งานแรกในชีวิต เมื่อฉันทำงานออฟฟิศ แบบระบบ Family

สวัสดีค่ะ หัวเราะ วันนี้อยากจะมาแชร์เรื่องราวการทำงานออฟฟิศ ในระบบ FAMILY
งานแรกในชีวิต หลังเรียนจบ "ตอนแรกก็คิดว่า ฉันคิดถูกแล้วที่เลือกงานนี้"
มีแต่คนบอกว่า เราโชคดีค่ะ ที่จบมามีงานทำเลย (แต่เราเองไม่คิดแบบนั้นเลยค่ะ  T T )
.
เกริ่นก่อนเลยว่า ช่วงปี 3 เราฝึกงานที่บริษัทแห่งหนึ่งในสมุทรปราการ (เป็นบริษัทเพื่อนลุงค่ะ มีเจ้าของบริษัทคนเดียว เราเรียกเค้าว่า ลุง ค่ะ)
ตอนนั้นไฟแรงมากค่ะ เราทำงานเกี่ยวกับงานออกแบบ แต่จะมีน่าเบื่อบ้างเวลาที่ต้องทำงานเอกสาร
และพี่ที่เป็นหัวหน้าตอนเราฝึกงาน เค้าอยากได้เราเป็นผู้ช่วย รอเราเรียนจบ ถ้าเรียนจบก็มาได้เลย
เมื่อเราเรียนจบป.ตรี เราก็เลยเลือกที่จะทำงานที่นี่ค่ะ
เงินเดือนได้ 12,000 ค่ะ
เวลางาน 08.00-17.00 ถ้าไป ตจว กลับมาถึง ออฟฟิศก็ หกโมงกว่าๆ
.
บริษัทที่ทำงาน บอส เป็น Gen Baby bloom
พี่ๆ (จริงๆ อายุเป็นน้า-ป้า) ที่ทำงาน เป็น Gen X
เรากับพี่ทำบัญชี เป็น Gen Y
บอส (คนที่เรานับถือเป็น ลุง) เมื่อก่อนเราศรัทธาเค้ามากเลยค่ะ ชอบมาก ทำงานเก่ง มีแนวคิด (รู้จักเมื่อ 4-5 ปีก่อน)
แต่ตอนนี้ เหมือนคนละคนที่รู้จักเลยค่ะ
.

ช่วง 3 เดือนแรก ของการทำงาน คือ ช่วงปรับตัว ปรับทัศนคติ ปรับพฤติกรรมให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร
เราเข้ามาทำงานในฐานะผู้ช่วย โดยมีหน้าที่หลักคือ ช่วยหัวหน้างานของเราเป็นหลัก
>> งานหลักเรากับพี่หัวหน้าคือ การไปคุยกับลูกค้า (ความต้องการแบบไหน?) สร้างแบบ กลับมาทำแบบ ทำโปรโตไท สรุปงาน ผลิตงาน ตรวจงาน ส่งงาน
แต่เอาเข้าจริง มันไม่ใช่แบบนั้เลยค่ะ เราทำทุกอย่าง ทั้งเอกสาร เทรดดิ้ง คีย์ข้อมูล ทำใบเสนอราคา คุยกับลูกค้า สร้างแบบ เข้าโรงงาน ไปตจว ขับรถ ถ่ายรูป รีทัช ฯลฯ
จนตัวเราเองเริ่มรู้สึกแบบ เฮ้ย! คือมันเยอะไปแล้วอะ บางอย่างมันมากเกินไปแล้ว ให้ฉันทำทุกอย่าง นี่ฉันมาทำงานด้านออกแบบเป็นหลักนะ แต่ตอนนี้มันกลายเป็นว่า "ฉันทำงานด้านเอกสารเป็นหลัก" ฉันกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย มันไม่ใช่แล้วนะ

**และต่อมา.. ปัญหามันก็เกิดค่ะ**
โดนเรียกเข้าห้องเย็นครั้งที่ 1+2 (ช่วง 3 เดือนแรก) โดนเตือนเรื่องพฤติกรรมการใช้คำพูด
1.ตัวเราเองติดพูดเล่นค่ะ เช่นแบบ เดี๋ยวต่อยเลย ซึ่งบางทีพูดแบบฮาๆ แต่ก็เข้าใจว่าไม่เหมาะสมค่ะ บางทีหลุดปาก (โดนพี่ที่ทำงานเอาไปฟ้องค่ะ)
2. เรื่องอารมณ์ค่ะ เราเป็นคนใจร้อน หงุดหงิดง่าย + ความติส ในช่วงเดือนแรกของการทำงาน เวลาเจองานเอกสาร ก็จะเผลอชักสีหน้า แสดงออกว่าไม่อยากทำบ้างค่ะ
3. เรื่องบุคลิกเราเป็นคนขี้เล่น เฮฮา แต่พอมาอยู่นี่ ก็จะโดนว่า โดนเปลี่ยนให้เป็น วางตัวให้นิ่งๆ ไม่พูดเล่น
4. เราเป็นคนหน้ายิ้ม หลังจากที่เราโดนว่าเรื่องบุคคลิกไป เราก็พยายามวางตัวเฉยๆ พอหน้าเรานิ่งพี่ที่ทำงานก็มาหาว่า เธอเป็นอะไร มาทำงานทำหน้าแบบนี้หรอ
5. เถียง บางอย่างถ้าพี่ทำงานพูดใส่ความโดยที่ความจริงมันไม่ใช่ เราก็เถียงเพื่อรักษาสิทธิ์ของเรา ไม่ใช่ว่าไม่เคารพนะคะ แต่บางทีมันเหลืออด
6. ต่อต้าน แนวคิด+ทัศนะติขององค์กรที่เราทำงานอยู่ เรารู้สึกว่าบางอย่างมันไม่ใช่อะ มันไม่ถูก บางอย่างก็ล้าหลังไป (เราก็แอบต่อต้านอยู่เงียบๆ แต่ก็มีพูดบาง)
>> คือ ตัวเราเองเราก็ไม่ใช่ว่าเป็นคนดีอะไรมากนะคะ แต่บางอย่างมันก็เกินไปจริงๆ ค่ะ

** ปัญหาที่เห็นชัด **
1. เรื่องประกันสังคม
    บริษัทที่เราทำงาน 3 เดือนจะถือว่าผ่านโปร เมื่อขึ้นเดือนที่ 4 เราแค่ไปถามว่าพี่ที่ทำงานว่า หนูได้ประกันสังคมรึยังคะ ถ้าได้แล้วจะรบกวนเปลี่ยนจาก รพนี้.. เป็น รพ.... หน่อยค่ะ
>> ต่อมา พี่ที่เราถามไปฟ้องบอสเลยค่ะ ว่าเราเรียกร้องประกันสังคม เราโดนเข้าห้องเย็นอีกรอบ โดนด่าเลยค่ะรอบนี้ ย้ำว่า บอสพูดแรงมาก เค้าบอกว่า "ทำงานที่นี่ไม่มีสิทธิ์ถาม" เค้าหาว่า เราเรียกร้อง สิ่งที่เรากำลังทำอยู่มันคือการเรียกร้อง (เราก็คิดในใจ เฮ้ย! ฉันแค่ถามเองนะเว้ย นี่มันสิทธิฉันนะ ฉันจะรู้ไม่ได้เลยหรอ)

2. เรื่องวันหยุด บริษัทเราทำงาน จ-ส. (โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม หยุดเสาร์เว้นเสาร์)
    เราคุยกับพี่หัวหน้า พี่ทำงานว่า เมือไหร่จะได้หยุดวันเสาร์หรอคะ ละก็โดนเอาไปฟ้องบอสอีกแล้วค่ะ = =" โดนหาว่าเรียกร้องอีกเช่นเคย

3. เรื่องคำพูดว่า "เดี๋ยวเสียสุขภาพจิต"
  เราพูดคำนี้เล่นๆ ตอนคุยกับพี่พนง. คนนึงที่เค้ากำลังเคีลยร์ของเพราะว่าเค้า ลาออก คือย้ำค่ะ!! ว่าพูดเล่นเฮฮา หัวเราะ แต่มีพี่โต๊ะข้างๆ ได้ยิน
ไปฟ้องบอสอีกแล้วค่ะ!! บอสเรียกเราเข้าห้อง ถามว่า ทำไมพูดแบบนี้ รู้ไหมว่าคุณ... (พี่ที่ได้ยิน) เค้าไม่พอใจ ไม่โอเคเลยนะ (เราก็นึกในใจแบบ เฮ้ยคือฉันไมไ่ด้พูดกะพี่เลยนะ)

จนปัจจุบันนี้ 6 เดือนแล้วค่ะที่ทำงาน เห็นอะไรหลายๆ อย่าง รู้สึกเหมือนคิดผิดเลย ที่ทำงานที่นี่ 555
จริงๆ รายละเอียดมีเยอะกว่านี้ค่ะ แต่คงไม่ได้ลงลึก
ที่เราบอกว่าเป็นระบบ Family เพราะ
1. เป็นบริษัทเพื่อนลุง
2. พี่ที่ทำงานที่ชอบฟ้อง เป็นเพื่อนกับลุง
3. ในบริษัทมีญาติเราด้วยค่ะ
คือเวลาไม่ว่าเราจะทำอะไร ถูกผิด มันจะถูกส่งต่อโดยคำพูดที่ถูกบิดเบือนไปยังพ่อเราหมดเลยค่ะ
เหมือนคอยจับผิด มันน่าเบื่อมากค่ะทุกวันนี้ 5555

มาถึงวันนี้ตัวเราเองไม่อยากจะอดทนแล้วค่ะ เพราะสิ่งที่เราทำอยู่ เราไม่ไ่ด้ชอบมันเลยค่ะ
เราชอบงาน ออกแบบ ถ่ายภาพ (มันมีควาสุขมาๆ เลยนะคะ เวลาได้ทำ) แต่แค่ 10% เท่านั้น อีก 90% คือ งานเอกสาร ที่โดนบังคับและโดนโยนมา
มาถึงวันนี้ตัวเราเองไม่อยากจะอดทนแล้วค่ะ แล้วทางครอบครัวเราเองก็รับรู้ และก็ไฟเขียว ให้โอกาสเราเดินทางสิ่งที่ชอบ สิ่งที่เรารัก
ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ เรามักจะโดนเหน็บตลอดค่ะ ว่าคนแบบเรา ไม่มีทางเป็นเจ้าของธุรกิจ เจ้าคนนายคนได้
ซึ่งตัวเองเรา ก็เฉยๆ กับสิ่งที่เค้าว่านะคะ เพราะเราไมไ่ด้ต้องการจะเป็นขนาดนั้น เราแค่อยากทำสิ่งที่เรารักและศรัทธา
หรือถ้าวันนึงเราได้เป็น ธุรกิจของเรา เราก็จะกำหนดเอง ขีดทางเดินเอง (โดยส่วนตัวมองว่า ธุรกิจมีหลายแบบ หลายลู่ทาง การที่จำปกครองเป็นเจ้าคนนายคน ก็มีหลายวิธี)
5555 เราแวะมาแชร์มาบ่นแค่นี้แหละค่า

ใครที่ยังเป็นมนุษย์ออฟฟิศเหมือนกัน เจอเรื่องราวที่เหมือนเรา หรือแย่กว่า ก็สู้ๆ นะคะ
อดทนกันต่อไป ถ้ายังมีแรง ไม่หมดไฟ มีโอกาสก็ออกมาทำตามความฝันกันนะ หัวใจ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่