ห้องเพลงคนรากหญ้า ***รวมใจคนไทยอาลัยพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศพระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย*** กษัตริย์ผู้ทรงธรรม (30/10/2016)

กระทู้คำถาม


สถาบันราชประชาสมาสัย

จุดเริ่มต้นจากภายหลังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จเยี่ยมราษฎรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งขณะนั้นมีอัตราผู้ป่วย
โรคเรื้อนสูงกว่าภาคอื่นๆ จึงได้ทรงสนพระราชหฤทัยในโครงการทดลองควบคุมและบำบัดโรคเรื้อนของกระทรวงสาธารณสุข
และทรงรับโครงการควบคุมโรคเรื้อนของกระทรวงสาธารณสุขไว้เป็นโครงการในพระราชดำริ รวมทั้งให้จัดตั้ง
“สถาบันราชประชาสมาสัย” ขึ้นพระองค์ยังมีพระราชดำรัสให้ดูแลลูกของผู้ป่วยโรคเรื้อน รวมไปถึงลูกของผู้ป่วยโรคเอชไอวี/เอดส์

“เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรบ้านเมืองในกรุงเทพฯ โรคภัยอีกอย่างหนึ่งที่ทรงพบคือ
โรคเรื้อน ผู้ที่เป็นโรคไม่ได้รับการรักษาและอยู่ร่วมกับผู้คนปกติทั่วไป ทรงวิตกด้วยเป็นโรคร้ายแรงที่ส่งผลทุกขเวทนาต่อร่างกาย
และจิตใจของผู้ป่วย เนื่องจากถูกผู้คนที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับโรคดังกล่าวแสดงอาการรังเกียจหวาดกลัว เสมือนผู้ป่วยโรคนี้เป็น
อาชญากรที่ต้องถูกจับกุม ส่งผลให้ผู้ป่วยหลบซ่อนตัวไม่ยอมให้ใครมารักษาบำบัดทำให้โรคแพร่ออกไปอีกมาก

เมื่อปี 2498 มีการแพร่ระบาดของโรคเรื้อนเกิดขึ้นอย่างมาก กระทรวงสาธารณสุขจึงร่วมกับองค์การอนามัยโลก (WHO) จัดทำ
โครงการควบคุมโรคดังกล่าวขึ้น ซึ่งตามโครงการดังกล่าวต้องใช้เวลาถึง 12 ปี เพื่อหยุดการระบาดของโรคนี้ พระองค์ทรงเห็นว่าเป็น
เวลาที่นานเกินไป จึงทรงให้เร่งรัดโครงการให้เหลือ 8 ปี และทรงรับโครงการควบคุมโรคเรื้อนของกระทรวงสาธารณสุขไว้เป็นโครงการ
ในพระราชดำริ รวมทั้งให้จัดตั้ง “สถาบันราชประชาสมาสัย” ขึ้นที่อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อทำหน้าที่ดูแลให้การ
บำบัดฟื้นฟู และค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับโรคเรื้อน รวมทั้งฝึกอาชีพให้ผู้ป่วยด้วย และได้พระราชทานเงินทุนอานันทมหิดล สร้างอาคาร 4 หลัง
ในบริเวณสถานพยาบาลพระประแดง เพื่อใช้เป็นสถานศึกษาอบรมเจ้าหน้าที่ในการบำบัดโรคเรื้อน โดยเริ่มเปิดใช้งานเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2503

ปัจจุบันตามรายงานสถานการณ์โรคเรื้อนของสถาบันราชประชาสมาสัย เมื่อปี 2548 ปรากฎว่ามีผู้ป่วยโรคเรื้อนมาขึ้นทะเบียน
รักษาทั่วประเทศจำนวน 1,560 คน ซึ่งในอดีตจะมีผู้ป่วยโรคนี้ 50 คนต่อประชากร 10,000 คน



ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเงินส่วนหนึ่งจากทุนอานันทมหิดล ในการจัดสร้างสถาบันค้นคว้าและวิจัยเกี่ยวกับ
โรคเรื้อนขึ้นในพุทธศักราช 2501 ณ โรงพยาบาลโรคเรื้อนที่ป้อมปู่เจ้าสมิงพราย อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ พระราชทาน
นามว่า ราชประชาสมาสัย อันมีความหมายว่าพระราชากับประชาชนร่วมมือกัน เนื่องด้วยมีประชาชนจำนวนมากได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อม
ถวายเงินเพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลในการจัดหาทุนและได้โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเงินที่เหลือจากการจัดสร้างอาคารแก่
กระทรวงสาธารณสุขเพื่อใช้ในกิจการควบคุมโรคเรื้อนต่อไป

ทั้งนี้ สำหรับลูกหลานของผู้ป่วยที่ถูกเลี้ยงแยกออกมาและไม่มีโอกาสได้เข้าเรียนหนังสือ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม
ให้จัดตั้งโรงเรียนราชประชาสมาสัยขึ้นที่ตำบลบางจาก อำเภอ พระประแดงจังหวัดสมุทรปราการและทรงติดตามความก้าวหน้า
ของโรงเรียนตลอดมาจนสามารถจัดตั้งมูลนิธิโรงเรียนราชประชาสมาสัย เพื่อสนับสนุนโรงเรียนราชประชาสมาสัยซึ่งต่อมาได้อยู่ในสังกัด
ของกระทรวงศึกษาธิการ
http://www.matichon.co.th/news/323508

...จำได้ว่าสมัยก่อน  โรคเรื้อน  นับเป็นโรคที่สังคมรังเกียจ  ผู้ป่วยโรคเรื้อน  มักจะพบเป็นขอทานเร่ร่อนอยู่ตามงานวัด
ด้วยพระเมตตาของพระองค์ท่าน  วันนี้  แทบจะไม่เคยเห็นผู้ป่วยโรคเรื้อน  อยู่ตามท้องถนน  อีกเลย
เพลงพระราชนิพนธ์ "ชตาชีวิต"  เป็เพลงสำหรับคนตาบอด  แต่  พี่สาวมองว่า  ชตาชีวิตของผู้ป่วยโรคเรื้อน ในวันวาน
ก็ไม่ค่อยจะแตกต่างจาก  คนตาบอด เท่าไหร่  หากไม่ได้รับ  พระมหากรุณาธิคุณ จาก พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

เพลงพระราชนิพนธ์-ชะตาชีวิต
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
https://www.youtube.com/watch?v=M6P5qD_9b9o

สาวแว่น
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  รัฐบาล รัฐศาสตร์
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่