สวัสดีเจ้าาา
นี่เป็นการรีวิวประสบการณ์การเที่ยวเชียงใหม่
- BACKPACK TRIP 5 DAYS -
5 วัน 6+1 คน
ขออนุญาตวิบัติเพื่ออรรถรถนะเจ้าาาาา
วันที่ 1 : นั่งรถไฟตูดชา 15 ชั่วโมง
(หัวลำโพง - เชียงใหม่)
:: วันศุกร์ ที่ 21 ตุลาคม 2559 ::
รถรอบ 13:45 น. เลทนิดหน่อย
บรรยากาศร้อนมาก แต่ภาพดูสวย
เซลฟี่กับรถไฟกันซะหน่อย
วันศุกร์ก่อนเทศกาลคนแออัดเป็นพิเศษใส่ไข่
วิวข้างทางก็ดูดี แต่ตัวฉันนี้อยากจะตาย
(มันช่างร้อนเหลือเกิน)
ไอศกรีมถ้วยละ 5 บาท พอคลายร้อนได้จิ้สนึง
ข้าวกระเพราไข่ดาว 20 บาท
ก็เหมาะสมแก่ราคาดี
ยิ่งไปไกลคนก็ยิ่งเยอะ เยอะมากจริงจริ้ง
นั่งรถแออัด ร้อน แมลงบินว่อน
ยาวนานเป็นเวลา 15 ชั่วโมง
ในที่สุดเราก็ถึงสถานีเชียงใหม่กันสักที
ขอบคุณสวรรค์
วันที่ 2 : ปล่อยใจ ไปขึ้นดอย(อินทนนท์)
:: วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม 2559 ::
เวลา 05:00 น.
ลงจากรถไฟเราก็อาบน้ำกันทันทีเพราะตัวเหนาะหนะมาก
ค่าบริการอาบน้ำ 15 บาท
เข้าห้องน้ำปกติไม่อาบน้ำ 3 บาท
หลังจากทำธุระกันเรียบร้อยก็ทานข้าวเข้ากันที่สถานีรถไฟเลย
ข้าวมื้อแรกที่สถานีรถไฟ
พี่ที่รู้จัก ที่บ้านทำรถเช่าในเชียงใหม่
แต่โทรเท่าไหร่ก็ไม่ติด(คุณหลอกดาว)

โดนเบี้ยวเลยต้องหารถเช่าเอง
และช่วงวันหยุดรถเช่าเต็มหมด
หาร้านกันให้ควั่ก
สุดท้ายก็มาจบกับพี่รถแดงชื่อดังของเชียงใหม่
เหมาขึ้นดอยอินทนนท์โลดดดด
เซลฟี่กับพี่รถแดง
บรรยากาศตอนนั่งรถขึ้นเขา
ถึงแล้วก็ไปเช่าเต้นท์กับถุงนอนก่อนขึ้นยอดดอย
สภาพเต้นท์และถุงนอนที่เราเช่ามา
ราคาเต้นท์ละ 225 บาท
ที่รองนอนอันละ 20 บาท
ถุงนอนอันละ 30 บาท
บรรยากาศบนยอดดอยอินทนนท์ ฝนตกปรอยๆ หนาวมากกกกกกก
เนื่องจากกิ่วแม่ปานปิดห้ามขึ้น
เราเลยขอแช้ะภาพกันวิวข้างถนนข้างล่างก็ได้
ลงจะยอดดอยก็แวะไปชม “พระธาตุนภเมทนีดล นภพลภูมิศิริ”
ขอแช้ะภาพแบบฮิปสเตอร์ที่พระธาตุซะหน่อย (ไหนพระธาตุ)
กลับมาลานกางเต้นท์ ดงสน
กางเต้นท์เสร็จก็แช้ะภาพกับเต้นท์หน่อย
(หล่อลึ่มมม)
มีคนแอบซื้อเทียนมาสร้างบรรยากาศ
(โรแมนซ์สุดๆ)
หลังจากอาบน้ำ ก็ถึงเวลากินนนน
หมูกระทะราคาชุดละ 600 บาท อร่อยมากๆน้ำตาไหล ไม่คิดว่าหมูกระทะบนดอยจะดีขนาดนี้ ให้เยอะด้วย
วันที่ 3 : หนีเข้าเมือง เจอประเทืองใจดี
:: วันอาทิตย์ ที่ 23 ตุลาคม 2559 ::
เช้าวันที่ 3 เราไม่สามารถไปดูพระอาทิตย์ขึ้นได้เพราะที่พักอยู่ไกลจากจุดชมวิว และเราหาเช่ารถส่วนตัวไม่ได้
ได้แต่นอนร้องไห้อยู่ในเตนท์ปล่อยให้แสงอาทิตย์แยงตา
ไปค่ะพี่สุชาติดูไม่ได้ก็ไม่ดู โทรให้คุณลุงรถแดงมารับไปต่อกันโลดด
ลงจากดอยอินทนนท์ ลุงรถแดงแนะนำให้ไปน้ำตกวชิรธาร พร้อมกับแวะทานมื้อเที่ยง
ส้มตำต้องคู่กับน้ำตก อาหารอร่อย3ผ่านจ้า
แวะแกรนด์แคนยอนก่อนเข้าเมืองหน่อย

ค่าเข้าฝั่งที่ไม่มีเครื่องเล่น คนละ 50 บาท
ฝั่งมีเครื่องเล่น คนละ 300 บาท
คนที่ไม่ได้อยากเล่นน้ำไม่แนะนำให้ไปนะจ้ะ ร้อนม้ากกกก นี่สิเมืองไทยของแท้
มีโซนสำหรับโดดน้ำ น้ำลึก 18 เมตร ของมีค่าไม่ควรไว้ที่ตัวนะจ้ะ
เพื่อนทำแว่นหายไป 1 อัตรา จากการกระโดดน้ำ ต้องตัดใหม่ในตัวเมืองเชียงใหม่เลย
โลกแห่งความจริง ฉันเป็นเหมือนคนตาบอด~~
เล่นน้ำเสร็จก็เข้าเมืองกันเลยเจ้าาาา
วันนี้เหมือนเป็นวันพักผ่อน ได้พักหอเพื่อนที่เรียน มช ฟรี ยืมมอเตอร์ไซต์เพื่อนมาให้ด้วย ใจดีจังเลย

เพื่อนพาไปทานข้าวหน้ามอ เนื่องจากเราแว๊นมอไซต์ไป ถือแต่กล้องโกโปร เลยไม่มีบรรยากาศมาฝากเลย
วันที่ 4 : ดอยอ่างขาง กับหมอกจางๆและควัน
:: วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม 2559 ::
นี่คือโฉมหน้าเพื่อน มช นอกจากให้ที่พักเราแล้ว รู้จักกันคืนเดียวก็ตกลงปลงใจเป็นผู้ร่วมทริปด้วยซะเลย (ซ้ายสุด)
แวะทานอาหารเช้ากันที่ มช เพื่อนซื้อลาบเมืองมาให้ชิม มีรสขมหน่อยๆ
ก่อนไปดอยอ่างขางเราแวะขึ้นดอยสุเทพกันก่อน ทางขึ้นดอยปวดตับมากค่ะ แนะนำให้กินยาแก้เมารถก่อนขึ้น
บันไดขึ้นดอยสุเทพ ใครขึ้นไม่ไหวมีลิฟท์บริการคนละ 20 บาท
บรรยากาศด้านบน
เห็นวิวเมืองเชียงใหม่ด้วย
ลงจากดอยสุเทพก็แวะน้ำตกแม่สา
ไม่ลืมจะแช้ะภาพกับจุดชมวิว
อย่างกับบอยแบนด์

ช๊อตเด็ดคนดัง

ได้ถ่ายน้องผีเสื้อ 1 ตัว
ไปดอยอ่างขางกันดีกว่า
ระหว่างทางฝนตก เห็นรุ้งกินน้ำด้วย
นั่งรถถึงรู้ว่ามันไกลมากกกก มาถึงก็จะมืดแล้ว รีบจองเต้นท์กันเลย
เราพักกันที่ลานกางเต้นท์อ่างขาง อยู่ข้างๆลานจอดเฮลิคอปเตอร์ มีเต้นท์และถุงนอนให้เช่า (เขากางเต้นท์ให้)
ราคาเต้นท์ละ 225 บาท
ที่รองนอนอันละ 20 บาท
ถุงนอนอันละ 30 บาท
มืดแล้วที่จุดชมวิวเห็นไฟระยิบระยับจากตัวเมืองเชียงใหม่
ขึ้นดอยต้องกินหมูกระทะ เราซื้อเนื้อหมูจากข้างล่างขึ้นมาด้วยแต่ไม่มีเตาย่าง
เลยต้องซื้อชุดหมูกระทะมาอีก พร้อมเช่าเตาย่างหมู
หมูกระทะชุดละ 300 บาท เตาย่าง+ตะแกรง 50 บาท
ค่ำๆลองตั้งกล้องถ่ายดาว กะว่าดึกๆจะถ่ายจริงจังแต่หมอกลงหนักมากได้มาแค่นี้
หมอกหนักมากจริงๆ มีไฟฉายส่องทางยังแทบมองไม่เห็น
ห้องน้ำปิดไฟตอน 3 ทุ่ม เผลอเข้าตอนปิดพอดีถึงกับสะดุ้ง
เข้านอนพร้อมเต้นท์ที่ขาดรูเบ้อเร้อ
ตกดึกมีฝนหนักมาก ถึงรู้ว่าหลังคาเต้นท์ขาด (เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าให้มาสำรวจเต้นท์ก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน)
วันที่ 5 : เช้าอันสดใส กับหัวใจ 7 ดวง
:: วันอังคาร ที่ 25 ตุลาคม 2559 ::
ตื่นเช้ามากับหมอกที่หนากว่าเมื่อคืน ความฝันจะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นสลายอีกครา
ลุงพามาจุดชมวิวอีกที่ แต่ไม่เห็นวิวเช่นเดิม หมอกหนามาก
เลยนั่งกินโจ๊กกับปาท่องโก๋จิ้มนม

เพิ่งตื่นนอนหน้าปูดทุกคน
เราคงไม่ถูกกันจริงๆอ่ะพี่พระอาทิตย์ งั้นเราไปกันต่อดีกว่า
แวะมาดูโครงการหลวงสวนเกษตรดอยอ่างขาง
ค่าเข้าคนละ 50 บาท
รถคันละ 50 บาท
มีร้านกาแฟและของฝากตรงจุดแรก
จุดถ่ายรูป อ่างขางแลนด์ แดนมหัศจรรย์
มีน้องม้าให้ขี่ด้วย 20 บาท บรรยากาศอย่างกับเมืองนอก แต่หมอกลงตามด้วยฝนตก
ฟ้าฝนช่างไม่เป็นใจ
รถแดงในสายหมอก
ฝนตกแล้วกลับดีกว่า
นั่งรถแสนยาวนานอีกครั้งกลับเข้ามาในเมืองก็เย็นแล้ว พร้อมแช้ะภาพกับประตูท่าแพ

ต้องกลับแล้วยังเที่ยวได้ไม่สุดเลย แต่ต้องไปขึ้นเครื่องบินรอบ 20:45 น. เดี๋ยวจะกลับมาใหม่นะเจ้าาา
ไปแล้วนะจ้ะเชียงใหม่ สักวันเราจะมาพบกันอีก
สรุปค่าใช้จ่ายต่อคนประมาณ 4230 บาท
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน
หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะเจ้าาา


[CR] Review :: TRAIN TO CHIANGMAI 5 วัน 6+1 คน :: เที่ยวเอาแต่ใจ ไปไหนไปกัน
นี่เป็นการรีวิวประสบการณ์การเที่ยวเชียงใหม่
- BACKPACK TRIP 5 DAYS -
5 วัน 6+1 คน
ขออนุญาตวิบัติเพื่ออรรถรถนะเจ้าาาาา
วันที่ 1 : นั่งรถไฟตูดชา 15 ชั่วโมง
(หัวลำโพง - เชียงใหม่)
:: วันศุกร์ ที่ 21 ตุลาคม 2559 ::
รถรอบ 13:45 น. เลทนิดหน่อย
บรรยากาศร้อนมาก แต่ภาพดูสวย
เซลฟี่กับรถไฟกันซะหน่อย
วันศุกร์ก่อนเทศกาลคนแออัดเป็นพิเศษใส่ไข่
วิวข้างทางก็ดูดี แต่ตัวฉันนี้อยากจะตาย
(มันช่างร้อนเหลือเกิน)
ไอศกรีมถ้วยละ 5 บาท พอคลายร้อนได้จิ้สนึง
ข้าวกระเพราไข่ดาว 20 บาท
ก็เหมาะสมแก่ราคาดี
ยิ่งไปไกลคนก็ยิ่งเยอะ เยอะมากจริงจริ้ง
นั่งรถแออัด ร้อน แมลงบินว่อน
ยาวนานเป็นเวลา 15 ชั่วโมง
ในที่สุดเราก็ถึงสถานีเชียงใหม่กันสักที
ขอบคุณสวรรค์
วันที่ 2 : ปล่อยใจ ไปขึ้นดอย(อินทนนท์)
:: วันเสาร์ ที่ 22 ตุลาคม 2559 ::
เวลา 05:00 น.
ลงจากรถไฟเราก็อาบน้ำกันทันทีเพราะตัวเหนาะหนะมาก
ค่าบริการอาบน้ำ 15 บาท
เข้าห้องน้ำปกติไม่อาบน้ำ 3 บาท
หลังจากทำธุระกันเรียบร้อยก็ทานข้าวเข้ากันที่สถานีรถไฟเลย
ข้าวมื้อแรกที่สถานีรถไฟ
พี่ที่รู้จัก ที่บ้านทำรถเช่าในเชียงใหม่
แต่โทรเท่าไหร่ก็ไม่ติด(คุณหลอกดาว)
โดนเบี้ยวเลยต้องหารถเช่าเอง
และช่วงวันหยุดรถเช่าเต็มหมด
หาร้านกันให้ควั่ก
สุดท้ายก็มาจบกับพี่รถแดงชื่อดังของเชียงใหม่
เหมาขึ้นดอยอินทนนท์โลดดดด
เซลฟี่กับพี่รถแดง
บรรยากาศตอนนั่งรถขึ้นเขา
ถึงแล้วก็ไปเช่าเต้นท์กับถุงนอนก่อนขึ้นยอดดอย
สภาพเต้นท์และถุงนอนที่เราเช่ามา
ราคาเต้นท์ละ 225 บาท
ที่รองนอนอันละ 20 บาท
ถุงนอนอันละ 30 บาท
บรรยากาศบนยอดดอยอินทนนท์ ฝนตกปรอยๆ หนาวมากกกกกกก
เนื่องจากกิ่วแม่ปานปิดห้ามขึ้น
เราเลยขอแช้ะภาพกันวิวข้างถนนข้างล่างก็ได้
ลงจะยอดดอยก็แวะไปชม “พระธาตุนภเมทนีดล นภพลภูมิศิริ”
ขอแช้ะภาพแบบฮิปสเตอร์ที่พระธาตุซะหน่อย (ไหนพระธาตุ)
กลับมาลานกางเต้นท์ ดงสน
กางเต้นท์เสร็จก็แช้ะภาพกับเต้นท์หน่อย
(หล่อลึ่มมม)
มีคนแอบซื้อเทียนมาสร้างบรรยากาศ
(โรแมนซ์สุดๆ)
หลังจากอาบน้ำ ก็ถึงเวลากินนนน
หมูกระทะราคาชุดละ 600 บาท อร่อยมากๆน้ำตาไหล ไม่คิดว่าหมูกระทะบนดอยจะดีขนาดนี้ ให้เยอะด้วย
วันที่ 3 : หนีเข้าเมือง เจอประเทืองใจดี
:: วันอาทิตย์ ที่ 23 ตุลาคม 2559 ::
เช้าวันที่ 3 เราไม่สามารถไปดูพระอาทิตย์ขึ้นได้เพราะที่พักอยู่ไกลจากจุดชมวิว และเราหาเช่ารถส่วนตัวไม่ได้
ได้แต่นอนร้องไห้อยู่ในเตนท์ปล่อยให้แสงอาทิตย์แยงตา
ไปค่ะพี่สุชาติดูไม่ได้ก็ไม่ดู โทรให้คุณลุงรถแดงมารับไปต่อกันโลดด
ลงจากดอยอินทนนท์ ลุงรถแดงแนะนำให้ไปน้ำตกวชิรธาร พร้อมกับแวะทานมื้อเที่ยง
ส้มตำต้องคู่กับน้ำตก อาหารอร่อย3ผ่านจ้า
แวะแกรนด์แคนยอนก่อนเข้าเมืองหน่อย
ค่าเข้าฝั่งที่ไม่มีเครื่องเล่น คนละ 50 บาท
ฝั่งมีเครื่องเล่น คนละ 300 บาท
คนที่ไม่ได้อยากเล่นน้ำไม่แนะนำให้ไปนะจ้ะ ร้อนม้ากกกก นี่สิเมืองไทยของแท้
มีโซนสำหรับโดดน้ำ น้ำลึก 18 เมตร ของมีค่าไม่ควรไว้ที่ตัวนะจ้ะ
เพื่อนทำแว่นหายไป 1 อัตรา จากการกระโดดน้ำ ต้องตัดใหม่ในตัวเมืองเชียงใหม่เลย
โลกแห่งความจริง ฉันเป็นเหมือนคนตาบอด~~
เล่นน้ำเสร็จก็เข้าเมืองกันเลยเจ้าาาา
วันนี้เหมือนเป็นวันพักผ่อน ได้พักหอเพื่อนที่เรียน มช ฟรี ยืมมอเตอร์ไซต์เพื่อนมาให้ด้วย ใจดีจังเลย
เพื่อนพาไปทานข้าวหน้ามอ เนื่องจากเราแว๊นมอไซต์ไป ถือแต่กล้องโกโปร เลยไม่มีบรรยากาศมาฝากเลย
วันที่ 4 : ดอยอ่างขาง กับหมอกจางๆและควัน
:: วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม 2559 ::
นี่คือโฉมหน้าเพื่อน มช นอกจากให้ที่พักเราแล้ว รู้จักกันคืนเดียวก็ตกลงปลงใจเป็นผู้ร่วมทริปด้วยซะเลย (ซ้ายสุด)
แวะทานอาหารเช้ากันที่ มช เพื่อนซื้อลาบเมืองมาให้ชิม มีรสขมหน่อยๆ
ก่อนไปดอยอ่างขางเราแวะขึ้นดอยสุเทพกันก่อน ทางขึ้นดอยปวดตับมากค่ะ แนะนำให้กินยาแก้เมารถก่อนขึ้น
บันไดขึ้นดอยสุเทพ ใครขึ้นไม่ไหวมีลิฟท์บริการคนละ 20 บาท
บรรยากาศด้านบน
เห็นวิวเมืองเชียงใหม่ด้วย
ลงจากดอยสุเทพก็แวะน้ำตกแม่สา
ไม่ลืมจะแช้ะภาพกับจุดชมวิว
อย่างกับบอยแบนด์
ช๊อตเด็ดคนดัง
ได้ถ่ายน้องผีเสื้อ 1 ตัว
ไปดอยอ่างขางกันดีกว่า
ระหว่างทางฝนตก เห็นรุ้งกินน้ำด้วย
นั่งรถถึงรู้ว่ามันไกลมากกกก มาถึงก็จะมืดแล้ว รีบจองเต้นท์กันเลย
เราพักกันที่ลานกางเต้นท์อ่างขาง อยู่ข้างๆลานจอดเฮลิคอปเตอร์ มีเต้นท์และถุงนอนให้เช่า (เขากางเต้นท์ให้)
ราคาเต้นท์ละ 225 บาท
ที่รองนอนอันละ 20 บาท
ถุงนอนอันละ 30 บาท
มืดแล้วที่จุดชมวิวเห็นไฟระยิบระยับจากตัวเมืองเชียงใหม่
ขึ้นดอยต้องกินหมูกระทะ เราซื้อเนื้อหมูจากข้างล่างขึ้นมาด้วยแต่ไม่มีเตาย่าง
เลยต้องซื้อชุดหมูกระทะมาอีก พร้อมเช่าเตาย่างหมู
หมูกระทะชุดละ 300 บาท เตาย่าง+ตะแกรง 50 บาท
ค่ำๆลองตั้งกล้องถ่ายดาว กะว่าดึกๆจะถ่ายจริงจังแต่หมอกลงหนักมากได้มาแค่นี้
หมอกหนักมากจริงๆ มีไฟฉายส่องทางยังแทบมองไม่เห็น
ห้องน้ำปิดไฟตอน 3 ทุ่ม เผลอเข้าตอนปิดพอดีถึงกับสะดุ้ง
เข้านอนพร้อมเต้นท์ที่ขาดรูเบ้อเร้อ
ตกดึกมีฝนหนักมาก ถึงรู้ว่าหลังคาเต้นท์ขาด (เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าให้มาสำรวจเต้นท์ก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน)
วันที่ 5 : เช้าอันสดใส กับหัวใจ 7 ดวง
:: วันอังคาร ที่ 25 ตุลาคม 2559 ::
ตื่นเช้ามากับหมอกที่หนากว่าเมื่อคืน ความฝันจะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นสลายอีกครา
ลุงพามาจุดชมวิวอีกที่ แต่ไม่เห็นวิวเช่นเดิม หมอกหนามาก
เลยนั่งกินโจ๊กกับปาท่องโก๋จิ้มนม
เพิ่งตื่นนอนหน้าปูดทุกคน
เราคงไม่ถูกกันจริงๆอ่ะพี่พระอาทิตย์ งั้นเราไปกันต่อดีกว่า
แวะมาดูโครงการหลวงสวนเกษตรดอยอ่างขาง
ค่าเข้าคนละ 50 บาท
รถคันละ 50 บาท
มีร้านกาแฟและของฝากตรงจุดแรก
จุดถ่ายรูป อ่างขางแลนด์ แดนมหัศจรรย์
มีน้องม้าให้ขี่ด้วย 20 บาท บรรยากาศอย่างกับเมืองนอก แต่หมอกลงตามด้วยฝนตก
ฟ้าฝนช่างไม่เป็นใจ
รถแดงในสายหมอก
ฝนตกแล้วกลับดีกว่า
นั่งรถแสนยาวนานอีกครั้งกลับเข้ามาในเมืองก็เย็นแล้ว พร้อมแช้ะภาพกับประตูท่าแพ
ต้องกลับแล้วยังเที่ยวได้ไม่สุดเลย แต่ต้องไปขึ้นเครื่องบินรอบ 20:45 น. เดี๋ยวจะกลับมาใหม่นะเจ้าาา
ไปแล้วนะจ้ะเชียงใหม่ สักวันเราจะมาพบกันอีก
สรุปค่าใช้จ่ายต่อคนประมาณ 4230 บาท
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน
หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะเจ้าาา