาดูดีไปหมดคะ แต่ด้วยระยะเวลาพอเรียนจบได้ทำงานที่ดีๆ สันดานและนิสัยที่แท้จริงก็เริ่มออก ทำงานที่แรกก็เปนฝ่ายบุคคลของบริษัทมหาชนแห่งนึง อยู่ไปไม่นานก็หาเรื่องมาเลิกกับฉันเพราะไปกิ๊กกับรุ่นพี่บัญที่ทำงานด้วยกัน พอจับได้ให้เลิกก็จบไปถ้าไม่เลิกก็ต้องออกงานทั้งคู่ ทำที่นี้ได้ประมาณ 5ปี ก็เปลี่ยนงานใหม่ เพราะอยากได้งานที่มีเงินเดือนสูงขึ้น ที่ใหม่ก็เปนฝ่ายบุคคลเหมือนเดิมคะ แต่ที่นี้ได้ใจเขายิ่งกว่าเงินเดือนเยอะแถมยังได้หยุดเสาร์อาทิตย์อีกคะ ทำได้สักระยะนึงก็มี ผญ โทรมาหาบอกขอซิ้อผัวฉันในราคา 5แสนบาท อีคนนี้เปนพยาบาลคะอยู่แถวๆบางปู สมุทรปราการมันเจอกันทางบีทอล์คคะ ฉันตกลงขายเพื่อเอาเงินมาใช้หนี้และไม่อยากเสียใจกับผัว
# FB aoraya jatikanon #