สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้แรกของเราเลย ถ้าหากผิดพลาดอะไรยังไงก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ ; w ;
โดยทริปนี้เราใช้เวลาประมาณ 3 วัน 2 คืน ค่ะ! (ไม่รวมระยะเดินทางที่กินไปวันนึงเต็มๆ…)
มีผู้ร่วมทริปทั้งหมด 7 ชีวิตด้วยกัน
ซึ่งในการเดินทางครั้งนี้เรามีจุดมุ่งหมายไปแพร่ค่ะ พร้อมกับแผนการเดินทางแน่นเอี๊ยด!
ซึ่งแผนคือ…. ตายเอาดาบหน้าค่ะ…. (….)
เพราะหลังจากที่ไปดูแหล่งท่องเที่ยวตามเว็บไซต์แล้วเราพบว่า แพร่เป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวค่อนข้างกระจายมากทีเดียว สุดท้ายจึงตัดสินใจจะไปถามคนในพื้นที่แทน
และเนื่องจากชีวิต 7 ชีวิตนี้มีงบที่ค่อนข้างจำกัด… พวกเราเลยเลือกเดินทางโดยรถไฟค่ะ โดยนั่งจากหัวลำโพงไปเด่นชัย และนั่งรถสองแถวจากเด่นชัยไปจนถึงแพร่ค่ะ

><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><
เรานัดรวมพลที่หัวลำโพงตอนทุ่มครึ่งค่ะ คนเยอะพอสมควรเลย
หลังจากนั้นก็ขึ้นรถไฟค่ะ ขบวนของเราเป็นขบวนธรรมดา ที่นั่งพัดลมล่ะ ช่วงที่ออกเดินทางอยู่ๆฝนก็กระหน่ำตก เจ็ดชีวิตนี่วิ่งกันวงแตกเลยทีเดียว
ระยะทางจากหัวลำโพงไปยังเด่นชัยค่อนข้างนานมากๆ ประมาณ 12 ชั่วโมงเลยค่ะ และเนื่องจากเราออกเดินทางช่วงกลางคืน ข้างนอกจึงมองไม่เห็นอะไรเลย + ฝนตกอีกด้วย ซึ่งช่วงกลางคืนนั้นเสบียงบนรถไฟจะมีขายค่อนข้างน้อย ที่เห็นผ่านๆก็มีพวกน้ำ ผ้าเย็น ข้าวเหนียวหมูทอด
ในการเดินทางนั้นเราก็อาศัยพวกขนมที่เตรียมมาประทังชีวิตไปค่ะ นอกนั้นหลับกันยาวๆ

><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><
เรามาถึงที่หมายประมาณ 6 โมงกว่าๆค่ะ ดีเลย์จากเวลาที่วางไว้เกือบชั่วโมงนึง
ยังโชคดีที่เมื่อไปถึง มีรถสองแถว (จริงๆไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเรียกสองแถวได้ไหม เพราะบางคนก็บอกรถกระป๋อง) จอดคอยนักท่องเที่ยวอยู่ ซึ่งพวกเราก็ตกลงกันว่าจะเหมามาคันนึงเพื่อให้เขาพาไปส่งถึงที่พัก
คุณลุงคนขับใจดีมากค่ะ555 คอยถามนู่นนี่ตลอดเลย

หมอกลงงง
พอถึงที่พักคุณลุงเข้าของรถก็ให้เบอร์ไว้ บอกว่าถ้าจะไปไหนก็ติดต่อเขา พวกเราเลยตัดสินใจกันว่า
จะวางแผนเที่ยวและเหมารถคุณลุงไป ซึ่งพอมากันหลายคนค่ารถจึงค่อนข้างถูกพอสมควร
วันนั้นทั้งวันพวกเราพักผ่อนกันที่ที่พักค่ะ
ที่พักของพวกเราจองไว้เป็นแบบบ้านพัก ซึ่งพวกเราพักกันที่บ้านสวนกุหลาบแก้วรีสอร์ท
https://www.facebook.com/Warinresort/
หลังจากที่ตกลงกันแล้วพวกเราก็วางแผนกันว่า วันรุ่งขึ้นจะไปสามที่หลักๆดังนี้
1.คุ้มเจ้าหลวง
2.วัดพระธาตุช่อแฮ
3.อุทยานแพะเมืองผี
ซึ่งก็ได้ทำการติดต่อคุณลุงทั้งเรื่องราคาและเวลากันค่ะ
><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><
วันต่อมาพวกเราเริ่มออกเดินทางตอน 9.00 น. ตามเวลาที่รถมารับ

ความร้อนและแดดนี้นี่ ที่ต่างจากวันแรกที่มีแต่หมอก555555
คุณลุงแวะพาพวกเรามากินข้าวก่อนเลยค่ะ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ประเดิมเมืองแพร่ด้วยร้านข้าวแกง555

หลังจากที่กินอิ่มแล้วพวกเราก็มุ่งหน้าไปสู่ คุ้มเจ้าหลวงเป็นที่แรกเลยค่ะ!
ไปถึงราวๆเกือบสิบโมงได้ ช่วงนั้นยังไม่ค่อยมีคน พวกเราเลยเดินกันได้อย่างสบายใจ
พี่วิทยากรก็ต้อนรับดีมากเลยค่ะ เป็นมิตรและใจดีมาก
พี่เขาปล่อยให้พวกเราสำรวจด้านบนของบ้านกัน ซึ่งบ้านทรงกึ่งยุโรปนี้เป็นบ้านของเจ้าเมืองแพร่คนสุดท้าย
ตัวบ้านค่อนข้างโล่งและมีลมพัดทำให้ไม่ร้อนแม้จะมีแดดก็ตาม
สำหรับค่าใช้จ่ายในการเข้า ไม่มีค่ะ! ฟรีและเปิดทุกวันเลยล่ะ


หลังจากตะลอนซนกันไปทั่วพี่วิทยากรก็ได้พาเราลงไปยังห้องใต้ดินของตัวบ้าน
จากตรงนี้มีเรื่องน่าสนใจอย่างหนึ่งคือ ความเชื่อในการเดินถอยหลังเข้าตัวห้องใต้ดิน
เพราะว่าห้องใต้ดินของที่นี่ไม่ใช่ห้องใต้ดินธรรมดา แต่เพราะมันคือคุกใต้ดินนั่นเอง
จากตรงนี้พวกเราไม่ได้ถ่ายรูปเนื่องจากมันมืดมาก มองไม่ค่อยเห็นอะไรเลย
ตรงนี้พี่วิทยากรก็จะคอยบรรยายและอธิบายถึงห้องแต่ละห้องว่าห้องไหนทำอะไร รวมไปถึงการลงโทษนักโทษในสมัยก่อนด้วยเช่นกัน
><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><
หลังจากนั้นพวกเราก็ได้เดินทางไปยังวัดพระธาตุช่อแฮกัน
พอไปถึงก็บ่ายเสียแล้ว

พวกเราตัดสินใจขึ้นไปสักการะพระธาตุกันเป็นอย่างแรก ซึ่งในช่วงที่เดินขึ้นนั้นมีทั้งลิฟต์และบันไดให้บริการอยู่
พอมาถึงด้านบนข้างนอกพระธาตุจะเป็นพื้นที่กว้างๆไว้สำหรับพักดื่มน้ำ มีระฆัง ในช่วงที่พวกเราไปนั้นเหมือนจมีงานอะไรสักอย่างด้วย แต่ไม่ได้เข้าไปเนื่องจากกลัวรบกวน พวกเราเลยไม่ได้อยู่ข้างนอกนานนัก และเดินเข้าไปเพื่อสักการะพระธาตุ
โดยวิธีสักการะพวกเราจะต้องเดินเวียนซ้ายกันสามรอบ ในจังหวะนี้พวกเราทุกคนเดินเร็วกว่าตอนวิ่งอีกค่ะ
แดดส่องพื้นลงมาด้วยความร้อนอันน่ารักน่าหยอกชนิดที่ยืนค้างสักวินาทีไม่ได้เลย…
หลังจากกึ่งจ้ำกึ่งเดินและได้ไหว้พระธาตุแล้วพวกเราก็แวะลงมาไหว้พระที่ด้านล่างกันด้วย

><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><
หลังจากที่ออกจากพระธาตุช่อแฮแล้วพวกเราก็ย้ายที่มาบุกวนอุทยานแพะเมืองผีกันค่ะ!

พื้นไม่เรียบเลยค่ะ หยุดถ่ายได้ไม่นานต้องรีบเดินต่อ ทุกคนไปกันไวมาก
แต่บรรยากาศโดยรอบของที่นี่ร่มรื่นดีมาก และเจ้าหน้าที่เองก็ใจดีมากเช่นกันค่ะ
ต้อนรับพวกเราด้วยรอยยิ้ม
หลังจากที่เดินกันไปได้สักพักก็เจอจนได้ค่ะ
หลังจากเดินกันได้ไม่นาน ฝนเจ้ากรรมก็ตกค่ะ หนักด้วย…
วงแตกสิคะ นักท่องเที่ยวสองกลุ่มวิ่งกันคนละทิศหาที่บังฝนทันที 555
สุดท้ายแล้วพอฝนหยุดพวกเราก็ตัดสินใจกลับดันค่ะ เพราะว่าตรงที่เป็นอุทยานเป็นโคลน ทำให้กลัวลื่นตกกัน
><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><
ส่วนวันต่อมา
พวกเราก็จัดทัวร์บริโภคเอ้ยพาไปกินหนมจีนกันเจ้า
เนื่องจากพี่วิทยากรที่คุ้มเจ้าหลวงเขาแนะนำขนมจีนน้ำใสมา
มีหรือเราจะพลาด
พวกเรารีบพุ่งไปบอกลุงคนขับทันที (หนูเห็นลุงหัวเราะนะคะ)
วันรุ่งขึ้นเขาก็พาเราไปค่ะ (5555)
ยินดีต้อนรับสู่ร้าน ‘หนมเส้นน้ำย้อย’ ค่ะ!

ขอบอกเลยค่ะ ว่าอร่อยยยยยย /////
เมนูที่พวกเราสั่งมามีทั้งน้ำใส และน้ำเงี้ยวค่ะ น้ำเงี้ยวไม่เผ็ดเลยค่ะ อร่อยกำลังดี
ที่สำคัญถูกมากเลยค่ะ นี่รวมพวกน้ำที่สั่งๆกันมาแล้ว
ทั้งหมด200ต้นๆเองค่ะ
มีความฟินกินอร่อยมาก/////
หลังจากนั้นพวกเราก็ไปบุกพิพิธภัณฑ์โกมลกันต่อค่ะ

น่าเสียดายที่วันที่ไปนั้นอาจารย์โกมลไม่อยู่
พวกเราเลยเดินดูรอบๆแทน

หลังจากที่จับจ่ายของฝากกันแล้วพวกเราก็ตรงไปที่สุดท้ายคือ
ชุมชนอุตสาหกรรมผ้าย้อมของแม่เหงี่ยมค่ะ
ซึ่งตอนไปเขาก็จะอธิบายถึงการย้อมผ้าห้อมอันเลื่องชื่อ
นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวย้อมผ้าเป็นของตัวเองได้ด้วย
ผ้าเช็ดหน้าราคา 10 บาท และผ้าโพกหัว 50 บาท
จริงๆพวกเราก็ไปย้อมกันมาด้วยค่ะ แต่ถ่ายกันเป็นวีดีโอแทน
หลังจากนั้นก็กลับที่พัก หยา สองวันแล้วพรุ่งนี้ต้องกลับแล้ว
><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><
ในวันที่เดินทางกลับเราออกแต่เช้าค่ะ
ต้องออกแต่แปดโมง ไม่อย่างนั้นจะไม่ทันรถไฟรอบสิบโมง
ขากลับพวกเราเดินทางด้วยรถไฟฟรีค่ะ มีต้นสายจากเชียงใหม่ถึงหัวลำโพง

ขากลับอากาศดีมากๆ ถ่ายวิวได้เยอะแยะเลย
แต่ระยะการเดินทางคือ 12 ชั่วโมง
7 ชีวิตตายคาที่กันบนรถไฟค่ะ 5555
แต่รอบนี้ขายของขายอาหารกันเยอะมากๆ มีของกินแทบทุกชนิดตั้งแต่ข้าวกล่อง ข้าวเหนียว ซาลาเปา หนมจีบ ไข่ต้ม ถือว่าเยอะมากเมื่อเทียบกับขามา
และที่สุดแล้วเราก็ถึงหัวลำโพงตอน 3 ทุ่มค่ะ
ก็จบสำหรับทริปนี้!
กระทุ้แรกเรารีวิวผิดพลาดใดๆต้องขออภัยด้วยนะคะ!
[CR] แบกเป้ ขึ้นเหนือ ตะลุยแพร่
โดยทริปนี้เราใช้เวลาประมาณ 3 วัน 2 คืน ค่ะ! (ไม่รวมระยะเดินทางที่กินไปวันนึงเต็มๆ…)
มีผู้ร่วมทริปทั้งหมด 7 ชีวิตด้วยกัน
ซึ่งในการเดินทางครั้งนี้เรามีจุดมุ่งหมายไปแพร่ค่ะ พร้อมกับแผนการเดินทางแน่นเอี๊ยด!
ซึ่งแผนคือ…. ตายเอาดาบหน้าค่ะ…. (….)
เพราะหลังจากที่ไปดูแหล่งท่องเที่ยวตามเว็บไซต์แล้วเราพบว่า แพร่เป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวค่อนข้างกระจายมากทีเดียว สุดท้ายจึงตัดสินใจจะไปถามคนในพื้นที่แทน
และเนื่องจากชีวิต 7 ชีวิตนี้มีงบที่ค่อนข้างจำกัด… พวกเราเลยเลือกเดินทางโดยรถไฟค่ะ โดยนั่งจากหัวลำโพงไปเด่นชัย และนั่งรถสองแถวจากเด่นชัยไปจนถึงแพร่ค่ะ
><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><
เรานัดรวมพลที่หัวลำโพงตอนทุ่มครึ่งค่ะ คนเยอะพอสมควรเลย
หลังจากนั้นก็ขึ้นรถไฟค่ะ ขบวนของเราเป็นขบวนธรรมดา ที่นั่งพัดลมล่ะ ช่วงที่ออกเดินทางอยู่ๆฝนก็กระหน่ำตก เจ็ดชีวิตนี่วิ่งกันวงแตกเลยทีเดียว
ระยะทางจากหัวลำโพงไปยังเด่นชัยค่อนข้างนานมากๆ ประมาณ 12 ชั่วโมงเลยค่ะ และเนื่องจากเราออกเดินทางช่วงกลางคืน ข้างนอกจึงมองไม่เห็นอะไรเลย + ฝนตกอีกด้วย ซึ่งช่วงกลางคืนนั้นเสบียงบนรถไฟจะมีขายค่อนข้างน้อย ที่เห็นผ่านๆก็มีพวกน้ำ ผ้าเย็น ข้าวเหนียวหมูทอด
ในการเดินทางนั้นเราก็อาศัยพวกขนมที่เตรียมมาประทังชีวิตไปค่ะ นอกนั้นหลับกันยาวๆ
><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><
เรามาถึงที่หมายประมาณ 6 โมงกว่าๆค่ะ ดีเลย์จากเวลาที่วางไว้เกือบชั่วโมงนึง
ยังโชคดีที่เมื่อไปถึง มีรถสองแถว (จริงๆไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเรียกสองแถวได้ไหม เพราะบางคนก็บอกรถกระป๋อง) จอดคอยนักท่องเที่ยวอยู่ ซึ่งพวกเราก็ตกลงกันว่าจะเหมามาคันนึงเพื่อให้เขาพาไปส่งถึงที่พัก
คุณลุงคนขับใจดีมากค่ะ555 คอยถามนู่นนี่ตลอดเลย
หมอกลงงง
พอถึงที่พักคุณลุงเข้าของรถก็ให้เบอร์ไว้ บอกว่าถ้าจะไปไหนก็ติดต่อเขา พวกเราเลยตัดสินใจกันว่า
จะวางแผนเที่ยวและเหมารถคุณลุงไป ซึ่งพอมากันหลายคนค่ารถจึงค่อนข้างถูกพอสมควร
วันนั้นทั้งวันพวกเราพักผ่อนกันที่ที่พักค่ะ
ที่พักของพวกเราจองไว้เป็นแบบบ้านพัก ซึ่งพวกเราพักกันที่บ้านสวนกุหลาบแก้วรีสอร์ท
https://www.facebook.com/Warinresort/
หลังจากที่ตกลงกันแล้วพวกเราก็วางแผนกันว่า วันรุ่งขึ้นจะไปสามที่หลักๆดังนี้
1.คุ้มเจ้าหลวง
2.วัดพระธาตุช่อแฮ
3.อุทยานแพะเมืองผี
ซึ่งก็ได้ทำการติดต่อคุณลุงทั้งเรื่องราคาและเวลากันค่ะ
><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><
วันต่อมาพวกเราเริ่มออกเดินทางตอน 9.00 น. ตามเวลาที่รถมารับ
ความร้อนและแดดนี้นี่ ที่ต่างจากวันแรกที่มีแต่หมอก555555
คุณลุงแวะพาพวกเรามากินข้าวก่อนเลยค่ะ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ประเดิมเมืองแพร่ด้วยร้านข้าวแกง555
หลังจากที่กินอิ่มแล้วพวกเราก็มุ่งหน้าไปสู่ คุ้มเจ้าหลวงเป็นที่แรกเลยค่ะ!
ไปถึงราวๆเกือบสิบโมงได้ ช่วงนั้นยังไม่ค่อยมีคน พวกเราเลยเดินกันได้อย่างสบายใจ
พี่วิทยากรก็ต้อนรับดีมากเลยค่ะ เป็นมิตรและใจดีมาก
พี่เขาปล่อยให้พวกเราสำรวจด้านบนของบ้านกัน ซึ่งบ้านทรงกึ่งยุโรปนี้เป็นบ้านของเจ้าเมืองแพร่คนสุดท้าย
ตัวบ้านค่อนข้างโล่งและมีลมพัดทำให้ไม่ร้อนแม้จะมีแดดก็ตาม
สำหรับค่าใช้จ่ายในการเข้า ไม่มีค่ะ! ฟรีและเปิดทุกวันเลยล่ะ
หลังจากตะลอนซนกันไปทั่วพี่วิทยากรก็ได้พาเราลงไปยังห้องใต้ดินของตัวบ้าน
จากตรงนี้มีเรื่องน่าสนใจอย่างหนึ่งคือ ความเชื่อในการเดินถอยหลังเข้าตัวห้องใต้ดิน
เพราะว่าห้องใต้ดินของที่นี่ไม่ใช่ห้องใต้ดินธรรมดา แต่เพราะมันคือคุกใต้ดินนั่นเอง
จากตรงนี้พวกเราไม่ได้ถ่ายรูปเนื่องจากมันมืดมาก มองไม่ค่อยเห็นอะไรเลย
ตรงนี้พี่วิทยากรก็จะคอยบรรยายและอธิบายถึงห้องแต่ละห้องว่าห้องไหนทำอะไร รวมไปถึงการลงโทษนักโทษในสมัยก่อนด้วยเช่นกัน
><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><
หลังจากนั้นพวกเราก็ได้เดินทางไปยังวัดพระธาตุช่อแฮกัน
พอไปถึงก็บ่ายเสียแล้ว
พวกเราตัดสินใจขึ้นไปสักการะพระธาตุกันเป็นอย่างแรก ซึ่งในช่วงที่เดินขึ้นนั้นมีทั้งลิฟต์และบันไดให้บริการอยู่
พอมาถึงด้านบนข้างนอกพระธาตุจะเป็นพื้นที่กว้างๆไว้สำหรับพักดื่มน้ำ มีระฆัง ในช่วงที่พวกเราไปนั้นเหมือนจมีงานอะไรสักอย่างด้วย แต่ไม่ได้เข้าไปเนื่องจากกลัวรบกวน พวกเราเลยไม่ได้อยู่ข้างนอกนานนัก และเดินเข้าไปเพื่อสักการะพระธาตุ
โดยวิธีสักการะพวกเราจะต้องเดินเวียนซ้ายกันสามรอบ ในจังหวะนี้พวกเราทุกคนเดินเร็วกว่าตอนวิ่งอีกค่ะ
แดดส่องพื้นลงมาด้วยความร้อนอันน่ารักน่าหยอกชนิดที่ยืนค้างสักวินาทีไม่ได้เลย…
หลังจากกึ่งจ้ำกึ่งเดินและได้ไหว้พระธาตุแล้วพวกเราก็แวะลงมาไหว้พระที่ด้านล่างกันด้วย
><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><
หลังจากที่ออกจากพระธาตุช่อแฮแล้วพวกเราก็ย้ายที่มาบุกวนอุทยานแพะเมืองผีกันค่ะ!
พื้นไม่เรียบเลยค่ะ หยุดถ่ายได้ไม่นานต้องรีบเดินต่อ ทุกคนไปกันไวมาก
แต่บรรยากาศโดยรอบของที่นี่ร่มรื่นดีมาก และเจ้าหน้าที่เองก็ใจดีมากเช่นกันค่ะ
ต้อนรับพวกเราด้วยรอยยิ้ม
หลังจากที่เดินกันไปได้สักพักก็เจอจนได้ค่ะ
หลังจากเดินกันได้ไม่นาน ฝนเจ้ากรรมก็ตกค่ะ หนักด้วย…
วงแตกสิคะ นักท่องเที่ยวสองกลุ่มวิ่งกันคนละทิศหาที่บังฝนทันที 555
สุดท้ายแล้วพอฝนหยุดพวกเราก็ตัดสินใจกลับดันค่ะ เพราะว่าตรงที่เป็นอุทยานเป็นโคลน ทำให้กลัวลื่นตกกัน
><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><
ส่วนวันต่อมา
พวกเราก็จัดทัวร์บริโภคเอ้ยพาไปกินหนมจีนกันเจ้า
เนื่องจากพี่วิทยากรที่คุ้มเจ้าหลวงเขาแนะนำขนมจีนน้ำใสมา
มีหรือเราจะพลาด
พวกเรารีบพุ่งไปบอกลุงคนขับทันที (หนูเห็นลุงหัวเราะนะคะ)
วันรุ่งขึ้นเขาก็พาเราไปค่ะ (5555)
ยินดีต้อนรับสู่ร้าน ‘หนมเส้นน้ำย้อย’ ค่ะ!
ขอบอกเลยค่ะ ว่าอร่อยยยยยย /////
เมนูที่พวกเราสั่งมามีทั้งน้ำใส และน้ำเงี้ยวค่ะ น้ำเงี้ยวไม่เผ็ดเลยค่ะ อร่อยกำลังดี
ที่สำคัญถูกมากเลยค่ะ นี่รวมพวกน้ำที่สั่งๆกันมาแล้ว
ทั้งหมด200ต้นๆเองค่ะ
มีความฟินกินอร่อยมาก/////
หลังจากนั้นพวกเราก็ไปบุกพิพิธภัณฑ์โกมลกันต่อค่ะ
น่าเสียดายที่วันที่ไปนั้นอาจารย์โกมลไม่อยู่
พวกเราเลยเดินดูรอบๆแทน
หลังจากที่จับจ่ายของฝากกันแล้วพวกเราก็ตรงไปที่สุดท้ายคือ
ชุมชนอุตสาหกรรมผ้าย้อมของแม่เหงี่ยมค่ะ
ซึ่งตอนไปเขาก็จะอธิบายถึงการย้อมผ้าห้อมอันเลื่องชื่อ
นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวย้อมผ้าเป็นของตัวเองได้ด้วย
ผ้าเช็ดหน้าราคา 10 บาท และผ้าโพกหัว 50 บาท
จริงๆพวกเราก็ไปย้อมกันมาด้วยค่ะ แต่ถ่ายกันเป็นวีดีโอแทน
หลังจากนั้นก็กลับที่พัก หยา สองวันแล้วพรุ่งนี้ต้องกลับแล้ว
><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><><
ในวันที่เดินทางกลับเราออกแต่เช้าค่ะ
ต้องออกแต่แปดโมง ไม่อย่างนั้นจะไม่ทันรถไฟรอบสิบโมง
ขากลับพวกเราเดินทางด้วยรถไฟฟรีค่ะ มีต้นสายจากเชียงใหม่ถึงหัวลำโพง
ขากลับอากาศดีมากๆ ถ่ายวิวได้เยอะแยะเลย
แต่ระยะการเดินทางคือ 12 ชั่วโมง
7 ชีวิตตายคาที่กันบนรถไฟค่ะ 5555
แต่รอบนี้ขายของขายอาหารกันเยอะมากๆ มีของกินแทบทุกชนิดตั้งแต่ข้าวกล่อง ข้าวเหนียว ซาลาเปา หนมจีบ ไข่ต้ม ถือว่าเยอะมากเมื่อเทียบกับขามา
และที่สุดแล้วเราก็ถึงหัวลำโพงตอน 3 ทุ่มค่ะ
ก็จบสำหรับทริปนี้!
กระทุ้แรกเรารีวิวผิดพลาดใดๆต้องขออภัยด้วยนะคะ!