สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 8
เอากลมๆ ตามเลข ปัจจุบัน ต่อการเติมเงิน 100 บาท 1 ครั้ง 7-11 ได้เงิน จาก
AIS 4% = 134,000,000
DTAC 6% = 122,400,000
TRUE 7% = 113,400,000
ถ้าตามที่ 7-11 ร้องขอเพิ่ม เก็บ AIS เป็น 6%
AIS 6% = 201,000,000
DTAC 6% = 122,400,000
TRUE 7% = 113,400,000
ดีแล้วละ ที่ AIS เลิกดีลกับ 7-11
AIS 4% = 134,000,000
DTAC 6% = 122,400,000
TRUE 7% = 113,400,000
ถ้าตามที่ 7-11 ร้องขอเพิ่ม เก็บ AIS เป็น 6%
AIS 6% = 201,000,000
DTAC 6% = 122,400,000
TRUE 7% = 113,400,000
ดีแล้วละ ที่ AIS เลิกดีลกับ 7-11
สมาชิกหมายเลข 2590437 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 2806184 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1664659 ทึ่ง, อะไรนะ!! โนบิตะได้100คะแนนเต็ม สยอง, สมาชิกหมายเลข 1122599 ถูกใจ, เมย์จิน ทึ่ง, สมาชิกหมายเลข 976035 ถูกใจ, Team Leader ถูกใจ, นารีพิฆาต ทึ่ง, สมาชิกหมายเลข 1494758 ทึ่งรวมถึงอีก 42 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 20
AIS ทำไมไม่คิดบ้างล่ะว่า ทีดีแทคเขายังจ่าย 6-7% ได้ ตัวเองยักษ์ใหญ่ซะเปล่า ไม่ป๋าเลย
สมาชิกหมายเลข 1664659 สยอง, สมาชิกหมายเลข 1122599 สยอง, วิ่งมากดตุ่ม สยอง, เมย์จิน ขำกลิ้ง, สวรรค์บรรเลง ขำกลิ้ง, ข่าววงนอก ขำกลิ้ง, hyaenodon ขำกลิ้ง, เด็กเสพดราม่า ขำกลิ้ง, สมาชิกหมายเลข 1463807 ขำกลิ้ง, Blue sky, deep sea ถูกใจรวมถึงอีก 15 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
ความคิดเห็นที่ 16
ก็เป็นเรื่องธุรกิจน่ะนะ แต่เชื่อเหอะสุดท้ายก็ยอมจ่าย เพราะผลกระทบแรงมาก เอไอเอส ก็แบบนี้แหละ ปากแข็งตลอด ผมยังจำประมูลคลื่น 900 ได้เลย แถลงว่าไม่คุ้มๆๆ แป๊บเดียวแสนจะคุ้มขึ้นมา กลืนน้ำลายกันคนเชียร์แทบมุดแผ่นดินไปด้วยเลย
ความคิดเห็นที่ 9
ทำบทความ เหมือนจะไม่ให้ "สินค้าขายดี" มีอำนาจต่อรองเลย
คงต้องจ่ายอย่างเดียวให้ร้านค้ามั๊ง ถึงจะเรียกว่าดี ค่าหัวเชลฟื ค่าส่งเสริมการขาย ค่าโฆษณา ไม่เอามาคิดหรอ หายไปไหน มีแต่รายได้ ค่าใช้จ่ายไม่โชว์เลยนะ
คงต้องจ่ายอย่างเดียวให้ร้านค้ามั๊ง ถึงจะเรียกว่าดี ค่าหัวเชลฟื ค่าส่งเสริมการขาย ค่าโฆษณา ไม่เอามาคิดหรอ หายไปไหน มีแต่รายได้ ค่าใช้จ่ายไม่โชว์เลยนะ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
positioning: สรุปเหตุการณ์ "เซเว่นฯ" งัดข้อ"เอไอเอส" เปิดปมร้าวเลิกขายบัตรเติมเงิน
By Admin - October 29, 2016
การงัดข้อระหว่าง “เซเว่นอีเลฟเว่น” เครือข่ายร้านสะดวกซื้อที่มีสาขามากที่สุด และเอไอเอส ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถืออันดับ 1 ที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุด กำลังถูกจับตามองว่าจะลงเอยอย่างไร เพราะถือเป็นระดับ “บิ๊ก” ทั้งคู่
เมื่อร้านเซเว่นอีเลฟเว่นทุกสาขาทั่วประเทศ ติดประกาศไม่จำหน่ายบัตรเติมเงิน “วันทูคอล” ของเอไอเอสทุกสาขาทั่วประเทศทำเอาลูกค้าที่ใช้บริการบัตรเติมเงินของเอไอเอสซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากต้องได้รับผลกระทบไปตามๆกัน
ปมปัญหานั้นมาจากการที่เซเว่นอีเลฟเว่นต้องการเรียกเก็บ “ค่าตอบแทน” จากการขายบัตร จากเดิมที่จัดเก็บอยู่ในอัตรา 4-5% ต้องการเพิ่มอีก 2% เพื่อให้ใกล้เคียงกับที่จัดเก็บจาก ดีแทค เก็บในอัตรา 6%+ 1และทรูมูฟ จัดเก็บในอัตรา 7%
“เดิมเซเว่นฯ เก็บค่าตอบแทนจากเอไอเอสในอัตรา 4-5% เนื่องจากฐานลูกค้าเอไอเอสมีมากกว่าอีก 2 ค่าย แต่พอลูกค้าพรีเพดของดีแทค และทรูมูฟเริ่มมากขึ้น ทางเซเว่นฯ จึงต้องการเก็บส่วนแบ่งจากเอไอเอสเพิ่มให้เท่ากับอีก 2 ราย ในขณะที่เอไอเอส มองว่ายังไม่ควรเก็บเพิ่ม เพราะฐานลูกค้าเอไอเอสายังมีมากกว่าอีก 2 รายอยู่เยอะ ก็ควรเก็บส่วนแบ่งน้อยกว่าอีก 2 ราย” แหล่งข่าวในวงการสื่อสารบอกสาเหตุ
เมื่อตกลงกันไม่ได้เซเว่นฯก็เลยใช้ไม้แข็งติดประกาศงดขายบัตรเติมเงินวันทูคอลทุกสาขาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายนเป็นต้นมา
การที่ไม่มีบัตรเติมเงินขายในร้านเซเว่นฯผู้ที่จะได้รับผลกระทบไม่ได้มีแค่ลูกค้าเท่านั้นแต่เอไอเอสและเซเว่นฯก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
ถึงแม้ว่าเอไอเอสจะยืนยันว่ามีช่องทางจำหน่ายบัตรอื่นๆกว่า 5 แสนจุด ทั่วประเทศ เช่น ตู้บุญเติม 8 หมื่นจุด ตู้ซิงเกอร์ 3 หมื่นจุด รวมแล้ว 1.2 แสนแห่งทั่วประเทศ ยังมี บิ๊กซี เทสโก้ โลตัส แฟมิลี่ มาร์ท ไปรษณีย์ไทย ลอว์สัน 108 ตัวแทนจำหน่ายวันทูคอล ตู้เอทีเอ็ม ของ 11 ธนาคาร อีกกว่า 4 หมื่นตู้
รวมกันทั้งหมดมีไม่น้อยกว่า 5 แสนจุดทั่วประเทศ เทียบกับร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ที่มีประมาณ 8-9 พันสาขา ถือเป็นตัวเลขที่แตกต่างกัน
แต่ต้องยอมรับว่าร้านเซเว่นอีเลฟเว่นเป็นช่องทางจัดจำหน่ายที่เข้าถึงลูกค้าจำนวนมากได้อย่างเห็นผลทั้งทำเลที่ตั้งจำนวนสาขาและการเปิดบริการ 24 ชั่วโมง เซเวนอีเลฟเว่น จึงเป็นช่องทางที่สำคัญในการ ขายบัตรเติมเงิน ไม่ต่างจากสินค้าอื่นๆ ที่ต้องพึ่งพาร้านเซเว่นฯ เป็นช่องทางหลักในการจำหน่ายสินค้า
เอไอเอสจึงต้องพยายามแก้ปัญหาด้วยการงดเว้นค่าธรรมเนียม 2 บาท (เดิมลูกค้าต้องเป็นจ่ายเอง เช่นเติม 50 บาท ลูกค้าต้องจ่าย 52 บาท) ให้กับลูกค้าที่เติมเงิน 50 บาทขึ้นไป ผ่าน “ตู้บุญเติม” เฉพาะที่ตั้งอยู่หน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่นเท่านั้น แต่ก็ไม่สามารถทดแทนได้ทั้งหมดเพราะบางสาขาของเซเว่นอีเลฟเว่นก็ไม่มีตู้บุญเติม
ในขณะที่เซเว่นฯเองก็ต้องเสียรายได้จากการไปไม่น้อยแหล่งข่าวในวงการสื่อสารระบุว่าที่ผ่านมาเซเว่นฯมีรายได้จากบัตรเติมเงินวันทูคอลประมาณ 2 พันล้านบาทต่อเดือน การยุติจำหน่ายบัตรเติมเงิน จึงทำให้เซเว่นฯ ต้องสูญเสียรายได้ ไม่น้อยกว่า 2 หมื่นล้านบาทต่อปี
ที่ผ่านมาการเติมเงินในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นของเอไอเอสก็แตกต่างไปจากของดีแทคและทรู ซึ่งจะเชื่อมโยงข้อมูลไปที่ดีแทคและทรูทันทีเช่นเมื่อลูกค้าต้องการเติมเงินพนักงานจะคีย์เบอร์โทรศัพท์ลูกค้าและจำนวนเงินที่ต้องการเติมข้อมูลจะถูกส่งไปที่ดีแทคหรือทรูเพื่อเติมเงินได้ทันที
ในขณะที่ลูกค้าของเอไอเอสต้องการเติมเงินพนักงานเซเว่นจะส่งคำสั่งไปที่เอไอเอสจากนั้นเอไอเอสจึงจะส่งโค้ดหรือใบสลิปมาให้ลูกค้าเพื่อเติมเงินเอง โดยที่เซเว่นฯ ไม่รู้เบอร์โทรศัพท์ลูกค้าแต่ละรายว่าเติมเงินเท่าไหร่
การที่เอไอเอสต้องทำเช่นนี้ส่วนหนึ่งนอกจากเพื่อความปลอดภัยแล้วและถือเป็นความลับทางธุรกิจที่ไม่ต้องการให้คู่แข่งรู้ฐานข้อมูลลูกค้า
แหล่งข่าวในวงการสื่อสารระบุด้วยว่าสาเหตุของความขัดแย้งระหว่างเซเว่นอีเลฟเว่นและเอไอเอสต้องลงเอยด้วยการ “แตกหัก” ในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งยังมาจากปมร้าวที่เกิดขึ้นมาจากกรณีที่ทรูมูฟ และเอไอเอส เปิดศึกแย่งชิงลูกค้า 900 MHz เพราะถือเป็นเดิมพันครั้งสำคัญ ที่สามารถพลิกชะตาให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ทันที ทั้งคู่จึงระดมปล่อยสารพัดยุทธวิธี ทั้งใต้ดิน บนดินมาแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น “ย้ายค่ายเบอร์เดิม” ลดแจกแถมเครื่องฟรี
ค่ายทรูมูฟ ได้ใช้ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น มาเป็นช่องทางสำคัญ เชิญชวน และอำนวยความให้ลูกค้าให้ย้ายค่ายมาใช้ของทรู จนเอไอเอส ต้องนำเรืองไปฟ้องร้องต่อหน่วยงานรัฐ และต้องไประดมกองทัพทีมงาน และพึ่งพา อบต. เป็นช่องทางในการแจกเครื่องฟรี
“เป็นปมปัญหาสะสมของทั้ง 2 ค่าย ที่มีต่อเนื่องมาตลอด ไม่ใช่เพราะเรื่องผลตอบแทนที่เซเว่นเรียกเก็บเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวพันไปถึงการแข่งขันในธุรกิจมือถือ ที่ดุเดือดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นับตั้งแต่ทรู ประมูลคลื่น 900 MHz มาได้ และต้องการขึ้นเป็นอันดับ 1”
ต้องรอดูกันต่อว่า ทั้งเซเว่นอีเลฟเว่น และอไอเอส จะยอมเปิดโต๊ะเจรจากันอีกครั้ง เพื่อหาข้อยุติอีกครั้งหรือไม่ และคงเกิดขึ้นในเร็ววัน เพราะงานนี้ได้รับกระทบกระทบทั้งคู่ ยกเว้นแต่ว่าจะเป็นเกมลึกในการสกัดคู่แข่งก็อาจทำให้การเปิดโต๊ะเจรจาเพื่อหาข้อยุติคงไม่ลงเอยได้โดยง่าย