ผู้ส่งออกแห่ดัมพ์ราคาข้าว TDRI- แฉต้นเหตุกดโรงสีจนกระเทือนชาวนา

TDRI แฉที่มาข้าวราคารูด

ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สาเหตุที่ราคาตกต่ำในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา มีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ที่สำคัญส่วนหนึ่งเป็นผลจากหน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่มีผลพยากรณ์ผลผลิตข้าวที่แน่นอน ยกตัวอย่าง สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) รายงานที่ประชุม นบข.เมื่อ 31 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า ผลผลิตข้าวเปลือกทุกประเภทในปีนี้จะเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาปริมาณ 1 ล้านตัน ขณะที่กรมการข้าว รายงานเฉพาะข้าวเปลือกหอมมะลิชนิดเดียวจะเพิ่มขึ้น 3 ล้านตัน ข้อมูลแตกต่างอย่างสิ้นเชิง

ผู้ส่งออกดัมพ์ราคากันเอง

ขณะเดียวกันผู้ส่งออกไม่เชื่อผลพยากรณ์ก็จะออกไปสำรวจข้าวเอง ไม่ได้ไปทุกจังหวัด แต่เลือกไปจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง เห็นข้าวเต็มท้องทุ่ง ก็สันนิษฐานร่วมกับโรงสีในพื้นที่ถึงคาดการณ์ผลผลิต และคำนวณราคาข้าวว่าควรจะเป็นเท่านี้ ซึ่งมีผู้ส่งออกบางรายไปกำหนดราคาขายข้าวสารหอมมะลิส่งออก เอฟ.โอ.บี ตัดราคาตลาด เพียงตันละ 570 ดอลลาร์สหรัฐฯ จากในขณะนั้นราคาส่งออก เอฟ.โอ.บี อยู่ที่ตันละ 600-700 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งคู่ค้าก็ฉลาด กลับไปถามผู้ส่งออกอีกราย ว่าเจ้านี้ให้ราคาเท่านี้ คุณจะให้ราคาเท่าไร แทนที่จะบอกในราคาใกล้เคียงหรือเท่ากัน อีกรายหนึ่งก็กลับไปดัมพ์ราคาขายให้ต่ำลงมาเหลือเพียงตันละ 530 ดอลลาร์สหรัฐฯ กระทบถึงราคาข้าวในประเทศที่รูดลงจนถึง ณ ปัจจุบัน

“พ่อค้าเก็งกำไรไม่ผิด แต่ที่ผิดคือหน่วยงานรัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพ จึงทำให้คนกลุ่มนี้ต้องลงไปหาข้อมูลเอง สำรวจในพื้นที่โดยเลือกจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งเท่านั้น แล้วตั้งสมมติฐานเองว่าปริมาณข้าวจะเยอะ ทั้งๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ ไม่มีข้อมูลยืนยันแน่ชัดว่าข้าวหอมมะลิมีปริมาณเท่าไรกันแน่ แม้แต่ข้าวชนิดอื่นๆ ด้วย ในเรื่องนี้แนะนำว่าควรส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบภาคพื้นดินเพื่อสำรวจว่ามีข้าวประเภทไหนบ้าง เพื่อให้ประมาณการปริมาณข้าวได้ถูกต้องและจะสามารถนำเสนอราคาให้สอดคล้องกับปริมาณได้อย่างแม่นยำ”

2 ปีธ.ก.ส.ขาดทุนพันล้าน

แหล่งข่าว นบข. เผยว่า จากที่ ธ.ก.ส.ได้ช่วยเหลือเกษตรกรในโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีหรือจำนำยุ้งฉางใน 2 ปีการผลิตที่ผ่านมา( ปีการผลิต 2557/58 และ 2558/59) ได้ประสบภาวการณ์ขาดทุนรวมประมาณ 1 พันล้านบาท ปัจจุบัน ธ.ก.ส. ยังมีข้าวคงเหลือที่รอการระบาย จำนวน 136,477 ตัน ใน 5 จังหวัด ได้แก่ สุรินทร์ บุรีรัมย์ กาฬสินธ์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ดังนั้นจึงต้องเร่งรัดให้ ธ.ก.ส.ระบายออก ไม่เช่นนั้นเกษตรกรกลุ่มนี้จะไม่มีที่เก็บข้าวฤดูการผลิตใหม่ รวมถึง ธ.ก.ส.ต้องขอชดเชยการขาดทุนจากรัฐบาล

โรงสีโวยเป็นแพะกดราคา

ด้านแหล่งข่าวจากวงการโรงสี เผยว่า ที่ผ่านมาจากราคาข้าวตกต่ำ ทางกระทรวงพาณิชย์พยายามโบ้ยให้โรงสีเป็นแพะ ทั้งที่ในข้อเท็จจริงผู้ส่งออกเป็นคนกำหนดราคารับซื้อ ซึ่งโรงสีเองก็ต้องคำนวณกลับมาเป็นราคารับซื้อข้าวเปลือก จะไปรับซื้อราคาสูงมากก็ไม่ได้เพราะเป็นเรื่องธุรกิจต้องมีกำไรเช่นกัน ส่วนเรื่องความชื้นข้าวที่ใช้เป็นตัววัดในการกำหนดราคานั้นก็ถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งต่อไปจะเสนอทางสมาคมโรงสีข้าวไทยให้ประกาศราคารับซื้อข้าวแห้งแทน

“จากผลพวงราคาข้าวหอมมะลิตกต่ำมีผู้ประกอบการส่งออกข้าวรายใหญ่รายหนึ่ง ที่มาขอซื้อข้าวสารหอมมะลิจากโรงสีแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในราคาขาย 24,000 บาทต่อตัน แต่พอสถานการณ์ราคาข้าวเป็นแบบนี้ก็ไม่รับซื้ออ้างว่าข้าวกลิ่นเปรี้ยว ไม่ได้มาตรฐาน”

อ่านข่าวทั้งหมด http://www.thansettakij.com/2016/11/03/111115
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่