วันนี้มาขอแชร์ประสบกาณณ์ที่ไปเที่ยวหลีเป๊ะมาค่ะ จากที่ได้มีโอกาสไปเที่ยวหลีเป๊ะมาเมื่อเดือนกันยายนปีนี้เอง

ได้แพ็คเกจมาจากคนรู้จักจากงานไทยเที่ยวไทยมาค่ะ เค้าซื้อไว้แล้วไปไม่ได้เลยให้มาค่ะ

หลังจากได้มาเราก็วางแพลนที่จะไปทันที แล้วโอกาสดีๆ ก็มาค่ะ Airasia มีโปรโมชั่นก้อจัดเลยยย
เราได้ตั๋วมาในราคาไปกลับอยู่ที่ประมาณ 1,200 บาท (ก็โอนะ - -*) ส่วนแพ็คเกจเป็นแพ็คเกจที่พัก 3 วัน 2 คืน ของมันดาวีทัวร์ค่ะ (พักฝั่งนี้นะคะ ไม่ใช่บนเกาะหลีเปีะ) พร้อมอาหาร 4 มื้อ (มื้อเย็น 2 มื้อ มื้อเช้า 2 มื้อ) ในแพ็คเกจมีแถมทัวร์ดำน้ำเกาะหลีเป๊ะค่ะ ยังไม่เคยไปมาก่อน ก็ตื่นเต้นอยากไปฮะ อิอิ
คุยกับทางทัวร์เรียบร้อยก็ได้ที่พักมาค่ะ ชื่อว่า
ลากูน่า รีสอร์ท อยู่ที่ละงูค่ะ เรานั่งเครื่องบินจากดอนเมืองลงที่สนามบินหาดใหญ่ค่ะ
ข้าวเช้าฮะ -*- ไฟลท์ 6.40 เช้าไปมั้ยยย (เลือกเองนี่นะ)
เดินทางไปหลีเป๊ะยังไง?
จากสนามบินเราต้องนั่งรถไปลงที่คิวรถตู้ตลาดเกษตร เราใช้บริการรถตู้จากที่สนามบินเลย (แต่ก็ต้องรอคนเต็มนิดนึงค่ะ) อันนี้จำไม่ค่อยได้น่าจะคนละ 100 บาท (มีหลายที่ที่สนามบินอ่ะค่ะ ลองถามดู)
นั่งไปไม่นานฮะ ประมาณ 15-20 นาทีมั้ง หลับๆ ตื่นๆ ออกมาไฟลท์เช้ามากกกกกก เค้าก็พาเรามาส่งที่คิวรถตู้ตลาดเกษตร ซึ่งมันจะคล้ายๆ คิวรถตู้ทั่วไปน่ะล่ะ แบบรถตู้เยอะๆ เรียงๆ กัน
เราต้องเดินเข้าไปซื้อตั๋วข้างในค่ะ ซื้อที่เขียนว่ารถตู้ไปลงปากบารา สตูล คนละ 110 บาท ซื้อแล้วมานั่งรอให้คนเต็มรถ ก็จะออกเดินทางต่อ (อย่าลืมรีบวิ่งไปจองที่ด้วย 555)
ตอนนั่งรถตู้มาคนขับรถตู้เค้าก็จะขนของนู่นนี่มาเยอะเลยค่ะ เหมือนเป็นแบบรับจ้างส่งของ อาจจะเป็นช่องทางหารายได้อีกทางนึงของเค้า เราว่านั่งหน้าหรือหลังคนขับน่าจะสบายที่สุดค่ะ (เราเป็นคนเมารถง่าย ดมยาดมตลอดทาง วนๆ ไป -*-) ใช้เวลาประมาณเกือบๆ ชั่วโมงก็ถึง อันนี้เราบอกเค้าเลยว่าเราจะไปลากูน่า รีสอร์ท เค้าก็จะไปจอดให้ตรงซอยทางเข้ารีสอร์ทเลย พอไปถึงก็โทรบอกที่รีสอร์ทค่ะ จะมีรถออกมารับ ระหว่างรอจะมีร้านขายไข่มุกอยู่หน้าซอยค่ะ ชื่อร้านอันดามันอะไรเนี่ย เค้าให้เข้าไปหลบร้อนนั่งรอด้านในร้าน ใจดีมากๆ อะ

ซักพักรถก็มารับฮะ
ถึงแล้วววววววววววว ลากูน่ารีสอร์ต ดูเป็นรีสอร์ตของคนพื้นที่ที่เปิดให้บริการเองค่ะ ดูกันเอง เช็คอินแล้วก็เข้าไปเก็บของในบ้านพัก
ห้องเราที่มีส้มอยู่ข้างหน้าค่ะ
ในห้องมีเตียงใหญ่ 1 เตียงกับโซฟา 1 อันค่ะ ถ้านอนจริงๆ ก็ 3 คนได้อยู่ เราเก็บของเสร็จแล้วก็ออกมาทานข้าวที่ร้านอาหารของทางรีสอร์ตค่ะ เพราะออกมาเช้ามากกกก หิวจนจะกินควายได้ -*- สั่งกระหน่ำไม่เกรงใจใคร 55555+ โดนไปเบาๆ 580 บาท พร้อมมีน้องเหมียวมาคอยต้อนรับ นางอ้อนนน นางคลอเคลียยยยย 55555 ชอบบบ

สั่งข้าวผัดต้มยำ 2 จานค่ะ กับข้าว 3 อย่าง (นี่คือกิน 2 คนใช่มั้ยพูดดดดด) ประเด็นคือกินไม่หมดเลยเอาไปฝากป้าแกแช่เย็นไว้กินตอนเย็นด้วย ดู๊ดู 555+

เจ้าถิ่นฮะ

กลับมาบ้านคือรูปแมวเยอะมากกกกก มากกว่ารูปคน แป่ววววว รีสอร์ทแมวชัดๆ
กินข้าวเสร็จเข้าไปพักผ่อนกันแพ๊บนึง ช่วงบ่ายๆ เย็นๆ เลยวางแผนออกไปขี่จักรยานเล่นกัน พร้อมหาซื้อเสบียงมาตุนไว้เพราะพรุ่งนี้จะไปทริปดำน้ำบนเกาะหลีเป๊ะ ค่าเช่าจักรยานที่รีสอร์ทคนละ 50 ไปเลือกจักรยานแล้วไปปั่นหา 7-11 กัน!!

ตรงรีเซปชั่นมีน้องแมวแผนกต้อนรับนอนอยู่ ออกมาทีไรนางอยู่ตรงนี้ทุกที

แต่หน้าตาไม่รับแขกมากๆ 5555 (อย่ามาจ้องนะ เจ้ามนุษย์!)

แหย่ไปแหย่มานางเหมือนจะเล่น แต่แยกเขี้ยวใส่ 555

สูบลมซะหน่อยยยย

รูปซ้ายบนเป็นวิวจากหน้ารีสอร์ตค่ะ
ปั่นจักรยานออกมาชิวๆ รับลมเย็นสบาย ฟ้าครึ้มๆ ไม่ค่อยมีแดด อากาศดีมากค่ะ ปั่นไปแวะไปเรื่อย ดู 2 ข้างทางที่มีคนท้องถิ่นออกมานั่งพักผ่อนริมทะเลกับครอบครัว ปั่นไปพักถ่ายรูปไปฮะ ในที่สุดก็ถึง 7-11 ไม่รู้สึกเหนื่อยเลยนะ เพิ่งมารู้ทีหลังว่าไปกลับก็ 7 โลได้ ออกกำลังกายไปอีก 5555

เมฆครึ้มๆ นิดนึงค่ะ ตอนที่ไปเป็นช่วงที่มรสุมเข้าพอดี ฟ้าเลยมัวๆ หน่อย
ขากลับนี่ฝนตกคร๊าบบบบบบบบบบ เลยแว่บเข้าไปหลบฝนในบ้านใครไม่รู้ (เหมือนเค้าจะไม่อยู่บ้าน ขอบคุณนะคะ อิอิ)

ฟ้าหลังฝน ตรงนี้เป็นตลาดนัด คนเพียบบบบ ได้ลองกองกลับมาด้วย
วันนี้สั่งข้าวเย็นจากร้านอาหารของรีสอร์ทเจ้าเดิม สั่งเป็นข้าวจานเดียวมาคนละจานแล้วมีกับข้าวที่เหลือจากกลางวันค่ะ ป้าใจดีอุ่นให้ด้วย + น้ำ น้ำแข็ง ก็ราวๆ 140 บาทค่ะ นอนดูหนัง+หลับแต่หัวค่ำ เตรียมตัวไปดำน้ำพรุ่งนี้ เฮ!!!
เช้ามา รถจะมารับ 8 โมง ก็รีบออกมาทานข้าวก่อนให้เรียบร้อย ทางรีสอร์ตมีอาหารเช้าให้ค่ะ กินอิ่ม พักพุงเรียบร้อยก็กระโดดขึ้นรถไปที่ท่าเรือโลดดดดดดดดดดดด (อย่าลืมพกกันแดดไปนะเอ้อออ)
เค้าพาไปทิ้งไว้ที่บริษัททัวร์ค่ะ ในทริปดำน้ำเรามีแค่ เรากับเพื่อน 2 คน และอีกกรุ๊ปนึงเค้ามากัน 4 คน รวมเป็น 6 คนแค่นั้นเอง อาจจะเป็นเพราะว่าช่วงนี้ยังอยู่ในช่วง Low Season ค่ะคนก็เลยค่อนข้างน้อย แต่คนในท้องที่บอกว่าดีแล้ว มาช่วง High Season จะคนเยอะมาก แย่งกันกินแย่งกันเที่ยว ซึ่งเราก็ชอบช่วง Low นะ คือคนไม่พลุกพล่าน (ร้านบางร้านปิดอีกตะหาก 5555+) แย่งกันมากไปก็ไม่หนุกอะ
แต่มันมีข้อเสียตรงที่ทริปดำน้ำเนี่ย เราจะไปได้ไม่ครบเกาะค่ะ เพราะบางที่เค้าปิดในช่วง Low Season เราได้ไปแค่ เกาะหลีเปีะ เกาะไข่ เกาะอาดัง เกาะผึ้ง (เสียดายไม่ได้ไปเกาะหินงามกับอุทยานค่ะ) ซึ่งเรือที่ไปทริปเนี้ยเป็นเรือสปีดโบ๊ท เหมือนเป็นเรือข้ามเกาะด้วย ตอนขาไปคนไปด้วยเพียบเลย (ใครที่เมาเรือแนะนำอย่านั่งอันนี้ ขนาดเราไม่ได้เป็นคนเมาเรือ คลื่นประมาณ 2-3 เมตร นั่งไปหลีเปีะประมาณชั่วโมงนึง คลื่นสูง กระแทกแล้วกระแทกอีก ข้าวเช้า ขนมน้ำนี่ มาจ่อที่คอหอย นี่เกือบจะออกมาละ -*-
ดำน้ำจนเย็นค่ะ ดำอยู่ประมาณ 3 เกาะ ใต้ทะเลก็ยังสวยถึงแม้ว่าฝนจะตกนิดหน่อย แต่ไม่ได้เอากล้องถ่ายใต้น้ำไปเลยไม่ได้เก็บรูปมานะคะ มื้อกลางวันมีกระเพราให้กับผลไม้ มาถึงขากลับนั่งสปีดโบ๊ทเช่นเคย หนนี้ด้วยความเหนื่อยล้า หลับเบย 55555+
แนะนำว่าใครนั่งสปีดโบ๊ท ก็เตรียมยาแก้เมาเรือ น้ำ ขนมไปให้พร้อมนะ เพราะว่ามันนานนนนนนแล้วคลื่นแรงแบบเรือลอยแล้วลงมากระแทกอะ ปอด ม้าม ไส้ผมนี่จะออกมาจากจมูก - -*
กลับไปที่พักก็นอนหลับเป็นตายฮะ 55555555555555555+ แถมปวดตัว (ไม่ค่อยได้ออกกำลังก้อเงี้ย) ที่เราไปคือ 3 วัน 2 คืน คือไปเสาร์กลับจันทร์ค่ะ เพราะฉะนั้นวันกลับที่เป็นวันจันทร์เนี่ย เงียบมากกกกกกกกกกกกกกกกกก
เช้าวันสุดท้าย เราไม่ตื่นมาทานข้าวเช้าฮะ 55555555+ ตื่นสายๆ เลยแล้วออกไปหาไรกินข้างนอกเอา เมืองทั้งเมือง เงียบบบบบบบบบบบบบบบบบบ แบบ...ชอบนะ มันสบายๆ เงียบๆ ก่อนกลับเราไปนั่งทานข้าวร้านอาหารและร้านกาแฟน่ารักๆ ที่ขี่จักรยานผ่านวันก่อนค่ะ

ร้านชื่อเลย์บารา น่านั่งมากๆ

สั่งอาหารแบบอดอยากอีกแล้ว -*- หิวหน้ามืดแล้วเป็นงี้ทุกที กับข้าว 4 อย่างนะคะ ไม่ได้สั่งข้าว มีน้ำ+น้ำแข็ง+ขนมเค้กอีก รวมทั้งหมด 600 บาท ป๊าดดดดดดดดดดดดด แต่อาหารให้เยอะมากนะฮะ ทานไม่หมดอีกระ นั่งไปนั่งมาฝนตก 555+ แต่ไม่รีบค่ะ ยาวๆ ไป
อาหารหนักไปทางหวาน แต่โดยรวมก็อร่อย มีเค้ก กาแฟ ให้สั่งด้วย เค้กมะพร้าวอร่อยดีฮะ ที่สำคัญ บรรยากาศดีมากกกกกกกกกกกก เราติดต่อกับทางลากูน่า รีสอร์ตให้ไปส่งที่ร้านนี้ค่ะ แล้วก็ไปรับจากที่ร้านอาหารไปส่งที่ขนส่งด้วย เค้าคิด 150 บาท
เราก็นั่งกลับไปที่ตลาดเกษตรเหมือนเดิม เหมือนขามาค่ะ พอไปถึงที่ตลาดเกษตรแล้ว ข้ามถนนมาฝั่งตรงข้าม จะมีรถสองแถวที่ไปสนามบินได้ กระโดดขึ้นไปเลยจ้าาา ไม่ห่วงกระเป่าอันใหญ่โตกันเลยนะ 555 ค่ารถไปสนามบินคนละ 30 บาท อิอิ
สรุปค่าใช้จ่ายในทริปนี้
ค่าแพ็คเกจทัวร์ที่พัก 3 วัน 2 คืน + ทริปดำน้ำคนละ = 2,999 บาท (แต่เราได้มาฟรี)
ค่าเครื่องบินไปกลับหาดใหญ่คนละ = 1,200 บาท
วันที่ 1
ค่ารถตู้จากสนามบินไปตลาดเกษตร = 200 บาท
ค่ารถตู้จากตลาดเกษตรไปปากบารา สตูล = 220 บาท
ค่าข้าวกลางวัน = 580 บาท
ค่าเช่าจักรยาน = 100 บาท
ค่าข้าวมื้อเย็น 1 = 140 บาท
วันที่ 2
(ไม่เสียตังเลย - -* เพราะข้าวเช้ากับข้าวเย็นรวมอยู่ในแพ็จเกจค่ะ)
วันที่ 3
ค่าข้าวกลางวัน+กาแฟ+เค้ก = 600 บาท
ค่ารถตู้ไปส่งที่ร้านอาหารกับไปส่งที่ท่ารถตู้ = 150 บาท
ค่ารถตู้จากปากบาราไปตลาดเกษตร = 220 บาท
ค่ารถสองแถวจากตลาดเกษตรไปสนามบิน = 60 บาท
รวม 10,668 บาท / 2 คน = คนละ 5,334 บาท ตลอดทริป + ค่าหนมจุบจิบไม่เกิน 1,000 บาท
แต่เนื่องจากว่าเราไม่ได้เสียค่าแพ็คเกจ ก็เลยเหลือแค่คนละ 2,335 บาทค่ะ

(รวมค่าเครื่องบิน)
ครั้งหน้ากะว่าถ้าไปหลีเป๊ะจะไปนอนที่เกาะเลย วิวสวย ฝรั่งหล่อ เห๊ยยย!! 5555+ นอนที่เกาะเลย อยากลงน้ำก็ลง นอนริมชายหาดคือ Slow Life ไปอีก ไว้เจอกันใหม่ครั้งหน้าฮะ
[CR] รีวิว ทริปเที่ยวหลีเป๊ะครั้งแรกแบบง่ายๆ พักที่ลากูน่ารีสอร์ท
วันนี้มาขอแชร์ประสบกาณณ์ที่ไปเที่ยวหลีเป๊ะมาค่ะ จากที่ได้มีโอกาสไปเที่ยวหลีเป๊ะมาเมื่อเดือนกันยายนปีนี้เอง
เราได้ตั๋วมาในราคาไปกลับอยู่ที่ประมาณ 1,200 บาท (ก็โอนะ - -*) ส่วนแพ็คเกจเป็นแพ็คเกจที่พัก 3 วัน 2 คืน ของมันดาวีทัวร์ค่ะ (พักฝั่งนี้นะคะ ไม่ใช่บนเกาะหลีเปีะ) พร้อมอาหาร 4 มื้อ (มื้อเย็น 2 มื้อ มื้อเช้า 2 มื้อ) ในแพ็คเกจมีแถมทัวร์ดำน้ำเกาะหลีเป๊ะค่ะ ยังไม่เคยไปมาก่อน ก็ตื่นเต้นอยากไปฮะ อิอิ
คุยกับทางทัวร์เรียบร้อยก็ได้ที่พักมาค่ะ ชื่อว่าลากูน่า รีสอร์ท อยู่ที่ละงูค่ะ เรานั่งเครื่องบินจากดอนเมืองลงที่สนามบินหาดใหญ่ค่ะ
เดินทางไปหลีเป๊ะยังไง?
จากสนามบินเราต้องนั่งรถไปลงที่คิวรถตู้ตลาดเกษตร เราใช้บริการรถตู้จากที่สนามบินเลย (แต่ก็ต้องรอคนเต็มนิดนึงค่ะ) อันนี้จำไม่ค่อยได้น่าจะคนละ 100 บาท (มีหลายที่ที่สนามบินอ่ะค่ะ ลองถามดู)
นั่งไปไม่นานฮะ ประมาณ 15-20 นาทีมั้ง หลับๆ ตื่นๆ ออกมาไฟลท์เช้ามากกกกกก เค้าก็พาเรามาส่งที่คิวรถตู้ตลาดเกษตร ซึ่งมันจะคล้ายๆ คิวรถตู้ทั่วไปน่ะล่ะ แบบรถตู้เยอะๆ เรียงๆ กัน
เราต้องเดินเข้าไปซื้อตั๋วข้างในค่ะ ซื้อที่เขียนว่ารถตู้ไปลงปากบารา สตูล คนละ 110 บาท ซื้อแล้วมานั่งรอให้คนเต็มรถ ก็จะออกเดินทางต่อ (อย่าลืมรีบวิ่งไปจองที่ด้วย 555)
ตอนนั่งรถตู้มาคนขับรถตู้เค้าก็จะขนของนู่นนี่มาเยอะเลยค่ะ เหมือนเป็นแบบรับจ้างส่งของ อาจจะเป็นช่องทางหารายได้อีกทางนึงของเค้า เราว่านั่งหน้าหรือหลังคนขับน่าจะสบายที่สุดค่ะ (เราเป็นคนเมารถง่าย ดมยาดมตลอดทาง วนๆ ไป -*-) ใช้เวลาประมาณเกือบๆ ชั่วโมงก็ถึง อันนี้เราบอกเค้าเลยว่าเราจะไปลากูน่า รีสอร์ท เค้าก็จะไปจอดให้ตรงซอยทางเข้ารีสอร์ทเลย พอไปถึงก็โทรบอกที่รีสอร์ทค่ะ จะมีรถออกมารับ ระหว่างรอจะมีร้านขายไข่มุกอยู่หน้าซอยค่ะ ชื่อร้านอันดามันอะไรเนี่ย เค้าให้เข้าไปหลบร้อนนั่งรอด้านในร้าน ใจดีมากๆ อะ
ถึงแล้วววววววววววว ลากูน่ารีสอร์ต ดูเป็นรีสอร์ตของคนพื้นที่ที่เปิดให้บริการเองค่ะ ดูกันเอง เช็คอินแล้วก็เข้าไปเก็บของในบ้านพัก
ในห้องมีเตียงใหญ่ 1 เตียงกับโซฟา 1 อันค่ะ ถ้านอนจริงๆ ก็ 3 คนได้อยู่ เราเก็บของเสร็จแล้วก็ออกมาทานข้าวที่ร้านอาหารของทางรีสอร์ตค่ะ เพราะออกมาเช้ามากกกก หิวจนจะกินควายได้ -*- สั่งกระหน่ำไม่เกรงใจใคร 55555+ โดนไปเบาๆ 580 บาท พร้อมมีน้องเหมียวมาคอยต้อนรับ นางอ้อนนน นางคลอเคลียยยยย 55555 ชอบบบ
สั่งข้าวผัดต้มยำ 2 จานค่ะ กับข้าว 3 อย่าง (นี่คือกิน 2 คนใช่มั้ยพูดดดดด) ประเด็นคือกินไม่หมดเลยเอาไปฝากป้าแกแช่เย็นไว้กินตอนเย็นด้วย ดู๊ดู 555+
เจ้าถิ่นฮะ
กลับมาบ้านคือรูปแมวเยอะมากกกกก มากกว่ารูปคน แป่ววววว รีสอร์ทแมวชัดๆ
กินข้าวเสร็จเข้าไปพักผ่อนกันแพ๊บนึง ช่วงบ่ายๆ เย็นๆ เลยวางแผนออกไปขี่จักรยานเล่นกัน พร้อมหาซื้อเสบียงมาตุนไว้เพราะพรุ่งนี้จะไปทริปดำน้ำบนเกาะหลีเป๊ะ ค่าเช่าจักรยานที่รีสอร์ทคนละ 50 ไปเลือกจักรยานแล้วไปปั่นหา 7-11 กัน!!
ตรงรีเซปชั่นมีน้องแมวแผนกต้อนรับนอนอยู่ ออกมาทีไรนางอยู่ตรงนี้ทุกที
แต่หน้าตาไม่รับแขกมากๆ 5555 (อย่ามาจ้องนะ เจ้ามนุษย์!)
แหย่ไปแหย่มานางเหมือนจะเล่น แต่แยกเขี้ยวใส่ 555
สูบลมซะหน่อยยยย
รูปซ้ายบนเป็นวิวจากหน้ารีสอร์ตค่ะ
ปั่นจักรยานออกมาชิวๆ รับลมเย็นสบาย ฟ้าครึ้มๆ ไม่ค่อยมีแดด อากาศดีมากค่ะ ปั่นไปแวะไปเรื่อย ดู 2 ข้างทางที่มีคนท้องถิ่นออกมานั่งพักผ่อนริมทะเลกับครอบครัว ปั่นไปพักถ่ายรูปไปฮะ ในที่สุดก็ถึง 7-11 ไม่รู้สึกเหนื่อยเลยนะ เพิ่งมารู้ทีหลังว่าไปกลับก็ 7 โลได้ ออกกำลังกายไปอีก 5555
เมฆครึ้มๆ นิดนึงค่ะ ตอนที่ไปเป็นช่วงที่มรสุมเข้าพอดี ฟ้าเลยมัวๆ หน่อย
ขากลับนี่ฝนตกคร๊าบบบบบบบบบบ เลยแว่บเข้าไปหลบฝนในบ้านใครไม่รู้ (เหมือนเค้าจะไม่อยู่บ้าน ขอบคุณนะคะ อิอิ)
ฟ้าหลังฝน ตรงนี้เป็นตลาดนัด คนเพียบบบบ ได้ลองกองกลับมาด้วย
วันนี้สั่งข้าวเย็นจากร้านอาหารของรีสอร์ทเจ้าเดิม สั่งเป็นข้าวจานเดียวมาคนละจานแล้วมีกับข้าวที่เหลือจากกลางวันค่ะ ป้าใจดีอุ่นให้ด้วย + น้ำ น้ำแข็ง ก็ราวๆ 140 บาทค่ะ นอนดูหนัง+หลับแต่หัวค่ำ เตรียมตัวไปดำน้ำพรุ่งนี้ เฮ!!!
เช้ามา รถจะมารับ 8 โมง ก็รีบออกมาทานข้าวก่อนให้เรียบร้อย ทางรีสอร์ตมีอาหารเช้าให้ค่ะ กินอิ่ม พักพุงเรียบร้อยก็กระโดดขึ้นรถไปที่ท่าเรือโลดดดดดดดดดดดด (อย่าลืมพกกันแดดไปนะเอ้อออ)
เค้าพาไปทิ้งไว้ที่บริษัททัวร์ค่ะ ในทริปดำน้ำเรามีแค่ เรากับเพื่อน 2 คน และอีกกรุ๊ปนึงเค้ามากัน 4 คน รวมเป็น 6 คนแค่นั้นเอง อาจจะเป็นเพราะว่าช่วงนี้ยังอยู่ในช่วง Low Season ค่ะคนก็เลยค่อนข้างน้อย แต่คนในท้องที่บอกว่าดีแล้ว มาช่วง High Season จะคนเยอะมาก แย่งกันกินแย่งกันเที่ยว ซึ่งเราก็ชอบช่วง Low นะ คือคนไม่พลุกพล่าน (ร้านบางร้านปิดอีกตะหาก 5555+) แย่งกันมากไปก็ไม่หนุกอะ
แต่มันมีข้อเสียตรงที่ทริปดำน้ำเนี่ย เราจะไปได้ไม่ครบเกาะค่ะ เพราะบางที่เค้าปิดในช่วง Low Season เราได้ไปแค่ เกาะหลีเปีะ เกาะไข่ เกาะอาดัง เกาะผึ้ง (เสียดายไม่ได้ไปเกาะหินงามกับอุทยานค่ะ) ซึ่งเรือที่ไปทริปเนี้ยเป็นเรือสปีดโบ๊ท เหมือนเป็นเรือข้ามเกาะด้วย ตอนขาไปคนไปด้วยเพียบเลย (ใครที่เมาเรือแนะนำอย่านั่งอันนี้ ขนาดเราไม่ได้เป็นคนเมาเรือ คลื่นประมาณ 2-3 เมตร นั่งไปหลีเปีะประมาณชั่วโมงนึง คลื่นสูง กระแทกแล้วกระแทกอีก ข้าวเช้า ขนมน้ำนี่ มาจ่อที่คอหอย นี่เกือบจะออกมาละ -*-
ที่เห็นว่านั่งหน้าเรือไม่ใช่เสื้อชูชีพนั่นคือเรือจอดอยู่นิ่งๆ ใกล้ฝั่ง ก่อนลงไปทานข้าวค่ะ
ลงไปเดินเที่ยวบนเกาะ พี่ไกด์ก็ถ่ายภาพให้ค่ะ แนะนำว่าพอเรือไปจอดที่เกาะ รีบวิ่งไปถ่ายรูปก่อนเลย ก่อนที่ชาวคณะจะตามไป เพราะไม่งั้นจะมีคนอื่นอยู่ในนรูปคุณเพรียบบบบบบบบบบ!!
ดำน้ำจนเย็นค่ะ ดำอยู่ประมาณ 3 เกาะ ใต้ทะเลก็ยังสวยถึงแม้ว่าฝนจะตกนิดหน่อย แต่ไม่ได้เอากล้องถ่ายใต้น้ำไปเลยไม่ได้เก็บรูปมานะคะ มื้อกลางวันมีกระเพราให้กับผลไม้ มาถึงขากลับนั่งสปีดโบ๊ทเช่นเคย หนนี้ด้วยความเหนื่อยล้า หลับเบย 55555+
แนะนำว่าใครนั่งสปีดโบ๊ท ก็เตรียมยาแก้เมาเรือ น้ำ ขนมไปให้พร้อมนะ เพราะว่ามันนานนนนนนแล้วคลื่นแรงแบบเรือลอยแล้วลงมากระแทกอะ ปอด ม้าม ไส้ผมนี่จะออกมาจากจมูก - -*
กลับไปที่พักก็นอนหลับเป็นตายฮะ 55555555555555555+ แถมปวดตัว (ไม่ค่อยได้ออกกำลังก้อเงี้ย) ที่เราไปคือ 3 วัน 2 คืน คือไปเสาร์กลับจันทร์ค่ะ เพราะฉะนั้นวันกลับที่เป็นวันจันทร์เนี่ย เงียบมากกกกกกกกกกกกกกกกกก
เช้าวันสุดท้าย เราไม่ตื่นมาทานข้าวเช้าฮะ 55555555+ ตื่นสายๆ เลยแล้วออกไปหาไรกินข้างนอกเอา เมืองทั้งเมือง เงียบบบบบบบบบบบบบบบบบบ แบบ...ชอบนะ มันสบายๆ เงียบๆ ก่อนกลับเราไปนั่งทานข้าวร้านอาหารและร้านกาแฟน่ารักๆ ที่ขี่จักรยานผ่านวันก่อนค่ะ
ร้านชื่อเลย์บารา น่านั่งมากๆ
สั่งอาหารแบบอดอยากอีกแล้ว -*- หิวหน้ามืดแล้วเป็นงี้ทุกที กับข้าว 4 อย่างนะคะ ไม่ได้สั่งข้าว มีน้ำ+น้ำแข็ง+ขนมเค้กอีก รวมทั้งหมด 600 บาท ป๊าดดดดดดดดดดดดด แต่อาหารให้เยอะมากนะฮะ ทานไม่หมดอีกระ นั่งไปนั่งมาฝนตก 555+ แต่ไม่รีบค่ะ ยาวๆ ไป
อาหารหนักไปทางหวาน แต่โดยรวมก็อร่อย มีเค้ก กาแฟ ให้สั่งด้วย เค้กมะพร้าวอร่อยดีฮะ ที่สำคัญ บรรยากาศดีมากกกกกกกกกกกก เราติดต่อกับทางลากูน่า รีสอร์ตให้ไปส่งที่ร้านนี้ค่ะ แล้วก็ไปรับจากที่ร้านอาหารไปส่งที่ขนส่งด้วย เค้าคิด 150 บาท
เราก็นั่งกลับไปที่ตลาดเกษตรเหมือนเดิม เหมือนขามาค่ะ พอไปถึงที่ตลาดเกษตรแล้ว ข้ามถนนมาฝั่งตรงข้าม จะมีรถสองแถวที่ไปสนามบินได้ กระโดดขึ้นไปเลยจ้าาา ไม่ห่วงกระเป่าอันใหญ่โตกันเลยนะ 555 ค่ารถไปสนามบินคนละ 30 บาท อิอิ
สรุปค่าใช้จ่ายในทริปนี้
ค่าแพ็คเกจทัวร์ที่พัก 3 วัน 2 คืน + ทริปดำน้ำคนละ = 2,999 บาท (แต่เราได้มาฟรี)
ค่าเครื่องบินไปกลับหาดใหญ่คนละ = 1,200 บาท
วันที่ 1
ค่ารถตู้จากสนามบินไปตลาดเกษตร = 200 บาท
ค่ารถตู้จากตลาดเกษตรไปปากบารา สตูล = 220 บาท
ค่าข้าวกลางวัน = 580 บาท
ค่าเช่าจักรยาน = 100 บาท
ค่าข้าวมื้อเย็น 1 = 140 บาท
วันที่ 2
(ไม่เสียตังเลย - -* เพราะข้าวเช้ากับข้าวเย็นรวมอยู่ในแพ็จเกจค่ะ)
วันที่ 3
ค่าข้าวกลางวัน+กาแฟ+เค้ก = 600 บาท
ค่ารถตู้ไปส่งที่ร้านอาหารกับไปส่งที่ท่ารถตู้ = 150 บาท
ค่ารถตู้จากปากบาราไปตลาดเกษตร = 220 บาท
ค่ารถสองแถวจากตลาดเกษตรไปสนามบิน = 60 บาท
รวม 10,668 บาท / 2 คน = คนละ 5,334 บาท ตลอดทริป + ค่าหนมจุบจิบไม่เกิน 1,000 บาท
แต่เนื่องจากว่าเราไม่ได้เสียค่าแพ็คเกจ ก็เลยเหลือแค่คนละ 2,335 บาทค่ะ
ครั้งหน้ากะว่าถ้าไปหลีเป๊ะจะไปนอนที่เกาะเลย วิวสวย ฝรั่งหล่อ เห๊ยยย!! 5555+ นอนที่เกาะเลย อยากลงน้ำก็ลง นอนริมชายหาดคือ Slow Life ไปอีก ไว้เจอกันใหม่ครั้งหน้าฮะ