ฝึกควบคุมอารมณ์ไหม…จะได้ไม่ต้องให้ใครมากราบรถ

  “กราบรถกู” กลายเป็นวลีเด็ดยอดฮิตไปแล้วสำหรับประโยค ของ“น๊อต อัครณัฐ” หรือ“น๊อตเวคคลับ” ที่มาจากคลิปวิดีโอชกหน้าคู่กรณีที่ขับรถเฉี่ยวชนกัน ซึ่งถือเป็นตัวอย่างให้คนในสังคมได้อย่างดีโดยเฉพาะเรื่องการควบคุมสติอารมณ์
    แม้อุบัติเหตุบนท้องถนนจะเป็นปัญหาปกติของสังคมเมือง ที่มีประชากรอาศัยอยู่กันอย่างหนาแน่น มีการใช้รถใช้ถนนมาก จนส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุเพิ่มมากขึ้น แต่เรื่องที่ไม่ปกติของอุบัติเหตุบนท้องถนนของสังคมไทยคือ การทะเลาะวิวาทของคู่กรณีที่บางครั้งลามปามไปถึงการทำร้ายร่างกายกัน ซึ่งมีคำพูดที่น่าคิดว่า “คนไทยเป็นคนใจเย็น หากไม่ได้อยู่หลังพวงมาลัย”  นั่นเป็นผลมาจากการควบคุมสติอารมณ์
       หากคู่กรณีทั้งสองฝ่ายสามารถควบคุมสติอารมณ์ของตนได้อย่างดี และปล่อยให้กระบวนการทางกฎหมายดำเนินการไป ก็จะไม่มีปัญหาการทะเลาะวิวาท การทำร้ายร่างกายกันตามมา เพราะอุบัติเหตุการเฉี่ยวชน ชนแล้วหนี ต่างๆนั้น มีกระบวนการตามกฎหมายรองรับอยู่แล้ว ยิ่งกรณีที่รู้ตัวคู่กรณี หรือจับคู่กรณีไว้ได้ ก็ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดำเนินการต่อ ตามกฎหมาย ใครเป็นคนผิดก็ว่าไปตามผิด แล้วชดใช้ค่าเสียหายไปตามเรื่องตามราว แต่ไม่ใช่ว่าจับคู่กรณีได้แล้วไปชกหน้าคู่กรณี เพียงเพราะมีอารมณ์โกรธ มีอารมณ์ไม่พอใจ จึงระบายอารมณ์ไปที่คู่กรณี ซึ่งเรื่องแบบนี้แม้คู่กรณีจะเป็นฝ่ายผิดจริง จากการขับรถเฉี่ยวชน แต่อีกฝ่ายก็ไม่มีสิทธิ์ไปทำร้ายร่างกายเขาตามอำเภอใจ เพราะจะกลายเป็นความผิดอาญาฐานทำร้ายร่างกายทันทีและยิ่งกว่านั้นการทำร้ายร่างกายคู่กรณีแล้วไปบังคับให้กราบรถและมีคำพูด “กราบรถกู” ก็เป็นการดูถูกศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนอื่นเข้าไปอีก เพราะแม้คู่กรณีจะเป็นฝ่ายผิดจากการขับรถเฉี่ยวชนรถเรา แต่เราก็ไม่มีสิทธิไปบังคับให้เขากราบรถ หรือบังคับให้เขาทำอะไรก็ตามอำเภอใจของเรา เพราะทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน จึงควรได้รับการเคารพเท่าเทียมกัน ไม่ใช่ไปดูถูกศักดิ์ศรีคนอื่น
    และหากคิดในมุมกลับกันถ้าเป็นคนในครอบครัวเรา คนสนิทเรา พี่น้องเพื่อนฝูงเรา ไปขับรถเฉี่ยวชนรถคนอื่น เราก็คงไม่ต้องการเห็นภาพคู่กรณีบังคับให้คนในครอบครัวเรา คนสนิทเรา พี่น้องเพื่อนฝูงเรากราบรถ แต่เราคงอยากเห็นคู่กรณีปฏิบัติไปตามกระบวนการกฎหมาย และให้เกียรติคนในครอบครัวเรา คนสนิทเรา พี่น้องเพื่อนฝูงเรามากกว่า
      “การควบคุมสติอารมณ์” จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ และคนในสังคมควรตระหนัก เพราะหากไม่มีการควบคุมสติอารมณ์ที่ดี จะนำมาสู่ปัญหาต่างๆอีกมากมาย และไม่ได้เป็นผลดีต่อฝ่ายใดเลย มิหนำซ้ำยังเป็นผลเสียในวงกว้าง ผลเสียต่อภาพลักษณ์ต่อตัวเราเองด้วย จะเห็นได้จากกรณีของ “น๊อต เวคคลับ” ที่หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ก็ถูกกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำของเขา และทำให้เกิดเป็นกระแสกดดันในวงกว้าง
        สุดท้ายก็ส่งผลให้ต้นสังกัดยกเลิกสัญญากับเขาในทันที และทำให้ถูกถอดรายการที่จัดจากสถานีโทรทัศน์ รวมทั้งถูกวิพากษ์วิจารณ์จากคนในวงการบันเทิง เพียงเพราะการกระทำที่ขาดการควบคุมสติอารมณ์
หากตอนที่เกิดเรื่อง “น๊อตเวคคลับ” สามารถควบคุมสติอารมณ์ของตัวเองได้ แม้จะมีอารมณ์โกรธ อารมณ์ไม่พอใจคู่กรณี แต่ก็ปล่อยให้กระบวนการ   กฎหมายดำเนินการกับผู้ที่ขับรถเฉี่ยวชน โดยที่ไม่มีการไปทำร้ายร่างกายคู่กรณีหรือบังคับให้คู่กรณีกราบรถอย่างที่เห็นในคลิป เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็คงจบที่คดีขับรถเฉี่ยวชนกันธรรมดาๆ โดยที่ไม่ส่งผลกระทบใดๆกับตัวเขาเลย
       ดังนั้นเราคงเห็นแล้วว่าการควบคุมสติอารมณ์นั้นสำคัญเพียงใด เพราะหากเราขาดการควบคุมสติอารมณ์เพียงชั่ววูบอาจจะส่งผลกระทบกับตัวเราเองและคนรอบข้าง มากกว่าที่เราคาดคิดก็ได้
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่