ถ้าผมเป็นรัฐบาลตอนนี้ ผมจะประกาศให้ข้าวจากชาวนา เป็นสินค้าพิเศษ ให้มีราคาตายตัวกำหนดโดยรัฐบาล

ถ้าผมเป็นรัฐบาลตอนนี้ ผมจะประกาศให้ข้าวจากชาวนา เป็นสินค้าพิเศษ ให้มีราคาตายตัวกำหนดโดยรัฐบาล และห้ามมิให้โรงสีปฏิเสธการรับซื้อข้าวจากชาวนาโดยเด็ดขาด โดยกำหนดราคาทุก 3 ปี

1. ข้าวเป็นสิ่งที่เราต้องกินกันทุกวัน มีด้วยหรือที่บางช่วงเรากินข้าวเยอะ บางช่วงเรากินข้าวน้อย ดังนั้น ในเมื่อความต้องการกินเราก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมาก ความต้องการในการซื้อมากินก็ควรจะเป็นเช่นเดียวกัน ความต้องการขายหรือราคาที่ขายจากนาสู่โรงสีก็ควรจะเป็นเช่นเดียวกัน (ไม่ผันผวนมาก)

2. ต้นทุนของชาวนา ค่าปุ๋ย ค่าเก็บเกี่ยว การเก็บรักษา ฯลฯ ราคาของสิ่งเหล่านี้ทำให้ชาวนาผู้ยากไร้ ต้องรีบขายข้าว นั่นคือต้นทุน หรือราคาที่ต้องจ่ายมาเพื่อให้ได้มีข้าวของชาวนานั้น ทำให้เขาต้องรีบขายข้าวออกไป ถ้าเราผลักภาระส่วนนี้ จากชาวนาไปให้โรงสีซึ่งเป็นผู้มีรายได้พอสมควร ก็จะเป็นการช่วยชาวนาได้

ลองคิดในอีกแง่หนึ่ง คือ ให้โรงสีคือผู้ผลิตคนแรก ไม่ใช่ชาวนาที่เป็นผู้ผลิตคนแรก นั่นคือ โรงสีมีต้นทุนคือ การเก็บรักษา การสีข้าว และเพิ่มมาอีกอย่างคือ การจ้างชาวนาให้ทำนาในพื้นที่ของตนเอง ชาวนาก็เหมือนพนักงานคนหนึ่งของโรงสี ต่อไปไม่มีชาวนาแล้ว มีแต่พนักงานบริษัทโรงสี โรงสีกับชาวนาคือกลุ่มก้อนเดียวกัน ดังนั้น ค่าจ้างของชาวก็ควรจะกำหนดตายตัวเหมือนพนักงานบริษัท คนที่ต้องต่อสู้กับราคาข้าวของโลกภายนอกคือโรงสี หรือบริษัท ซึ่งบริษัทโรงสีนี้ มีเงินทุนสำรอง ทำให้มีอำนาจต่อกรกับตลาดข้าวได้ ไม่เหมือนชาวนาที่ต้องยอมแพ้ต่อการบีบคั้นทางเศรษฐกิจ

3. ชาวนาไทยมีหลายคน ถ้าได้ลืมตาอ้าปากได้ จะเป็นกำลังซื้อที่สำคัญ รองรับตลาดแห่งการบริโภคไทยซื้อกำลังขยายตัว เศรษฐกิจไทยจะหมุนเวียน เมื่อมีเงินเหลือมากพอ ชาวนาภาคอีสานที่ทำนาแค่ปีละครั้งจะใช้เงินที่เหลือนี้ไปทำอย่างอื่น แค่บางคนนะ อาจจะ 2% ของชาวนาทั้งหมด ซึ่งก็ถือว่าคุ้มนะ พอเขาทำ SME มีรายได้ดี การทำนาก็จะกลายเป็นเพียงงานเสริม ธุรกิจจะเป็นงานหลัก จำนวนชาวนาก็จะลดลง สอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจปัจจุบันที่มีการนำเครื่องทุนแรงมาใช้แทนแรงงานคน คนอาชีพทำนาควรจะลดลงเรื่อย ๆ แล้วให้เครื่องจักรทำงานแทน ในที่สุดอาชีพทำนาจะเป็นเพียงอาชีพเสริม คนจะสนใจการทำนาแบบชีวภาพ ไม่ใช้สาร ไม่ใช้ยา เพิ่มมูลค่าของข้าวไทย ทำให้ที่ดินหนึ่งผืนของชาวนาไทย ได้ผลผลิตที่ราคาสูงกว่าที่ดินชาวนาประเทศอื่น เนื่องจากส่งไปขายให้กับกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งรักสุขภาพ และยินดีจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งสุขภาพกายที่แข็งแรง เมื่อคนไทยแข็งแรง เงินในการรักษาโรคก็น้อยลง อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สั่งจากต่างประเทศก็ลดลง ดุลการค้าของไทยก็จะดีขึ้น นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของผลกระทบที่เป็นลูกโซ่ของการช่วยเหลือชาวนาไทย ยังมีผลกระทบอย่างอื่นอีกมากมาย ซึ่งการช่วยเหลือชาวนาเป็นโดมิโนตัวแรก ที่จะส่งผลให้ตัวต่อ ๆ มาล้มลง และแตกขยายสาขาออกไปมากมายไม่รู้จบสิ้น

คำถามของผมมีอยู่ว่า จริง ๆ แล้วถ้าผมเป็นรัฐบาล และ ทำแบบย่อหน้าแรกที่ผมเขียนจริง ๆ จะเกิดอะไรขึ้นกับเศรษฐกิจไทย และใครบ้างที่จะได้รับผลกระทบ ทั้งในทางบวกและทางลบ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่