Note 7!
เริ่มต้นใช้ Samsung ตั้งแต่ Galaxy S3 เครื่องรวนๆแฮงค์ๆมาเรื่อย ก็กลับไปหา Apple พอมา S4 ก็ดีขึ้นนิดแต่ก็ยังรวนๆ ก็ยังให้โอกาสมาเรื่อยๆ จน S5 มาใช้ Note 4 ไป S6 มา Note 5 สลับ iPhone จนปัจจุบันใช้ S7 โดยไม่มี Apple ข้างกายมาพักใหญ่ แต่ถ้าพูดแล้วข้อเสียที่ซัมซุงแก้ไม่หายก็มีตลอด เช่นเครื่องร้อน แบตหมดไว แต่ก็ยังชอบมากกว่า Apple รุ่นหลังๆ เพราะติดใจ Andriod เข้าเรื่องเลยดีกว่า มาถึงตัวปัญหา คือใช้ S7 อยู่ดีๆแต่ตอนไปอิตาลี เครื่องตกจอแตกยับคาฟิลม์กอลิล่าราคาร่วมพันบาทที่ไม่ช่วยอะไรเลยสักนิด ระหว่างเดินทางกลับจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ เครื่องบินแวะเปลี่ยนเครื่องที่การ์ต้า ปกติซื้อเครื่องในไทยมาโดยตลอด มาเครื่องนี้สุดวิสัยต้องซื้อที่สนามบิน ซึ่งย้ำถามพนักงานบอกรับประกัน 2 ปีทั่วโลก เลยถอยเลยทั้งๆที่ราคาแพงกว่าเมืองไทย พอกลับมาใช้ได้ไม่กี่วัน ข่าวเครื่องระเบิดและการเรียกคืนก็เกิดขึ้น ผมเลยแวะไปสอมถามร้าน Samsung Shop ที่เซ็นทรัล อีสท์วิลล์ ได้คำตอบมาว่า ซื้อไหนไปคืนนั่น (ในใจก็หงุดหงิดกับคำว่า 2 Years Worldwide Warranty แถมปัญหาที่เกิดก็มาจากโรงงาน สรุปโดนทิ้ง) เลยแซวพนักงานไปว่า แน่ใจว่าไม่รับนะ ถ้ามาระเบิดในไทยจะยุ่งนะ ก็เห็นว่าไม่มีใครรับคืน บวกกับว่าเดินทางตลอดไม่มีเวลาไปหาไปคุยหรือไปซื้อเครื่องใหม่ เลยยอมทนใช้ไปเรื่อยๆ แต่ปัญหาที่เจอคือ
1. เพื่อนต่างชาติเห็นว่าใช้ก็บอกว่าเอาไปไกลๆ กลัวระเบิด ดีหน่อยก็บอกว่าอย่าเสี่ยงเลย มันอันตราย ให้ส่งคืนบริษัท บ้างก็ขอไปให้ภรรยา
2. เครื่องเริ่มร้อนๆบ้าง แต่ก็เห็นว่าเป็นปกติของ Samsung ทุกรุ่น ทนใช้ต่อ
3. ขึ้นเครื่องบินทุกสายการบิน ทุกประเทศประกาศหมดว่า ไม่ให้เปิดเครื่อง ไม่ให้ชาร์จ ห้ามทำหล่น ห้ามทุกห้าม จนล่าสุด กลายเป็นวัตถุอันตราย ห้ามนำขึ้นเครื่องบินเลย เรื่องใหญ่ละ
4. ทุกครั้งที่เปิดเครื่องจะมีข้อความส่งมาว่าห้ามใช้แล้วส่งศูนย์บริการด่วน เตือนตลอดเวลา ก็เห็นว่าน่าจะต้องทำอะไรกับมันละครั้งนี้
5. เครื่อง update เอง จากนั้นเครื่องก็ชาร์จแบตไม่ได้ 100% เต็มที่ได้แค่ 60% ซี่งไม่พอใช้ทั้งวัน เซ็งดิ ไม่พอ ห้ามชาร์จ แล้วจะใช้อะไรยังไง
6. เลขาติดต่อไปสำนักงานใหญ่ สรุปยอมรับเครื่อง เลยให้แมสเซ็นเจอร์ไปส่งแต่เอาไปแล้วเงียบกริบไปกับกลีบเมฆ ไม่มีสัญญาณตอบกลับเลย
7. รอด้วยใจจดจ่อว่าจะได้เครื่องรุ่นเดิมกลับ เพราะซื้ออุปกรณ์เสริมไปค่อนโลก ทั้งกล้อง 360 เคสที่มาพร้อมเลนส์ 2 เลนส์ ราคาร่วมหมื่น ฟิลม์กันรอยอย่างดี รวมๆอุปกรณ์เสริมก็ราคาเท่าเครื่อง
8. ประกาศยกเลิกรุ่นนี้ถาวร! อ้าวเฮ้ย ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หน่า ของที่ซื้อมาละ
9. ติดต่อกลับไปที่ศูนย์ 3 ครั้งใน 2 สัปดาห์ มีคำตอบกลับมาแค่ว่า ให้รอไปก่อนสำนักงานใหญ่ยังไม่สรุป
10. วันนี้เลขาติดต่อไปอีกคำตอบคือ รอไปก่อน เครื่องคืนเยอะ คิวยาว คำตอบที่แบบ ไม่รู้จะทำยังไง
คือตอนแรกก็เห็นใจและสงสาร เพราะโดนโจมตีเยอะ เลยพยายามใช้มาเรื่อยๆ เพื่อช่วยเป็นหนึ่งเสียงพิสูจน์ว่าเครื่องไม่ระเบิด แต่เครื่องดันโดนยึดไปเรียบร้อยคราวนี้เราคนที่จ่ายเงินไปหมด เครื่องสำรองก็ไม่มีให้ เครื่องใหม่ก็ไม่กล้าซื่อเพราะซื้อเสร็จเดี๋ยวมันส่งมาให้อีกเครื่องคราวนี้จะเอาไปทำอะไรนอกจากมัดรวมแล้วเอาไปปาบ้านมัน ตอนนี้ เวลานี้ เรื่องนี้ อยากให้ถึงซัมซุงละ
cr มีคนฝากผมมาให้ช่วยหาทางออกให้ด้วยครับทาง samsung thailand อย่าให้คำตอบกับผู้บริโภคแบบเลื่อนลอย ไม่มีกำหนด แถมไร้มาตรฐานเช่นนี้
ถึง samsung thailand กรณี note 7
เริ่มต้นใช้ Samsung ตั้งแต่ Galaxy S3 เครื่องรวนๆแฮงค์ๆมาเรื่อย ก็กลับไปหา Apple พอมา S4 ก็ดีขึ้นนิดแต่ก็ยังรวนๆ ก็ยังให้โอกาสมาเรื่อยๆ จน S5 มาใช้ Note 4 ไป S6 มา Note 5 สลับ iPhone จนปัจจุบันใช้ S7 โดยไม่มี Apple ข้างกายมาพักใหญ่ แต่ถ้าพูดแล้วข้อเสียที่ซัมซุงแก้ไม่หายก็มีตลอด เช่นเครื่องร้อน แบตหมดไว แต่ก็ยังชอบมากกว่า Apple รุ่นหลังๆ เพราะติดใจ Andriod เข้าเรื่องเลยดีกว่า มาถึงตัวปัญหา คือใช้ S7 อยู่ดีๆแต่ตอนไปอิตาลี เครื่องตกจอแตกยับคาฟิลม์กอลิล่าราคาร่วมพันบาทที่ไม่ช่วยอะไรเลยสักนิด ระหว่างเดินทางกลับจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ เครื่องบินแวะเปลี่ยนเครื่องที่การ์ต้า ปกติซื้อเครื่องในไทยมาโดยตลอด มาเครื่องนี้สุดวิสัยต้องซื้อที่สนามบิน ซึ่งย้ำถามพนักงานบอกรับประกัน 2 ปีทั่วโลก เลยถอยเลยทั้งๆที่ราคาแพงกว่าเมืองไทย พอกลับมาใช้ได้ไม่กี่วัน ข่าวเครื่องระเบิดและการเรียกคืนก็เกิดขึ้น ผมเลยแวะไปสอมถามร้าน Samsung Shop ที่เซ็นทรัล อีสท์วิลล์ ได้คำตอบมาว่า ซื้อไหนไปคืนนั่น (ในใจก็หงุดหงิดกับคำว่า 2 Years Worldwide Warranty แถมปัญหาที่เกิดก็มาจากโรงงาน สรุปโดนทิ้ง) เลยแซวพนักงานไปว่า แน่ใจว่าไม่รับนะ ถ้ามาระเบิดในไทยจะยุ่งนะ ก็เห็นว่าไม่มีใครรับคืน บวกกับว่าเดินทางตลอดไม่มีเวลาไปหาไปคุยหรือไปซื้อเครื่องใหม่ เลยยอมทนใช้ไปเรื่อยๆ แต่ปัญหาที่เจอคือ
1. เพื่อนต่างชาติเห็นว่าใช้ก็บอกว่าเอาไปไกลๆ กลัวระเบิด ดีหน่อยก็บอกว่าอย่าเสี่ยงเลย มันอันตราย ให้ส่งคืนบริษัท บ้างก็ขอไปให้ภรรยา
2. เครื่องเริ่มร้อนๆบ้าง แต่ก็เห็นว่าเป็นปกติของ Samsung ทุกรุ่น ทนใช้ต่อ
3. ขึ้นเครื่องบินทุกสายการบิน ทุกประเทศประกาศหมดว่า ไม่ให้เปิดเครื่อง ไม่ให้ชาร์จ ห้ามทำหล่น ห้ามทุกห้าม จนล่าสุด กลายเป็นวัตถุอันตราย ห้ามนำขึ้นเครื่องบินเลย เรื่องใหญ่ละ
4. ทุกครั้งที่เปิดเครื่องจะมีข้อความส่งมาว่าห้ามใช้แล้วส่งศูนย์บริการด่วน เตือนตลอดเวลา ก็เห็นว่าน่าจะต้องทำอะไรกับมันละครั้งนี้
5. เครื่อง update เอง จากนั้นเครื่องก็ชาร์จแบตไม่ได้ 100% เต็มที่ได้แค่ 60% ซี่งไม่พอใช้ทั้งวัน เซ็งดิ ไม่พอ ห้ามชาร์จ แล้วจะใช้อะไรยังไง
6. เลขาติดต่อไปสำนักงานใหญ่ สรุปยอมรับเครื่อง เลยให้แมสเซ็นเจอร์ไปส่งแต่เอาไปแล้วเงียบกริบไปกับกลีบเมฆ ไม่มีสัญญาณตอบกลับเลย
7. รอด้วยใจจดจ่อว่าจะได้เครื่องรุ่นเดิมกลับ เพราะซื้ออุปกรณ์เสริมไปค่อนโลก ทั้งกล้อง 360 เคสที่มาพร้อมเลนส์ 2 เลนส์ ราคาร่วมหมื่น ฟิลม์กันรอยอย่างดี รวมๆอุปกรณ์เสริมก็ราคาเท่าเครื่อง
8. ประกาศยกเลิกรุ่นนี้ถาวร! อ้าวเฮ้ย ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หน่า ของที่ซื้อมาละ
9. ติดต่อกลับไปที่ศูนย์ 3 ครั้งใน 2 สัปดาห์ มีคำตอบกลับมาแค่ว่า ให้รอไปก่อนสำนักงานใหญ่ยังไม่สรุป
10. วันนี้เลขาติดต่อไปอีกคำตอบคือ รอไปก่อน เครื่องคืนเยอะ คิวยาว คำตอบที่แบบ ไม่รู้จะทำยังไง
คือตอนแรกก็เห็นใจและสงสาร เพราะโดนโจมตีเยอะ เลยพยายามใช้มาเรื่อยๆ เพื่อช่วยเป็นหนึ่งเสียงพิสูจน์ว่าเครื่องไม่ระเบิด แต่เครื่องดันโดนยึดไปเรียบร้อยคราวนี้เราคนที่จ่ายเงินไปหมด เครื่องสำรองก็ไม่มีให้ เครื่องใหม่ก็ไม่กล้าซื่อเพราะซื้อเสร็จเดี๋ยวมันส่งมาให้อีกเครื่องคราวนี้จะเอาไปทำอะไรนอกจากมัดรวมแล้วเอาไปปาบ้านมัน ตอนนี้ เวลานี้ เรื่องนี้ อยากให้ถึงซัมซุงละ
cr มีคนฝากผมมาให้ช่วยหาทางออกให้ด้วยครับทาง samsung thailand อย่าให้คำตอบกับผู้บริโภคแบบเลื่อนลอย ไม่มีกำหนด แถมไร้มาตรฐานเช่นนี้