อ่ะมา หลังจากให้เวลานั่งพินิจพิเคราะห์อยู่นาน + ฟังความคิดของคนอื่นแล้วมาผสมกับของตัวเอง จนพอตกผลึกระดับหนึ่ง เลยต้องมาวิเคราะห์กันหน่อย
*ท้งนี้ทั้งนั้นผมจะวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบกับงานอื่นๆของ อ.ชินไคเอง กับ งานของ ผกก. มาโมรุ (ซัมเมอร์วอร์ / สาวน้อยทะลุเวลา) ซึ่งเป็นงานของอีก ผกก.อนิเมะหนังโรงที่ผมชอบพอๆกัน
-
อย่างแรก......................ตื้นตันมาาาาาาาากกกกกกกกกกกกกกก ไม่ใช่กับตัวหนังนะ แต่เพราะครั้งหนึ่งในชีวิต(และหวังว่าคงไม่ใช่ครั้งเดียว) ที่ได้ดูงานภาพของ อ.ชินไค ในโรง มันเป็นอะไรที่ แม้แต่บลูเรย์4K+ทีวี50นิ้ว+โฮฒเธียร์เตอร์ให้ไม่ได้ และโดยเฉพาะหลังการช่วยกันปั่นกระแสในโซเชี่ยลจนฉายใน ตจว. ให้ไล่ๆกับจังหวัดใหญ่ๆได้สำเร็จ (บ้านผมเข้าช้าไป1วัน) ซึ่งผมอยากให้มีคนดูเยอะๆ ทำเงินได้ดีๆ เพื่อจะได้เป็นใบเบิกทางอนิเมะหนังโรงต่อๆไปในอนาคต จะได้ไม่ต้องมีแค่ วันพีซหนังโรง โดราเอม่อนหนัง แต่จะหลากหลายมากขึ้น
-
อยากฟังเสียง ตจว.หน่อย ว่าคนเยอะดีมั้ย บ้านผม(พิษณุโลก) วันแรกรอบแรก ในวันธรรมดา มีคนดูครึ่งโรงได้ แถมมารอกันตั้งแต่ก่อนห้างเปิดอีก อยากรู้เหมือนกหันว่าถ้ารอบเย็น หรือวันหยุด คนจะเยอะกันมั้ย ทั้งในบ้านผม และจังหวัดอื่นๆ
-
โอเค มาถึงตัวหนัง ถ้าจะให้ผมให้คะแนน บอกไว้ก่อนว่าผมเองก็ไม่ให้ 10/10 หรอก ประมาณ 8/10 ถ้าถามหนังดีมั้ย ผมตอบได้เลยว่า "ดีมาก" แต่ก็ไม่ได้ "เหนือความคาดหมาย" หรือ "ตราตรึง" เท่ากับเรื่องอื่นๆ เพราะ........
-element ของพล็อตนั้นค่อนข้างเดาง่ายและพื้นๆ แถมอาจถูกใช้บ่อยแล้วในโลกภาพยนต์
-เรื่องอารมณ์สดใส "ที่สุด" เท่าที่แกเคยทำมา และจบแฮปปี้มาก ต่างจากเรื่องอื่นที่จบแบบ bitter sweet ที่เป็นเหมือนเอกลักษณ์ของ อ.ชินไคเอง ที่มักสร้างอารมณ์แห่งความเหงา ความเศร้า ความผิดหวัง แต่ก็ยังให้แสงสว่างอันอบอุ่นเล็กๆในใจ ซึ่งตรงนี้แหละคือสิ่งที่แฟนๆ(รวมถึงผม) ชอบงานแกมาก
-อาจเพราะ ผกก.แกขึ้นมาถึงจุดสูงสุดของตัวเองแล้ว เรื่องนี้ไม่ได้ดูทึ่งเหมือนเสียงเพรียกฯที่อ.ชินไคทำด้วยคอมเครื่องเดียว ก้าวกระโดดด้านงานภาพเหมือนเหนือเมฆาฯ โคตรเฮิร์ทเหมือน 5เซนต์ แต่หลับตาฝันฯนี่จะใช้สูตร "ดูง่าย" เป็นหลักแล้วใช้จุดขายเพลงเพราะ+ภาพสวย+นางเอกน่ารัก (ในความคิดผมนะ น่ารักสุดในเมะที่แกทำมาเลย) มันเลยไม่สร้างอิมแพ็คได้เหมือนเรื่องก่อนๆ
-คิดว่าหนังมีเวลาน้อยไปมั้ย? คือจริงๆหนังมันไม่ได้สั้นนะ 106นาที ตามาตรฐานหนังทั่วไปเลย แต่เพราะหนังมันยังต้องการเล่ารายละเอียด และสร้างอารมณ์ร่วมในด้านความสัมพันธ์อีกเยอะ หรือไม่ก็บริหารเวลาไม่ดี จน.........
-ความความอินในด้านความรักของคู่พระ-นาง เข้าใจว่าความรักของสองคนนี้ก่อตัวในช่วงสลัร่างกันบ่อยๆ จนเริ่มต่างคนต่างแกล้งอีกฝ่าย สร้างกฏกัน อะไรห้ามทำ อะไรให้ทำ นางเอกไปจับคู่กับเจ๊สวยที่ทำงานให้พระเอก ส่วนพระเอกไปทำให้นางเอกเป็นสาวทอมบอยร่าเริง จนโดนหนุ่มๆและสาวๆหมายปอง จนกลายเป็นสองคนนี้สนิทกัน รู้เรื่องส่วนตัวของกันและกัน นางเอกประคองจู๋พระเอกฉี่ ส่วนพระเอกจับนมนางเอกแลกคืน หยอกเย้ากัน จนรักกันในที่สุด............ไอ้บทมันคล้อยตามได้ครับ แต่ปัญหาผมว่ามันคือสั้นไป เพราะฉากตรงนี้เล่าเป็น MV ประกอบเพลง zenzenzen ไป มันเลยยังดึงมาขยี้ได้ไม่มากพอจะทำให้คนดูอินตาม
-sub-plot เรื่องการฝันเดจาวูในร่างคนอื่น เหมือนมันไม่ใช่แค่ปาฏิหาริย์ธรรมดาเฉย คนในตระกูลหลายคนก็เป็น เหมือนเป็นความสามารถทางสายเลือด แถมเกี่ยวข้องกับบรรพบุรุษด้วย แต่ยังไม่มีเวลาลงลึกมาพอนอกจากการเล่าปากเปล่าของคุณยาย จนเรื่องนี้ดูเหมือนเป็นแค่ plot cliche ไป
-
แฮปปี้ , ไม่แฮปปี้ , หวานขม รสชาติที่ต่างคนต่างชอบ
เป็นเรื่องปกติและจะปกติต่อไปหาก อ.ชินไคยังทำอนิเมะออกมาอีกเรื่อยๆ มันก็จะต้องถูกไปเทียบกับจุดสูงสุดของแกอย่าง 5เซนต์ เหมือนที่งานของโลแลนเรื่องต่อๆไปมันจะต้องถูกไปเทียบกับ ดาร์คไนท์ หรือ อินเซปซั่นอะไรทำนองนั้น แต่ในกรณี 5 เซนต์นั้น พูดได้ว่าสร้างแรง "ตราตรึง" แบบโคตรแรงไว้ด้วยความรู้สึก เศร้า เหงา ทุกข์ ไว้อย่างเต็มเปื่ยม อะไรเล่าจะทุกข์เท่าดูหนังที่คู่พระ-นาง ปล่อยมือจากความรักที่มีต่อกัน ให้มันกลายเป็นแค่อดีต ถึงสวยความและอบอุ่น..........แต่ก็เป็นแค่ภาพฝัน ซึ่งไอ้แบบนี้แหละมันเป็นเหมือนหมุดอันเป้งๆเสียบเข้าไปในกลางใจคนดูเลย โดยเฉพาะฉากที่นางเอกเลือกที่จะเดินจากพระเอกไปในฉากรางรถไฟ (แต่ก็แหงล่ะ โตแล้วมีผัวแล้ว จะให้ไปถ่านไฟเก่ากับแฟนสมัยม.ต้นเนี่ยนะ) และแกก็คงสไตล์ฉากจบแบบ bitter sweet มาตลอด แต่พอมาเรื่องนี้ พี่แกจบแฮปปี้มาก แฮปปี้เชรี่ยๆเลย ตรงนี้ผมว่าอาจจะเป้นส่วนนนึงที่มันยึงไม่อิมแพ็คเหมือนงานก่อนๆ โดยเฉพาะ5 เซนต์
-ยังไม่บีบคั้นพอ
คืออย่างที่บนๆรวมกัน ทิศทางของหนังที่ค่อนข้างเดาง่าย+อารมณ์หนังที่แฮปปี้ มันเลยไม่มีฉากขยี้อารมณ์เท่าเรื่องก่อนๆ คือถึงจะเจอเหตุการณ์อะไร มันก็เหมือนจะทายได้เลยว่า "เดี๋ยวก็รอด" "เดี๋ยวก็ได้เจอกัน" อะไรแบบนั้น แต่ก็อย่างว่า ได้อย่างเสียอย่าง ถ้าอยากให้หนังมันแฮปปี้ขึ้น มันก็ต้องบีบคั้นน้อยลง
-การกำกับที่ดีขึ้น
อันนี้เป็นข้อดีมากอย่างนึงของเรื่องนี้เลย ถึง5เซนต์มันจะโคตรโดนยังไงก็ตาม แต่ก็ต้องยอมรับว่า หนังมันกำกับได้โคตรทื่อเลย มาอารมณ์เดียวทั้งเรื่องแต่ต้นยันจบ บทแรกก็พลัดพราก-บทสองก็ผิดหวัง-บทสามก็ลาจาก ลูกเล่นการกำกับไม่มีอะไรมากนอกจากการแบ่งเป็นสามช่วง แต่พอมาเรื่องนี้ มีครบรส ทั้งรัก ทั้งฟิน ทั้งน่ารัก ทั้งตลก ทั้งบีบคั้นแบบกำลังงาม หนังมีหลายโทน ช่วงแรกๆถึงกลางๆมาสนุกสดใส มีมุกตลกเยอะ มีการกลั่นแหล้งหยอกเย้าของพระ-นาง มีความตลกในการใช้ชีวิตกับกลุ่มเพื่อนๆของทั้งสองฝ่าย แถมมีเซอร์วิสซะด้วยนะ555 ยังจำฉากตอนที่พระเอกในร่างนางเอกไปเล่นบาสได้อยู่เลย หน่มน้มดึ๋งๆด้วยคุณภาพระดับชินไค นี่มันเหนือชั้นกว่าการ์ตูนเซอร์วิสทั่วไปจริงๆ...................... เอ้ย นอกเรื่องไกลแระ แต่พอมากลางเรื่อง เริ่มเริ่มหม่นหมอง เริ่มบีบคั้น พอรู้ว่านางเอกตายไป3ปีก่อนแล้ว แถมหลักฐานถึงตัวตนของนางเอกที่ทิ้งไว้ให้อย่างข้อความและไดอารี่บนมือถือก็เลือนหายไป เริ่มรู้สึกถึงการพลัดพราก แล้วตอนท้ายเรื่อง หลังจากไม่ได้สัลบร่างฝันถึงกับอีก 5ปีผ่านไป ต่างคนก็ยิ่งต่างลืมอีกฝ่ายขึ้นเรื่อยๆตามเวลาที่ผ่านพ้นจนได้อารมณ์คล้ายๆ 5เซนต์ ทำเอาคนดูต้องมานั่งลุ้นว่าแกจะจบให้พระนางได้อยู่ด้วยกันมั้ย ซึ่งก็เซอร์ไพรซ์ใช้ได้ เพราะแกให้จบแฮปปี้เต็มๆ แต่บอกไปแล้ว หนังมันไม่ได้ปูมาแบบพลัดพราก มันมีมีธีม "เราจะตามหากันจนเจอ" มันก็เลยเดาๆได้อยู่ว่าแกจะให้จบแฮปปี้ และไอ้อารมณ์หลายๆแบบที่ว่ามาเนี่ย เอามาร้อยเรียงกันได้ดีเลย ถึงจะไม่ใช่มาตรฐานที่แปลกใหม่ แต่ก็ถือว่าด้านนี้ดีขึ้นกว่าเรื่องก่อน ที่ชอบกำกับมาโทนเหงาๆมาโทนเดียวทื่อๆ
-เทียบกับ ผกก. โฮโซดะ มาโมรุ
พูดถึงผกก.ชินไค ก็ต้องพูดถึง ผกก.มาโมรุ สองผกก.อนิเมะหนังโรงที่สร้างกระแสได้อยู่เรื่อยๆในรอบทศวรรษปีมานี้ สำหรับเรื่อง หลับตาฝันฯนี้ ไม่รู้ผมคนเดียวมั้ย ที่รู้สึกเหมือนกมันเป็น "สาวน้อยทะลุเวลา ver.ชินไค" หนังเป็นแนวดูง่ายๆมีครบรสเหมือกกัน มีเกียวกับการข้ามเวลาเหมือนกัน ซึ่งตอนแรกทำไปด้วยความรู้สึกสนุกๆไปก่อน จนกระทั่งมันนำไปสู่เหตุการณ์โศกนาฏกรรมบางอย่าง แล้วท้ายๆเรื่องจะมีพล็อต "ข้ามเวลาได้ครั้งสุดท้ายแล้วนะ ใช้โอกาสให้คุ้ม" แล้วยังความสัมพันธ์ของพระ-นาง ที่เป็นเพื่อนสนิทตัวแสบที่ชอบแกล้งกันหยอกกัน จนต่างหลงรักกันโดยไม่รู้สึกตัว แต่หลับตาฝันฯจบแฮปปี้กว่ามาก ..............แถมนะ ตอนฉากสะเก็ดดาวตกใส่บ้านมิคสึฮะตอนท้าย พาลนึกถึงฉากเดียวเทียมตกใส่ในตอนท้ายของ ซัมเมอร์วอร์ ซะด้วย มีฉากหลังเป็นบ้านนอกๆเหมือนกันด้วย
-ขั้วตรงข้ามกับ 5 เซนต์
-ต้องยอมรับจริงๆแหละ ฉากตอนจบของเรื่อง ไม่ว่าใครก็ต้องคิดถึง 5 เซนต์ พระเอกที่พลัดพรากกับนางเอกในช่วงวัยรุ่น แต่ความรู้สึกยังตราตรึงจนถึงตอนโต ต้องมีฉากเดินสวนกันแต่จำกันไม่(ค่อย)ได้ มีรถไฟมาเกี่ยวข้องกับฉาก เรียกได้ว่าสองเรื่องนี้มีองค์ประกอบฉากจบเมหือนกัน
-5เซนต์ พระ-นางอยู่ห่างกันครึ่งประเทศ รู้จักกัน ติดต่อกันได้ แต่ก็พลัดพรากกัน แต่หลับตาฝันฯ ชื่อก็ลืมกัน ติดต่อกันก็ไม่ได้ ห่างกันทั้งระยะทางและเวลา (ตั้ง3ปี) แถมเรียกได้ว่าอยู่กันคนละโลกเลย ก็นางเอกเล่นชิงตายไปก่อน แต่เพราะแรงรักทั้งคู่เลยเปลี่ยนอดีตได้สำเร็จ และนำมาสู่อนาคตที่มีความสุข แต่ 5เซนต์ พระเอกได้แต่จมปลักกับอดีต ความจริงถ้าตื้อพอ ตั้งมั่นพอ พยายามพอ ก็คงน่าจะสานต่อความรักได้ แต่ก็แพ้ต่อระยะทาง
-ถ้าให้เทียบกับ 5เซนต์
5เซนต์เหมือนเหล้าชั้นดี แต่แรง กระดกลงไปช็อตเดียว ร้อนจนแสบคอแสบท้อง รสชาติมันติดค้างอยู่นาน
หลับตาฝันฯ เหมือนค็อกเทล ผสมหลายอย่าง แต่หอมหวาน อร่อย กินได้ง่ายสบายคอ แต่ไม่มีอะไรพิเศษ
ต่อ คห.2นะ
[SPOIL] ลองมาวิเคราะห์ถึงข้อดี-ด้องของตัวหนัง Your Name กัน + ถกถึงร่ายละเอียดเล็กๆน้อยที่บางคนอาจตกหล่น (พิมพ์ยาว)
*ท้งนี้ทั้งนั้นผมจะวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบกับงานอื่นๆของ อ.ชินไคเอง กับ งานของ ผกก. มาโมรุ (ซัมเมอร์วอร์ / สาวน้อยทะลุเวลา) ซึ่งเป็นงานของอีก ผกก.อนิเมะหนังโรงที่ผมชอบพอๆกัน
-อย่างแรก......................ตื้นตันมาาาาาาาากกกกกกกกกกกกกกก ไม่ใช่กับตัวหนังนะ แต่เพราะครั้งหนึ่งในชีวิต(และหวังว่าคงไม่ใช่ครั้งเดียว) ที่ได้ดูงานภาพของ อ.ชินไค ในโรง มันเป็นอะไรที่ แม้แต่บลูเรย์4K+ทีวี50นิ้ว+โฮฒเธียร์เตอร์ให้ไม่ได้ และโดยเฉพาะหลังการช่วยกันปั่นกระแสในโซเชี่ยลจนฉายใน ตจว. ให้ไล่ๆกับจังหวัดใหญ่ๆได้สำเร็จ (บ้านผมเข้าช้าไป1วัน) ซึ่งผมอยากให้มีคนดูเยอะๆ ทำเงินได้ดีๆ เพื่อจะได้เป็นใบเบิกทางอนิเมะหนังโรงต่อๆไปในอนาคต จะได้ไม่ต้องมีแค่ วันพีซหนังโรง โดราเอม่อนหนัง แต่จะหลากหลายมากขึ้น
-อยากฟังเสียง ตจว.หน่อย ว่าคนเยอะดีมั้ย บ้านผม(พิษณุโลก) วันแรกรอบแรก ในวันธรรมดา มีคนดูครึ่งโรงได้ แถมมารอกันตั้งแต่ก่อนห้างเปิดอีก อยากรู้เหมือนกหันว่าถ้ารอบเย็น หรือวันหยุด คนจะเยอะกันมั้ย ทั้งในบ้านผม และจังหวัดอื่นๆ
-โอเค มาถึงตัวหนัง ถ้าจะให้ผมให้คะแนน บอกไว้ก่อนว่าผมเองก็ไม่ให้ 10/10 หรอก ประมาณ 8/10 ถ้าถามหนังดีมั้ย ผมตอบได้เลยว่า "ดีมาก" แต่ก็ไม่ได้ "เหนือความคาดหมาย" หรือ "ตราตรึง" เท่ากับเรื่องอื่นๆ เพราะ........
-element ของพล็อตนั้นค่อนข้างเดาง่ายและพื้นๆ แถมอาจถูกใช้บ่อยแล้วในโลกภาพยนต์
-เรื่องอารมณ์สดใส "ที่สุด" เท่าที่แกเคยทำมา และจบแฮปปี้มาก ต่างจากเรื่องอื่นที่จบแบบ bitter sweet ที่เป็นเหมือนเอกลักษณ์ของ อ.ชินไคเอง ที่มักสร้างอารมณ์แห่งความเหงา ความเศร้า ความผิดหวัง แต่ก็ยังให้แสงสว่างอันอบอุ่นเล็กๆในใจ ซึ่งตรงนี้แหละคือสิ่งที่แฟนๆ(รวมถึงผม) ชอบงานแกมาก
-อาจเพราะ ผกก.แกขึ้นมาถึงจุดสูงสุดของตัวเองแล้ว เรื่องนี้ไม่ได้ดูทึ่งเหมือนเสียงเพรียกฯที่อ.ชินไคทำด้วยคอมเครื่องเดียว ก้าวกระโดดด้านงานภาพเหมือนเหนือเมฆาฯ โคตรเฮิร์ทเหมือน 5เซนต์ แต่หลับตาฝันฯนี่จะใช้สูตร "ดูง่าย" เป็นหลักแล้วใช้จุดขายเพลงเพราะ+ภาพสวย+นางเอกน่ารัก (ในความคิดผมนะ น่ารักสุดในเมะที่แกทำมาเลย) มันเลยไม่สร้างอิมแพ็คได้เหมือนเรื่องก่อนๆ
-คิดว่าหนังมีเวลาน้อยไปมั้ย? คือจริงๆหนังมันไม่ได้สั้นนะ 106นาที ตามาตรฐานหนังทั่วไปเลย แต่เพราะหนังมันยังต้องการเล่ารายละเอียด และสร้างอารมณ์ร่วมในด้านความสัมพันธ์อีกเยอะ หรือไม่ก็บริหารเวลาไม่ดี จน.........
-ความความอินในด้านความรักของคู่พระ-นาง เข้าใจว่าความรักของสองคนนี้ก่อตัวในช่วงสลัร่างกันบ่อยๆ จนเริ่มต่างคนต่างแกล้งอีกฝ่าย สร้างกฏกัน อะไรห้ามทำ อะไรให้ทำ นางเอกไปจับคู่กับเจ๊สวยที่ทำงานให้พระเอก ส่วนพระเอกไปทำให้นางเอกเป็นสาวทอมบอยร่าเริง จนโดนหนุ่มๆและสาวๆหมายปอง จนกลายเป็นสองคนนี้สนิทกัน รู้เรื่องส่วนตัวของกันและกัน นางเอกประคองจู๋พระเอกฉี่ ส่วนพระเอกจับนมนางเอกแลกคืน หยอกเย้ากัน จนรักกันในที่สุด............ไอ้บทมันคล้อยตามได้ครับ แต่ปัญหาผมว่ามันคือสั้นไป เพราะฉากตรงนี้เล่าเป็น MV ประกอบเพลง zenzenzen ไป มันเลยยังดึงมาขยี้ได้ไม่มากพอจะทำให้คนดูอินตาม
-sub-plot เรื่องการฝันเดจาวูในร่างคนอื่น เหมือนมันไม่ใช่แค่ปาฏิหาริย์ธรรมดาเฉย คนในตระกูลหลายคนก็เป็น เหมือนเป็นความสามารถทางสายเลือด แถมเกี่ยวข้องกับบรรพบุรุษด้วย แต่ยังไม่มีเวลาลงลึกมาพอนอกจากการเล่าปากเปล่าของคุณยาย จนเรื่องนี้ดูเหมือนเป็นแค่ plot cliche ไป
-แฮปปี้ , ไม่แฮปปี้ , หวานขม รสชาติที่ต่างคนต่างชอบ
เป็นเรื่องปกติและจะปกติต่อไปหาก อ.ชินไคยังทำอนิเมะออกมาอีกเรื่อยๆ มันก็จะต้องถูกไปเทียบกับจุดสูงสุดของแกอย่าง 5เซนต์ เหมือนที่งานของโลแลนเรื่องต่อๆไปมันจะต้องถูกไปเทียบกับ ดาร์คไนท์ หรือ อินเซปซั่นอะไรทำนองนั้น แต่ในกรณี 5 เซนต์นั้น พูดได้ว่าสร้างแรง "ตราตรึง" แบบโคตรแรงไว้ด้วยความรู้สึก เศร้า เหงา ทุกข์ ไว้อย่างเต็มเปื่ยม อะไรเล่าจะทุกข์เท่าดูหนังที่คู่พระ-นาง ปล่อยมือจากความรักที่มีต่อกัน ให้มันกลายเป็นแค่อดีต ถึงสวยความและอบอุ่น..........แต่ก็เป็นแค่ภาพฝัน ซึ่งไอ้แบบนี้แหละมันเป็นเหมือนหมุดอันเป้งๆเสียบเข้าไปในกลางใจคนดูเลย โดยเฉพาะฉากที่นางเอกเลือกที่จะเดินจากพระเอกไปในฉากรางรถไฟ (แต่ก็แหงล่ะ โตแล้วมีผัวแล้ว จะให้ไปถ่านไฟเก่ากับแฟนสมัยม.ต้นเนี่ยนะ) และแกก็คงสไตล์ฉากจบแบบ bitter sweet มาตลอด แต่พอมาเรื่องนี้ พี่แกจบแฮปปี้มาก แฮปปี้เชรี่ยๆเลย ตรงนี้ผมว่าอาจจะเป้นส่วนนนึงที่มันยึงไม่อิมแพ็คเหมือนงานก่อนๆ โดยเฉพาะ5 เซนต์
-ยังไม่บีบคั้นพอ
คืออย่างที่บนๆรวมกัน ทิศทางของหนังที่ค่อนข้างเดาง่าย+อารมณ์หนังที่แฮปปี้ มันเลยไม่มีฉากขยี้อารมณ์เท่าเรื่องก่อนๆ คือถึงจะเจอเหตุการณ์อะไร มันก็เหมือนจะทายได้เลยว่า "เดี๋ยวก็รอด" "เดี๋ยวก็ได้เจอกัน" อะไรแบบนั้น แต่ก็อย่างว่า ได้อย่างเสียอย่าง ถ้าอยากให้หนังมันแฮปปี้ขึ้น มันก็ต้องบีบคั้นน้อยลง
-การกำกับที่ดีขึ้น
อันนี้เป็นข้อดีมากอย่างนึงของเรื่องนี้เลย ถึง5เซนต์มันจะโคตรโดนยังไงก็ตาม แต่ก็ต้องยอมรับว่า หนังมันกำกับได้โคตรทื่อเลย มาอารมณ์เดียวทั้งเรื่องแต่ต้นยันจบ บทแรกก็พลัดพราก-บทสองก็ผิดหวัง-บทสามก็ลาจาก ลูกเล่นการกำกับไม่มีอะไรมากนอกจากการแบ่งเป็นสามช่วง แต่พอมาเรื่องนี้ มีครบรส ทั้งรัก ทั้งฟิน ทั้งน่ารัก ทั้งตลก ทั้งบีบคั้นแบบกำลังงาม หนังมีหลายโทน ช่วงแรกๆถึงกลางๆมาสนุกสดใส มีมุกตลกเยอะ มีการกลั่นแหล้งหยอกเย้าของพระ-นาง มีความตลกในการใช้ชีวิตกับกลุ่มเพื่อนๆของทั้งสองฝ่าย แถมมีเซอร์วิสซะด้วยนะ555 ยังจำฉากตอนที่พระเอกในร่างนางเอกไปเล่นบาสได้อยู่เลย หน่มน้มดึ๋งๆด้วยคุณภาพระดับชินไค นี่มันเหนือชั้นกว่าการ์ตูนเซอร์วิสทั่วไปจริงๆ...................... เอ้ย นอกเรื่องไกลแระ แต่พอมากลางเรื่อง เริ่มเริ่มหม่นหมอง เริ่มบีบคั้น พอรู้ว่านางเอกตายไป3ปีก่อนแล้ว แถมหลักฐานถึงตัวตนของนางเอกที่ทิ้งไว้ให้อย่างข้อความและไดอารี่บนมือถือก็เลือนหายไป เริ่มรู้สึกถึงการพลัดพราก แล้วตอนท้ายเรื่อง หลังจากไม่ได้สัลบร่างฝันถึงกับอีก 5ปีผ่านไป ต่างคนก็ยิ่งต่างลืมอีกฝ่ายขึ้นเรื่อยๆตามเวลาที่ผ่านพ้นจนได้อารมณ์คล้ายๆ 5เซนต์ ทำเอาคนดูต้องมานั่งลุ้นว่าแกจะจบให้พระนางได้อยู่ด้วยกันมั้ย ซึ่งก็เซอร์ไพรซ์ใช้ได้ เพราะแกให้จบแฮปปี้เต็มๆ แต่บอกไปแล้ว หนังมันไม่ได้ปูมาแบบพลัดพราก มันมีมีธีม "เราจะตามหากันจนเจอ" มันก็เลยเดาๆได้อยู่ว่าแกจะให้จบแฮปปี้ และไอ้อารมณ์หลายๆแบบที่ว่ามาเนี่ย เอามาร้อยเรียงกันได้ดีเลย ถึงจะไม่ใช่มาตรฐานที่แปลกใหม่ แต่ก็ถือว่าด้านนี้ดีขึ้นกว่าเรื่องก่อน ที่ชอบกำกับมาโทนเหงาๆมาโทนเดียวทื่อๆ
-เทียบกับ ผกก. โฮโซดะ มาโมรุ
พูดถึงผกก.ชินไค ก็ต้องพูดถึง ผกก.มาโมรุ สองผกก.อนิเมะหนังโรงที่สร้างกระแสได้อยู่เรื่อยๆในรอบทศวรรษปีมานี้ สำหรับเรื่อง หลับตาฝันฯนี้ ไม่รู้ผมคนเดียวมั้ย ที่รู้สึกเหมือนกมันเป็น "สาวน้อยทะลุเวลา ver.ชินไค" หนังเป็นแนวดูง่ายๆมีครบรสเหมือกกัน มีเกียวกับการข้ามเวลาเหมือนกัน ซึ่งตอนแรกทำไปด้วยความรู้สึกสนุกๆไปก่อน จนกระทั่งมันนำไปสู่เหตุการณ์โศกนาฏกรรมบางอย่าง แล้วท้ายๆเรื่องจะมีพล็อต "ข้ามเวลาได้ครั้งสุดท้ายแล้วนะ ใช้โอกาสให้คุ้ม" แล้วยังความสัมพันธ์ของพระ-นาง ที่เป็นเพื่อนสนิทตัวแสบที่ชอบแกล้งกันหยอกกัน จนต่างหลงรักกันโดยไม่รู้สึกตัว แต่หลับตาฝันฯจบแฮปปี้กว่ามาก ..............แถมนะ ตอนฉากสะเก็ดดาวตกใส่บ้านมิคสึฮะตอนท้าย พาลนึกถึงฉากเดียวเทียมตกใส่ในตอนท้ายของ ซัมเมอร์วอร์ ซะด้วย มีฉากหลังเป็นบ้านนอกๆเหมือนกันด้วย
-ขั้วตรงข้ามกับ 5 เซนต์
-ต้องยอมรับจริงๆแหละ ฉากตอนจบของเรื่อง ไม่ว่าใครก็ต้องคิดถึง 5 เซนต์ พระเอกที่พลัดพรากกับนางเอกในช่วงวัยรุ่น แต่ความรู้สึกยังตราตรึงจนถึงตอนโต ต้องมีฉากเดินสวนกันแต่จำกันไม่(ค่อย)ได้ มีรถไฟมาเกี่ยวข้องกับฉาก เรียกได้ว่าสองเรื่องนี้มีองค์ประกอบฉากจบเมหือนกัน
-5เซนต์ พระ-นางอยู่ห่างกันครึ่งประเทศ รู้จักกัน ติดต่อกันได้ แต่ก็พลัดพรากกัน แต่หลับตาฝันฯ ชื่อก็ลืมกัน ติดต่อกันก็ไม่ได้ ห่างกันทั้งระยะทางและเวลา (ตั้ง3ปี) แถมเรียกได้ว่าอยู่กันคนละโลกเลย ก็นางเอกเล่นชิงตายไปก่อน แต่เพราะแรงรักทั้งคู่เลยเปลี่ยนอดีตได้สำเร็จ และนำมาสู่อนาคตที่มีความสุข แต่ 5เซนต์ พระเอกได้แต่จมปลักกับอดีต ความจริงถ้าตื้อพอ ตั้งมั่นพอ พยายามพอ ก็คงน่าจะสานต่อความรักได้ แต่ก็แพ้ต่อระยะทาง
-ถ้าให้เทียบกับ 5เซนต์
5เซนต์เหมือนเหล้าชั้นดี แต่แรง กระดกลงไปช็อตเดียว ร้อนจนแสบคอแสบท้อง รสชาติมันติดค้างอยู่นาน
หลับตาฝันฯ เหมือนค็อกเทล ผสมหลายอย่าง แต่หอมหวาน อร่อย กินได้ง่ายสบายคอ แต่ไม่มีอะไรพิเศษ
ต่อ คห.2นะ