ยินดีต้อนรับสู่ทริปในฝันของผม และของใครหลายๆคนนะครับ
ขออภัยที่ยาวไปหน่อยนะครับ
ทริปในฝันของผม เลยขอละเอียดยิบนิดนึงครับโผม
เริ่มเลยครับ ออกเดินทางจากสุวรรณภูมิ ด้วยสายการบินศรีลังกา (Srilankan Airlines)
เวลา 9.10 น. ถึงเวลา 12.25
(ตามเวลาในเมืองไทย)
มาถึงที่สนามบินโคลัมโบ ปรับเปลี่ยนเวลากันหน่อย ช้ากว่าบ้านเรา 2 ชั่วโมงนะครับ
ต่อเครื่องที่สนามบินนานาชาติโคลัมโบ 13.35 ใครจะเดินช๊อป หาไรกิน เผื่อเวลาสักนิดนะครับ เพราะเจ้าหน้าที่หน้าประตูเกต ตรวจละเอียดยิบ แถวจะยาว และช้ามาก จนถึงเวลาแล้วก็ออกเดินทางต่อ ถึงสนามบิน Male เวลา 14.40 น.
(ตามเวลาท้องถิ่น)
ยินดีต้อนรับสู่ประเทศมัลดีฟ ใจเต้นตุ๊บๆ

ผ่าน ตม. รับกระเป๋าเสร็จ ก็ปาเข้าเกือบ 4 โมงเย็น
ออกจากประตูมาจะเจอพนักงานต้อนรับของ COCO PALM มายืนถือป้ายชื่อมายืนรอ
ทักทายกันเป็นที่เรียบร้อย ตามอัธยาศัย ทักทายกันเสร็จก็เดินตามไปเลยครับ
แต่ก่อนอื่นขอแวะสักนิดนึงครับ
พ้นประตูแล้วเลี้ยวขวาเลยครับ แวะซื้อซิมเน็ตก่อนเลย ราคาประมาณ 500-600 บาทครับ
(ที่โรงแรมมี WIFI แต่สัญญาณอ่อน เน็ตช้ามากครับ หรืออาจจะหาสัญญาณไม่เจอเลยก็มี)
แพ๊คละ 16 US (ผมไม่ได้โก่งราคานะครับ) ซองเขียน 15 US แต่เค้าขาย 16 US จริงๆ
สำเร็จ กลับเข้าสู่โลกอินเตอร์เน็ต
ใส่ปุ๋บ ไลน์งานเด้งมาบานเลย
เห็นงานละจิตใจห่อเหี่ยว 555 นี่ผมมาพักผ่อนนะคร๊าบบบ
ปิดครับ ไม่ตอบ (ขออภัยลูกค้าทุกท่านนะคร๊าบบ 555)
เสร็จแล้ว มาเช็คชื่อที่จองตั๋วไว้ ชั่งน้ำหนักกระเป๋า
(ห้ามเกิน 20 กิโลนะครับ) ถ้าเกินชาร์ทเพิ่ม(ไม่ทราบราคา)
เพื่อรอขึ้น Sea Plane ขอเรียกว่า "เครื่องบินน้ำ" นะครับ
เรียกภาษาอังกฤษแล้วยังไงไม่รู้ แฮ่ๆ ไม่ใช่ทางของโผ๋ม
(เทียบแล้ว ค่าตั๋วไปกลับเครื่องบินน้ำ แพงกว่าตั๋วไปกลับกรุงเทพ มัลดีฟซะอีก แต่สักครั้งในชีวิตก็ต้องลองไม่ได้นั่งกันบ่อยๆเนอะ)
ขึ้นรถบัสของท่าที่จอดเครื่องบินน้ำที่จัดเตรียมไว้ เพื่อพาเรา มานั่งรอที่ Lounge ของ Coco Palm รอขึ้นเครื่องบินน้ำ
เห็นทะเลแค่หน้าสนามบินก็ฉกชื่งแล้วคับ
มาถึง Lougne แล้ว
มาถึงก็ดื่มน้ำดื่มท่า มีเวลคัมดริ้งด้วย นั่งเล่น ถ่ายเซลฟี่กันตามเรื่องตามราวจนอิ่มหนำ สำราญใจ บานตะไท ถึงเวลาเรียกขึ้นเครื่อง ขอเรียกว่า(ตื่นเต้นๆมาก) ไม่เคยขึ้นมาก่อน ไอ้เจ้าเครื่องบินน้ำเนี่ย มองใกล้ๆ โคตรหล่อ ถึงกับหลง
ก่อนขึ้นเครื่อง เอาความอายมาฝากสักนิสนุง
เรื่องของเรื่องคือก่อนเที่ยวแค่ 1 วัน แฟนผมเข้าโรงพยาบาล แอดมิดครับ เนื่องจาก หอบ เหนื่อยง่าย อยากเลื่อนแต่เลื่อนไม่ได้เพราะเป็นการจองแบบห้ามเลื่อน แล้วคนอื่นก็พร้อมกันหมด จะไม่ไปยอมทิ้งทริปอันนี้ไม่ได้เด็ดขาด แฟนผมไม่ยอมเสียฟรี งกครับ แฮ่ๆ ถ้ายกเลิก จะพากร่อยกันหมด รวมถึงพี่สาวแฟนก็เอ่ยปากว่าถ้าแฟนผมกับผมไม่ไป เค้าก็ไม่ไป (ไปแล้วมีอาการ ผมพอดูแล และประเมินได้คร๊าบ) เลยจัดไปสิครับ
ก็เลยไปทั้งๆที่รูน้ำเกลือยังไม่หายดี เรียกว่าแผลแทงสายน้ำเกลือยังสดๆเลยครับ แต่แฟนผมก็สู้ เพราะอยากไปใจจิขาดรอนๆ แต่ทุกอย่างต้องสโลว์ไลฟ์ของจริง ห้ามเดินเร็ว ขำได้แต่พองาม ทั้งๆที่ทุกทีจะปล่อยเต็มพลัง อย่างบ้าคลั่ง
ระยะทางที่เดินไปขึ้นเครื่องบินน้ำ
ก็ไกลพอสมควร(สำหรับคนป่วย หอบง่าย) ผมต้องการรถวีลแชร์เพราะแฟนผมถ้าเดินมาก+ อากาศร้อน แล้วจะเหนื่อย หอบ (หมอก็บอกแบบนั้น)
เลยไปขอวีลแชร์ Wheel Chair เจ้าหน้าที่
รวบรวมความกล้า นึกทบทวนบทเรียนตั้งแต่อนุบาล สูดหายใจเต็มปอด
พูดเต็มเสียง ชัดท้อยชัดคำไปโลด
Do you have an ambulance? (ทำหน้ามั่นใจ) กลัวที่ไหน ภาษาอังกฤษ ง่ายนิดเดียว
เจ้าหน้าที่ตกใจกันใหญ่ ว่าใครเป็นอะไร สุดท้ายก็ ภาษาอังกฤษบวกภาษามือ เมื่อยกันไป
สุดท้ายได้วีลแชร์มา
กลับมาขึ้นเครื่องกันต่อ
กัปปิตันแต่ละลำ มาดลุคซ์เซอร์ๆ ในชุดนักบิน ขาสั้น รองเท้าแตะ สบายๆ แอร๊ย ตั้งแต่เกิดมา เพิ่งเคยเห็นใส่อีแตะขี่เครื่องบิน แถมหล่อแบบ เข้มๆ คมๆ บางลำนักท่องเที่ยวถึงกับต้องขอถ่ายรูปกับกัปตัน แทนที่จะถ่ายกะเครื่องบิน

ทั้งแฟนผม พี่สาวแฟนผม เพื่อนพี่สาวแฟนผม ถึงกับออกอาการ จนในใจนึกอยาก ยันกัปปิตันลงน้ำ จะได้จบๆ
พร้อมออกเดินทางละคร๊าบ
นั่งแบบมองเห็นปุ่มควบคุมเครื่องบิน ลุ้นระทึกกันเลยทีเดียว
และแล้ว ช่วงเวลาต่อจากนี้ไป
ผ่าง!!! พอเห็นภาพของเกาะเท่านั้นแหละคับ ความตื่นเต้นเหมือนเด็กได้ของเล่นยังไงอย่างงั้นเลยครับ
และที่สุดยอดไปกว่านั้น นั่นก็คือป๋าคัดสรรมาให้ เป็นห้องพัก 2 ห้องที่ยืดออกมาในทะเล 2 ห้องสุดท้าย (ไฮไลท์ของรีสอร์ท) คือห้องที่เราจะพักกันตลอด 3 คืน
นั่งชมนก ชมไม้บนเครื่องบินน้ำเป็นเวลา 40 นาที โดยประมาณ ก็ถึงท่าจอดเครื่องบินกลางน้ำ
ในที่สุดก็มาถึง!!!
ยัง!!!!
อย่าเพิ่งดีใจไป ยังไม่สิ้นสุดแค่นั้น
ต่อเรือไปรีสอร์ทอีกสักนิส (5 นาที) นะคับ
สุดท้ายแล้วจริงๆ ถึงรีสอร์ทแว้ววว ประมาณ 5 โมงกว่า
หายเหนื่อยเลย
ส่วนแฟนผมสโลว์ไลฟ์เช่นเดิม แต่สีหน้าดีขึ้นเยอะ ทุกคนในทริปพลอยโล่งใจขึ้นบ้าง
ยินดีต้อนรับสู่ COCO PALM
ป๋าหัวหน้าทริปเลือกห้องพักแบบ SUN SET
อาจจะเรียกได้ว่าเป็นจุดขาย จุดเด่นสุดของที่นี่เลยก็ว่าได้นะครับ วิวที่ได้รับแทรกซึมเข้าสู่เส้นเลือดในทันที เสพวิวกันให้เต็มที่เลยครับ เข้าที่พักเก็บสัมภาระกันก่อนเลยครับ
ลักษณะเป็นห้องแบบมีเกือบครบทุกอย่าง
ทางเดินเหมือนเดินผ่านป่าอเมซอน 555
แล้วจะพบแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
หลุดจากอุโมงค์ออกมา จะเจอกับสวรรค์บนเกาะละคร๊าบบ ใจละลาย

เข้าห้องกันก่อนเลยดีกว่า
อ่างส่วนตัววิวหลายร้อยล้าน
มีชาให้เลือกดื่มตามความพอใจเลยครับ ไม่อั้น กับมินิบาร์ แล้วก็อีกมากมาย
แต่ขออภัย ลืมถ่ายเพราะตื่นเต้นครับ
จากมุมหน้าบ้านเลยครับ สวรรค์ชัดๆ
ที่เด็ดกว่าวิวคือ ทั้งกลางวันและกลางคืน จะมีปลาว่ายมาให้เราเห็นแบบใกล้ๆเลยครับ
ทั้งลูกฉลาม ปลากระเบนตัวใหญ่ แล้วก็อีกหลายชนิด แต่ถ่ายไว้ไม่ทันครับ
เข้าที่พักเรียบร้อย ก็ไปกินมื้อเย็นครับ
หมดวันแรก อาบน้ำนอนพักผ่อนเอาแรง หลังจากหมดแรงเพราะการเดินทาง กู๊ดไนท์ครับ
หมดวันซะแล้ว
วันที่ 2
อรุณเบิกฟ้า นกกาโบยบิน ออกหากินร่าเริงแจ่มใส.....
กินมื้อเช้ากันครับ
คนอื่นล่วงหน้าไปแล้ว ส่วนผมและแฟนค่อยๆเดิน เหมือนเดินจงกลมทำสมาธิ อิ่มบุญไปในตัว สู่ห้องอาหาร เพื่อกินข้าวเช้ากันครับ
ตลอดทางที่เจอพนักงาน เจ้าหน้าที่ ทุกคนในรีสอร์ท เป็นมิตร อัธยาศัยดี ดูแลเป็นอย่างดีชนิดที่เรียกได้ว่า พรีเมี่ยมจริงๆครับ
เสร็จแล้ว ถ้าใครไม่ร้อน เดินเล่นชายหาดต่อเลยจร้า
แนะนำให้พกกันแดดมาด้วยครับ เพราะคนไทยไม่นิยมแดดแรงเช่นนี้ ไขมันละลาย ลมปราณแตกซ่านกันเลยทีเดียว
หรือจะทำกิจกรรม นวดสปา

(เสียเงินเพิ่ม)
ส่วนตัวผม ทริปนี้ ต้องงดดำน้ำ งดเล่นน้ำ เพราะแฟนผมหมดสิทธิ์ลงครับ
อีกอย่างคือน้ำแรงมาก แต่ก็หาอย่างอื่นมาทดแทนได้
ด้วยการนั่งสิงสถิตที่ บาร์ริมหาด เดินเล่น ถ่ายรูปไปเรื่อย
ทุกเครื่องดื่มในบาร์ริมหาด รวมอยู่ในค่าที่พักแล้ว ลุยยยย ไม่อั้น
2 แก้วเมา สำหรับคนคอแปบ (แปบเดียวก็หลับแล้ว)

บาร์มีตลอดทั้งวันนะครับ ยัน เที่ยงคืนเลยครับ
วิวหน้าบาร์ครับ

เจอวิวแบบนี้ ไม่เป็นอันกินละครับ กล้องในมือมันสั่นไปหมด
สำหรับการอยู่ที่ COCO PALM ไม่ต้องใช้เงินเลย ยกเว้นมีแบงค์ดอลล่าย่อยติดตัวไว้บ้างครับ เผื่อเป็นน้ำใจเล็กๆน้อยกับพนักงาน โดยเฉพาะบาร์เท็นเดอร์ แต่อย่าพกเยอะครับ เพราะตึงๆแล้วจะทิปหนัก 555
หลังจากตึงๆได้ที่ หลบแดดร้อนๆมานั่งถ่ายรูปเล่นหน้าบ้านพักกันดีกว่า

แต่คนอื่นเดินกันจะถึงแล้ว แฟนผมยังไม่ไปไหนเลย
พนักงานก็ใจดี มาพูดแบบสุภาพว่า ประมาณว่าให้เค้าไปส่งให้มั้ย ขึ้นเลย เค้ายินดีให้บริการ (ด้วย Ambulance ของทางรีสอร์ท) 55 สุดติ่งจริงๆครับ
เอาฮาแค่นี้ก่อน เดี๋ยวมาต่อ Part 2 นะครับ
Part 2 :
http://pantip.com/topic/35789384
[CR] Maldives - ทริปในฝัน Part 1/2
ขออภัยที่ยาวไปหน่อยนะครับ
ทริปในฝันของผม เลยขอละเอียดยิบนิดนึงครับโผม
เริ่มเลยครับ ออกเดินทางจากสุวรรณภูมิ ด้วยสายการบินศรีลังกา (Srilankan Airlines)
เวลา 9.10 น. ถึงเวลา 12.25
(ตามเวลาในเมืองไทย)
มาถึงที่สนามบินโคลัมโบ ปรับเปลี่ยนเวลากันหน่อย ช้ากว่าบ้านเรา 2 ชั่วโมงนะครับ
ต่อเครื่องที่สนามบินนานาชาติโคลัมโบ 13.35 ใครจะเดินช๊อป หาไรกิน เผื่อเวลาสักนิดนะครับ เพราะเจ้าหน้าที่หน้าประตูเกต ตรวจละเอียดยิบ แถวจะยาว และช้ามาก จนถึงเวลาแล้วก็ออกเดินทางต่อ ถึงสนามบิน Male เวลา 14.40 น.
(ตามเวลาท้องถิ่น)
ยินดีต้อนรับสู่ประเทศมัลดีฟ ใจเต้นตุ๊บๆ
ผ่าน ตม. รับกระเป๋าเสร็จ ก็ปาเข้าเกือบ 4 โมงเย็น
ออกจากประตูมาจะเจอพนักงานต้อนรับของ COCO PALM มายืนถือป้ายชื่อมายืนรอ
ทักทายกันเป็นที่เรียบร้อย ตามอัธยาศัย ทักทายกันเสร็จก็เดินตามไปเลยครับ
แต่ก่อนอื่นขอแวะสักนิดนึงครับ
พ้นประตูแล้วเลี้ยวขวาเลยครับ แวะซื้อซิมเน็ตก่อนเลย ราคาประมาณ 500-600 บาทครับ
(ที่โรงแรมมี WIFI แต่สัญญาณอ่อน เน็ตช้ามากครับ หรืออาจจะหาสัญญาณไม่เจอเลยก็มี)
แพ๊คละ 16 US (ผมไม่ได้โก่งราคานะครับ) ซองเขียน 15 US แต่เค้าขาย 16 US จริงๆ
สำเร็จ กลับเข้าสู่โลกอินเตอร์เน็ต
ใส่ปุ๋บ ไลน์งานเด้งมาบานเลย
เห็นงานละจิตใจห่อเหี่ยว 555 นี่ผมมาพักผ่อนนะคร๊าบบบ
ปิดครับ ไม่ตอบ (ขออภัยลูกค้าทุกท่านนะคร๊าบบ 555)
เสร็จแล้ว มาเช็คชื่อที่จองตั๋วไว้ ชั่งน้ำหนักกระเป๋า
(ห้ามเกิน 20 กิโลนะครับ) ถ้าเกินชาร์ทเพิ่ม(ไม่ทราบราคา)
เพื่อรอขึ้น Sea Plane ขอเรียกว่า "เครื่องบินน้ำ" นะครับ
เรียกภาษาอังกฤษแล้วยังไงไม่รู้ แฮ่ๆ ไม่ใช่ทางของโผ๋ม
(เทียบแล้ว ค่าตั๋วไปกลับเครื่องบินน้ำ แพงกว่าตั๋วไปกลับกรุงเทพ มัลดีฟซะอีก แต่สักครั้งในชีวิตก็ต้องลองไม่ได้นั่งกันบ่อยๆเนอะ)
ขึ้นรถบัสของท่าที่จอดเครื่องบินน้ำที่จัดเตรียมไว้ เพื่อพาเรา มานั่งรอที่ Lounge ของ Coco Palm รอขึ้นเครื่องบินน้ำ
เห็นทะเลแค่หน้าสนามบินก็ฉกชื่งแล้วคับ
มาถึง Lougne แล้ว
มาถึงก็ดื่มน้ำดื่มท่า มีเวลคัมดริ้งด้วย นั่งเล่น ถ่ายเซลฟี่กันตามเรื่องตามราวจนอิ่มหนำ สำราญใจ บานตะไท ถึงเวลาเรียกขึ้นเครื่อง ขอเรียกว่า(ตื่นเต้นๆมาก) ไม่เคยขึ้นมาก่อน ไอ้เจ้าเครื่องบินน้ำเนี่ย มองใกล้ๆ โคตรหล่อ ถึงกับหลง
ก่อนขึ้นเครื่อง เอาความอายมาฝากสักนิสนุง
เรื่องของเรื่องคือก่อนเที่ยวแค่ 1 วัน แฟนผมเข้าโรงพยาบาล แอดมิดครับ เนื่องจาก หอบ เหนื่อยง่าย อยากเลื่อนแต่เลื่อนไม่ได้เพราะเป็นการจองแบบห้ามเลื่อน แล้วคนอื่นก็พร้อมกันหมด จะไม่ไปยอมทิ้งทริปอันนี้ไม่ได้เด็ดขาด แฟนผมไม่ยอมเสียฟรี งกครับ แฮ่ๆ ถ้ายกเลิก จะพากร่อยกันหมด รวมถึงพี่สาวแฟนก็เอ่ยปากว่าถ้าแฟนผมกับผมไม่ไป เค้าก็ไม่ไป (ไปแล้วมีอาการ ผมพอดูแล และประเมินได้คร๊าบ) เลยจัดไปสิครับ
ก็เลยไปทั้งๆที่รูน้ำเกลือยังไม่หายดี เรียกว่าแผลแทงสายน้ำเกลือยังสดๆเลยครับ แต่แฟนผมก็สู้ เพราะอยากไปใจจิขาดรอนๆ แต่ทุกอย่างต้องสโลว์ไลฟ์ของจริง ห้ามเดินเร็ว ขำได้แต่พองาม ทั้งๆที่ทุกทีจะปล่อยเต็มพลัง อย่างบ้าคลั่ง
ระยะทางที่เดินไปขึ้นเครื่องบินน้ำ
ก็ไกลพอสมควร(สำหรับคนป่วย หอบง่าย) ผมต้องการรถวีลแชร์เพราะแฟนผมถ้าเดินมาก+ อากาศร้อน แล้วจะเหนื่อย หอบ (หมอก็บอกแบบนั้น)
เลยไปขอวีลแชร์ Wheel Chair เจ้าหน้าที่
รวบรวมความกล้า นึกทบทวนบทเรียนตั้งแต่อนุบาล สูดหายใจเต็มปอด
พูดเต็มเสียง ชัดท้อยชัดคำไปโลด
Do you have an ambulance? (ทำหน้ามั่นใจ) กลัวที่ไหน ภาษาอังกฤษ ง่ายนิดเดียว
เจ้าหน้าที่ตกใจกันใหญ่ ว่าใครเป็นอะไร สุดท้ายก็ ภาษาอังกฤษบวกภาษามือ เมื่อยกันไป
สุดท้ายได้วีลแชร์มา
กลับมาขึ้นเครื่องกันต่อ
กัปปิตันแต่ละลำ มาดลุคซ์เซอร์ๆ ในชุดนักบิน ขาสั้น รองเท้าแตะ สบายๆ แอร๊ย ตั้งแต่เกิดมา เพิ่งเคยเห็นใส่อีแตะขี่เครื่องบิน แถมหล่อแบบ เข้มๆ คมๆ บางลำนักท่องเที่ยวถึงกับต้องขอถ่ายรูปกับกัปตัน แทนที่จะถ่ายกะเครื่องบิน
พร้อมออกเดินทางละคร๊าบ
นั่งแบบมองเห็นปุ่มควบคุมเครื่องบิน ลุ้นระทึกกันเลยทีเดียว
และแล้ว ช่วงเวลาต่อจากนี้ไป
ผ่าง!!! พอเห็นภาพของเกาะเท่านั้นแหละคับ ความตื่นเต้นเหมือนเด็กได้ของเล่นยังไงอย่างงั้นเลยครับ
และที่สุดยอดไปกว่านั้น นั่นก็คือป๋าคัดสรรมาให้ เป็นห้องพัก 2 ห้องที่ยืดออกมาในทะเล 2 ห้องสุดท้าย (ไฮไลท์ของรีสอร์ท) คือห้องที่เราจะพักกันตลอด 3 คืน
นั่งชมนก ชมไม้บนเครื่องบินน้ำเป็นเวลา 40 นาที โดยประมาณ ก็ถึงท่าจอดเครื่องบินกลางน้ำ
ในที่สุดก็มาถึง!!!
ยัง!!!!
อย่าเพิ่งดีใจไป ยังไม่สิ้นสุดแค่นั้น
ต่อเรือไปรีสอร์ทอีกสักนิส (5 นาที) นะคับ
สุดท้ายแล้วจริงๆ ถึงรีสอร์ทแว้ววว ประมาณ 5 โมงกว่า
หายเหนื่อยเลย
ส่วนแฟนผมสโลว์ไลฟ์เช่นเดิม แต่สีหน้าดีขึ้นเยอะ ทุกคนในทริปพลอยโล่งใจขึ้นบ้าง
ยินดีต้อนรับสู่ COCO PALM
ป๋าหัวหน้าทริปเลือกห้องพักแบบ SUN SET
อาจจะเรียกได้ว่าเป็นจุดขาย จุดเด่นสุดของที่นี่เลยก็ว่าได้นะครับ วิวที่ได้รับแทรกซึมเข้าสู่เส้นเลือดในทันที เสพวิวกันให้เต็มที่เลยครับ เข้าที่พักเก็บสัมภาระกันก่อนเลยครับ
ลักษณะเป็นห้องแบบมีเกือบครบทุกอย่าง
ทางเดินเหมือนเดินผ่านป่าอเมซอน 555
แล้วจะพบแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
หลุดจากอุโมงค์ออกมา จะเจอกับสวรรค์บนเกาะละคร๊าบบ ใจละลาย
เข้าห้องกันก่อนเลยดีกว่า
อ่างส่วนตัววิวหลายร้อยล้าน
มีชาให้เลือกดื่มตามความพอใจเลยครับ ไม่อั้น กับมินิบาร์ แล้วก็อีกมากมาย
แต่ขออภัย ลืมถ่ายเพราะตื่นเต้นครับ
จากมุมหน้าบ้านเลยครับ สวรรค์ชัดๆ
ที่เด็ดกว่าวิวคือ ทั้งกลางวันและกลางคืน จะมีปลาว่ายมาให้เราเห็นแบบใกล้ๆเลยครับ
ทั้งลูกฉลาม ปลากระเบนตัวใหญ่ แล้วก็อีกหลายชนิด แต่ถ่ายไว้ไม่ทันครับ
เข้าที่พักเรียบร้อย ก็ไปกินมื้อเย็นครับ
หมดวันแรก อาบน้ำนอนพักผ่อนเอาแรง หลังจากหมดแรงเพราะการเดินทาง กู๊ดไนท์ครับ
หมดวันซะแล้ว
วันที่ 2
อรุณเบิกฟ้า นกกาโบยบิน ออกหากินร่าเริงแจ่มใส.....
กินมื้อเช้ากันครับ
คนอื่นล่วงหน้าไปแล้ว ส่วนผมและแฟนค่อยๆเดิน เหมือนเดินจงกลมทำสมาธิ อิ่มบุญไปในตัว สู่ห้องอาหาร เพื่อกินข้าวเช้ากันครับ
ตลอดทางที่เจอพนักงาน เจ้าหน้าที่ ทุกคนในรีสอร์ท เป็นมิตร อัธยาศัยดี ดูแลเป็นอย่างดีชนิดที่เรียกได้ว่า พรีเมี่ยมจริงๆครับ
เสร็จแล้ว ถ้าใครไม่ร้อน เดินเล่นชายหาดต่อเลยจร้า
แนะนำให้พกกันแดดมาด้วยครับ เพราะคนไทยไม่นิยมแดดแรงเช่นนี้ ไขมันละลาย ลมปราณแตกซ่านกันเลยทีเดียว
หรือจะทำกิจกรรม นวดสปา
(เสียเงินเพิ่ม)
ส่วนตัวผม ทริปนี้ ต้องงดดำน้ำ งดเล่นน้ำ เพราะแฟนผมหมดสิทธิ์ลงครับ
อีกอย่างคือน้ำแรงมาก แต่ก็หาอย่างอื่นมาทดแทนได้
ด้วยการนั่งสิงสถิตที่ บาร์ริมหาด เดินเล่น ถ่ายรูปไปเรื่อย
ทุกเครื่องดื่มในบาร์ริมหาด รวมอยู่ในค่าที่พักแล้ว ลุยยยย ไม่อั้น
2 แก้วเมา สำหรับคนคอแปบ (แปบเดียวก็หลับแล้ว)
บาร์มีตลอดทั้งวันนะครับ ยัน เที่ยงคืนเลยครับ
วิวหน้าบาร์ครับ
เจอวิวแบบนี้ ไม่เป็นอันกินละครับ กล้องในมือมันสั่นไปหมด
สำหรับการอยู่ที่ COCO PALM ไม่ต้องใช้เงินเลย ยกเว้นมีแบงค์ดอลล่าย่อยติดตัวไว้บ้างครับ เผื่อเป็นน้ำใจเล็กๆน้อยกับพนักงาน โดยเฉพาะบาร์เท็นเดอร์ แต่อย่าพกเยอะครับ เพราะตึงๆแล้วจะทิปหนัก 555
หลังจากตึงๆได้ที่ หลบแดดร้อนๆมานั่งถ่ายรูปเล่นหน้าบ้านพักกันดีกว่า
แต่คนอื่นเดินกันจะถึงแล้ว แฟนผมยังไม่ไปไหนเลย
พนักงานก็ใจดี มาพูดแบบสุภาพว่า ประมาณว่าให้เค้าไปส่งให้มั้ย ขึ้นเลย เค้ายินดีให้บริการ (ด้วย Ambulance ของทางรีสอร์ท) 55 สุดติ่งจริงๆครับ
เอาฮาแค่นี้ก่อน เดี๋ยวมาต่อ Part 2 นะครับ
Part 2 : http://pantip.com/topic/35789384
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น