อ่านจบแล้วคิดว่าผู้ชายคนนี้เป็นยังไง

มีเรื่องเล่าคะ ประสบการณ์ตรงๆของเราเลย
เราแต่งงาน มีลูก และย้ายมาอยู่ที่บ้านผู้ชายมาปีกว่า
แล้วมาจับได้ว่า ผู้ชายมีคนอื่น พาไปเที่ยว พาไปต่างประเทศ
จับได้ครั้งแรกขอโอกาสก็ให้อภัย ทนอยู่เพราะสงสารลูก
จับได้ครั้งที่สอง คิดว่าจะไม่ให้อภัยแล้ว แต่ผู้ชายร้องไห้ เราก็สงสารก็ให้โอกาสอีก
ทีนี้จับได้ครั้งที่สาม เราไม่เอาเลย มารู้ความจริงตามมาทีหลังมากมาย
เพราะเหตุบังเอิญที่ทำให้เจอว่าผู้หญิงคนใหม่นั้น เป็นเพื่อนสนิทกับเพื่อนเรา
ผู้ชายแรกผู้ชายก็ไปหลอกผู้หญิงคนนั้นว่าไม่มีใคร พอเราจับได้เราก็ไปบอกว่าผู้ชายมีลูกมีครอบครัวแล้ว
ผู้ชายก็ไปบอกทางผู้หญิงว่า บอกเลิกหลายครั้งแล้ว แต่เราไม่ยอม เลยทำอะไรไม่ได้
อยู่ทุกวันนี้ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรอยู่เพื่อลูกเท่านั้น........(ประโยคนี้เราน่าจะเป็นคนพูดมากกว่านะ)

ตั้งแต่มีเรื่อง และเราจับได้เขาก็ทำตัวเป็นปกติไม่มีอะไรเกิดขึ้น
กลับมาบ้านปกติในวันที่หยุด พาลูกพาครอบครัวไปเที่ยว แต่เราก็จะไม่ค่อยมองหน้าไม่ค่อยคุยด้วยเท่าไหร่
เขาก็พยายามคุยกะเราปกติ จนสุดวันหนึ่งเราก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปที่จะอยู่ในสภาพแบบนี้
เพราะโซเชียลทำให้เราไปรู้ไปเห็นมาว่า เขาพาแม่เขาไปเจอ ไปเที่ยว ไปทานข้าวกับผู้หญิงคนใหม่
แม้กระทั่งวันเกิดแม่ ก็พาผู้หญิงคนใหม่ไป ไปเจอกับพวกญาติๆ ทานอาหารในภัตรคาร ที่เหลือก็ห่อกลับบ้านมาให้เรา
ที่เลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน ซึ่งตอนนั้นเราไม่รู้เรื่องอะไรเลย มารู้ก็ตอนท้ายๆ เหมือนหนังใกล้จบ
และที่มากไปกว่านั้น ชายผู้หญิงคู่นี้ คุยเรื่องงานแต่งงานกันด้วยนะ หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงคือปีหน้าเขาจะแต่งงานกัน
โดยที่เราและลูกยังอยู่หัวโด่ในบ้านเขา นี่ชีวิตจริงนะคะ ไม่ใช่นิยาย...นี่แค่ไม่กี่ประเด็น เพราะมันมีเยอะมากกว่านี้มาก

เราไม่รู้นะว่า เพราะเงิน บารมี และอำนาจทำให้คนเปลี่ยนไปหรือเปล่า แต่คิดว่ามีส่วนอย่างมาก
ครอบครัวเราเป็นครอบครัวคนธรรมดา ไม่มีหน้าตาในสังคม ไม่มีอำนาจบารมี
แต่ครอบครัวของผู้หญิงคนใหม่เป็นคนมีหน้ามีตา ร่ำรวย มีบารมี
ทุกวันนี้เราเลิกเด็ดขาดกับผู้ชายและครอบครัวของเขา ไม่มีการติดต่อ หรือเรียกร้องอะไร
เพราะเราคิดว่าคนที่มีความรับผิด ต้องมีสามัญสำนึกเองว่าจะต้องทำยังไง
ส่วนทางทางครอบครัวฝั่งผู้หญิงไม่รู้เลยว่า คนที่ตัวเองชื่นชมอยากได้มาเป็นลูกเขย
มีลูกมีครอบครัวแล้ว และกลัวคนอื่นรู้มาก เพราะรูปงานแต่งงานก็ไม่ให้เราโพส เวลาเราโพสรูปพ่อลูก
ก็มาว่าเรา ประมาณว่าแต่งงานแล้วไม่บอกผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือเขาอาจโดนตำหนิได้
เป็นเพราะเราแต่งแบบเงียบ ๆ บอกแค่ญาติผู้ใหญ่ เพราะว่าเราท้อง เขาบอกกับเราว่าตั้งใจมีลูกกับเรามาก
อยากมีหลานใหม่แม่ เพราะแม่แก่แล้ว ( ถ้าอยากจะมีเพราะให้พ่อแม่ได้ดีใจ แต่ไร้ความรับผิดชอบอย่าอยากมีนะคะ)
แต่กว่าจะได้แต่งผู้ชายก็หาข้ออ้างว่ายุ่งเรื่องงานจนเราท้องได้ 4 เดือนละ

ผู้ชายคนนี้แต่งเรื่องโคตรเก่งอ่ะ  แต่งเรื่องว่าเราร้ายๆ ไปบอกผู้หญิงฝั่งโน้น
หาว่าเรากับลูกคือความผิดพลาด และขอโอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่กับผู้หญิงคนใหม่
สองคนนี้มีอะไรที่เหมือนกันนะ คือเอาธรรมะมาบดบังความผิดที่ตัวเองทำไว้
บอกใครต่อใครว่าตัวเองมีศีลธรรม นั่นคือเบื้องหน้า แต่เบื้องหลังนี่อาเฮียดีๆนี่เอง
ตอนนี้เรารอแค่ว่า ... สิ่งที่ชายหญิงคู่นี้ทำกับเราและลูกเวรรกรรมจะจัดสรรให้พวกเขาเอง
พวกคุณคิดว่าผู้ชายคนนี้เป็นยังไงหล่ะในสายตาคุณ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่