สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 7
เอากันแต่พอดีเห๊อะ แค่นี้เขาก็ได้รับบทเรียนไปจนตายละ คดีฆ่าคนตายคงได้รับโทษทางสังคม น้อยกว่าคดีนี้อีกมั้ง กะให้คนรอบข้างเขาตกนรกตามเขาไปด้วย ขนาดนั้นจริงเหรอ
สมาชิกหมายเลข 3878971 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 849154 ถูกใจ, บิ๋ม 92 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1664659 ถูกใจ, White Chateau ถูกใจ, ธิดาพญาหงส์ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1373951 ถูกใจ, poppygirl ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2390532 ถูกใจ, กระปุกตั้งฉ่าย2005 ถูกใจรวมถึงอีก 179 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 11
ที่ขอจดทะเบียนไว้เป็นแค่สองคนนะคะ คือน๊อตกับแฟน เข้าใจว่าเป็นหุ้นลมหรือเปล่า(ของเจ้าของเดิม)
ความคิดเห็นที่ 19
เจ้าตัวบอกเองนี่คะว่าเจ้าของ จดทะเบียนร้านก็ชื่อคุณน็อตกับแฟน แล้วจะคือหุ้นส่วนได้อย่างไร
Sgt Hafer ถูกใจ, เฮียเครียด ถูกใจ, Error 404 Brain not found ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1403128 ถูกใจ, ผู้บ่าวคลาสสิค ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1115218 ถูกใจ, JH0125 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1356272 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 726483 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 966129 ถูกใจรวมถึงอีก 49 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 12
พวกไปป่วนร้านเขานี่ก็ไม่ต่างกับนายน็อตนั่นหรอก
love2loveU ถูกใจ, บิ๋ม 92 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3075879 ถูกใจ, กระปุกตั้งฉ่าย2005 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 896021 ถูกใจ, beautybabygirl ถูกใจ, ปืนติดพิษ ถูกใจ, Lee Choon Ki ถูกใจ, Perri ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1308760 ถูกใจรวมถึงอีก 44 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 2
ทนหน่อยครับ นี่ไทย์แลนด์ครับ ด่าตามกระแส พอเรื่องซาก็เงียบ
POP ARMY ถูกใจ, บิ๋ม 92 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1373951 ถูกใจ, ++ที่เดิม++ ถูกใจ, beautybabygirl ถูกใจ, แมวอ้วนสีชมพู ถูกใจ, หมูหันสะพานสาม ถูกใจ, กล้าที่จะรัก ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2218616 ถูกใจ, FaNg_CrAzY ถูกใจรวมถึงอีก 15 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
เจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่นหุ้นส่วน น็อต กราบรถ วอนสังคมเห็นใจ (อ่านแล้วน่าเห็นใจจริงๆ)
เจ้าของร้าน “เบคคุ” ขอความเห็นใจถูกกระแสถล่ม เจอโทรศัพท์ด่า-ขู่วางระเบิด วอนโซเชียลแยกแยะ!
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 - 20:02 น.
วันที่ 8 พ.ย. เวลา 18.40 น. ผู้สื่อข่าว “ข่าวสด” เดินทางไปที่ร้าน Bekku Tonkatsu ย่านอโศก ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ หนุ่ม “น็อต อัครณัฐ” เจ้าของดราม่า “กราบรถกู” เป็นหนึ่งในหุ้นส่วน โดยหลังจากเกิดเรื่อง ทางร้านก็ถูกกระแสโซเชียลถล่มอย่างหนัก
น.ส.น้ำผึ้ง เบคคุ หนึ่งในเจ้าของร้านเปิดเผยว่า ตนเองกับนายมิซูโทชิ สามีชาวญี่ปุ่นได้เริ่มก่อตั้งร้านเบคคุนี้มากว่า13ปี จนมีลูกค้าติดใจในรสชาติและบริการของทางร้าน ซึ่งร้านจะให้ความเป็นกันเองกับทุกๆคน จนมาเมื่อปี 2556 สามีตนเสียชีวิต ได้ทนทำต่อไปอีกประมาณ 9 เดือน จึงหยุดไปเนื่องจากตนเองทำคนเดียวไม่ไหว จากนั้นก็มีลูกค้ากลุ่มเก่าๆ ซึ่งรวมถึงน็อตด้วยได้ชวนกันมาทำร้านใหม่ ซึ่งในวันที่19 ธ.ค.นี้. จะครบ 1 ปี
น.ส.น้ำผึ้งระบุว่า ปกติ เท่าที่เห็น น็อตก็เป็นคนนอบน้อมดี เจอใครก็ไหว้ เจอยามก็ไหว้ ก็เป็นคนอารมณ์ดีที่เคยเห็น ครั้งนี้ครั้งแรกที่เห็นแบบนี้ ก็ตกใจเหมือนกัน ถ้าปกติเขาเป็นแบบนั้น ก็คงไม่ร่วมทำธุรกิจกันมาได้เป็นปี
น.ส.น้ำผึ้งเล่าถึงผลกระทบต่อร้านว่า “วันสองวันแรกก็ยังไม่มีผลกระทบ พอเมื่อวานออกข่าว หลายคนก็ให้กำลังใจ มีลูกค้ามาแน่นมาก เป็นลูกค้าจริงๆ ก็จะเข้าใจ แต่ก็มีโทรศัพท์เข้ามาเยอะมาก ข่มขู่ จะเอาระเบิดมาเขวี้ยง แจกของลับ มาด่าลูกน้องบอกให้ลาออก จนต้องถอดปลั๊กออก อย่าด่าลูกน้องหนูเลย หนูพอรับได้ แต่เด็กรับไม่ได้หรอก”
เจ้าของร้านเบคคุยังเผยว่า หลังจากนั้น น็อตโทรมาขอโทษที่ทำให้ร้านเสื่อมเสียชื่อเสียงที่สั่งสมมานาน เขาก็เสียใจ ก็ขอโทษ ก็บอกไปว่าลูกค้าเขาแยกแยะได้ คนที่แยกแยะไม่ได้ส่วนมากก็ไม่ใช่ลูกค้า เข้าใจว่าใครที่เห็นเหตุการณ์วันนั้นก็คงรู้สึก เป็นใครก็รู้สึกว่าแรง อยากให้เขาเคลียร์เรื่องของเขาก่อน ตรงร้านนี้ไม่ต้องห่วง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า น็อตจะถอนหุ้นส่วนหรือไม่ น้ำผึ้งกล่าวว่า “เราก็บอกว่าไม่เป็นไรถ้าหนูไปลงโทษเขาอีก สังคมก็ลงโทษเขาพอแล้ว แทบไม่มีที่ยืน ก็ไม่อยากซ้ำเติม ก็ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย ผิดก็ว่าไปตามผิด ก็เห็นใจ กว่าจะเปิดร้านกันมา น็อตก็เคยมาช่วยเสิร์ฟ ช่วยเช็ดโต๊ะ เรื่องถอนหุ้นก็ยังไม่ได้คุย ยังไม่อยากให้ถึงขั้นนั้น เชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น ตอนนี้คนยังมีอารมณ์ ผิดก็ให้อภัยกันดีกว่า ไม่มีใครอยากทำให้เกิดเรื่องผิดพลาดขนาดนี้ ไม่มีใครอยากทำร้ายตัวเองหรอก ”
น.ส.น้ำผึ้งยังกล่าวว่า ก็มีคนให้กำลังใจเยอะมาก บอกว่าอย่าปิดร้าน ให้กำลังใจ ถ้าปิดไปก็เสียดายรสชาติ
“ก็ขอว่าอย่าโทรมาด่า ถ้าคิดว่าเขาผิดก็ผิด แต่พวกหนูกับลูกน้องไม่รู้เรื่อง อยากให้แยกแยะด้วย”
ขอบคุณข่าวสด https://www.khaosod.co.th/monitor-news/news_90744
ขอบคุณข่าวจาก เดลินิวส์ ออนไลน์ http://www.dailynews.co.th/regional/534941