"ประสงค์ สุ่นศิริ" ออกมาแล้วจ้าาา

บ้านเมืองยามนี้ตกอยู่ในสภาพของความเซ็ง (1)

มองบ้านเมืองยามนี้แล้ว ไม่ว่าจะหันหน้าไปทางไหนก็จะพบผู้คนที่ไม่กระปรี้กระเปร่าเหมือนก่อน แต่ละคนดูจะออกอาการเซ็งให้เห็นเหมือนไม่อยากจะทำอะไรหรือแม้จะต้องทำก็ทำไปอย่างแกนๆ เพื่อให้เสร็จไปในแต่ละครั้ง

ถ้าจะแจกแจงถึงสาเหตุหรือต้นเหตุของการเกิดอาการเซ็งที่ว่านี้แล้ว เห็นจะแยกแยะที่มาที่ไปได้ง่ายๆดังต่อไปนี้

1.ในแต่ละวันได้รับรู้รับฟังในเรื่องที่ขัดกับความรู้สึกของตนมากขึ้น ขัดทั้งค่านิยมหรือทัศนคติของตน ประเดี๋ยวมีเรื่องอื้อฉาวของคนนั้นคนนี้ โดยเฉพาะคนที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานรับผิดชอบสูงๆ ซึ่งประพฤติปฏิบัติตนไม่ดี ไม่ถูกต้อง ไม่ค่อยคิดถึงความรู้สึกของคนอื่นที่ได้รู้ได้เห็น ใครจะว่าอะไรหรือติติงเรื่องอะไรเป็นต้องโกรธและออกมาแหวใส่ หาเรื่องกับคนอื่น แต่ปกป้องตนและพรรคพวกตน ด้วยวิธีการของการใช้อำนาจที่มีอยู่ในมือ

2.เกิดความผิดหวัง หรือไม่ได้ตามที่คาดหวัง สัญญาไม่เป็นไปตามสัญญาหรือตามที่พูดไว้ประกาศไว้ ประพฤติปฏิบัติตนแบบดับเบิลสแตนดาร์ด

3.บรรยากาศหรือสภาพแวดล้อมไม่น่าอภิรมย์ ยังมีการทะเลาะเบาะแว้งของกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ ยังมีการสร้างบรรยากาศแห่งความกลัวด้วยการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม ผู้ปฏิบัติงานคนไหนไม่สนองตอบความต้องการของตนจะถูกกล่าวหาด้วยเรื่องนั้นเรื่องนี้ ถูกโยกย้ายหรือปลดออกจากตำแหน่งหน้าที่ แม้กลิ่นน้ำเน่าโชยติดจมูกก็ไม่รู้สึก ในขณะที่คนอื่นเขาเหม็น

4.เคยได้ยินได้ฟังความคิดความเห็นดีๆ จากผู้มีความรู้หรือมีประสบการณ์ในการทำงานสาขาต่างๆ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ทั้งภายในภายนอกที่แสดงผ่านสื่อต่างๆ ทั้งทางวิทยุ โทรทัศน์ หรือหนังสือพิมพ์ที่เสนอบทความหรือวิเคราะห์อย่างตรงไปตรงมา ก็ถูกแทรกแซงหรือถูกกำกับหมด

นี่คือสาเหตุหรือต้นเหตุใหญ่ๆ ที่ทำให้เกิดอาการเซ็ง

เป็นอาการของมลพิษที่จะมีผลต่อสุขภาพจิตของผู้คน จนเกิดอาการเซ็งโดยไม่รู้ตัวอย่างที่กำลังเป็นกันอยู่ในบ้านเมืองของเราขณะนี้

เบื่อหน่าย หงุดหงิด ไม่สนุก

ชีวิตหมดรสชาติเหมือนน้ำแกงไม่ได้ปรุงรส

อาการอย่างนี้ถ้าเป็นอยู่นานๆ จะทำให้มีโรคเครียด มีโรคประสาทได้ต่อไปในวันข้างหน้า ปล่อยทิ้งไว้ไม่เป็นผลดีต่อการดำรงชีวิต

อาการเซ็งที่เกิดขึ้นจากสาเหตุต่างๆดังที่กล่าวมา ถ้าลองไปถามหมอ ก็คงจะได้รับคำตอบจากหมอว่า ถ้าเป็นอาการเซ็งเพียงนิดหน่อยคงไม่เป็นไร แต่อย่าให้ต่อเนื่อง เพราะเซ็งเล็กจะกลายเป็นเซ็งใหญ่ และจะลามไปเซ็งในเรื่องอื่นๆ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

หมออาจบอกว่าอาการเซ็งนั้นแก้ไขได้เองซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี แต่วิธีที่ไม่ควรทำก็คือ เมื่อทำไปแล้วตัวเองอาจหายเซ็ง แต่คนอื่นอาจเซ็งหนักยิ่งขึ้น

แก้เซ็งด้วยการส่งไลน์ให้คนอื่น คนอื่นอาจเซ็งหนักขึ้นไปอีก อย่างที่มีการทำกันอยู่ในขณะนี้ด้วยความสนุกสนาน แม้กระทั่งทำอะไรที่แผลงๆ แก้เซ็งของตน เช่น ใช้วิธีรังควานคนอื่น ท้าตีท้าต่อย ด่าลอยลม ทำลายข้าวของสาธารณะซึ่งผิดกฎหมาย

บางคนแก้เซ็งอย่างผิดวิธีเพราะความหงุดหงิด หรือฟุ้งซ่าน เตะโน่นเตะนี่ เอาหัวตัวเองโขกฝาผนังเล่น ดื่มเหล้าสูบกัญชาเข้าหายาเสพติด ซึ่งวิธีการดังกล่าวจะแก้เซ็งได้บ้างก็ตาม แต่ก็ต้องระวังให้จงหนักถึงอาการอื่นที่จะติดตามมาภายหลัง

แล้วจะทำอย่างไรดีเพื่อแก้เซ็งที่มีอยู่

ยาแก้เซ็งที่หมอบอกมีอยู่ด้วยกันหลายขนาน ใครที่กำลังเป็นโรคเซ็งจากสภาพการณ์ต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเมืองขณะนี้ ลองใช้วิธีต่อไปนี้

1.ไม่ต้องทำอะไร ปล่อยให้มันเซ็งจนหายเซ็ง ใครจะมีอำนาจและใช้อำนาจอย่างไรปล่อยมันไปจนกว่ามันจะสะดุดขาตัวเองล้มคว่ำลงกองกับพื้น เหมือนถูกยุงกัดซึ่งมันจะมีอาการเจ็บๆ คันๆ ทำไม่รู้ไม่ชี้เฉยๆ เสียเดี๋ยวมันก็หายไปเอง

2.ทำอะไรที่ช่วยผ่อนคลายความเซ็งความเครียด เช่น ฟังเพลง นอนหลับ ร้องเพลง กวาดบ้าน ตัดต้นไม้ ออกกำลังกาย

3.เปลี่ยนบรรยากาศโดยไปให้พ้นๆ สภาพที่กำลังพบเห็นที่ทำให้เซ็ง ด้วยการไปพักผ่อน ไปตากอากาศ ไปดูหนังไปซื้อของ ออกไปเดินเล่น ใครชอบอ่านหนังสือก็ไปหาหนังสือที่ชอบมาอ่าน เลือกมุมสบายปล่อยใจปล่อยอารมณ์ไปกับหนังสือนั้น

4.ทำอะไรที่แปลกไปจากเดิม เช่น เคยขับรถยนต์ไปทำงาน ก็ลองเปลี่ยนมานั่งรถเมล์ รถไฟฟ้า รถใต้ดิน บ้าง หรือเปลี่ยนมาเป็นเดินหรือนั่งเรือ จะทำให้เห็นหรือมีความรู้สึกใหม่ๆ เกิดขึ้น

5.หาเพื่อนคุย เช่น โทรศัพท์ไปคุยกับเพื่อนบ้าง หรือเดินออกไปหาเพื่อนหาคนรู้จักเพื่อพูดคุย แม้กระทั่งออกไปคุยกับพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของข้างทางก็ได้ ก็พอจะทุเลาอาการเซ็ง แม้กระทั่งการใช้วิธีถามตนเองว่าเซ็งเรื่องอะไร สาเหตุมาจากอะไร จะแก้ไขได้ด้วยตัวเองหรือต้องให้คนอื่นเป็นผู้แก้ไขให้

ทำแค่ 5 ข้อนี้ ให้ได้ก็คงจะแก้เซ็งไปได้
http://www.naewna.com/prasong/26956
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่