ทีมชาติไทยกำลังเสียขวัญ จากการพ่ายแพ้ทีมชาติซาอุดิอาระเบียหวุดหวิด 1 – 0 จากลูกจุดโทษเจ้าปัญหา และพ่ายแพ้ให้กับทีมชาติญี่ปุ่นที่อุดมไปด้วยสตาร์นักแตะระดับโลก 0 – 2 เปล่าเลย จะบอกว่าทีมชาติไทยกำลังได้ใจต่างหากที่สามารถต่อกรกับทีมระดับ Top ของเอเชีย ถ้าไม่มีจุดโทษที่กรรมการเป่าเอาใจเจ้าภาพในนัดแรก เราอาจนำสามแต้มกลับบ้านก็ได้
อย่าให้ช้างศึกตัวนี้ตกมัน เพราะช้างศึกตัวนี้พร้อมที่จะฟาดงวงฟาดงาต่อสู้เต็มอัตราศึก เพราะไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย หรือชาติอาหรับใหญ่ๆ ก็เหมือนกัน เพราะอย่าลืมว่ากว่าญี่ปุ่นจะพัฒนามาถึงจุดนี้ได้ ก็ต้องมีจุดเริ่มต้นไม่ต่างจากเรา ขอเพียงเรามีจิตใจนักสู้และอย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรคเท่านั้น เมื่อถึงวันนั้นคงไม่มีอะไรมาหยุดยั้งเราได้
การพ่ายแพ้ต่อญี่ปุ่น ในรายการคัดฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชียรอบสุดท้ายนัดที่สองในบ้าน 0 – 2 ประตู ถ้าหากไม่นับผลการแข่งขันที่เราแพ้เขาและรูปเกมส์เป็นรองอย่างเทียบกันไม่ติดแล้ว ถ้าหากลองมาดูการพัฒนาเรามีเกมส์ที่สามารถทำให้ญี่ปุ่นที่อุดมไปด้วยนักแตะระดับโลกมากกว่าครึ่งทีม ไม่สามารถทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันจนสื่อภายในประเทศตนเองวิจารย์ยับมาแล้ว
มีทุกข์ต้องมีสุข มีดับต้องมีเกิด การพ่ายแพ้ต่อญี่ปุ่นทำให้เราค้นพบดาวจรัสแสงดวงใหม่ อย่าง สิโรจน์ ฉัตรทอง ขึ้นมาเจิดจำรัส และทำให้เรารู้แล้วว่าการจะก้าวข้ามอาเชียนต้องใช้ทรัพยากรนักแตะรูปแบบใด ถึงจะต่อกรกับพวกระดับ Top ของเอเชียได้อย่างไม่เสียเปรียบ
การเล่นทีมชาตินัดแรก แถมยังเป็นศึกใหญ่กับญี่ปุ่นพี่เต้ยเอเชียของ สิโรจน์ ฉัตรทอง แล้ว มีจังหวะพลิกหรือวิ่งกดดันจนสามารถเรียกฟาล์วและใบเหลืองจากผู้เล่นญี่ปุ่นได้ ถือว่าเด็กคนนี้มีแววไม่ใช่น้อย ถ้าหากมุ่งมั่นพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง ประเทศไทยอาจจะคับแคบจนเกินไปสำหรับฝีเท้าไอ้หมอนี่ก็เป็นไปได้
การแพ้ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย 1 -0 ประตู ทั้งที่รูปเกมส์ดีกว่าแถมเสียจุดโทษแบบน่ากังขา แพ้ทีมชาติญี่ปุ่น 0 – 2 ประตู แบบดูแล้วมีทรง ไม่แตะทิ้งขว้างและไม่ปล่อยโอกาสให้ญี่ปุ่นทำงานง่ายได้ ในการได้เข้ามาเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายโซนเอเชียเป็นครั้งที่สอง และห่างจากครั้งแรกสิบกว่าปี สรุปแล้วช้างศึกตัวนี้ก็มีดีเหมือนกัน
ครั้งนี้ เราอาจตัวเล็กทำให้เสียเปรียบในการปะทะแต่ความสามารถแลเทคนิคแล้วเราไม่ได้ด้วยไปกว่าเขาเลย รอน้องช้าง ลูกช้าง หลานช้าง ตัวต่อไปที่จะได้รับการขุนอย่างถูกวิธีและสมบูรณ์ไปด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬา ให้รูปร่างสูงใหญ่บึกบึนไม่ให้เสียเปรียบใครหน้าใหน พร้อมทั้งได้ปะลองยุทธลับฝีเท้ากันเป็นประจำ คุ้นไม้คุ้นมือ แล้วละก็ ช้างศึกตัวนี้ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวใครหน้าใหนแล้ว
ถ้าวันนั้นมาถึง เพียบพร้อมด้วยความแข็งแกร่งด้านสรีระ เทคนิค เทคติค ความสามารถ ปัจจัยภายนอกปัจจัยภายในที่เอื้ออำนวยแล้ว กอปรกับรูปแบบการเล่น Tik Tok ตามแบบฉบับของทีมชาติไทยแล้ว ไม่ว่าใครหน้าใหนก็ไม่อาจหยุดยั้งช้างศึกตัวนี้ได้
ถึงเวลานั้น อย่าให้ช้างศึกตัวนี้ตกมันก็แล้วกัน จะกำราบไปทั่วทั้งเอเชีย
#### บทความจาก Climberdreams # นักไต่ฝัน ####
หมายเหตุ // เนื้อหาอาจกล่าวถึงบุคคลที่สามด้วยความเคารพและศรัทธา
https://www.facebook.com/F.Titti.Forex/
ฟุตบอลไทยชีวิตและความฝัน # ตอนที่ 5 อย่าให้ช้างศึกตัวนี้ตกมัน
อย่าให้ช้างศึกตัวนี้ตกมัน เพราะช้างศึกตัวนี้พร้อมที่จะฟาดงวงฟาดงาต่อสู้เต็มอัตราศึก เพราะไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย หรือชาติอาหรับใหญ่ๆ ก็เหมือนกัน เพราะอย่าลืมว่ากว่าญี่ปุ่นจะพัฒนามาถึงจุดนี้ได้ ก็ต้องมีจุดเริ่มต้นไม่ต่างจากเรา ขอเพียงเรามีจิตใจนักสู้และอย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรคเท่านั้น เมื่อถึงวันนั้นคงไม่มีอะไรมาหยุดยั้งเราได้
การพ่ายแพ้ต่อญี่ปุ่น ในรายการคัดฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชียรอบสุดท้ายนัดที่สองในบ้าน 0 – 2 ประตู ถ้าหากไม่นับผลการแข่งขันที่เราแพ้เขาและรูปเกมส์เป็นรองอย่างเทียบกันไม่ติดแล้ว ถ้าหากลองมาดูการพัฒนาเรามีเกมส์ที่สามารถทำให้ญี่ปุ่นที่อุดมไปด้วยนักแตะระดับโลกมากกว่าครึ่งทีม ไม่สามารถทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันจนสื่อภายในประเทศตนเองวิจารย์ยับมาแล้ว
มีทุกข์ต้องมีสุข มีดับต้องมีเกิด การพ่ายแพ้ต่อญี่ปุ่นทำให้เราค้นพบดาวจรัสแสงดวงใหม่ อย่าง สิโรจน์ ฉัตรทอง ขึ้นมาเจิดจำรัส และทำให้เรารู้แล้วว่าการจะก้าวข้ามอาเชียนต้องใช้ทรัพยากรนักแตะรูปแบบใด ถึงจะต่อกรกับพวกระดับ Top ของเอเชียได้อย่างไม่เสียเปรียบ
การเล่นทีมชาตินัดแรก แถมยังเป็นศึกใหญ่กับญี่ปุ่นพี่เต้ยเอเชียของ สิโรจน์ ฉัตรทอง แล้ว มีจังหวะพลิกหรือวิ่งกดดันจนสามารถเรียกฟาล์วและใบเหลืองจากผู้เล่นญี่ปุ่นได้ ถือว่าเด็กคนนี้มีแววไม่ใช่น้อย ถ้าหากมุ่งมั่นพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้ง ประเทศไทยอาจจะคับแคบจนเกินไปสำหรับฝีเท้าไอ้หมอนี่ก็เป็นไปได้
การแพ้ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย 1 -0 ประตู ทั้งที่รูปเกมส์ดีกว่าแถมเสียจุดโทษแบบน่ากังขา แพ้ทีมชาติญี่ปุ่น 0 – 2 ประตู แบบดูแล้วมีทรง ไม่แตะทิ้งขว้างและไม่ปล่อยโอกาสให้ญี่ปุ่นทำงานง่ายได้ ในการได้เข้ามาเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายโซนเอเชียเป็นครั้งที่สอง และห่างจากครั้งแรกสิบกว่าปี สรุปแล้วช้างศึกตัวนี้ก็มีดีเหมือนกัน
ครั้งนี้ เราอาจตัวเล็กทำให้เสียเปรียบในการปะทะแต่ความสามารถแลเทคนิคแล้วเราไม่ได้ด้วยไปกว่าเขาเลย รอน้องช้าง ลูกช้าง หลานช้าง ตัวต่อไปที่จะได้รับการขุนอย่างถูกวิธีและสมบูรณ์ไปด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬา ให้รูปร่างสูงใหญ่บึกบึนไม่ให้เสียเปรียบใครหน้าใหน พร้อมทั้งได้ปะลองยุทธลับฝีเท้ากันเป็นประจำ คุ้นไม้คุ้นมือ แล้วละก็ ช้างศึกตัวนี้ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวใครหน้าใหนแล้ว
ถ้าวันนั้นมาถึง เพียบพร้อมด้วยความแข็งแกร่งด้านสรีระ เทคนิค เทคติค ความสามารถ ปัจจัยภายนอกปัจจัยภายในที่เอื้ออำนวยแล้ว กอปรกับรูปแบบการเล่น Tik Tok ตามแบบฉบับของทีมชาติไทยแล้ว ไม่ว่าใครหน้าใหนก็ไม่อาจหยุดยั้งช้างศึกตัวนี้ได้
ถึงเวลานั้น อย่าให้ช้างศึกตัวนี้ตกมันก็แล้วกัน จะกำราบไปทั่วทั้งเอเชีย
#### บทความจาก Climberdreams # นักไต่ฝัน ####
หมายเหตุ // เนื้อหาอาจกล่าวถึงบุคคลที่สามด้วยความเคารพและศรัทธา
https://www.facebook.com/F.Titti.Forex/