[CR] หมีผู้กล้า :: "Public Traveler" คำนิยามของ นักท่องเที่ยวสาย"ยิ้มแย้ม"
ความมหัศจรรย์ของนักเที่ยวสาย Public
สวัสดีครับ เที่ยวเยอะจน นานน๊านจะมาเขียนกระทู้ทีนึง ปัจจุบันเพจก็เกิดเยอะมากขึ้น กระทู้พันทิปดูมีบทบาทน้อยลงไป แต่ยังไงก็ยังล้ำค่าเหมือนเดิม วันนี้จะมีเขียนบทความสั้นๆ จากประสบการณ์ที่ตัวเองเป็น (ตั้งแต่เมื่อไหร่) แล้วรู้สึกว่าเออมันโอเครนะ บางคนอาจจะมีสายเลือดนี้อยู่แต่ยังไม่ถูกปลุก ลองเปิดใจครับ คุณอาจจะเป็นนักท่องเที่ยวมือทองในสายนี้ อิอิ
.. ฝากติดตามการเดินทางของหมีด้วยน๊า:
https://www.facebook.com/bearalone/
นักเที่ยวประเภทนี้คือนักเที่ยวสายยิ้มแย้ม เห็นทุกคนเป็นเพื่อน พร้อมเปิดใจกับทุกสิ่ง เวลาเที่ยว บางคนจะเหมือนคนบ้า จะสนิทไปหมดเหมือนรู้จักมาหลายปี ไม่กลัวที่จะเปิดหาเพจทริปเที่ยว แล้วขอจอยกลุ่มไปคนเดียวแบบไม่รู้จักใคร
คุณสมบัติ
ไม่ใช่ทุกคนที่ชอบเที่ยวจะเป็นได้ นิสัยพื้นฐาน คุณต้องเปิดใจกว้าง ยิ้มแย้ม มีมนุษย์สัมพันธ์ดี เพื่อสานสัมพันธ์กับเพื่อนใหม่ตลอดเวลา ไม่มีใครอยากจอยทริปกับเพื่อนใหม่ที่นั่งเงียบ หน้าขรึมหรอกนะ จริงมั้ย?
ข้อดีของนักเที่ยวประเภทนี้

1. ไปในแบบที่อยากไป ทริปไหนไม่ตรง หรือใครไม่ว่าง ก็แค่เปลี่ยนกลุ่มไป ไม่ตามใคร เพราะเราใช้ เวลาของเราลงทุนในการเปิดโลก ถ้าในทริปมีการจูนมากเกินไป จะเสียผลประโยชน์กับทุกคนในทริป ทำให้ไม่สนุก
2. คุณจะพบกับคำว่าท่องเที่ยวอย่างแท้จริง ไม่ต้องตีกรอบเพื่อจูนให้กับใคร เช่น ถ้าไปกับเพื่อน เดี๋ยวแม่มอยากนอน ไม่อยากไปนี่ เหนื่อย ไม่อยากไปโน้นเป็นต้น พวกนักเที่ยวPublic ไม่มีสิ่งใดมาขวางสิ่งที่พวกเค้าอยากทำเวลาเที่ยวได้ทั้งนั้น
3. โลกแม่มเปิดกว้าง ไปแบบนี้เราจะเปิดโลกของเราให้กับทุกๆคนรอบกาย แม้แต่พนักงานเซเว่น ยังยิ้มแย้มชวนคุยด้วย555+ แต่ถ้าไปแบบ Privateกับเพื่อน ก็มีกันแค่นั้นแหละ โถ่ว!!
4. เห็นโลกเยอะ เพราะเงื่อนไขน้อย หรือแทบไม่มี ไปคือไป ไม่ใช่พอถึงเวลาเอาธุระมาอ้างว่าไม่ว่าง แท้จริงแม่มขี้เกียจไป กรูเกลียดนัก ไอประเภทนี้ แต่บางคนติดธุระจริงๆก็ไม่ว่ากัน
5. Connectionเป็นล้าน ไอพวกเที่ยวแบบนี้ อย่าคิดว่าไร้สาระไปวันๆ บางคนประสบความสำเร็จในชีวิตเยอะแยะไป
6. เปิดโลกจากเรื่องราว การได้ฟังเรื่องราว เมื่อพบเพื่อนใหม่ ประสบการณ์ที่หลอมตัวพวกเค้าก็จะมาเปื้อนตัวเราด้วย กลายเป็นทั้งประสบการณ์ กำลังใจ และก็แรงบันดาลใจ หลายครั้งก็เป็นถึงเป้าหมายใหญ่ๆให้กับเรา
7. ทุกครั้งที่ปิดทริป เราจะอิ่มเอมกับมิตรภาพจากเพื่อนใหม่ บางทีก็มีหลายคนที่อยากกลับมาร่วมทริปกันอีก แต่เชื่อเถอะ มีไม่ถึง 5%หรอกที่จะได้กลับมาร่วมทริปกันอีกจริงๆ
8. สิ่งหนึ่งที่เที่ยวแบบนี้บ่อยๆแล้วได้มาคือ อยากทำอะไรทำ ชอบอะไรทำ การลงทุนในความชอบย่อมคุ้มค่าเสมอ
9. สายเลือดของนักเที่ยวPublic บางคนชอบป่า บางคนบ้าถ่ายรูป และบางคนฟรีไทด์ ไปได้หมด แต่มารวมกันก็สุดแฮปปี้ เข้าก๊านเข้ากัน
ข้อเสียของนักเที่ยว Public

1. ทรมานกับวันทำงาน ถึงแม้จะเป็นงานที่ชอบ แม่มก็นับวัน เพื่อรอวันหยุดอยู่ดี ให้ตายเถอะ!
2. รายรับขนาดนี้ ทำไมเงินคงเหลือช่างน่าอนาถใจ มีไม่มี รับปากเที่ยวไว้ก่อน ไอเชี่ย นิสัยเสียเหลือเกิน
3. กรูคิดไม่ออก
4. ไม่ออกเหมือนกัน 555
#จากปสกนักเที่ยวกว่า30ทริปต่อปี 555+

.. ฝากติดตามการเดินทางของหมีด้วยน๊า: https://www.facebook.com/bearalone/
[CR] หมีผู้กล้า :: "Public Traveler" คำนิยามของ นักท่องเที่ยวสาย"ยิ้มแย้ม"
สวัสดีครับ เที่ยวเยอะจน นานน๊านจะมาเขียนกระทู้ทีนึง ปัจจุบันเพจก็เกิดเยอะมากขึ้น กระทู้พันทิปดูมีบทบาทน้อยลงไป แต่ยังไงก็ยังล้ำค่าเหมือนเดิม วันนี้จะมีเขียนบทความสั้นๆ จากประสบการณ์ที่ตัวเองเป็น (ตั้งแต่เมื่อไหร่) แล้วรู้สึกว่าเออมันโอเครนะ บางคนอาจจะมีสายเลือดนี้อยู่แต่ยังไม่ถูกปลุก ลองเปิดใจครับ คุณอาจจะเป็นนักท่องเที่ยวมือทองในสายนี้ อิอิ
.. ฝากติดตามการเดินทางของหมีด้วยน๊า: https://www.facebook.com/bearalone/
นักเที่ยวประเภทนี้คือนักเที่ยวสายยิ้มแย้ม เห็นทุกคนเป็นเพื่อน พร้อมเปิดใจกับทุกสิ่ง เวลาเที่ยว บางคนจะเหมือนคนบ้า จะสนิทไปหมดเหมือนรู้จักมาหลายปี ไม่กลัวที่จะเปิดหาเพจทริปเที่ยว แล้วขอจอยกลุ่มไปคนเดียวแบบไม่รู้จักใคร
คุณสมบัติ
ไม่ใช่ทุกคนที่ชอบเที่ยวจะเป็นได้ นิสัยพื้นฐาน คุณต้องเปิดใจกว้าง ยิ้มแย้ม มีมนุษย์สัมพันธ์ดี เพื่อสานสัมพันธ์กับเพื่อนใหม่ตลอดเวลา ไม่มีใครอยากจอยทริปกับเพื่อนใหม่ที่นั่งเงียบ หน้าขรึมหรอกนะ จริงมั้ย?
ข้อดีของนักเที่ยวประเภทนี้
1. ไปในแบบที่อยากไป ทริปไหนไม่ตรง หรือใครไม่ว่าง ก็แค่เปลี่ยนกลุ่มไป ไม่ตามใคร เพราะเราใช้ เวลาของเราลงทุนในการเปิดโลก ถ้าในทริปมีการจูนมากเกินไป จะเสียผลประโยชน์กับทุกคนในทริป ทำให้ไม่สนุก
2. คุณจะพบกับคำว่าท่องเที่ยวอย่างแท้จริง ไม่ต้องตีกรอบเพื่อจูนให้กับใคร เช่น ถ้าไปกับเพื่อน เดี๋ยวแม่มอยากนอน ไม่อยากไปนี่ เหนื่อย ไม่อยากไปโน้นเป็นต้น พวกนักเที่ยวPublic ไม่มีสิ่งใดมาขวางสิ่งที่พวกเค้าอยากทำเวลาเที่ยวได้ทั้งนั้น
3. โลกแม่มเปิดกว้าง ไปแบบนี้เราจะเปิดโลกของเราให้กับทุกๆคนรอบกาย แม้แต่พนักงานเซเว่น ยังยิ้มแย้มชวนคุยด้วย555+ แต่ถ้าไปแบบ Privateกับเพื่อน ก็มีกันแค่นั้นแหละ โถ่ว!!
4. เห็นโลกเยอะ เพราะเงื่อนไขน้อย หรือแทบไม่มี ไปคือไป ไม่ใช่พอถึงเวลาเอาธุระมาอ้างว่าไม่ว่าง แท้จริงแม่มขี้เกียจไป กรูเกลียดนัก ไอประเภทนี้ แต่บางคนติดธุระจริงๆก็ไม่ว่ากัน
5. Connectionเป็นล้าน ไอพวกเที่ยวแบบนี้ อย่าคิดว่าไร้สาระไปวันๆ บางคนประสบความสำเร็จในชีวิตเยอะแยะไป
6. เปิดโลกจากเรื่องราว การได้ฟังเรื่องราว เมื่อพบเพื่อนใหม่ ประสบการณ์ที่หลอมตัวพวกเค้าก็จะมาเปื้อนตัวเราด้วย กลายเป็นทั้งประสบการณ์ กำลังใจ และก็แรงบันดาลใจ หลายครั้งก็เป็นถึงเป้าหมายใหญ่ๆให้กับเรา
7. ทุกครั้งที่ปิดทริป เราจะอิ่มเอมกับมิตรภาพจากเพื่อนใหม่ บางทีก็มีหลายคนที่อยากกลับมาร่วมทริปกันอีก แต่เชื่อเถอะ มีไม่ถึง 5%หรอกที่จะได้กลับมาร่วมทริปกันอีกจริงๆ
8. สิ่งหนึ่งที่เที่ยวแบบนี้บ่อยๆแล้วได้มาคือ อยากทำอะไรทำ ชอบอะไรทำ การลงทุนในความชอบย่อมคุ้มค่าเสมอ
9. สายเลือดของนักเที่ยวPublic บางคนชอบป่า บางคนบ้าถ่ายรูป และบางคนฟรีไทด์ ไปได้หมด แต่มารวมกันก็สุดแฮปปี้ เข้าก๊านเข้ากัน
ข้อเสียของนักเที่ยว Public
1. ทรมานกับวันทำงาน ถึงแม้จะเป็นงานที่ชอบ แม่มก็นับวัน เพื่อรอวันหยุดอยู่ดี ให้ตายเถอะ!
2. รายรับขนาดนี้ ทำไมเงินคงเหลือช่างน่าอนาถใจ มีไม่มี รับปากเที่ยวไว้ก่อน ไอเชี่ย นิสัยเสียเหลือเกิน
3. กรูคิดไม่ออก
4. ไม่ออกเหมือนกัน 555
#จากปสกนักเที่ยวกว่า30ทริปต่อปี 555+
.. ฝากติดตามการเดินทางของหมีด้วยน๊า: https://www.facebook.com/bearalone/