สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
อืม... ยังไงดี
เอาว่า
1. ลิเวอร์พูลเป็นหนี้สะสมมานาน คุ้นๆว่าผลการประเมิน น่าจะปีก่อน BR เด้งนั่นล่ะที่ผลประกอบการกลับมาเป็นกำไรอีกครั้ง ก่อนหน้านั้นสีแดงเถือกเลย
1.1 ถ้าถามว่าจนขนาดไหน ก็ขนาดว่าเกือบถูกควบคุมกิจการและตัดแต้มมาแล้วในยุคทอมฮิค กับยิลเล็ตต์
1.2 ลิเวอร์พูลไม่เก่งเรื่องการตลาดมาแต่ไหนแต่ไรล่ะ ขนาดแซวกันว่าสตอร์แมนยูยังดูดีกว่ากันเยอะเลย ทำไมไม่เอาเขาเป็นตัวอย่างบ้าง นี่ยังไม่รวมถึงการออกไปเปิดตลาดต่างทวีปด้วยการแข่งกระชับมิตรบ้าง ที่จน FSG เทคสโมสรนี่ล่ะถึงเห็นทีมขยันทัวร์มากๆ เดี๋ยวเมกา เดี๋ยวเอเชีย เอากันแบบไม่ต้องพักผ่อนกันไปข้าง แต่ก็เป็นโอกาสดีของดาวรุ่งด้วยล่ะนะ
1.3 ช่วงหลังที่ไม่ได้ไป UCL ก็ยิ่งทำให้ขาดรายได้จากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด
2. FSG ดูจะเป็นการตลาดมากขึ้น ช่วงหลังๆมีข่าวกับจับมือเป็นพันธมิตร และสปอนเซอร์จากหลายแหล่งมากขึ้น ล่าสุดเพิ่งเห็นข่าวเมื่อสิงหาคม ลิเวอร์พูลกำลังจะเป็นพาร์ทเนอร์กับ PES (ในที่สุดจะได้ใช้ชื่อกับโลโก้จริงๆสักที หลังจากที่เป็นทีม Merseyside Red มานาน)
3. แต่เงินได้มาก็ต้องจับจ่ายไปพอตัว เพราะทีมก็เพิ่งขยายความจุสนามไป ถึงจะถูกกว่าสร้างใหม่ แต่ก็บิ้วค์สแตนต์ที่เหมือนตึกมาประกอบเพิ่มก็เป็นค่าใช้จ่ายไม่น้อย ถ้าตามข่าวจะเห็นเรื่องการปรับภูมิทัศน์รอบๆอีก ก็ค่าใช้จ่ายเช่นกัน ปีนี้ก็นำเข้าทีมงานเยอะ ก็ดูเป็นค่าใช้จ่ายอีก
4. Standard Chartered สปอนเซอร์จริงแต่ผมว่าเขาก็ไม่ได้ทุ่มเท่าไหร่ก็ได้ มันไม่เหมือนการเทคโอเวอร์สโมสรที่เจ้าของหาเงินก้อนไปปลดหนี้ได้เอง แต่นี่น่าจะขึ้นกับสัญญาที่กำหนดไว้ว่าจะจ่ายทีเท่าไหร่ กี่ก้อนไป
5. เท่าที่ดูตอนนี้ผลประกอบการณ์กำลังไปได้ด้วยดีครับ แต่ไม่ได้ก้าวกระโดดทำนองว่าถูกหวยอะไร จะว่าจนไหมก็คงไม่ถึงขั้นนั้น แต่จะเรียกว่ารวยก็คงเกินจริงไปหน่อย สถานะตอนนี้น่าจะทำนองว่าพออยู่พอกิน ถ้าถึงคราวต้องลงทุนก็พร้อมใช้ แต่ต้องพิจารณาก่อนว่าคุ้มหรือไม่ เพราะเงินมีอยู๋จำกัด จะใช้จริงก็ค้องคุ้มค่ากันหน่อย
เอาว่า
1. ลิเวอร์พูลเป็นหนี้สะสมมานาน คุ้นๆว่าผลการประเมิน น่าจะปีก่อน BR เด้งนั่นล่ะที่ผลประกอบการกลับมาเป็นกำไรอีกครั้ง ก่อนหน้านั้นสีแดงเถือกเลย
1.1 ถ้าถามว่าจนขนาดไหน ก็ขนาดว่าเกือบถูกควบคุมกิจการและตัดแต้มมาแล้วในยุคทอมฮิค กับยิลเล็ตต์
1.2 ลิเวอร์พูลไม่เก่งเรื่องการตลาดมาแต่ไหนแต่ไรล่ะ ขนาดแซวกันว่าสตอร์แมนยูยังดูดีกว่ากันเยอะเลย ทำไมไม่เอาเขาเป็นตัวอย่างบ้าง นี่ยังไม่รวมถึงการออกไปเปิดตลาดต่างทวีปด้วยการแข่งกระชับมิตรบ้าง ที่จน FSG เทคสโมสรนี่ล่ะถึงเห็นทีมขยันทัวร์มากๆ เดี๋ยวเมกา เดี๋ยวเอเชีย เอากันแบบไม่ต้องพักผ่อนกันไปข้าง แต่ก็เป็นโอกาสดีของดาวรุ่งด้วยล่ะนะ
1.3 ช่วงหลังที่ไม่ได้ไป UCL ก็ยิ่งทำให้ขาดรายได้จากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด
2. FSG ดูจะเป็นการตลาดมากขึ้น ช่วงหลังๆมีข่าวกับจับมือเป็นพันธมิตร และสปอนเซอร์จากหลายแหล่งมากขึ้น ล่าสุดเพิ่งเห็นข่าวเมื่อสิงหาคม ลิเวอร์พูลกำลังจะเป็นพาร์ทเนอร์กับ PES (ในที่สุดจะได้ใช้ชื่อกับโลโก้จริงๆสักที หลังจากที่เป็นทีม Merseyside Red มานาน)
3. แต่เงินได้มาก็ต้องจับจ่ายไปพอตัว เพราะทีมก็เพิ่งขยายความจุสนามไป ถึงจะถูกกว่าสร้างใหม่ แต่ก็บิ้วค์สแตนต์ที่เหมือนตึกมาประกอบเพิ่มก็เป็นค่าใช้จ่ายไม่น้อย ถ้าตามข่าวจะเห็นเรื่องการปรับภูมิทัศน์รอบๆอีก ก็ค่าใช้จ่ายเช่นกัน ปีนี้ก็นำเข้าทีมงานเยอะ ก็ดูเป็นค่าใช้จ่ายอีก
4. Standard Chartered สปอนเซอร์จริงแต่ผมว่าเขาก็ไม่ได้ทุ่มเท่าไหร่ก็ได้ มันไม่เหมือนการเทคโอเวอร์สโมสรที่เจ้าของหาเงินก้อนไปปลดหนี้ได้เอง แต่นี่น่าจะขึ้นกับสัญญาที่กำหนดไว้ว่าจะจ่ายทีเท่าไหร่ กี่ก้อนไป
5. เท่าที่ดูตอนนี้ผลประกอบการณ์กำลังไปได้ด้วยดีครับ แต่ไม่ได้ก้าวกระโดดทำนองว่าถูกหวยอะไร จะว่าจนไหมก็คงไม่ถึงขั้นนั้น แต่จะเรียกว่ารวยก็คงเกินจริงไปหน่อย สถานะตอนนี้น่าจะทำนองว่าพออยู่พอกิน ถ้าถึงคราวต้องลงทุนก็พร้อมใช้ แต่ต้องพิจารณาก่อนว่าคุ้มหรือไม่ เพราะเงินมีอยู๋จำกัด จะใช้จริงก็ค้องคุ้มค่ากันหน่อย
konkhonkaen ถูกใจ, lizard8 ทึ่ง, ว่าวปักเป้า ถูกใจ, lindahelen ถูกใจ, ด้วย ถูกใจ, ปลวกภูเขาไฟ ถูกใจ, ซิงเกิ้ลเพลย์ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 3481225 หลงรัก, เพื่อการนี้โดยเฉพาะ ถูกใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
Liverpool F.C.
ไม่เข้าใจ ในเมื่อ Standard Chartered เป็นสปอนเซอร์ ทำไมลิเวอร์พูลถึงยังจน?
สินทรัพย์ทั่วโลกของธนาคารมีมูลค่ารวมกันมหาศาล